LOUIS ERARD X ALAIN SILBERSTEIN

Last updated: 25 มี.ค. 2569  |  240 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LOUIS ERARD X ALAIN SILBERSTEIN

สองจิตวิญญาณอิสระ สองวิสัยทัศน์นอกกรอบ กับหนึ่งภารกิจร่วมกัน: การทำให้เวลายิ้มได้ เมื่อ Louis Erard จับมือร่วมกับ Alain Silberstein ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน Smile-Day Blue และ Régulateur Tourbillon Blue ผลงานเครื่องบอกเวลาสองรุ่นที่สะท้อนการออกแบบ เพื่อก้าวเข้าสู่ Hall of Fame ที่ซึ่งเวลาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เดินผ่านไปแต่ยังกลายเป็นเรื่องราวที่ชวนให้ค้นหา สร้างความประหลาดใจ และทิ้งร่องรอยแห่งความทรงจำไว้

“ความร่วมมือของเรากับ Alain Silberstein ไม่เคยเป็นเพียงเรื่องธรรมดา ผลงานแต่ละเรือนคือเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดผ่านนาฬิกา ทุกรายละเอียดล้วนมีความหมาย สำหรับ Hall of Fame นั้น เปรียบเสมือนพื้นที่ที่เหมาะสมในการสืบสานเรื่องราวเหล่านี้ ให้ผลงานก้าวข้ามผ่านกาลเวลา และยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนต่อไป”


Manuel Emch
รายละเอียดของนาฬิกา
- นาฬิกาสองเรือนที่ชวนค้นหา: Smile-Day Blue (สามเข็ม พร้อมฟังก์ชั่นวันและวันที่) และ Régulateur Tourbillon Blue
- กลไกทูร์บิญองแบบเรกูเลเตอร์: พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ Louis Erard โดย Olivier Mory ช่างนาฬิกาผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์จาก La Chaux-de-Fonds
- หน้าปัดสะกดทุกสายตา: ลวดลายซันเรย์สีน้ำเงินที่ทั้งลุ่มลึกและเปล่งประกาย ก่อเกิดแสงที่ส่องกระทบได้อย่างงดงามในทุกการเคลื่อนไหวบนข้อมือ
- สายที่ออกแบบเพื่อความสบายสูงสุด: ผลิตจากไนลอนผสมสีน้ำเงินแบบบางเบา และระบายอากาศได้ดี พร้อมตัวล็อคสายเวลโครที่ยึดกับสายโดยตรง มอบความกระชับและสบายตั้งแต่วินาทีแรกที่สวมใส่
- การเปิดตัวคอลเลกชั่น “Hall of Fame”: เริ่มต้นด้วยนาฬิกาสองรุ่นนี้ ซึ่งผลิตในจำนวนจำกัดในแต่ละปี และถูกรวมอยู่ในคอลเลกชั่นถาวร เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับผลงานที่ผ่านการคัดสรร ให้ค่อย ๆ สั่งสมคุณค่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป ก่อนก้าวสู่การเป็นผลงานในตำนาน


HALL OF FAME: บทต่อไปของตำนาน
Hall of Fame ไม่ได้เป็นเพียงคอลเลกชั่น แต่เป็นแนวคิดที่ออกแบบขึ้นเพื่อการสานต่อในระยะยาว โดยผลงานแต่ละรุ่นถูกจัดวางอยู่ภายใต้โครงสร้างของคอลเลกชั่นที่ชัดเจน ได้แก่ Noirmont และ Noirmont X สำหรับผลงานคลาสสิก และ 2340 กับ 2340 X สำหรับผลงานสปอร์ต ขณะเดียวกัน Hall of Fame ยังเป็นพื้นที่สำหรับความร่วมมือระยะยาว เช่น Smile-Day Blue และ Tourbillon Régulateur Blue จาก Louis Erard และ Alain Silberstein

การผลิตถูกควบคุมอย่างเคร่งครัดและโปร่งใส โดยในแต่ละปีจะผลิต Tourbillon ไม่เกิน 50 เรือน และรุ่น Day/Date ไม่เกิน 250 เรือน แนวทางนี้ทำให้รุ่นในคอลเลกชั่นถาวรยังคงเปิดโอกาสให้นักสะสมสามารถครอบครองได้ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความหายาก ความพิเศษเฉพาะตัว และคุณค่าเชิงการสะสมของรุ่นลิมิเต็ดเอาไว้ นอกจากนี้ รุ่น Noirmont X และ 2340 X ยังถูกผลิตในจำนวนจำกัด เพื่อย้ำถึงเอกลักษณ์และความพิเศษของนาฬิกา


ด้วยเหตุนี้ Hall of Fame จึงสะท้อนถึงความสมดุลระหว่างความต่อเนื่องและความพิเศษแบบจำนวนจำกัด นาฬิกาแต่ละเรือนล้วนแสดงตัวตนผ่านสไตล์ เทคนิค และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ผลงานแต่ละเรือนจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่คงอยู่ยาวนาน เป็นทั้งวัตถุที่จับต้องได้และสัญลักษณ์แห่งแนวคิดการสร้างสรรค์ ที่ออกแบบมาให้ยืนหยัดผ่านกาลเวลา และสร้างเซอร์ไพรส์ในทุกปี

SMILE-DAY BLUE: ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างเต็มที่
ในแต่ละวันย่อมมีสีหน้าเป็นของตัวเอง ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา สัญลักษณ์หน้ายิ้มจะเผยอารมณ์ของวันนั้น ๆ โดยเป็นสีดำตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พร้อมรอยยิ้มที่ค่อย ๆ กว้างขึ้นเมื่อวันเวลาผ่านไป ไม่มีคำพูดใด ๆ มีเพียงการแสดงออก เพราะเวลาไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เดินผ่านไป แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่รับรู้ได้ผ่านอารมณ์ความรู้สึก

เอกลักษณ์การออกแบบของ Alain Silberstein โดดเด่นอยู่บนหน้าปัดซันเรย์สีน้ำเงิน ผ่านเข็มนาฬิกาที่ไม่เหมือนใคร ได้แก่ เข็มชั่วโมงทรงสามเหลี่ยมสีแดง เข็มนาทีทรงลูกศรสีขาว และเข็มวินาทีทรงเส้นโค้งสีเหลือง รูปทรงเรียบง่าย ใช้แม่สีที่สะดุดตาอย่างชัดเจนและสามารถอ่านค่าเวลาได้ในทันที

เบื้องหลังการออกแบบที่ดูสนุกสนานคือความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด Smile-Day Blue ถ่ายทอดจังหวะของวันอย่างชัดเจนและมีเอกลักษณ์ โดยไม่เน้นความหวือหวา แต่สะท้อนบุคลิกที่โดดเด่น การผลิตของรุ่นนี้ถูกควบคุม โดยจำกัดไว้ที่ 250 เรือนต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการผลิตโดยรวมที่ได้รับการวางแผนและบริหารจัดการอย่างสมดุล

TOURBILLON RÉGULATEUR BLUE: แก่นแท้แห่งกาลเวลา
ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา กลไกทูร์บิญองที่ออกแบบโดย Olivier Mory ช่างนาฬิกาผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์จาก La Chaux-de-Fonds เผยให้เห็นความแม่นยำของกลไก ทั้งสะพานจักรและชุดเฟืองที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน เข็มวินาทีทรงเส้นโค้งสีเหลืองเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล นาทีถูกแสดงไว้ที่กึ่งกลางหน้าปัด ส่วนชั่วโมงแสดงผ่านหน้าปัดย่อยในตำแหน่ง 12 นาฬิกา สะท้อนรหัสการออกแบบเดียวกับ Smile-Day ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่จดจำได้ในทันที

หน้าปัดลวดลายซันเรย์สีน้ำเงินทำหน้าที่เสมือนเวทีที่ขับเน้นความงดงามของกลไกที่ถูกรังสรรค์อย่างประณีต ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร ผลิตจากไทเทเนียมผิวไมโครบลาสต์ มอบความเบาและสวมใส่สบายบนข้อมือ มาพร้อมสายสีน้ำเงินแบบ integrated โดยไม่ต้องใช้หัวเข็มขัดหรือหมุดยึด ชิ้นส่วนน้อยลง แต่เพิ่มทั้งความสบายและความกระชับในการสวมใส่ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานและการใช้งานที่ยาวนาน


Le Tourbillon Régulateur Blue ไม่ได้สร้างความโดดเด่นด้วยความหวือหวา แต่สะท้อนคุณค่าผ่านเทคนิค ความลงตัวของการออกแบบ และความชัดเจนในทุกรายละเอียด ทุกการเคลื่อนไหวของกลไกและทุกวินาทีที่เดินผ่าน ล้วนสะท้อนงานช่างนาฬิกาที่แม่นยำและผ่านการคิดอย่างรอบคอบ รุ่นนี้ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนต่อปี ตามแนวทางของ Louis Erard ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมปริมาณการผลิต ณ หัวใจแห่งกาลเวลา กลไกจักรกลและวิสัยทัศน์แห่งการออกแบบจึงมาบรรจบกัน กลายเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ จดจำได้ในทันที และเสน่ห์ของรูปแบบเฉพาะตัว

ALAIN SILBERSTEIN
FRENCH INTERIOR-ARCHITECT & DESIGNER TURNED WATCHMAKER
B.1950
เป็นที่รู้จักในนาม 'Architect-watchmaker' โดย Alain Silberstein คือผู้ออกแบบที่ท้าทายขนบเดิมของโลกนาฬิกาด้วยความสนุกสนานและจินตนาการอันเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา เขาได้นำสีสันและรูปทรงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด Bauhaus มาถ่ายทอดลงในงานออกแบบเครื่องบอกเวลา เดิมที Silberstein เริ่มต้นอาชีพในฐานะสถาปนิกและนักออกแบบภายในที่กรุงปารีส ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกการทำนาฬิกาที่เมือง Besançon ประเทศฝรั่งเศส และก่อตั้งบริษัทของตนเองในช่วงปลายทศวรรษ 1980 การเปิดตัวผลงานครั้งแรกของเขาที่งาน Baselworld ในปี 1987 สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการ ด้วยสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น ทั้งตัวเรือนทรงกลมขนาดใหญ่และการใช้แม่สีอย่างแดง น้ำเงิน และเหลือง ซึ่งแตกต่างจากนาฬิกาแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง ผลงานของเขายังเป็นการเคารพต่อศิลปินสำคัญของ Bauhaus เช่น Walter Gropius, Wassily Kandinsky และ Paul Klee ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อการออกแบบมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยพลังสร้างสรรค์ รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ และสไตล์ที่ยึดมั่นในแม่สีอันโดดเด่น Silberstein จึงกลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์นาฬิกาสมัยใหม่ แม้ว่าบริษัทที่ใช้ชื่อของเขาจะปิดตัวลงในปี 2012 แต่มรดกทางความคิดสร้างสรรค์ของเขายังคงดำเนินต่อ ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์อย่าง MB&F, Romain Jerome และ Louis Erard จากสตูดิโอของเขา ณ ใจกลางภูมิภาคการทำนาฬิกาแถบชายแดนฝรั่งเศส–สวิตเซอร์แลนด์


LOUIS ERARD
SWISS WATCHMAKER
EST.1929
Louis Erard นำเสนอแนวทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการทำนาฬิกา ด้วยการทำให้ผลงานของช่างนาฬิกาชั้นสูงเข้าถึงได้สำหรับผู้คนในวงกว้าง นาฬิกาของแบรนด์ซึ่งมีรากฐานจากงานหัตถศิลป์ ผสานความงามของประเพณีดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้การสร้างสรรค์ของช่างฝีมือผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ที่ผลักดันขอบเขตของศาสตร์แห่งเครื่องบอกเวลา นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1929 ความเป็นอิสระคือหัวใจสำคัญของแบรนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันเป็นอิสระของเทือกเขา Swiss Jura ซึ่งสะท้อนผ่านนาฬิการะบบเรกูเลเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์และนาฬิกาจักรกลหลากหลายรุ่น ภายใต้การนำของ Manuel Emch แบรนด์ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมมากกว่าการเดินตามกรอบเดิม มุ่งสร้างความเป็นเลิศอย่างยั่งยืนแทนการเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเส้นทางของตนเองในโลกการทำนาฬิกา ผ่านความร่วมมือกับนักสร้างสรรค์อย่าง Alain Silberstein, Vianney Halter และ Konstantin Chaykin ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ทางการออกแบบ และสร้างผลงานที่ท้าทายกรอบความคิดเกี่ยวกับเวลาในมุมมองที่แตกต่าง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

DOXA SUB 200 II

25 มี.ค. 2569

KRAYON x PAC-MAN

25 มี.ค. 2569

MEISTERSINGER Archao

25 มี.ค. 2569

SWATCH Painted Paradise

25 มี.ค. 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้