AUDEMARS PIGUET 150 Heritage

Last updated: 4 ก.พ. 2569  |  44 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AUDEMARS PIGUET 150 Heritage

โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฉลองวาระครบรอบ 150 ปีแห่งความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์เรือนเวลา ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาพกพา (pocket watch) รุ่น 150 Heritage ผลงานสร้างสรรค์ที่เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ซึ่งเชื่อมโยงการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และงานฝี มืออันยาวนานหลายศตวรรษเข้าด้วยกัน หัวใจสำคัญของนาฬิกาเรือนนี้คือคาลิเบอร์ 1150 กลไกการทำงานที่ซับซ้อนเป็นพิเศษรุ่นใหม่ที่ต่อยอดจากโครงสร้างหลักของคาลิเบอร์ 1000 พร้อมกลไกการทำงานทั้งหมด เช่น ปุ่มเม็ดมะยมและคอร์เร็กเตอร์ ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะกับรูปแบบและการใช้งานของนาฬิกาพกพาขนาดกะทัดรัด นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้ยังมาพร้อมกลไก Universal Calendar เป็นครั้งแรก โดยเครื่องคิด เลขจักรกลที่มองเห็นได้จากฝาหลังและแยกอิสระจากกลไกอื่นๆ นี้ มอบมุมมองแบบพาโนรามาของวัฏจักรบนท้องฟ้าที่ หล่อหลอมการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมทั่วโลก ด้วยฟังก์ชันรวม 47 ฟังก์ชัน ที่ประกอบด้วย 30 คอมพลิเคชัน นาฬิกาพกพารุ่น 150 Heritage เรือนนี้จึงนับว่า ผสานกลไกอันซับซ้อนเข้ากับการใช้งานที่ง่ายดายได้อย่างลงตัว และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งานเป็นหัวใจสำคัญของนวัตกรรม

ทางกลไกนาฬิกาพกพาเรือนนี้ยังโดดเด่นด้วยการนำเสนอหัตถศิลป์ชั้นสูง (métiers d’art) หลากหลายประเภท ทั้งรายละเอียดของการใช้แพลทินัมสลักด้วยมือ เคลือบด้วยสี ‘Grand Feu’ เรืองแสง และสายโซ่ที่ทำขึ้นด้วยมือ แต่ละองค์ประกอบล้วนสะท้อนถึงความเป็นงานฝีมือแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) นาฬิกาเรือนนี้ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 2 รุ่น เพื่อแสดงความเคารพต่อช่างฝีมือ วิศวกร และผู้มีวิสัยทัศน์หลายรุ่น ที่ร่วมกันสรรค์สร้างประวัติศาสตร์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ นาฬิกาเรือนแรกที่มาพร้อมกลไกอัน ซับซ้อนเป็นพิเศษนี้ได้รับการออกแบบมาให้พกพาใส่ในกระเป๋าเสื้อได้พอดี และเป็นรากฐานของคอนเซ็ปต์การสร้างสรรค์เรือนเวลาแบบใหม่ที่ผสมผสานขนบดั้งเดิมที่มีมา นวัตกรรมและความทันสมัยในการพกพาเข้าด้วยกัน

การผสมผสานระหว่างคาลิเบอร์ 1150 อันซับซ้อนเป็นพิเศษกับกลไก Universal Calendar ทำให้นาฬิการุ่น ‘150 Heritage’ เป็นบทพิสูจน์ถึงประเพณีที่สืบสานมายาวนานของการสร้างสรรค์งานฝีมือ และนวัตกรรมจักรกลของโอเดอมาร์ ปิเกต์ © ภาพลิขสิทธิ์จากโอเดอมาร์ ปิเกต์

กลไกอันซับซ้อน ทว่าใช้งานง่าย
ความมุ่งมั่นต่อการพัฒนานวัตกรรมกลไกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ นำไปสู่การสร้างสรรค์เรือนเวลาที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกา ในปี 1899 โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น L’Universelle นาฬิกาพกพาที่มีความซับซ้อนที่สุด ซึ่งรังสรรค์ขึ้นสำหรับ Union Glashütte ในปี 1921 โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้ส่งมอบนาฬิกาพกพาที่มีความซับซ้อนเป็นพิเศษเรือนที่สอง ซึ่งมีชื่อเลน่ La Grosse Pièce ให้กับ S. Smith & Sons จากนั้น กว่าหนึ่งศตวรรษ ต่อมาจิตวิญญาณแห่งความเฉลียวฉลาดนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาคาลิเบอร์ 1000 ซึ่งเปิดตัวพร้อมกับ รุ่น RD#4 ในปี 2023 สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านความซับซ้อนและความสะดวกในการใช้งานในนาฬิกาข้อมือ นาฬิกา 150 Heritage ซึ่งยกย่องมรดกแห่งความซับซ้อนระดับสูงเรือนนี้ ถือเป็นนาฬิกาพกพาที่มีความซับซ้อนเป็นพิเศษเรือนที่สามในตระกูลนี้ โดยคาลิเบอร์ 1150 ซึ่งเป็นกลไกใหม่ยังคงรักษาโครงสร้างหลักของคาลิเบอร์ 1000 เอาไว้ กลไกของนาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนแบบง่าย ๆ แต่เป็นการปรับโฉมและสร้างขึ้นใหม่เพื่อมอบการใช้งานนาฬิกาพกพาที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้

เนื่องจากนาฬิกาเรือนนี้ไม่ได้ถูกสวมใส่บนข้อมือ จึงได้มีการปรับกลไกของคาลิเบอร์ 1150 ให้เป็นรูปแบบไขลานด้วยมือ และนำ oscillating weight ออก โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้รวบรวมความเชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์เรือนเวลาไว้ในกลไกเดียวที่มีส่วนประกอบมากถึง 1,099 ชิ้น ความสำเร็จที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของการสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) นี้ รวบรวม 40 ฟังก์ชัน และ 22 คอมพลิเคชันเข้าด้วยกัน โดยมีทั้งกลไก Grande Sonnerie, กลไกการบอกเวลาแบบ minute repeater, ปฏิทินถาวรแบบกึ่งเกรกอเรียน, โครโนกราฟฟลายแบ็กแบบ split seconds และกลไก Flying Tourbillon นอกจากนี้ยังผสานรวมนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนาล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ไว้ด้วยกัน ได้แก่ เทคโนโลยี Supersonnerie (RD#1) โครงสร้างกลไกสุดบางเฉียบ (RD#2) และ oscillator ที่ มีแอมพลิจูดเพิ่มขึ้น (RD#3) ทั้งนี้ เพื่อรักษาความกลมกลืนทางภาพสำหรับนาฬิกาที่มาพร้อมหลากหลายคอมพลิเคชันอันซับซ้อนนี้ ตัวบ่งชี้ปฏิทินทั้งหมดจะแสดงในช่องเฉพาะ จึงทำให้หน้าปัดนับเวลาโครโนกราฟมีความชัดเจนและอ่าน วันที่ได้ทันทีอย่างง่ายดาย

ด้วยการพัฒนาที่ก้าวข้ามมาตรฐานการผลิตแบบเดิมๆ ทีมงานได้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างตัวเรือนและกลไกเลือนหายไป ผ่านการทบทวนวิธีการทำงานของกลไกอีกครั้ง ทั้งตำแหน่งและบทบาทของปุ่มเม็ดมะยมและคอร์เร็กเตอร์แต่ละปุ่ม ซึ่งได้รับการปรับแต่งด้วยการสร้างแบบจำลอง 3 มิติและการทดสอบทางกายภาพ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการสัมผัส และความสะดวกในการใช้งาน ในขณะเดียวกันก็ทำให้มั่นใจได้ว่าแต่ละองค์ประกอบจะอยู่ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อปิดนาฬิกาพกพา โครงสร้างใหม่นี้ตัดส่วนควบคุมที่ไม่จำเป็นออก ป้องกันการเปิดใช้งานฟังก์ชันโดยไม่ตั้งใจ และช่วยให้นาฬิกาเรือนนี้สามารถใส่ลงในช่องกระเป๋าเสื้อได้พอดี

ปุ่มเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกาจะเริ่มต้นและหยุดการทำงานของโครโนกราฟ เลือกโหมดการตีระฆัง ได้แก่ โหมดเงียบ (silence) โหมด petite sonnerie หรือโหมด grande sonnerie และเปิดใช้งานระบบเคาะบอกนาทีด้วย ฟังก์ชันดึงแบบใหม่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ปุ่มกดเม็ดมะยมหลัก ซึ่งวางตามแนวแกนกลางพร้อมโบว์โค้งมนจะทำหน้าที่ ควบคุมการขึ้นลานการปรับวันที่ทั้งสองทิศทางการตั้งเวลา และเข็ม split seconds ระหว่างการจับเวลาโครโนกราฟ โดยใช้กลไกการคืนตัวที่จดสิทธิบัตรซึ่งเชื่อมต่อกับแกนไขลาน ปุ่มกดที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาจะรีเซ็ตโครโนกราฟแบบ ฟลายแบ็ก และปรับการแสดงเดือน ไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง โดยปุ่มกดจะกลับสู่ตำแหน่งเดิมหลังจากเปิดใช้งานแต่ละครั้งเพื่อความแม่นยำและความสะดวกในการใช้งานยิ่งขึ้น

คอร์เร็กเตอร์อีก 2 ชิ้นถูกจัดวางไว้อย่างแนบเนียนภายในฝาหลังตัวเรือน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านปุ่มกดเฉพาะที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ชิ้นหนึ่งสำหรับปรับวันในสัปดาห์ (“WD”) ในขณะที่อีกชิ้นหนึ่งซึ่งมีเครื่องหมายเสี้ยวพระจันทร์สำหรับปรับดวงจันทร์ทางดาราศาสตร์ การเปิดฝาหลังตัวเรือนยังเผยให้เห็นซาวด์บอร์ดแซฟไฟร์ Supersonnerie ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางเสียงของกลไกการเคาะบอกเวลาเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นโครงสร้างและรายละเอียด การตกแต่งสุดประณีตของคาลิเบอร์ 1150 อีกด้วย ฝาหลังแบบลับนี้เปิดออกได้ 180 องศา เผยให้เห็นทั้งหน้าปัดหลัก และกลไก Universal Calendar ซึ่งเป็นปฏิทินสุริยจันทรคติอันล้ำสมัยของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของนาฬิกา

การเชื่อมโยงประเพณีของมนุษย์กับจักรวาล
นับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นแห่งอารยธรรมมนุษยชาติต่างใช้ท้องฟ้าเป็นเครื่องมือนำทางผ่านการสังเกตการขึ้นลงของดวงจันทร์และการโคจรของดวงอาทิตย์อย่างสม่ำเสมอ บรรพบุรุษของเราได้กำหนดวัฏจักรเพื่อจัดระเบียบชีวิต การทำการเกษตร และวัฒนธรรม แม้จะไม่มีการสื่อสารระหว่างกลุ่มคนที่แตกต่างกัน แต่การคำนวณและการสังเกตการณ์ของพวกเขาก็มักจะมาบรรจบกัน การค้นพบทางโบราณคดียิ่งเผยให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอันน่าทึ่งในวิธีการที่ใช้ติดตามเวลาทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากโบราณสถานและปฏิทินในทวีปต่างๆ ตั้งแต่โกเบคลี เทเป (Göbekli Tepe) ในตุรกี ไป จนถึงเตาซี (Taosi) ในจีน และสโตนเฮนจ์ (Stonehenge) ในอังกฤษ

ความหลงใหลในจักรวาลซึ่งผู้คนจากต่างพื้นที่มีร่วมกันนี้ก่อให้เกิดการสร้างปฏิทินที่หลากหลาย ทั้งปฏิทินสุริยคติ ปฏิทิน จันทรคติ และปฏิทินสุริยจันทรคติ ซึ่งแต่ละปฏิทินสะท้อนการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์และบันทึกเหตุการณ์ทาง วัฒนธรรม ปฏิทินสุริยคติ เช่น ระบบเกรกอเรียนที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง มีพื้นฐานมาจากการโคจรของโลก รอบดวงอาทิตย์ โดยกำหนดทิศทางการหมุนเวียนของวันให้สอดคล้องกับฤดูกาลที่กำหนดโดยอายันและวิษุวัต (solstices and equinoxes) ปฏิทินจันทรคติแบบเดียวกับปฏิทินฮีบรู ฮินดู และจีน นับเดือนตามข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ และนับปีตามวัฏจักรสุริยะ ในขณะที่ปฏิทินจันทรคติ เช่น ปฏิทินอิสลาม นับเฉพาะข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์

กลไก Universal Calendar ซึ่งบรรจุอยู่ในฝาหลังของนาฬิกาพกพา ได้แรงบันดาลใจมาจากความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษยชาติกับท้องฟ้า โดยต่างจากปฏิทินถาวรแบบดั้งเดิมที่ใช้ระบบเวลาเดียว กลไกนี้รองรับการตีความที่หลากหลายจากทั่วโลก หน้าปัดไม่เพียงนำเสนอข้อมูลดาราศาสตร์ที่ซับซ้อนเท่านั้น ทว่ายังมอบอีกทางเลือกหนึ่งของประสบการณ์ การดูเวลาด้วยการผสมผสานศาสตร์แห่งนาฬิกาเข้ากับดาราศาสตร์และประเพณีของมนุษยชาติ

กลไก Universal Calendar รวบรวมกลไก 8 กลไก ซึ่งนำวัฏจักรสุริยะ จันทรคติ และสุริยจันทรคติมารวมกันบน หน้าปัดเดียว ทำให้เกิดภาพพาโนรามา 360 องศา พร้อม 18 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ปี ปีอธิกสุรทิน เดือน วันที่ สัปดาห์ ข้างขึ้น ข้างแรม และเครื่องหมายประจำฤดูกาล เช่น อายันและวิษุวัต รวมถึงการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรม 9 อย่างที่สืบทอดมา จากประเพณีทั่วโลก บางการเฉลิมฉลองมีพื้นฐานมาจากดวงอาทิตย์ ได้แก่ คริสต์มาส (Sol Invictus) และวันนักบุญ จอห์น (Inti Raymi) บางการเฉลิมฉลองมาจากการสังเกตดวงจันทร์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเดือนรอมฎอน และบางการ เฉลิมฉลองแบบจันทรคติ เช่น ดิวาลี โรชฮาชานาห์ เปซัก วิสาขบูชา อีสเตอร์ และตรุษจีน แต่ละเหตุการณ์ล้วนเป็นผล มาจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ สร้างความเชื่อมโยงอันแน่นแฟ้นระหว่างจักรวาลและประเพณีของมนุษย์เข้าด้วยกัน

การทำงานของกลไกนี้ทั้งสัมผัสได้และรวดเร็ว เพียงแค่หมุนวงล้อ 2 ทิศทางบนฝาหลังก็สามารถอัปเดตวัฏจักรปฏิทินได้ ทันทีถึง 2 ศตวรรษ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 ถึง 2099 การหมุนหนึ่งรอบจะเทียบเท่ากับวัฏจักรเมโทนิกหนึ่งรอบ โดยทุก การบ่งชี้จะอัปเดตทันที เนื่องจากกลไกทำงานแยกจากกลไกคาลิเบอร์ 1150 จึงยังคงซิงก์กันจนถึงปี 2099 โดยไม่เกี่ยงว่านาฬิกามีพลังงานสำรองอยู่มากน้อยเพียงใด

ภาพหน้าปัดปฏิทินสากลนี้ ซึ่งตั้งค่าไว้ที่ปี 2000 จะแสดงวัฏจักรสุริยคติ จันทรคติ และสุริยจันทรคติในหน้าปัดเดียว วงแหวนด้านนอกแสดงเดือน และการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ขณะที่วงแหวนด้านในแสดงข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับวันที่ สัปดาห์ ข้างขึ้นข้างแรม และเหตุการณ์ทางวัฒนธรรม © ภาพลิขสิทธิ์จากโอเดอมาร์ ปิเกต์


“นาฬิกาเรือนนี้สดุดีความก้าวหน้าของมนุษยชาติด้วยกลไกการ บอกเวลา ทั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักดาราศาสตร์และ นักวิทยาศาสตร์ยุคแรก ๆ ผู้เฝ้ามองท้องฟ้าเป็นคนแรก นัก คณิตศาสตร์ผู้ครุ่นคิดเรื่องเวลา และช่างท˚านาฬิกาผู้ท˚าให้เวลา ปรากฏชัดออกมา ‘150 Heritage’ สะท้อนถึงความเฉลียว ฉลาดและพรสวรรค์ของมนุษย์ และสะท้อนถึงประเพณีอัน ยาวนานของการสร้างสรรค์งานฝีมือที่สืบทอดต่อกันใน หลากหลายอารยธรรม”
จูลิโอ ปาปี (Giulio Papi)
ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบคอนเซ็ปต์นาฬิกา โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว

สืบสานงานหัตถศิลป์ชั้นสูง
นาฬิกาพกพารุ่น 150 Heritage รังสรรค์ขึ้นเพื่อเชิดชูนักดาราศาสตร์ ช่างทำนาฬิกา และช่างฝีมือผู้ใช้ความสามารถที่มี สรรค์สร้างวิธีการนับเวลาในอารยธรรมต่าง ๆ เรือนเวลานี้ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาอันล่ำค่าที่ช่วยกำหนดนิยามความเป็นอุตสาหกรรมเรือนเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) มาตลอดหลายศตวรรษ

โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้มอบความไว้วางใจให้ช่างฝีมือผู้ชำนาญการเป็นผู้รังสรรค์งานตกแต่งเรือนเวลารุ่นนี้ ตัวเรือนแพลทินัม ซึ่งได้รับการคัดสรรมาใช้ด้วยเหตุผลของความหายากและคุณค่าเชิงสัญลักษณ์อันลึกซึ้ง โดยผ่านการสลักด้วยมือทั้งหมด จนเกิดผลลัพธ์เป็นงานฝีมือที่หาได้ยากและต้องใช้ความประณีตบรรจงอย่างยิ่ง งานสร้างสรรค์นี้เดิมทีสงวนไว้สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นที่พิเศษมากๆ เท่านั้น การรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ออกมาจึงนับว่าเป็นการเชิดชูความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และมรดกที่สืบสานมาตลอด 150 ปีได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด และด้วยการจัดวางปุ่มกดและเม็ดมะยมของฟังก์ชันโครโนกราฟทั้งหมดไว้บนส่วนเล็กๆ ด้านข้างตัวเรือน พื้นผิวที่เหลือจึงกลายเป็นผืนผ้าใบสำหรับ ลวดลายและฉากต่างๆ ที่จะสื่อถึงประวัติศาสตร์ของแบรนด์ รวมถึงภาพของผู้ก่อตั้งและโลโก้ครบรอบ 150 ปี

หน้าปัดหลักที่รังสรรค์ขึ้นจากไวท์โกลด์ 18 กะรัต โดดเด่นด้วยงานหัตถศิลป์หลากหลายรูปแบบ ทั้งการเคลือบลงยาสีน้้ำเงินโปร่งแสงแบบ grand feu ที่รังสรรค์ขึ้นโดยผ่านการเผาหลายครั้งเพื่อสร้างมิติแห่งแสง ตัวเลขโรมันไวท์โกลด์ 18 กะรัตบนหน้าปัดถูกแกะสลักด้วยมือและตั้งอยู่เหนือเส้นสายของดวงดาว ชวนให้นึกถึงท่วงทำนองแห่งสรวงสวรรค์ที่ มอบแรงบันดาลใจให้กับช่างทำนาฬิกามาหลายชั่วอายุคน การตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยมือนี้ยังขยายไปถึงหน้าปัด แสดง Universal Calendar ที่ด้านหลังของนาฬิกา ตอกย้ำธีมดาราศาสตร์ให้เด่นชัดทั่วทั้งเรือน เข็มนาฬิกาพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัตที่แกะสลักด้วยมือเช่นกัน ช่วยเพิ่มคอนทราสต์เพื่อการอ่านเวลาได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งใช้โทนสีที่ล้อไปกับโทนสีของเข็มโครโนกราฟและบริดจ์ flying tourbillon

และเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ลงตัวนาฬิกาเรือนนี้ยังมาพร้อมสายแพลทินัมทำมือที่ยกย่องศิลปะการทำสายโซ่แบบ ดั้งเดิม ผสมผสานความกลมกลืนที่งดงามเข้ากับความงามสง่าที่สะท้อนถึงการใช้งานได้จริง การผสมผสานงานหัตถศิลป์ ประเภทต่างๆ ทั้งศิลปะการแกะสลัก การลงยา และการทำสายโซ่ ยังสะท้อนให้เห็นถึงการที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้นำทักษะ ดั้งเดิมมาพัฒนาผลงานสร้างสรรค์และช่วยเติมเต็มพัฒนาการของอุตสาหกรรมเรือนเวลาชั้นสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนาฬิกาแพลทินัม 2 เรือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว โอเดอมาร์ ปิเกต์ยังรังสรรค์นาฬิการุ่นไวท์โกลด์ 18 กะรัตอีก 8 เรือนที่พร้อมเผยโฉมต่อสาธารณชน โดยแต่ละเรือนล้วนสะท้อนถึงมาตรฐานการทำงานฝีมือและความใส่ใจในรายละเอียดในแบบเดียวกัน

รากฐานจาก 150 ปีแห่งความเชี่ยวชาญ
เป็นเวลากว่า 150 ปีที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้บ่มเพาะประเพณีแห่งความเป็นเลิศ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการแสวงหาความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นาฬิกาเรือนแรกเริ่มของผู้ก่อตั้งที่ถือกำเนิดออกมาในปี 1875 นาฬิกาที่มาพร้อมระบบปฏิทินก็เริ่มมีบทบาทสำคัญในการสำรวจการสร้างสรรค์ด้านเทคนิคของโอเดอมาร์ ปิเกต์แล้วความเชี่ยวชาญนี้ ก่อให้เกิดผลงานสร้างสรรค์อันโดดเด่น 2 รุ่น ได้แก่ L’Universelle ซึ่งรังสรรค์ขึ้นสำหรับ Union Glashütte ในปี 1899 และเป็นที่รู้จักในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่โอเดอมาร์ ปิเกต์เคยผลิตออกมา และ La Grosse Pièce ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1921 เพื่อ S. Smith & Sons ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติอังกฤษ โดยนาฬิกาเรือนนี้ โดดเด่นด้วย 18 กลไกที่ซับซ้อนและฟังก์ชันปฏิทินที่ครอบคลุมที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์


จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกนี้ยังคงสืบสานต่อมาตลอดหลายทศวรรษ ในปี 1955 โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้เปิดตัวนาฬิกา ข้อมือปฏิทินถาวรเรือนแรกพร้อมระบบแสดงปีอธิกสุรทิน (โมเดล 5516, คาลิเบอร์ 13VZSSQP) ตามมาด้วยนาฬิกา ปฏิทินถาวรอัตโนมัติสุดบางเฉียบในปี 1978 (โมเดล 5548, คาลิเบอร์ 2120/2800) ซึ่งถือว่าบางที่สุดในยุคนั้น ต่อมาการเปิดตัวคาลิเบอร์ 5134 ในปี 2015 ได้ปรับโฉมระบบปฏิทินถาวรให้เข้ากับสัดส่วนของตัวเรือนรุ่น Royal Oak ขนาด 41 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์

คาลิเบอร์ 5133 (RD#2) เขียนนิยามใหม่ให้กับตัวเรือนแบบบางเฉียบในปี 2018 ด้วยการผสานรวมฟังก์ชันปฏิทิน ถาวรทั้งหมดไว้ในระนาบเดียว จากนั้น 5 ปีต่อมา คาลิเบอร์ 1000 (RD#4) ก็ได้รวมฟังก์ชันอันซับซ้อนหลายอย่างไว้ ในกลไกเดียวตามหลักสรีรศาสตร์ล่าสุด คาลิเบอร์ 7138 และ 7136 ที่เปิดตัวออกมาเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างสรรค์กลไกซับซ้อนของโอเดอมาร์ ปิเกต์ โดยโฟกัสที่การมอบความสะดวกสบายและหลักสรีรศาสตร์เพื่อการใช้งานที่ง่ายเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การสวมใส่นาฬิกา พร้อมสะท้อนถึงบทใหม่ในแนวทางการพัฒนากลไกของโอเดอมาร์ ปิเกต์

และสำหรับพัฒนาการล่าสุดของการสร้างสรรค์เรือนเวลานี้ คาลิเบอร์ 1150 ไขลานด้วยมือที่มีความซับซ้อนสูง ได้สานต่อประวัติศาสตร์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ให้ก้าวไปไกลยิ่งกว่าเรื่องของกลไก แต่เป็นการนำเสนอการผสมผสานที่ลงตัว ระหว่างความประณีตทางเทคนิคและสุนทรียศาสตร์เข้าด้วยกัน

“การได้พบ ‘L’Universelle’ ที่พิพิธภัณฑ์โอเดอมาร์ ปิเกต์ ทำห้ฉันนึกย้อนไปถึงนาฬิกาพกพาของคุณปู่ของฉันในทันที นั่น คือช่วงเวลาเรียบง่ายเพียงชั่วขณะสั้นๆ ที่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันแสนพิเศษ 150 Heritage เป็นมากกว่าการรำลึกถึงอดีต แต่เป็นภาพสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านการทำงานฝีมือสุดพิถีพิถันของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ที่หลอมรวมทั้งผู้คน ทักษะ และวิสัยทัศน์จากหลากหลายรุ่นและจากทุกแผนกของบริษัทเหนือสิ่งอื่นใด ผลงานชิ้นนี้ยังเป็นเหมือนบทพิสูจน์ของพลังความร่วมมือและความหลงใหล ซึ่งยังคงกำหนดอนาคตของโอเดอมาร์ ปิเกต์อย่างต่อเนื่อง”
อิลาเรีย เรสตา (Ilaria Resta)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว

Join the discussion @Audemars Piguet
Follow us on     #Audemars Piguet
Facebook           https://www.facebook.com/audemarspiguet
Instagram          https://www.instagram.com/audemars piguet
Line:                     https://aplb.ch/Line
LinkedIn             https://www.linkedin.com/company/audemars-piguet
Pinterest            https://www.pinterest.com/audemarspiguet/
TikTok                 https://www.tiktok.com/@audemars piguet
WeChat:             https://aplb.ch/WeChat
Weibo                 https://www.weibo.com/audemarspiguetchina 
X                           https://x.com/Audemars Piguet
Youku                 https://www.youku.com/profile/index/?uid=UNDMwNjcyODQ4
YouTube             https://www.youtube.com/c/audemarspiguet

About Audemars Piguet
โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังคง ดําเนินธุรกิจสืบทอดกันในครอบครัวผู้ก่อตั้งมาจวบจนปัจจุบัน (ตระกูลโอเดอมาร์และตระกูลปิเกต์) นับตั้งแต่ปี 1875 โอเดอมาร์ ปิ เกต์ยังคงผลิตเครื่องบอกเวลาที่เมืองเลอ บราซูส์ (Le Brassus) โดยสืบสานฝีมือการทํางานของช่างผู้เชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น พร้อม ทั้งพัฒนาทักษะและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตความชํานาญที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถอันนําไปสู่การก้าวข้าม ขีดจํากัดที่เคยมีอย่างต่อเนื่อง โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาหรูหราแห่งประวัติศาสตร์มากมาย ณ วัลเลย์ เดอ ฌซ์ (Vallée de Joux) หนึ่งในต้นกําเนิดของศาสตร์การผลิตนาฬิกาข้อมือชั้นนําใจกลางสวิตเซอร์แลนด์ และสถานที่ซึ่งเผยให้เห็น เอกลักษณ์ความเชี่ยวชาญของคนรุ่นก่อนซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณอันก้าวหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง โอเดอมาร์ ปิเกต์พร้อมแบ่งปัน ความหลงใหลและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับผู้ที่รักเครื่องบอกเวลาทั่วโลกภายใต้ภาษาแห่งอารมณ์ ผ่านการ แลกเปลี่ยนคุณค่าที่หลากหลายในสายงานสร้างสรรค์ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจออกไปยังผู้คนทั่วทุกมุมโลก

The Beat Goes On     www.audemarspiguet.com

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้