Last updated: 23 เม.ย 2569 | 230 จำนวนผู้เข้าชม |
Louis Moinet เผยโฉม FLASH ผลงานใหม่ในคอลเลกชัน TIME TO RACE ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเร็วแรงและช่วงเวลาสําคัญของการแข่งขันได้อย่างชัดเจน การเลือกชื่อรุ่นเป็นคําว่า FLASH ถ่ายทอดความเร้าใจในสนามแข่งซึ่งเป็นที่ที่ทุกสิ่งถูกตัดสินภายในเสี้ยววินาที และโครโนกราฟคือผู้ตัดสินชี้ขาดของช่วงเวลาชั่วพริบตาเหล่านั้น เป็นฟังก์ชันที่จับภาพเสี้ยววินาทีชี้ชะตา เป็นจุดเริ่มต้นของตํานาน และผลงาน FLASH ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของช่วงเวลานั้นอย่างแท้จริง
“FLASH คือประกายสายฟ้าแห่งการออกสตาร์ท คือแรงกระตุ้นและจังหวะที่แม่นยําซึ่งสามารถพลิกผลการแข่งขันได้ในทันที เราต้องการถ่ายทอดพลังงานที่แสนเร้าใจนี้ผ่านภาพที่ตัดกันอย่างสุดขั้ว โทนสีกราไฟต์แบบด้านช่วยยึดโยงเรือนเวลาให้อยู่ในมิติเชิงเทคนิค ขณะที่เฉดสีอบอุ่นซึ่งชวนให้นึกถึงชุดเฟืองแบบดั้งเดิมสะท้อนแสงได้อย่างงดงาม ขณะที่โครโนกราฟจับช่วงเวลาสําคัญนั้นไว้ได้”
Nathanaël Schaller, Creative Product Manager
หมายเลขเฉพาะสําหรับแต่ละเรือน
ทุกชัยชนะล้วนขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา และเบื้องหลังนักแข่งทุกคนย่อมมีหมายเลขประจําตัวที่ระบุตัวตนเป็นสิ่งที่ติดตามตัวไปทุกหนทุกแห่ง เป็นตัวเลขแห่งโชคชะตา และกลายเป็นตํานานได้ในที่สุด TIME TO RACE ทุกเรือนจึงยึดแนวคิดเดียวกัน โดยแต่ละเรือนจะมีหมายเลขเฉพาะ หรือลัคกี้นัมเบอร์ (Lucky Number) ที่เจ้าของเรือนเวลาใหม่ล่าสุดนี้จะเป็นผู้ที่กําหนดเอง
และสําหรับผลงาน FLASH แนวคิดนี้ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นครั้งแรกที่มีให้เลือกสองเวอร์ชัน ทั้งตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 และทองคําเรดโกลด์ 18 กะรัต แต่ยังคงอยู่ภายใต้กติกาเดิม นั่นคือหมายเลขแต่ละตัวจะถูกใช้เพียงครั้งเดียวในแต่ละเวอร์ชันเท่านั้น
รหัสใหม่
สิ่งที่ทําให้เรือนเวลาใหม่นี้โดดเด่นสะดุดตาทันทีที่เห็นคือการใช้คู่สีที่ตัดกัน โดยผสมผสานโทนกราไฟต์แบบด้านเข้ากับเฉดสีทองที่ชวนให้นึกถึงเฟืองจักรในกลไกนาฬิกา ซึ่งเป็นการผสมผสานที่สืบทอดมาจากยุคทองของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์
หน้าปัดสีดําแบบเยื้องศูนย์กลางดึงดูดสายตาไปยังหมายเลข Lucky Number สีขาว สถาปัตยกรรมของโครโนกราฟเผยตัวตนอย่างชัดเจนและแข็งแกร่ง หน้าปัดย่อยแซฟไฟร์รมควันช่วยเพิ่มมิติความแตกต่างและความลึก ขณะที่แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ถักสะท้อนถึงวิศวกรรมล้ำสมัยที่เป็นหัวใจของโลกมอเตอร์สปอร์ต

พื้นที่สามเหลี่ยมสองตําแหน่งในโทนกราไฟต์แบบด้านเช่นเดียวกัน ทําหน้าที่ช่วยยึดหน้าปัดและเป็นสร้างโครงสร้างให้กับองค์ประกอบต่างๆ เสริมให้การเคลื่อนไหวยิ่งดูสะกดสายตาสําหรับผู้ที่ได้พบเห็น
เฉดสีทองยังปรากฏบนพื้นที่หนึ่งในสี่ส่วนแรกของมาตรวัดความเร็ว (Tachymeter) บนขอบโลหะรอบหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากกระบอกสูบของเครื่องยนต์รถแข่ง รวมถึงบนสกรูสองตัวที่ออกแบบให้สามารถมองเห็นได้ตอกย้ำบุคลิก
เชิงกลไกขององค์ประกอบ เฉดสีโดดเด่นนี้ยังประดับเข็มชั่วโมงและนาที และขับเน้นเข็มวินาทีที่กึ่งกลางหน้าปัด รวมทั้ง เข็มของหน้าปัดย่อย เติมประกายสว่างให้กับองค์ประกอบทั้งหมด
กลั่นกรองแก่นแท้แห่งเทคโนโลยี
ผลงาน TIME TO RACE FLASH มุ่งเน้นประสิทธิภาพเชิงกลไกและการปรับแต่งเพื่อให้ได้สมรรถนะสูงสุด สะท้อนโลกแห่งการแข่งขันยนตรกรรมโดยตรง
ตัวเรือนมีให้เลือกทั้งไทเทเนียมเกรด 5 และทองคําเรดโกลด์ 18 กะรัต โครงสร้างได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีล้ําสมัย เส้นสายที่เฉียบคมและการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์หรือ Aerodynamic มอบสไตล์ที่ไม่ประนีประนอมปิดด้วยกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโดมซึ่งถือเป็นความสําเร็จทางเทคนิค อวดความงดงามและล้ําหน้าของกลไกส่วนคอลัมน์วีลให้ได้ชมในมุมมองแบบพาโนรามา
ด้านข้างของตัวเรือนติดตั้งตัวป้องกันเม็ดมะยม (Crown Guard) ขณะที่ขาตัวเรือนแบบโปร่งโค้งและขัดซาตินเป็นเส้นที่ลื่นไหลต่อเนื่องจากตัวเรือน สร้างควากลมกลืนและความพลิ้วไหวที่สมบูรณ์แบบ

กลไกเปี่ยมด้วยสุดยอดสมรรถนะ
TIME TO RACE FLASH เปิดฉากการทํางานที่สะกดสายตาทุกครั้งที่กดปุ่มโมโนพุชเชอร์จะเป็นการเปิดฉากท่วงท่าการเคลื่อนไหวของกลไกที่ซับซ้อน ชิ้นส่วนอย่างร็อกเกอร์ คลัตช์ ค้อน คอลัมน์วีล สปริง และเฟืองต่างๆ เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนโครโนกราฟและเริ่มการจับเวลา
คาลิเบอร์พิเศษนี้ พื้นที่ส่วนบนซึ่งอุทิศให้กับกลไกส่วนโครโนกราฟประกอบไปด้วยชิ้นส่วน 147 ชิ้น และอีก 164 ชิ้นในส่วนล่างซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติ
ด้านกลไกเผยให้เห็นโรเตอร์ขึ้นลานที่มีลายเซ็นเฉพาะตัวโครงสร้างแบบโอเพนเวิร์กและเคลือบสีดําด้านตัดกับชิ้นส่วนที่ชุบโรเดียมสีเงินเบื้องหลังกลไกนี้จึงดูน่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กันไม่ว่าจะมองจากด้านหน้าหรือด้านหลัง
พบกับนาฬิกา Louis Moinet ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum - สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
21 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569