GRAND SEIKO Elegance Collection

Last updated: 2 ก.พ. 2566  |  1060 จำนวนผู้เข้าชม  | 

GRAND SEIKO Elegance Collection

เรือนเวลาแบบแรกจาก Grand Seiko ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วย บริลเลียนท์ ฮาร์ด ไทเทเนียม ร่วมกับหน้าปัดอุรุชิ เพื่อฉลองครบรอบ 110 ปี ของการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือแบบแรกของญี่ปุ่น

เรือนเวลากลไกไขลานที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่นี้ เป็นการหลอมรวมการผลิตนาฬิกาจักรกลของ Grand Seiko เข้ากับงานตกแต่งแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ


ประวัติศาสตร์ของ Seiko เริ่มต้นขึ้นใน ค.ศ. 1881 เมื่อ คินทาโร ฮัตโตริ เปิดร้านรับซ่อมและจำหน่ายนาฬิกาขึ้นในกินซ่า ใน ค.ศ. 1913 บริษัทของเขาได้ผลิตนาฬิกา Laurel (ลอเรล) ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือแบบแรกของญี่ปุ่นขึ้นมา จากนั้นความสำเร็จซึ่งเป็นการยกระดับศิลปะการผลิตนาฬิกาก็ได้ถือกำเนิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ตั้งแต่นาฬิกาแบบแรกของ Grand Seiko ใน ค.ศ. 1960 สู่การแสดงประสิทธิภาพที่สั่นสะเทือนวงการ ด้วยการเข้าทดสอบความแม่นยำกับ Observatory (หอดูดาวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นสถานที่ซึ่งแบรนด์นาฬิกาทั่วโลกในเวลานั้นส่งกลไกของตนไปทดสอบความเที่ยงตรง) ซึ่งเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีต่อมา ไปจนถึงเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ นั่นก็คือ สปริงไดรฟ์ ใน ค.ศ. 1999 เนื่องด้วยปีนี้เป็นวาระครบรอบ 110 ปีของ Laurel โอกาสสำคัญเช่นนี้จึงถูกเฉลิมฉลองด้วยการนำเสนอซีรีส์นาฬิกาเพื่อการรำลึก ซึ่งรวมถึงนาฬิกา Grand Seiko ที่ผลิตออกมาจำนวนจำกัด รุ่นใหม่รุ่นนี้ด้วย โดยนำแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจาก มรดกทางเทคโนโลยีและการออกแบบอันล้ำค่าของบริษัท เช่นเดียวกับนาฬิกาทุกรุ่นในซีรีส์แห่งการเฉลิมฉลองนี้

หลักชั่วโมงมากิ-เอะ สีทอง ตัดกับอุรุชิ สีดำ มอบผลลัพธ์เป็นหน้าปัดที่ชัดเจนและงดงามอันเป็นลักษณะเด่นของการผลิตนาฬิกา Grand Seiko

นับตั้งแต่นาฬิกาแบบแรกแห่ง Grand Seiko ในปี 1960 ความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนาน คือเป้าหมายหลักของ Grand Seiko ก้าวเดินบนเส้นทางสู่การสร้างสุดยอดนาฬิกา ด้วยเหตุนี้ Grand Seiko จึงทำการฉลอง 110 ปีแห่งการผลิตนาฬิกา ด้วยการสร้างสรรค์เรือนเวลาแบบแรกแห่ง Grand Seiko ขึ้นมาใหม่ด้วย บริลเลียนท์ ฮาร์ด ไทเทเนียม ซึ่งมาพร้อมรายละเอียดอันครบถ้วนจากรุ่นต้นฉบับเมื่อปี 1960 เรือนเวลารุ่นนี้ใช้หน้าปัดแลคเกอร์อุรุชิ ร่วมกับหลักชั่วโมงมากิ-เอะ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อท้าทายกาลเวลา และเพื่อให้เป็นที่สะกดใจแก่ผู้หลงใหลนาฬิกาทุกเจเนอเรชั่นด้วยเอกลักษณ์ความงามในแบบญี่ปุ่น

แลคเกอร์อุรุชิ เป็นหนึ่งในงานฝีมือแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น การใช้แลคเกอร์ชนิดนี้สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงยุคโจมอน ของญี่ปุ่น (13,100 ปี ก่อนคริสตศักราช ถึง 400 ปี ก่อนคริสตศักราช) ในปัจจุบัน แลคเกอร์อุรุชิ ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มระดับของการตกแต่งบนพื้นผิวของชิ้นงานเครื่องใช้ต่างๆ แต่ประโยชน์ของอุรุชิ ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้น ถูกนำมาใช้เพราะคุณภาพในการฆ่าเชื้อและกันเสีย แลคเกอร์ที่ Grand Seiko ใช้ มีความโดดเด่นและแตกต่าง เนื่องจากมีแหล่งผลิตในประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก เนื่องจาก ในปัจจุบันอุรุชิส่วนใหญ่นั้นถูกผลิตขึ้นที่ประเทศอื่น สีดำสนิทแบบ เจท-แบล็ก ของอุรุชิ บนหน้าปัดนาฬิการุ่นนี้ เกิดขึ้นได้จากการเพิ่มเหล็กเข้าไป อีกทั้งแลคเกอร์นี้ยังถูกปรับปรุงเพิ่มด้วยกรรมวิธีพิเศษแบบเฉพาะตัวของ Grand Seiko ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้สีเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อกาลเวลาผ่านไป

หลักชั่วโมงมากิ-เอะ เกิดขึ้นจากฝีมือของ อิชชู ทามูระ อาจารย์ผู้สร้างงานอุรุชิ ในสตูดิโอของเขาในเมืองคานาซาวา ซึ่งแปลว่า “บึงแห่งทอง” ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น หลักชั่วโมงและชื่อ Grand Seiko ถูกสร้างขึ้นทีละชั้นด้วยการลงแลคเกอร์ เพื่อทำให้มีลักษณะเป็นสามมิติอันเป็นคุณลักษณะสำคัญของการทำมากิ-เอะ ขั้นตอนต่อมาก็คือ การแต่งด้วยผงทอง 24 เค (มากิ-เอะ นั้นหมายถึง “การโรยผงทองลงบนภาพวาด”) ซึ่งเป็นการลงผงทองและขัดอย่างพิถีพิถันด้วยเครื่องมือพิเศษของช่างฝีมือ กระบวนการนี้ต้องใช้ความชำนาญและความแม่นยำเป็นอย่างสูงถึงระดับไมครอน การผลิตหลักชั่วโมงให้มีความลึกและความกว้างเสมอกันบนพื้นผิวโค้งอย่างหน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้ เป็นความท้าทายที่ต้องใช้ฝีมือของช่างระดับอาจารย์

ในฐานะที่เป็นการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนาฬิกาแบบแรกแห่ง Grand Seiko จากปี 1960 นาฬิกาผลิตจำนวนจำกัดสำหรับวาระครบรอบรุ่นนี้ จึงมาพร้อมกับลักษณะวินเทจย้อนยุคอันโดดเด่น ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาคนรักนาฬิกาจะจดจำได้ในทันที แม้จะถูกตกแต่งด้วยการทำอุรุชิ และมากิ-เอะ หน้าปัดผิวโค้งและตัวอักษร Grand Seiko ก็ยังคงมีรูปแบบตามงานสร้างสรรค์ดั้งเดิมเมื่อปี 1960 สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากงานฝีมือของชาวญี่ปุ่นเช่นเดียวกับนาฬิกา Grand Seiko ทุกเรือน แต่สำหรับรุ่นนี้เป็นการนำงานฝีมือของญี่ปุ่นที่เก่าแก่กว่าการผลิตนาฬิกามากนักมาใช้ จึงเป็นการนำพาดีไซน์อันเป็นที่รักของผู้คนก้าวไปสู่ระดับใหม่

เข็มวินาทีและเข็มนาทีถูกบรรจงดัดด้วยมือให้โค้งไปตามความโค้งของหน้าปัด เพื่อให้อ่านค่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น


ภายใต้หน้าปัดนาฬิกาเรือนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย กลไกไขลาน คาลิเบอร์ 9S64 ที่ทำให้ได้มาซึ่งรูปร่างที่เพรียวบาง และความแม่นยำถึง +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน ตัวเรือนและตัวล็อกสาย บริลเลียนท์ ฮาร์ด ไทเทเนียม ช่วยให้การสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนาฬิกาแบบแรกแห่ง Grand Seiko รุ่นนี้ไม่เพียงแค่สวยงามและมีน้ำหนักเบา แต่ยังมีความทนทานต่อการกร่อนและการขีดข่วนในระดับสูงอีกด้วย โลหะผสมอันเป็นเอกสิทธิ์ของ Grand Seiko ชนิดนี้มีความสว่างกว่าไทเทเนียมแบบปกติ ทำให้พื้นผิวที่ถูกขัดเงาด้วยเทคนิคซารัตสึ เปล่งประกายได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่มีความแข็งเป็น 2 เท่าของสเตนเลสสตีล

สายหนัง 2 เส้น ที่ถูกส่งมอบมากับการสร้างสรรค์ครั้งใหม่นี้ เส้นแรกนั้น เป็นการนำเทคนิคการทอผ้าแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า โยโรอิโอริ ซึ่งเคยใช้สร้างชุดเกราะของซามูไรในสมัยก่อนมาใช้ร่วมด้วย แถบหนังลูกวัวและแถบผ้า ถูกประสานเข้าด้วยกันโดยช่างฝีมือผู้ชำนาญเพื่อเสริมความทนทานให้กับสายนาฬิกา ส่วนเส้นที่สองนั้น เป็นสายหนังที่มีความนุ่มนวล มีผิวที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว และให้ความสบายต่อการสวมใส่

นาฬิการุ่นนี้ จะวางจำหน่ายในฐานะงานผลิตแบบ ลิมิเต็ด เอดิชั่น จำนวนจำกัด 500 เรือนที่ แกรนด์ ไซโก บูติก และตัวแทนจำหน่ายบางแห่งทั่วโลก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ANGELUS Tinkler 1958

10 เม.ย 2569

TAG HEUER Summer

10 เม.ย 2569

M.A.D. New Edition

10 เม.ย 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้