GREUBEL FORSEY Balancier Convexe S2

Last updated: 18 มี.ค. 2569  |  241 จำนวนผู้เข้าชม  | 

GREUBEL FORSEY Balancier Convexe S2

Greubel Forsey เผยโฉมสองรุ่นสุดท้ายของ Balancier Convexe S2 ได้แก่ รุ่นตัวเรือนเซรามิกสีดําตัดกับ Red gold 5N และรุ่นตัวเรือนเซรามิกสีขาว ซึ่งถือเป็นการปิดฉากกลไกที่ใช้เวลาพัฒนาและสร้างสรรค์มาตลอด 5 ปี แต่ละรุ่นผลิตจํากัดเพียง รุ่นละ 11 เรือนเท่านั้น ทําให้เป็นผลงานที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดในชีรีส์นี้ นาฬิการุ่นนี้มาในตัวเรือนทรง Convexe อันเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 41.5 มิลลิเมตร (วัดจากขอบตัวเรือน) ขับเคลื่อนด้วยระบบกลไกไขลานที่มี Balance Wheel หรือจักรกรอกที่วางเอียงทํามุม 30 องศา ซึ่งถือเป็นตัวแทนที่ชัดเจนที่สุดของกลไก ตระกูล Balancier Convexe S2 การเปิดตัวครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่ระยะสุดท้าย โดยการผลิตจะยุติลงอย่างถาวรในปี 2026 เพื่อปิดฉากบทบาทสําคัญในการพัฒนาเชิงกลของ Greubel Forsey

หัวใจสําคัญของกลไกชุดนี้คือ ระบบจักรกรอกหรือ Balance wheel ที่วางเอียงทํามุม 30 องศา อันเป็นเอกลักษณ์ของ Greubel Forsey ซึ่งถูกจัดวางให้เป็นทั้งจุดศูนย์กลางทางสายตา และศูนย์กลางแห่งความเที่ยงตรงของเรือนเวลา โครงสร้างกลไกถูกออกแบบโดยเน้นความโปร่งและมิติในเชิงลึก ประกอบด้วยสะพานจักรแบบเล่นระดับและโครงสร้างแบบลอยตัวที่ตั้งใจเผยให้เห็นการทํางานของจักรกลแทนที่จะซ่อนไว้ภายในด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 301 ชิ้น และชุดจักร Escapement Platform อีก 68 ชิ้น กลไกชุดนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างความโปร่งเบา ทางโครงสร้างและความซับซ้อนทางเทคนิคที่อัดแน่นไว้ด้วยกัน ตลับลานคู่แบบหมุนเร็วมอบสารองพลังงานที่เปี่ยมด้วยความเที่ยงตรงยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ในขณะที่จักรกรอกแบบปรับค่าแรงเฉื่อย ซึ่งผลิตขึ้นเองในเวิร์กช็อป พร้อมสกรูทองคําปรับตั้งเวลา 6 หลัก ทํางานด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง

ปรัชญาการตกแต่งรายละเอียดขั้นสุดท้ายยังคงเป็นรากฐานสําคัญที่บ่งบอกตัวตนของเรือนเวลานี้ สะพานจักรและแผ่น แท่นเครื่องที่รังสรรค์จากไทเทเนียมถูกขัดแต่งพื้นผิวด้วยเทคนิคพ่นทราย และเก็บรายละเอียดด้วยมืออย่างวิจิตร ทั้งการลบเหลี่ยมมุมให้เงางาม การขัดหลุมรับสกรู และการสร้างรอยต่อระหว่างพื้นผิวที่เนี้ยบกริบไร้ที่ติชิ้นส่วนทุกชิ้นได้รับการเอาใจใส่ในระดับสูงสุดเฉกเช่นเดียวกัน แม้ในส่วนที่ซ่อนเร้นจากสายตา สะท้อนถึงมาตรฐานการทํางานอันเที่ยงตรงที่ยึดถือความสมบูรณ์แบบของโครงสร้างเหนือกว่าเพียงภาพลักษณ์ที่มองเห็น โดยนาฬิกาสองรุ่นสุดท้ายนี้ต่างนําเสนอเอกลักษณ์ทางสายตาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงสอดประสานอยู่บนพื้นฐานทางกลไกชุดเดียวกัน

รุ่นตัวเรือนเซรามิกสีดําและทอง 5N red gold มุ่งเน้นการแสดงความต่างและมิติเชิงลึก โดยชิ้นส่วนกลไกที่ผ่านการเคลือบสีดําและตัวเรือนเซรามิกทําหน้าที่เป็นดั่งกรอบที่โอบล้อมโครงสร้างสถาปัตยกรรมภายในเอาไว้ ในขณะที่ขอบตัวเรือนและฝาหลังทองเรดโกลด์ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นและสร้างนํ้าหนักทางสายตาที่โดดเด่นการสอดประสานกันระหว่างพื้นผิวแบบด้าน และแบบขัดเงา ช่วยขับเน้นบุคลิกอันเป็นสามมิติของกลไกให้เด่นชัดยิ่งขึ้น พร้อมกับตอกย้ำลักษณะอันเป็นประติมากรรมของตัวเรือนทรง Convexe ได้อย่างสง่างาม

ในรุ่นตัวเรือนเซรามิกสีขาวนั้นเป็นการนําเสนอในทิศทางที่ตรงกันข้าม โดยตัวเรือนสีอ่อนแบบคุมโทนช่วยขับเน้นความโปร่งตาและความแม่นยํา เปิดโอกาสให้กลไกภายในเผยความโดดเด่นผ่านการตกกระทบของแสงและเงา ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพลักษณ์ที่ดูเป็นเชิงเทคนิคและมีความเป็นกราฟิกชัดเจนยิ่งขึ้น โดยให้ตัวโครงสร้างทําหน้าที่เป็นภาษาหลักในการสื่อสารทางสายตา นอกจากนี้วัสดุเซรามิกสีขาวยังช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ของรูปทรงเรขาคณิตแบบ Convexeให้เด่นชัด ในขณะที่ยังคงรักษาความลึกเชิงกลไกและการอ่านค่าเวลาที่ยอดเยี่ยมไว้เช่นเดิม

นาฬิกาทั้งสองรุ่นยังคงรักษาเลย์เอาต์การใช้งานที่เป็นหัวใจหลักของ Balancier Convexe S2 ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงชั่วโมงและนาทีบนสะพานจักรทรงโค้งแบบลอยตัว เข็มวินาทีขนาดเล็ก และมาตรแสดงสํารองพลังงานแบบเซกเตอร์ นอกจากนี้ กระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งรูปลักษณ์เรขาคณิตแบบสามมิติของขอบตัวเรือน และขา ตัวเรือนที่ได้รับการออกแบบรูปทรงมาอย่างดี ล้วนช่วยตอกย้ําความต่อเนื่องลื่นไหลระหว่างสถาปัตยกรรมของกลไกและรูปทรงภายนอก พร้อมกับรักษาความสมดุลระหว่างความโดดเด่นสะดุดตาและความสบายในการสวมใส่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์นิยามของงานดีไซน์ในตระกูล Convexe

เรือนเวลาทั้งสองรุ่นนี้ถือเป็นบทสรุปแห่งการเดินทางตลอด 5 ปี ของการออกสํารวจกลไก Balancier Convexe S2 ผ่าน การตีความด้วยวัสดุและสุนทรียศาสตร์ที่แตกต่างกันหลากหลายรูปแบบ การเปิดตัวในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนา ต่อเนื่อง แต่คือการมาถึงจุดสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์ โดยในปี 2026 นี้ กระบวนการผลิตกลไกชุดดังกล่าวจะยุติลงอย่างถาวร

ปี 2026 ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ กับการทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่คอลเลกชันใหม่เกือบทั้งหมด ในขณะที่ Greubel Forsey กําลังปิดฉากตานานกลไกหลายชุดที่เคยร่วมกําหนดทิศทางด้านเทคนิคและการสร้างสรรค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมากลไกแต่ละชุดจะถูกปลดเกษียณอย่างสมเกียรติ หาใช่การจากไปอย่างเงียบเชียบ แต่จะถูกถ่ายทอดเป็นผล งานรุ่นสุดท้าย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองหน้าประวัติศาสตร์ที่กลไกเหล่านั้นได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเวิร์กช็อปแห่งนี้

ด้วยจํานวนจํากัดเพียงรุ่นละ 11 เรือนเท่านั้น ทั้งในรุ่นเซรามิกสีดําตัดกับทอง 5N Red gold และรุ่นเซรามิกสีขาว ต่างถือเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่มีความพิเศษและหาได้ยากยิ่งที่สุดของตระกูล Balancier Convexe S2 ซึ่งเปรียบเสมือนบทสรุปอันสมบูรณ์แบบของกลไกที่ถือกําเนิดขึ้นจากจิตวิญญาณแห่งสถาปัตยกรรม ความมุ่งมั่นในความเที่ยงตรง และความสอดประสานกันอย่างลงตัวของจักรกล

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้