ROLEX New Watches 2026

Last updated: 6 พ.ค. 2569  |  50 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ROLEX New Watches 2026

ปี 2026 คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ Rolex หลังจากการถือกำเนิดของ Oyster นาฬิกาข้อมือกันน้ำรุ่นแรกของโลกเมื่อปี 1926 ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวงการนาฬิกาสมัยใหม่ ตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา Rolex ยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งศาสตร์แห่งวัสดุ งานศิลป์บนหน้าปัด และสมรรถนะเชิงกลไกอย่างไม่หยุดนิ่ง พร้อมตอกย้ำมาตรฐานใหม่ของ Superlative Chronometer Certification ที่เข้มงวดยิ่งกว่าเดิมในปีนี้

คอลเลกชันใหม่ประจำปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ หากแต่เป็นการสะท้อนประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญ และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของ Rolex ผ่านผลงานที่หลากหลาย ตั้งแต่ Oyster Perpetual รุ่นฉลอง 100 ปี ไปจนถึง Yacht-Master II เจเนอเรชันใหม่ที่ยกระดับฟังก์ชัน Regatta Chronograph อย่างเต็มรูปแบบ

Rolex Oyster Perpetual 41
เสียงสะท้อนจากจุดเริ่มต้นแห่ง Oyster
Oyster Perpetual 41 รุ่นใหม่คือบทสรุปของประวัติศาสตร์ Rolex ตลอดหนึ่งศตวรรษ ผ่านนาฬิกาที่ถ่ายทอด “แก่นแท้” ของ Oyster ได้อย่างชัดเจนที่สุด ทั้งความเรียบง่าย แข็งแกร่ง และสง่างามในเวลาเดียวกัน ตัวเรือนมาในรูปแบบ Yellow Rolesor ที่จับคู่ Oystersteel กับทองคำเยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต โดยขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมผลิตจากทองคำ ขณะที่ตัวเรือนและสาย Oyster Bracelet ใช้เหล็ก Oystersteel อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์


รายละเอียดต่าง ๆ ถูกออกแบบเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของ Oyster อย่างประณีต เม็ดมะยมสลักเลข “100” แทนโลโก้มงกุฎแบบดั้งเดิม ขณะที่ข้อความ “100 years” ถูกวางแทนตำแหน่ง “Swiss Made” บริเวณ 6 นาฬิกา บนหน้าปัดสี Slate Grey ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเขียวอันเป็นซิกเนเจอร์ของ Rolex ทั้งโลโก้แบรนด์และมาร์กเกอร์รอบ Minute Track

ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ที่ผ่านมาตรฐาน Superlative Chronometer Certification เวอร์ชันปี 2026 ซึ่งเพิ่มเกณฑ์ด้านความทนทานต่อสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนเข้าไปเพิ่มเติมจากมาตรฐานเดิม ทั้งความเที่ยงตรง การกันน้ำ พลังงานสำรอง และประสิทธิภาพของระบบขึ้นลานอัตโนมัติ

Oyster Perpetual 41 รุ่นนี้จึงไม่ใช่เพียงนาฬิกาฉลองครบรอบ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของวิวัฒนาการที่ Rolex ใช้เวลากว่า 100 ปีในการหล่อหลอมขึ้นมา ตั้งแต่ Oyster รุ่นแรกในปี 1926 จนถึงยุคปัจจุบันที่ทุกองค์ประกอบถูกยกระดับอย่างถึงที่สุด

Rolex Oyster Perpetual 36
หน้าปัดสีสันที่เปลี่ยนตัวอักษร Rolex ให้กลายเป็นงานศิลป์
ในบรรดานาฬิกาใหม่ทั้งหมดของ Rolex ปี 2026 ไม่มีรุ่นใดสะท้อนด้าน “สนุก” ของแบรนด์ได้ชัดเจนเท่า Oyster Perpetual 36 รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน้าปัด Multicoloured Lacquer Dial ตกแต่งด้วย Jubilee Motif ซึ่งเกิดจากการนำตัวอักษรคำว่า “Rolex” มาจัดวางเป็นลวดลายกราฟิกทั่วทั้งหน้าปัด


เบื้องหลังความสดใสนี้คือกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนอย่างมาก Rolex ใช้เทคนิค Pad Printing ลงสีทีละชั้น โดยแต่ละสีจากทั้งหมด 10 เฉดถูกพิมพ์แยกกันอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกตัวอักษรมีความคมชัดและตำแหน่งสมบูรณ์แบบ กระบวนการนี้ต้องอาศัยความแม่นยำสูงและใช้เวลานานกว่าการผลิตหน้าปัดทั่วไปหลายเท่า

แม้จะโดดเด่นด้านสีสัน แต่นาฬิการุ่นนี้ยังคงรักษาสัดส่วนคลาสสิกของ Oyster Perpetual เอาไว้อย่างครบถ้วน ตัวเรือนขนาด 36 มิลลิเมตรสวมใส่ง่ายในทุกโอกาส พร้อมโครงสร้าง Oyster Case ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงและกันน้ำได้อย่างยอดเยี่ยม

คอลเลกชัน Oyster Perpetual ถือเป็นรากฐานสำคัญของ Rolex มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น เพราะเป็นนาฬิกาที่รวมสองนวัตกรรมหลักของแบรนด์เอาไว้ ได้แก่ ตัวเรือน Oyster กันน้ำ และระบบ Perpetual Rotor แบบอัตโนมัติ การนำองค์ประกอบกราฟิกอันสนุกสนานมาผสานกับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ จึงทำให้ Oyster Perpetual 36 รุ่นนี้มีความร่วมสมัยอย่างน่าสนใจ

ผลลัพธ์คือ นาฬิกาที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ยังคงความประณีตและความหรูหราแบบ Rolex เอาไว้อย่างสมบูรณ์

Rolex Oyster Perpetual 28 และ Rolex Oyster Perpetual 34
ยุคใหม่ของ Oyster Perpetual ในเวอร์ชันทองคำ
Rolex ขยายขอบเขตของ Oyster Perpetual ไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว Oyster Perpetual 28 และ Oyster Perpetual 34 ในเวอร์ชันทองคำ 18 กะรัตเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกของไลน์นี้


Oyster Perpetual 28 ผลิตจากทองคำ Yellow Gold 18 กะรัต จับคู่กับหน้าปัด Green Stone Lacquer ขณะที่ Oyster Perpetual 34 มาในตัวเรือน Everose Gold 18 กะรัต พร้อมหน้าปัด Blue Stone Lacquer ทั้งสองรุ่นโดดเด่นด้วยการใช้หลักชั่วโมงตำแหน่ง 3, 6 และ 9 นาฬิกาที่ผลิตจากหินธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Rolex

อีกหนึ่งรายละเอียดสำคัญคือสายแบบ Satin-Finished Bracelet ที่สร้างพื้นผิวสัมผัสละเอียดแตกต่างจาก Oyster Bracelet ทั่วไป ช่วยเพิ่มมิติของแสงและเงาอย่างนุ่มนวล เมื่อจับคู่กับหน้าปัดเคลือบเงาแบบ Lacquer จึงทำให้นาฬิกาทั้งสองรุ่นมีบุคลิกที่สงบ แต่เปี่ยมด้วยความหรูหรา


แม้ Oyster Perpetual จะเป็นหนึ่งในคอลเลกชันที่เรียบง่ายที่สุดของ Rolex แต่รุ่นใหม่ทั้งสองกลับแสดงให้เห็นว่าแบรนด์สามารถตีความความเรียบง่ายใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านการเลือกใช้วัสดุล้ำค่าและรายละเอียดที่ประณีตมากขึ้น

ตัวเรือนขนาด 28 และ 34 มิลลิเมตรยังสะท้อนแนวคิดร่วมสมัยของ Rolex ที่หันกลับมาให้ความสำคัญกับสัดส่วนขนาดกะทัดรัด สวมใส่ง่าย และมีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ต่างจากยุคที่นาฬิกาขนาดใหญ่ครองตลาดเพียงด้านเดียว

ทั้งสองรุ่นจึงเปรียบเสมือน “Golden Age” บทใหม่ของ Oyster Perpetual ที่ผสานความบริสุทธิ์ของดีไซน์เข้ากับความล้ำค่าของวัสดุได้อย่างสมดุล

Rolex Datejust 41
เฉดเขียว Ombré ที่ทำให้ Datejust ดูร่วมสมัยยิ่งกว่าเดิม
Rolex นำหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สุดของแบรนด์กลับมาอีกครั้ง ผ่าน Oyster Perpetual Datejust 41 รุ่นใหม่ในเวอร์ชัน White Rolesor ที่จับคู่ Oystersteel กับ White Gold 18 กะรัต พร้อมหน้าปัด Green Ombré Dial สีเขียวไล่เฉดอย่างงดงาม

สีเขียวถือเป็นเฉดสีที่มีความหมายพิเศษสำหรับ Rolex มาอย่างยาวนาน และถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในหลากหลายบริบท ตั้งแต่กล่องบรรจุภัณฑ์ ซีล Superlative Chronometer ไปจนถึงหน้าปัดรุ่นสำคัญต่าง ๆ สำหรับ Datejust 41 รุ่นนี้ Rolex เลือกใช้เทคนิคไล่เฉด Ombré ที่ค่อย ๆ เข้มขึ้นบริเวณขอบหน้าปัด ช่วยสร้างมิติและดึงสายตาเข้าสู่ช่องแสดงวันที่บริเวณ 3 นาฬิกาได้อย่างเป็นธรรมชาติ


องค์ประกอบคลาสสิกของ Datejust ยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้ง Fluted Bezel ขอบหยักอันเป็นเอกลักษณ์ Jubilee Bracelet และหน้าต่างวันที่พร้อมเลนส์ Cyclops ที่กลายเป็นภาพจำของ Rolex มาตั้งแต่ปี 1945 ซึ่งเป็นปีเปิดตัว Datejust รุ่นแรก

Datejust ถือเป็นนาฬิการุ่นสำคัญในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นนาฬิกาข้อมืออัตโนมัติรุ่นแรกที่สามารถเปลี่ยนวันที่บนหน้าปัดได้อัตโนมัติอย่างแม่นยำเมื่อเข้าสู่เที่ยงคืน นวัตกรรมนี้กลายเป็นต้นแบบของระบบวันที่ในนาฬิกาสมัยใหม่จำนวนมาก

ในเวอร์ชันปี 2026 Rolex ไม่ได้เปลี่ยนตัวตนของ Datejust แต่เลือกปรับรายละเอียดอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ไอคอนรุ่นนี้ดูสดใหม่ขึ้นโดยยังคงความสง่างามเหนือกาลเวลาเอาไว้ครบถ้วน

Rolex Yacht-Master II
การกลับมาของ Regatta Chronograph ที่ใช้งานง่ายและเฉียบคมกว่าเดิม
หลังจากห่างหายไปช่วงหนึ่ง Rolex เปิดตัว Yacht-Master II เจเนอเรชันใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมปรับโฉมทั้งด้านดีไซน์ กลไก และการใช้งานให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน

หัวใจสำคัญของ Yacht-Master II ยังคงเป็นฟังก์ชัน Regatta Countdown Timer ซึ่งออกแบบมาสำหรับการแข่งขันเรือใบโดยเฉพาะ ในการแข่งขันจริง ช่วงเวลาก่อนออกตัวถือเป็นช่วงสำคัญที่สุด เพราะนักแข่งต้องควบคุมเวลาและตำแหน่งเรืออย่างแม่นยำ Rolex จึงพัฒนาระบบ Countdown ใหม่ทั้งหมด โดยให้ผู้ใช้งานตั้งเวลาผ่านปุ่มกดด้านล่างเพียงตำแหน่งเดียว ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นมาก

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เข็มนับถอยหลังทั้งนาทีและวินาทีหมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อให้ผู้สวมใส่อ่านเวลาคงเหลือได้ชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากกลไก Calibre 4162 รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับ Yacht-Master II

หน้าปัดถูกออกแบบใหม่ให้ดูสะอาดตาและอ่านง่ายกว่าเดิม ใช้หลักชั่วโมงขนาดใหญ่แบบ Professional Models ของ Rolex พร้อมขอบ Cerachrom สีน้ำเงินตัดกับหน้าปัดสีขาวด้านอย่างโดดเด่น รายละเอียดของปุ่มกดยังได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของ Winch บนอุปกรณ์เรือใบ เพิ่มอารมณ์ Nautical ได้อย่างชัดเจน

Yacht-Master II รุ่นใหม่มีให้เลือกทั้งเวอร์ชัน Oystersteel และ Yellow Gold 18 กะรัต ตอกย้ำบทบาทของ Rolex ในฐานะแบรนด์ที่สามารถสร้าง Professional Tool Watch ได้ทั้งแข็งแกร่ง ซับซ้อน และใช้งานจริงได้อย่างยอดเยี่ยม

Rolex Day-Date 40
เฉดทองใหม่ที่สะท้อนความหรูหราในแบบร่วมสมัย
Rolex เปิดตัว Day-Date 40 รุ่นใหม่พร้อมโลหะผสมชนิดพิเศษ “Jubilee Gold” ที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์ทั้งหมด

เฉดสีของ Jubilee Gold แตกต่างจาก Yellow Gold แบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน เพราะผสมโทนสีเหลืองอ่อน เทาอุ่น และชมพูอ่อนเข้าด้วยกัน จนเกิดประกายที่นุ่มนวลและร่วมสมัยมากขึ้น Rolex อธิบายว่านี่ไม่ใช่เพียง “สีใหม่” แต่เป็นเอฟเฟกต์แสงรูปแบบใหม่ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยาของแบรนด์


หน้าปัดเลือกใช้ Green Aventurine สีเขียวอ่อนที่มีประกายละเอียดคล้ายพื้นผิวหินธรรมชาติ ช่วยขับเฉดสีทองของตัวเรือนและสาย President Bracelet ได้อย่างงดงาม

Day-Date เปิดตัวครั้งแรกในปี 1956 และเป็นนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่แสดงทั้งวันและวันที่แบบสะกดเต็มบนหน้าปัด จนได้รับฉายาว่า “President’s Watch” จากการที่ผู้นำระดับโลกจำนวนมากเลือกสวมใส่

สำหรับเวอร์ชันใหม่ปี 2026 Rolex ยังคงรักษาความสง่างามของ Day-Date เอาไว้ครบถ้วน แต่เพิ่มมิติด้านวัสดุและโทนสีให้ดูละเมียดละไมขึ้น เหมาะกับยุคที่ความหรูหราไม่จำเป็นต้องเปล่งประกายอย่างโจ่งแจ้งอีกต่อไป

Rolex Cosmograph Daytona
Daytona ในเวอร์ชัน Rolesium ที่ผสานความคลาสสิกและเทคโนโลยีสมัยใหม่
Rolex เปิดตัว Cosmograph Daytona รุ่นใหม่ในเวอร์ชัน Rolesium ซึ่งจับคู่ Oystersteel กับ Platinum พร้อมรายละเอียดใหม่ที่แตกต่างจาก Daytona รุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน

หน้าปัดลงยาสีขาวเงา ตัดด้วยขอบตัวเรือน Cerachrom สี Anthracite ที่เสริมทังสเตนคาร์ไบด์เพื่อเพิ่มมิติของพื้นผิว พร้อมขอบแพลทินัมโดยรอบ ช่วยสร้างลุคที่ทั้งสปอร์ตและหรูหราในเวลาเดียวกัน


รายละเอียดที่น่าสนใจที่สุดอยู่บน Tachymeter Scale เพราะ Rolex เลือกจัดวางตัวเลขในแนวนอน คล้าย Daytona รุ่นยุคแรก พร้อมใช้ฟอนต์ใหม่แบบ “Suspended Numerals” ที่ดูร่วมสมัยและมีมิติยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลต์คือฝาหลัง Sapphire Crystal Caseback ที่เผยให้เห็นกลไกภายใน ซึ่งเป็นสิ่งที่ Rolex ใช้เฉพาะในนาฬิกาบางรุ่นเท่านั้น โดยฝาหลังถูกยึดด้วยวงแหวนแพลทินัมเพื่อรักษาความแข็งแรงของโครงสร้าง

Daytona ถือเป็นหนึ่งในนาฬิกาโครโนกราฟที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 เพื่อรองรับวงการมอเตอร์สปอร์ต และกลายเป็นไอคอนแห่งความเร็วและความแม่นยำมาจนถึงปัจจุบัน

เวอร์ชันใหม่ปี 2026 จึงเป็นการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค และการออกแบบร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

NEW SUPERLATIVE CHRONOMETER CERTIFICATION
มาตรฐานใหม่แห่งความเที่ยงตรงของ Rolex
ในปี 2026 Rolex ยืนยันความมุ่งมั่นที่มีต่อผู้สวมใส่นาฬิกาของแบรนด์อีกครั้ง ด้วยการยกระดับมาตรฐานการรับรอง Superlative Chronometer ให้เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม โดยเพิ่มเกณฑ์การทดสอบใหม่อีก 3 ด้าน ได้แก่ ความทนทานต่อสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือในการใช้งาน และความยั่งยืน ซึ่งถูกนำมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการผลิตของนาฬิกาแต่ละรุ่น


เกณฑ์ใหม่เหล่านี้เข้ามาเสริมมาตรฐานเดิมที่ Rolex กำหนดไว้ตั้งแต่การปรับนิยาม Superlative Chronometer ครั้งใหญ่ในปี 2015 ซึ่งครอบคลุมเรื่องความเที่ยงตรง การกันน้ำ ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ และพลังงานสำรอง โดยทั้งหมดจะได้รับการตรวจสอบผ่านการทดสอบกับนาฬิกาที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว

การรับรอง Superlative Chronometer อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยองค์กรอิสระของสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สัญลักษณ์ Green Seal หรือซีลสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนมาตรฐานทั้ง 7 เสาหลักแห่งความเป็นเลิศด้านการผลิตนาฬิกาของ Rolex และเป็นเครื่องยืนยันว่า นาฬิกาทุกเรือนสามารถมอบสมรรถนะอันยอดเยี่ยมได้จริงบนข้อมือผู้สวมใส่

เกี่ยวกับ ROLEX
ชื่อเสียงด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้
Rolex คือผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสที่ดำเนินงานอย่างครบวงจรและเป็นอิสระ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา แบรนด์ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในด้านความเชี่ยวชาญและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศ ความสง่างาม และเกียรติภูมิในโลกแห่งการผลิตนาฬิกา

กลไกของนาฬิกาตระกูล Oyster Perpetual และ Perpetual ทุกชิ้นผ่านการรับรองและทดสอบภายในโรงงานของ Rolex เพื่อยืนยันทั้งความเที่ยงตรง สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ มาตรฐาน Superlative Chronometer Certification ซึ่งมีสัญลักษณ์ Green Seal หรือซีลสีเขียว เป็นเครื่องยืนยันว่านาฬิกาแต่ละเรือนได้ผ่านการทดสอบตามเกณฑ์เฉพาะของ Rolex ภายในห้องปฏิบัติการของแบรนด์เอง และยังได้รับการตรวจสอบซ้ำเป็นระยะโดยองค์กรอิสระจากภายนอก

คำว่า “SUPERLATIVE” ที่สลักอยู่บนนาฬิกา Oyster ทุกเรือน สะท้อนปรัชญาและคุณค่าหลักของ Rolex โดยถ่ายทอดแนวคิดเรื่อง “ความเป็นเลิศอย่างไม่สิ้นสุด” ที่ผู้ก่อตั้ง Hans Wilsdorf ได้วางรากฐานเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม และยังคงเป็นแรงผลักดันสำคัญของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน

แนวคิดดังกล่าวทำให้ Rolex กลายเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมสำคัญมากมายของวงการ ไม่ว่าจะเป็น Oyster นาฬิกาข้อมือกันน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 1926 หรือระบบขึ้นลานอัตโนมัติ Perpetual Rotor ที่คิดค้นขึ้นในปี 1931 ตลอดประวัติศาสตร์ Rolex ได้จดสิทธิบัตรมากกว่า 700 รายการ

ปัจจุบัน Rolex มีโรงงาน 4 แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งใช้ในการออกแบบ พัฒนา และผลิตชิ้นส่วนสำคัญส่วนใหญ่ของนาฬิกาภายในแบรนด์เอง ขณะเดียวกัน โรงงานแห่งที่ 5 ก็กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเปิดใช้งานในปี 2029

Rolex ยังควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตนเอง ตั้งแต่การหล่อโลหะผสมทองคำ การขึ้นรูปชิ้นส่วน การผลิตและตกแต่งกลไก ตัวเรือน หน้าปัด และสาย นอกเหนือจากโลกแห่งนาฬิกา แบรนด์ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนศิลปะ วัฒนธรรม กีฬา การสำรวจโลก ตลอดจนโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งสร้างแนวทางเพื่ออนุรักษ์โลกอย่างยั่งยืน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้