Last updated: 8 พ.ค. 2569 | 116 จำนวนผู้เข้าชม |
คำว่า ‘Ushio’ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง ‘กระแสน้ำ’ โดยหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ทั้งลวดลายและโทนสี ในงาน Watches and Wonders Geneva ปีที่ผ่านมา Grand Seiko ได้เปิดตัว Spring Drive Caliber 9RB2 กลไกที่ก้าวล้ำและได้รับการรับรองมาตรฐานใหม่ในชื่อ U.F.A. หรือ ‘Ultra Fine Accuracy’ ด้วยความเที่ยงตรงเฉลี่ยต่อปี ±20 วินาที Caliber 9RB2 จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นกลไกนาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยสปริงลานซึ่งแม่นยำที่สุด* และในวันนี้ Grand Seiko ได้เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นใหม่สองรุ่นในคอลเล็กชัน Evolution 9 ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก Spring Drive U.F.A. รุ่นใหม่ Caliber 9RB1
* ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2026 อ้างอิงจากการวิจัยของ Grand Seiko
นาฬิกาดำน้ำที่สะท้อนอุดมคติของ Grand Seiko อย่างแท้จริง
Ushio 300 ถ่ายทอดสมดุลระหว่างฟังก์ชันและความงามได้อย่างลงตัวเช่นเดียวกับนาฬิกา Grand Seiko ทุกเรือน ทั้งความชัดเจนในการอ่านค่า ความแข็งแกร่ง และความสบายในการสวมใส่ ล้วนผ่านการออกแบบและวิศวกรรมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจในสมรรถนะที่ไร้ข้อจำกัดในทุกสภาพแวดล้อม พร้อมทั้งใส่ใจทุกรายละเอียดของรูปลักษณ์ภายนอก
ขีดเครื่องหมายบ่งบอกเวลาบนหน้าปัดโดดเด่นตามแบบฉบับ Evolution 9 Style บรรจงรังสรรค์ให้เผยเหลี่ยมมุมเฉียบคมรอบด้าน ขอบและด้านข้างผ่านการเจียระไนทรงเหลี่ยมเพชรเพื่อมอบประกายสว่างสะดุดตา ขณะที่รูปทรงสี่เหลี่ยมยังรองรับการเคลือบ Lumibrite ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถอ่านค่าได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีมีเส้นสายคมชัดและทรงพลัง มอบความชัดเจนในการอ่านค่าได้ทันทีแม้เพียงเหลือบมองหน้าปัด


ผลงานรุ่นใหม่นี้นำเสนอนาฬิกาหน้าปัด ‘Ushio’ ในโทนสีน้ำเงินและสีเขียว ซึ่งเป็นธีมการออกแบบที่ปรากฏในนาฬิกาดำน้ำ Grand Seiko มาตั้งแต่ปี 2022 คำว่า ushio ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง ‘กระแสน้ำ’ สื่อถึงน่านน้ำที่โอบล้อมหมู่เกาะญี่ปุ่น อันเป็นแรงบันดาลใจที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมและศิลปะญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน เมื่อผสานกับการไล่ระดับสี หน้าปัดที่โดดเด่นด้วยโทนสีสดใสจึงยิ่งขับเน้นลวดลาย ‘Ushio’ พร้อมคงความชัดเจนในการอ่านค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำ Grand Seiko หน้าปัดสีน้ำเงินสะท้อนความกว้างใหญ่ไพศาลของท้องทะเลผ่านการไล่ระดับสีที่จับภาพแสงที่ส่องลงสู่ห้วงลึกของมหาสมุทร ส่วนหน้าปัดสีเขียวถ่ายทอดความสงบงามของน่านน้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง

พลังแห่งความแข็งแกร่ง สวมใส่สบาย และเหมาะกับหลากหลายโอกาส
การออกแบบกลไกที่กะทัดรัดทำให้นาฬิการุ่นใหม่นี้มาพร้อมตัวเรือนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 40.8 มม. ซึ่งถือว่าเล็กที่สุดในบรรดานาฬิกาดำน้ำ Grand Seiko มอบความสบายในการสวมใส่และลงตัวกับข้อมือหลากหลายขนาด ทั้งตัวเรือนและสายผลิตจาก High-Intensity Titanium ไทเทเนียมชนิดพิเศษที่มีความหนาแน่นสูง เบากว่าสเตนเลสสตีลราว 30% และโดดเด่นด้วยประกายเงาวาวเฉพาะตัว
สายนาฬิกาประกอบด้วยตัวล็อกส่วนขยายที่พัฒนาขึ้นใหม่ให้มีระบบ Micro-Adjustment เพื่อการสวมใส่ที่กระชับ ด้วยการปรับระดับไมโครได้ถึงสามระดับ ช่วยให้สามารถปรับขนาดได้ละเอียดถึง 6 มิลลิเมตร คุณสมบัติส่วนขยายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการสวมใส่บนชุดดำน้ำยังช่วยให้สามารถขยายได้อีก 18 มิลลิเมตร ทำให้สามารถปรับได้ทั้งหมด 24 มิลลิเมตร

ผลงานใหม่ล่าสุดนี้ สามารถในการกันน้ำได้ลึกถึง 300 เมตร สะท้อนถึงความทนทานอันเหนือชั้น เมื่อผสานกับคุณสมบัติทนต่อรอยขีดข่วนและน้ำหนักเบาของ High-Intensity Titanium ผลงานแต่ละเรือนจึงมอบทั้งความแข็งแกร่งและความสบายในการสวมใส่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กลไก Spring Drive U.F.A. ใหม่ล่าสุด: คาลิเบอร์ 9RB1
กลก 9RB1 ประกอบขึ้นด้วยมืออย่างประณีตโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญแห่ง Shinshu Watch Studio ซึ่งตั้งอยู่ในฐานการผลิตของ Seiko Epson ในเมือง Shiojiri จังหวัด Nagano กลไกนี้มีความเที่ยงตรงระดับ ±20 วินาทีต่อปี อันเป็นผลจากการซีลคริสตัลออสซิลเลเตอร์ในระบบสุญญากาศ หลังผ่านกระบวนการบ่มนานสามเดือนเพื่อสร้างความเสถียร ร่วมกับ IC ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ไฟฟ้าสถิต และแสง ความถี่ของออสซิลเลเตอร์แต่ละตัวถูกวัดในหลายระดับอุณหภูมิ และข้อมูลที่ได้ถูกบันทึกลงใน IC กำลังไฟต่ำ เพื่อให้สามารถชดเชยอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ กลไกยังมาพร้อมสวิตช์ปรับแต่งที่สามารถใช้ในการบริการหลังการขาย เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานยาวนาน

ผลงานรุ่นใหม่ทั้งสองจะวางจำหน่ายที่ Grand Seiko Boutique และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป
8 พ.ค. 2569
8 พ.ค. 2569
8 พ.ค. 2569
8 พ.ค. 2569