Last updated: 3 ก.พ. 2569 | 41 จำนวนผู้เข้าชม |
รุ่นแรกในคอลเลกชัน Overseas ที่ผสมผสานวัสดุไทเทเนียม เข้ากับหน้าปัดสีแดงเข้ม
สายนาฬิกา 3 เส้น หาจากไทเทเนียม 1 เส้น และหาจากสายยาง 2 เส้น สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
กลไกอัตโนมัติบางพิเศษ คาลิเบอร์ 2160 พร้อมโรเตอร์รอบนอก
Vacheron Constantin เพิ่มความสมบูรณ์ให้กับคอลเลกชัน Overseas ด้วยรุ่นทูร์บิญงตัวเรือนไทเทเนียม หน้าปัดสีแดงเข้ม วัสดุไทเทเนียม เข้ากันได้อย่างลงตัวกับจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตและความสง่า งามของคอลเลกชันนี้ อีกทั้งยังเป็นวัสดุที่แข็งแรงและเบาอย่างน่าทึ่ง ได้รับการรับรองด้วยตราประทับเจนีวา (Hallmark of Geneva) และ มาพร้อมกับกลไกคาลิเบอร์ 2160 ที่บางพิเศษเพียง 5.65 มม. นาฬิกา เรือนนี้มีตัวควบคุมทูร์บิญงและสวมใส่สบายบนข้อมือ

รุ่นที่เปี่ยมด้วยเทคนิคและสไตล์สปอร์ต
ไทเทเนียมเป็นวัสดุที่เหมาะสมอย่างยิ่งสําหรับงานผลิตนาฬิกา โดยเฉพาะด้านความแข็งแรงน้ําหนักเบา และความรู้สึกสปอร์ตหน้าปัดสีแดงเข้มโดดเด่นด้วยพื้นผิวขัดเงาแบบซันเบิร์สต์และ ขอบเคลือบเงาเน้นย้ําถึงเอกลักษณ์แห่งนาฬิกา นสูงของรุ่นยังเห็นได้ชัดในการตกแต่งของตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 สาย นาฬิกาโดดเด่นด้วยมุมข้อต่อขัดเงาและพื้นผิวขัดเงาแนวตั้ง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่พบได้บนหน้าปัดตัวเรือนเช่นกัน ในทางที่สื่อออกมา โลหะชนิดนี้แข็งแรงกว่าเหล็กถึง 30% และมีน้ํา นี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกทูร์บิญงความใสใจในความงามนี้ หนักเพียงครึ่งเดียวของเหล็ก วาเชอรองดองสตองแตงเริ่มใช้ไทเทเนียมในปี 2009 สําหรับชิ้นส่วนบางอย่างของคอลเลกชั่น Overseas และในปี 2019 สําหรับรุ่น Everest ที่พัฒนาร่วม กับช่างภาพและนักสํารวจ Cory Richards ในปี 2022 เมซงได้ สร้างความสําเร็จครั้งใหม่ด้วยนาฬิกา Overseas tourbillon แบบสเกเลตันที่ทําจากไทเทเนียมทั้งหมด และสองปีต่อมา ด้วย นาฬิกา Overseas tourbillon ไทเทเนียมในหน้าปัดสีนํ้าเงินตรงกันข้าม ขอบตัวเรือนซึ่งมีรูปทรงคล้ายมอลทีส ครอส มี พื้นผิวขัดเงาแบบวงกลมบนวงแหวนขัดทราย การผสมผสาน นี้ช่วยเน้นย้ําถึงรูปทรงที่บางพิเศษของรุ่นนี้ ซึ่งมีความบาง เพียง 10.39 มม.

นาฬิกาเรือนเดียว สามสไตล์
นาฬิการุ่นนี้เหมาะสําหรับกิจกรรมทุกประเภท ด้วยตัวเรือนที่เบาและรูปทรงเพรียวบางมาพร้อมกับสาย นาฬิกาไทเทเนียมที่มีหัวล็อกแบบพับสามทบ พร้อมระบบปรับขนาดเพื่อความสบาย ซึ่งระบบนี้ช่วยให้ สามารถเพิ่มขนาดรอบข้อมือได้ถึง 4 มม. เพื่อปรับสไตล์ของนาฬิกาให้เข้ากับความต้องการยิ่งขึ้น ยังมี สายนาฬิกาสํารองอีกสองเส้นเป็นยางสีแดงเข้มและสีขาวให้เลือกใช้ โดยแต่ละเส้นมีหัวล็อกแบบพับทําจากไทเทเนียมเกรด 5 ที่สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
กลไกที่บางพิเศษ
ด้วยกลไกทูร์บิญงอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 2160 ที่มีความบางเพียง เพื่อเน้นความเพรียวบางและประสิทธิภาพเช่นเดียวกันนี้ กรงทูร์ 5.65 มม. และเส้นผ่านศูนย์กลาง 31 มม. นาฬิกา Oveseasเรือน นี้จึงโดดเด่นด้วยตัวเรือนที่บางพิเศษ รับประกันความสบายสูงสุด บนข้อมือ กลไกที่บางพิเศษนี้ประกอบด้วยกรงทูร์บิญง มีระบบไข ลานสองทิศทางโดยมีโรเตอร์รอบนอกที่ทําจากทองคํา 916/1000 พร้อมลายกิโยเช่ เป็นตัวขับเคลื่อน ทําให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและ สํารองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมงโครงสร้างลักษณะนี้มีข้อดีสอง ประการ คือช่วยให้มองเห็นกลไกได้อย่างชัดเจน และผสานรวมโรเตอร์เข้ากับสะพานกลไก ทําให้บางลงอย่างมาก

เพื่อเน้นความเพรียวบางและประสิทธิภาพเช่นเดียวกันนี้ บิญงแบบโปร่งจึงใช้ระบบขับเคลื่อนรอบนอก ทําให้ไม่จําเป็น ต้องใช้เฟืองกลางการออกแบบ ช่วยให้การส่งพลังงานจากลานพลังงานหลักไปยังล้อสมดุลเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด
กลไกนาฬิกาได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นความซับซ้อนของ นาฬิกา โดยการตกแต่งพื้นผิวของกลไกทั้ง 188 ชิ้นทําให้เกิดมิติ แสงเงาที่ละเอียดอ่อน เน้นย้ําถึงความประณีตงดงามกลไกมีแผ่น ฐานหลักที่ขัดเงาแบบวงกลม สะพานกลไกตกแต่งด้วยลาย Cotes de Genève และขัดแต่งขอบด้วยมืออย่างประณีต แกนของทูร์บิญง ได้รับการประคองอย่างประณีต ล้อเฟืองขัดลายเกรนและสกรูได้ ร้บการลบมุมและขัดเงาอย่างพิถีพิถัน รายละเอียดทั้งหมดนี้เป็น เครื่องยืนยันถึงฝีมือช่างที่พิถีพิถัน
โรเตอร์เข้ากับสะพานกลไก ทําให้บางลงอย่างมาก
กลไกนาฬิกาได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นความซับซ้อนของ นาฬิกา โดยการตกแต่งพื้นผิวของกลไกทั้ง 188 ชิ้นทําให้เกิดมิติ แสงเงาที่ละเอียดอ่อน เน้นย้ําถึงความประณีตงดงามกลไกมีแผ่น ฐานหลักที่ขัดเงาแบบวงกลม สะพานกลไกตกแต่งด้วยลาย Cotes de Genève และขัดแต่งขอบด้วยมืออย่างประณีต แกนของทูร์บิญง ได้รับการประคองอย่างประณีต ล้อเฟืองขัดลายเกรนและสกรูได้ ร้บการลบมุมและขัดเงาอย่างพิถีพิถัน รายละเอียดทั้งหมดนี้เป็น เครื่องยืนยันถึงฝีมือช่างที่พิถีพิถัน
วาเชอรอง คองสตองแตง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1755 เป็นหนึ่งในโรงงานการผลิตนาฬิกาอัน เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงดําเนินการผลิตมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 270 ปี โดย สืบทอดมรดกอันภาคภูมิใจแห่งความเป็นเลิศในการผลิตนาฬิกาและและความประณีตทางสุนทรียภาพผ่านช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญหลายชั่วอายุคน
ณ จุดสูงสุดของศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และความสง่างามอัน เหนือ เมซงได้รังสรรค์นาฬิกาพร้อมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งทางด้านเทคนิคและ สุนทรียะความงาม เช่นเดียวกับสัมผัสแห่งการประดับตกแต่งระดับสูงสุด
วาเชอรอง กองสตองแตง นําชีวิตใหม่มาสู่มรดกอันทรงคุณค่าที่มิอาจเทียบเคียงได้ ตลอด จนจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ถ่ายทอดผ่านคอลเลกชันต่าง ๆ ทั้ง แพทริโมนี (Patrimony), ทราดิชันแนล (Traditionnelle), เมติเยร์ ดาร์ต (Métiers d'Art), โอเวอร์ซีส์ (Overseas), ฟิฟตี้ซิกซ์ (Fiftysix), อิสโทริก (Historiques) และเอเมรี (Egerie) เมซงแห่งนี้ยังนําเสนอ ให้กับลูกค้าและนักสะสมผู้หลงใหลในเรือนเวลาด้วยโอกาสอันหายากในการครอบครองผล งานวินเทจอันเก่าแก่ภายในคอลเลกชัน เล คอลเลกซิยอนเนอร์ (Les Collectionneurs) เช่นเดียวกับเรือนเวลาที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษและมีเพียงหนึ่งเดียวจากแผนก เล คาบิโนเทียร์ (Les Cabinotiers) แห่งเมซง
3 ก.พ. 2569
2 ก.พ. 2569
2 ก.พ. 2569
2 ก.พ. 2569