AUDEMARS PIGUET Neo Frame Jumping Hour

Last updated: 4 ก.พ. 2569  |  49 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AUDEMARS PIGUET Neo Frame Jumping Hour

โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวนาฬิกา Neo Frame Jumping Hour เรือนใหม่ในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมลายริ้วแนวตั้ง (vertical gadroon) ด้วยแรงบันดาลใจจากแนวทางการดีไซน์แบบสตรีมไลน์ นาฬิกาเรือนนี้ยังถือเป็นการเปิดตัวคาลิเบอร์ 7122 กลไกอัตโนมัติแบบ Jumping Hour เป็นครั้งแรกของโอเดอมาร์ ปิเกต์ ซึ่งผสานความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เรือนเวลาเข้ากับสุนทรียะสไตล์วินเทจ พร้อมนำเสนอโครงสร้างของตัวเรือนที่ใหม่หมดจด โดดเด่นด้วยตัวเรือนพิ้งค์โกลด์และแซฟไฟร์ รวมถึงสายนาฬิกาที่ประดับด้วยลวดลายซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ยึดมั่นมา โดยตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์

ภายใต้การออกแบบที่เรียบง่าย ลายริ้วแนวตั้ง และเส้นสายที่ปราดเปรียว นาฬิการุ่น Neo Frame Jumping Hour เผยคุณลักษณะเด่นของรุ่น pre-model 1271 จากปี 1929 อีกครั้ง © ภาพลิขสิทธิ์จากโอเดอมาร์ ปิเกต์

ด้วยแรงบันดาลใจจากอดีต
รังสรรค์เพื่อปัจจุบัน
โอเดอมาร์ ปิเกต์มุ่งมั่นที่จะเชิดชูมรดกแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาและประเพณีการออกแบบอันยาวนาน โดยการนำนาฬิกาที่มีความโดดเด่นบางเรือนในแต่ละยุคสมัยมาตีความใหม่ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์เรือนเวลาอีกครั้งในยุคปัจจุบัน

ในวันนี้ โอเดอมาร์ ปิเกต์ เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Neo Frame Jumping Hour ที่ผสมผสานความเป็นงานฝีมือ สมัยใหม่เข้ากับความงามแบบวินเทจ และภายใต้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาในปี 1929 (รุ่น pre-model 1271) นาฬิกา รุ่นใหม่นี้อยู่บนจุดตัดของความพิถีพิถันแบบงานสถาปัตยกรรมการสร้างสรรค์เรือนเวลา และการตีความใหม่ของกระบวนการทำงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ โดยนำเอาดีไซน์จากทศวรรษ 1930 กลับมานำเสนอพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในการพัฒนาทั้งส่วนประกอบต่างๆ ของตัวเรือนและกลไก นาฬิกาเรือนนี้ยังผ่านการตกแต่งด้วยมืออย่างพิถีพิถันด้วยความเชี่ยวชาญแบบดั้งเดิม สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างประเพณี ความกล้าหาญ และนวัตกรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโอเดอมาร์ ปิเกต์มากว่า 150 ปี

STREAMLINE MODERNE:
เส้นโค้งและเส้นตรง
การผสมผสานเส้นตรงและเส้นโค้งที่ทอดยาวของนาฬิการุ่น pre-model 1271 เป็นการหยิบเอาแรงบันดาลใจโดยตรง จากสไตล์ที่เรียกว่า Streamline Moderne หรือที่รู้จักกันในชื่อ Paquebot หรือสไตล์ Ocean Liner ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของอาร์ตเดโคในยุคหลัง สไตล์นี้ถือกำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้ง แนวคิดเรื่องการออกแบบและสถาปัตยกรรมแนวทางนี้ ยึดถือแนวคิดแบบมินิมอล โดยแสวงหาแรงบันดาลใจจากรูปทรงที่ปราดเปรียวเพรียวลมของรถไฟและเรือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเร็วและความทันสมัย ผลลัพธ์ที่ได้คือเส้นสายที่ดูสะอาดตา รูปทรงโค้ง มุมที่โค้งมน และการใช้วัสดุสมัยใหม่ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับองค์ประกอบทางทะเล

สไตล์ Paquebot สืบทอดเจตนารมณ์ของอาร์ตเดโคที่ต้องการผสานความทันสมัยเข้ากับความเป็นงานฝีมือ ขณะเดียวกันก็ผสมผสานอิทธิพลของเบาเฮาส์ (Bauhaus) เข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณค่าของวัสดุ ความโดดเด่นเชิงเทคโนโลยี และความมินิมอลสุดประณีตบรรจง ซึ่งล้วนเป็นลักษณะเด่นที่สะท้อนอยู่ในนาฬิการุ่น Neo Frame Jumping Hour ใหม่ทั้งสิ้น.

“โอเดอมาร์ ปิเกต์ยึดมั่นในรากฐานจากอดีตพร้อมกับการมองไปข้างหน้าสู่อนาคตอยู่เสมอ นาฬิกา Neo Frame Jumping Hour ใหม่ สะท้อนให้เห็นปรัชญานี้อย่างเด่นชัด โดยยกย่องมรดกทางประวัติศาสตร์ของการสร้างสรรค์เรือนเวลาอันล้ำค่า ผ่านนาฬิกาเรือนเด่นที่เราเลือกตีความใหม่ด้วยเทคนิคสุดล้ำหน้าและแนวคิดที่ร่วมสมัย”
อิลาเรีย เรสตา (Ilaria Resta)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว

เรือนเวลาที่มาพร้อมดีไซน์ทูโทนสง่างาม
นาฬิกาเรือนใหม่ที่มาพร้อมตัวเรือนขนาด 34.6 มม. x 34 มม. (ไม่รวมขานาฬิกา) นี้ ถ่ายทอดความงามจากรุ่น pre- model 1271 เพื่อยกย่องดีไซน์สตรีมไลน์ด้วยวิถีทางที่มีความร่วมสมัย ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าผลิตจากพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ขนาบข้างด้วยลายริ้วโค้ง (gadroon) 8 ลายในแต่ละด้านที่ยาวต่อเนื่องแลดูสง่างามสู่ขานาฬิกาทรงแหลม สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวตามหลักอากาศพลศาสตร์ ลวดลายอันโดดเด่นที่ผ่านการใช้เทคนิคการตัดเฉือนแบบซีเอ็นซี (computer numerical control: CNC) นี้ ยังมีให้เห็นที่ฝาหลัง เม็ดมะยม และ oscillating weight โดยทั้งหมด รังสรรค์ขึ้นจากพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ความแม่นยำอันเป็นที่สุดของการจัดวางเส้นสายที่ฝาหลังให้ตรงกับขานาฬิกานี้ เป็นไปเพื่อให้เกิดความกลมกลืนทางสายตา

นาฬิกาเรือนนี้ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ทูโทนร่วมสมัย และการเลือกใช้แซฟไฟร์เคลือบพีวีดีสีดำบนหน้าปัดมาพร้อม 2 ช่องบอกเวลากรอบทองที่แสดงตัวเลขชั่วโมงและนาที พิมพ์ด้วยสีขาวบนพื้นหลังสีดำ ตราสัญลักษณ์ของโอเดอมาร์ ปิ เกต์ประทับอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาในโทนสีพิ้งค์โกลด์เช่นเดียวกัน

แม้จะดูเรียบง่ายแต่การสร้างสรรค์หน้าปัดแซฟไฟร์นั้น ต้องใช้ความพยายามและกระบวนการประกอบที่พิถีพิถันเป็น พิเศษ ถึงแม้ว่ารุ่น pre-model 1271 จะใช้หน้าปัดโลหะ (ในโทนสีทองที่หลากหลายหรือแพลทินัม) แต่ในผลงานที่ ผ่านการตีความใหม่นี้กลับเป็นไปตามมาตรฐานสมัยใหม่ ด้วยการเลือกใช้คริสตัลแซฟไฟร์ที่กันน้ำได้ดีแทนที่จะเป็นหน้าปัดโลหะ โดยทั่วไปแล้วในการผลิตจะทำโดยการกดคริสตัลลงบนขอบตัวเรือน แต่สำหรับ Neo Frame Jumping Hour นั้นไม่มีกรอบโลหะที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา ทำให้แซฟไฟร์เกินออกมา ซึ่งเพื่อให้แน่ใจว่า สามารถกันน้ำได้ลึก 20 เมตร เพลทหน้าปัดจึงถูกยึดเข้ากับคริสตัลแซฟไฟร์ ก่อนขันสกรูเข้ากับตัวเรือน เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นสำหรับนาฬิกาเรือนนี้โดยเฉพาะ

นาฬิกาเรือนใหม่นี้ยังถูกยกระดับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อผนวกดีไซน์แห่งประวัติศาสตร์เข้า กับโลกยุคปัจจุบัน เม็ดมะยมแบบใหม่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขึ้นลาน พร้อมมอบรูปลักษณ์ที่ประณีตงดงามให้กับนาฬิกา

นาฬิกาเรือนนี้ใช้สายหนังลูกวัวสีดำสุดโก้ โดดเด่นด้วยลวดลายที่รังสรรค์ขึ้นโดยทีมออกแบบของโอเดอมาร์ ปิเกต์ สาย นาฬิกายังผสานเข้ากับตัวเรือนได้อย่างลงตัว โดยเชื่อมกับแซฟไฟร์ระหว่างขานาฬิกา เน้นย้ำแรงบันดาลใจแบบวินเทจ ของนาฬิการุ่นนี้

คาลิเบอร์ 7122 :
ครั้งแรกของโอเดอมาร์ ปิเกต์
หลอมรวมการแสดงความเคารพต่ออดีตเข้ากับเทคนิคสุดล้ำสมัย ด้วยกลไกอัตโนมัติแบบ Jumping Hour กลไกแรก จากโอเดอมาร์ ปิเกต์ โดยคาลิเบอร์ 7122 ใหม่ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของคาลิเบอร์ 7121 ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้กับนาฬิกา รุ่น Royal Oak “Jumbo” เป็นกลไกซึ่งโอเดอมาร์ ปิเกต์พัฒนาขึ้นเองเป็นการภายในคาลิเบอร์ชุดนี้ได้รวมเอา กลไก Jumping Hour แบบทันทีเข้ากับกลไกแสดงนาทีต่อเนื่อง จึงมอบความแม่นยำ ประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในการบอกเวลาให้กับผู้ใช้ได้อย่างลงตัว

คาลิเบอร์ 7122 ซึ่งสำรองพลังงานได้นาน 52 ชั่วโมง มาพร้อมระบบดูดซับแรงกระแทกที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งช่วยป้องกันการกระโดดของการนับชั่วโมงในกรณีที่มีแรงกระแทก ทำให้นาฬิกาเรือนนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดิสก์บอกชั่วโมงผลิตจากไทเทเนียมเพื่อเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทก ขณะที่ดิสก์บอกนาทีที่แสดงเวลาต่อเนื่องผ่านช่องบอกเวลา ผลิตจากโลหะผสมทองแดง

ที่ด้านหลังของนาฬิกาผู้สวมใส่สามารถมองเห็นกลไกได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ เผยให้เห็นงานตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ ของเรือนเวลาชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นงานขัดลายวงกลมวน (Côtes de Genève) หรืองานขัดแบบซาติน รวมถึง oscillating weight ดีไซน์พิเศษที่เสริมด้วยลายเซาะร่องประดับเพิ่มเติม

“นาฬิกาเรือนใหม่นี้เป็นผลงานที่ยกย่องความเป็นนักบุกเบิกของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ซึ่งพัฒนานาฬิกากลไก Jumping Hour เรือนแรก ในช่วงทศวรรษ 1920 ย้อนกลับไปในสมัยนั้น กระจกมีความเปราะบางมากจนต้องได้รับการปกป้องด้วยโลหะ แต่ปัจจุบัน แซฟไฟร์คือวัสดุสำคัญที่เราเลือกใช้”
เซบาสเตียน วิวาส (Sébastian Vivas)
ผู้อำนวยการฝ่ายประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว

ประเพณีทีสื่บสานของงานสรา้งสรรค์เรือนเวลา
กลไก Jumping Hour ปฏิวัติการแสดงเวลาโดยการแทนที่เข็มนาฬิกาแบบเดิมด้วยตัวเลขที่กระโดดไปทุกๆ 60 นาที กลไกนี้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกราวปี 1650 ในนาฬิกาสำหรับเวลากลางคืน และถูกนำมาปรับใช้อีกครั้งในศตวรรษที่ 18 สำหรับนาฬิกาพกพาเพื่อให้อ่านเวลาได้ง่ายขึ้น ในช่วงแรก กลไก Jumping Hour จับคู่กับหน้าปัดรองที่มีเข็ม ชั่วโมง ทว่าตั้งแต่ปี 1890 เป็นต้นมา ตัวบ่งชี้นาทีจะปรากฏบนแผ่นดิสก์หมุนที่มองผ่านช่องบอกเวลาช่องที่ 2

เพราะความนิยมของนาฬิกาข้อมือในช่วงระหว่างสงครามกลไก Jumping Hour จึงได้รับความนิยมมากขึ้นด้วย เนื่องจากหน้าปัดที่ดูทันสมัยและประโยชน์ใช้สอยที่ดีเยี่ยม หน้าปัดแบบ full dial พร้อมช่องบอกเวลา 2 ช่องช่วยปกป้องกระจกมิเนอรัลสุดบอบบางได้ดีนาฬิกาข้อมือกลุ่มนี้ผสานรูปลักษณ์และฟังก์ชันเข้าด้วยกันได้อย่างหรูหรา

โอเดอมาร์ ปิเกต์มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกนาฬิกาข้อมือพร้อมกลไก Jumping Hour โดยในระหว่างปี 1924- 1951 แบรนด์ได้จำหน่ายนาฬิกาที่มีระบบหน้าปัดพร้อมกลไกอันซับซ้อนนี้ไปเป็นจำนวน 347 เรือน โดย 135 เรือน ในจำนวนนั้นมีช่องบอกเวลา 2 ช่อง รุ่นแรก (No. 27826) โดดเด่นด้วยตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ช่องบอกเวลาช่องเดียว และเข็มนาที ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 10HPVM ในปี 1924 เพียงปีเดียวมีการจำหน่ายนาฬิการุ่น Jumping Hour จำนวน 14 เรือน ทั้งแบบหน้าปัดสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยใช้คาลิเบอร์ 10HPVM หรือคาลิเบอร์ 10GHSM ซึ่งกลไกแบบหลังใช้ขับเคลื่อนนาฬิกาส่วนใหญ่จากทั้งหมด 212 เรือนที่มีช่องบอกชั่วโมงและเข็มนาทีที่ผลิตจนถึงปี 1951

นาฬิกาข้อมือแบบมีช่องบอกเวลาคู่ที่มีหน้าปัดแบบมีฝาปิด เปิดโอกาสให้โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้สำรวจสุนทรียะในการออกแบบในแนวทางใหม่ นอกเหนือจากตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสและสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วแบรนด์ยังได้สร้างนาฬิกา ทรงสี่เหลี่ยมมุมมน (cushion-shaped) ที่มีขานาฬิกาแบบถอดได้หรือแบบซ่อน ตัวเรือนมีรายละเอียดของงานสลัก และอาจมีดีไซน์ของช่องบอกเวลา 3 ช่อง

นาฬิการุ่น pre-model 1271 ซึ่งวางจำหน่ายในช่วงปี 1929 และ 1930 เป็นหนึ่งในนาฬิการุ่นแรกๆ ที่มีช่องบอกเวลาคู่ โดยผลิตออกมาเพียง 14 เรือนใน 4 รุ่น ได้แก่ รุ่นไวท์โกลด์ รุ่นไวท์โกลด์และเยลโลวโกลด์ รุ่นไวท์โกลด์และกรีน โกลด์ และรุ่นแพลทินัมที่เป็นเอกลักษณ์ เกือบทั้งหมดถูกจำหน่ายออกไปก่อนวิกฤติตลาดหุ้นในเดือนตุลาคม ปี 1929 ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของยุค Roaring Twenties นาฬิการุ่นแพลทินัมในปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์โอเดอ มาร์ ปิเกต์ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างสรรค์นาฬิกา Neo Frame Jumping Hour รุ่นใหม่ นาฬิการุ่น ดังกล่าวเคยถูกขายให้กับบุตรชายของช่างทำรองเท้าชื่อดังบนถนนบรอดเวย์

นาฬิกาข้อมือแบบ Jumping Hour ค่อยๆ เลือนหายไปในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับได้รับความนิยม อีกครั้งในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ในยุคแห่งการออกแบบยุคอวกาศ (Space Age) ยุคที่เฟื่องฟูจริงๆ ของ นาฬิกาเรือนนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เมื่อโอเดอมาร์ ปิเกต์เริ่มผสมผสานคอมพลิเคชันนี้เข้ากับกลไก minute repeater ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่แบรนด์ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลาสองทศวรรษ


สำหรับนาฬิกาเรือนใหม่นี้นับเป็นการยกย่องดีไซน์แห่งยุค 1930 ด้วยกลวิธีที่ร่วมสมัย โอเดอมาร์ ปิเกต์ยังคงสืบสานประเพณีแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลา โดยใช้ทั้งนวัตกรรมทางเทคนิคและการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เหมือนเช่น ที่เคยเป็นมา

Join the discussion @Audemars Piguet
Follow us on     #Audemars Piguet
Facebook           https://www.facebook.com/audemarspiguet
Instagram          https://www.instagram.com/audemars piguet
Line:                     https://aplb.ch/Line
LinkedIn             https://www.linkedin.com/company/audemars-piguet
Pinterest            https://www.pinterest.com/audemarspiguet/
TikTok                 https://www.tiktok.com/@audemars piguet
WeChat:             https://aplb.ch/WeChat
Weibo                 https://www.weibo.com/audemarspiguetchina 
X                           https://x.com/Audemars Piguet
Youku                 https://www.youku.com/profile/index/?uid=UNDMwNjcyODQ4
YouTube             https://www.youtube.com/c/audemarspiguet

About Audemars Piguet
โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังคง ดําเนินธุรกิจสืบทอดกันในครอบครัวผู้ก่อตั้งมาจวบจนปัจจุบัน (ตระกูลโอเดอมาร์และตระกูลปิเกต์) นับตั้งแต่ปี 1875 โอเดอมาร์ ปิ เกต์ยังคงผลิตเครื่องบอกเวลาที่เมืองเลอ บราซูส์ (Le Brassus) โดยสืบสานฝีมือการทํางานของช่างผู้เชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น พร้อม ทั้งพัฒนาทักษะและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตความชํานาญที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถอันนําไปสู่การก้าวข้าม ขีดจํากัดที่เคยมีอย่างต่อเนื่อง โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาหรูหราแห่งประวัติศาสตร์มากมาย ณ วัลเลย์ เดอ ฌซ์ (Vallée de Joux) หนึ่งในต้นกําเนิดของศาสตร์การผลิตนาฬิกาข้อมือชั้นนําใจกลางสวิตเซอร์แลนด์ และสถานที่ซึ่งเผยให้เห็น เอกลักษณ์ความเชี่ยวชาญของคนรุ่นก่อนซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณอันก้าวหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง โอเดอมาร์ ปิเกต์พร้อมแบ่งปัน ความหลงใหลและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับผู้ที่รักเครื่องบอกเวลาทั่วโลกภายใต้ภาษาแห่งอารมณ์ ผ่านการ แลกเปลี่ยนคุณค่าที่หลากหลายในสายงานสร้างสรรค์ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจออกไปยังผู้คนทั่วทุกมุมโลก

The Beat Goes On     www.audemarspiguet.com

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้