Last updated: 24 มิ.ย. 2569 | 27 จำนวนผู้เข้าชม |
ผลงานทุกชิ้นของ Arnold & Son ล้วนสะท้อนศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา เช่นเดียวกับผลงานรุ่นใหม่ Perpetual Moon “Colours of the Moon” ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากหนึ่งในสามหัวใจหลักของแบรนด์ ได้แก่ Astronomy, Chronometry และ World Time หรือการบ่งบอกเวลาทางดาราศาสตร์ ความเที่ยงตรงเหนือระดับ และเวลาสากลทั่วโลก และเพื่อสดุดีต่อผู้ก่อตั้ง John Arnold ผลงานซีรีส์ “Colours of the Moon” นี้ Arnold & Son ได้เลือกนําความงดงามทางดาราศาสตร์มาให้ได้ชื่นชมผลงานรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นตัวเรือนสตีลทั้งสามเวอร์ชันที่ผลิตจํานวนจํากัดเพียงเวอร์ชันละ 18 เรือนนี้ ถือเป็นครั้งแรกในโลกแห่งนาฬิกาที่มีการใช้เปลือกในหอยมุกผ่านกระบวนการเคลือบ PVD มาใช้ทั้งบนหน้าปัดและแผ่นดิสก์ที่จําลองพระจันทร์ข้างขึ้น-แรม และเพื่ออุทิศให้กับดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารที่โคจรรอบโลก ผลงานรุ่นนี้มาพร้อมดิสก์แสดงพระจันทร์ข้างขึ้น-แรมที่ทําจากเปลือกในหอยมุกที่มีความแม่นยําทางดาราศาสตร์สูง โดดเด่นด้วยความเรื่องแสงในตัว และใช้เฉดสีถึงสามเฉดที่เพื่อถ่ายทอดความงดงามของดวงจันทร์ที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาลหรือภายใต้สภาวะพิเศษในบางโอกาส
ว่าด้วยการพบพานที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตา
ดวงจันทร์นั้นถือได้ว่ามีบทบาทสําคัญอยู่เบื้องหลังความสําเร็จในเส้นทางอาชีพของ John Arnold ในปี 1768 เมื่อเขา ประดิษฐ์และถวายแหวนบอกเวลาที่วิจิตรและซับซ้อนให้แก่พระเจ้าจอร์จที่ 3 ความสําเร็จครั้งนั้นก็สะดุดตา Nevil Maskelyne นักดาราศาสตร์หลวงผู้กําลังค้นคว้าวิธีการคํานวณลองจิจูดด้วยวิธีวัดระยะทางจากดวงจันทร์เข้าทันที แต่แทนที่จะลอกเลียนผลงานของ John Harrison ผู้ประสบความสําเร็จในการประดิษฐ์ผลงาน H4 อันโด่งดัง Arnold กลับเลือกที่จะสร้างสรรค์และพัฒนานาฬิกาเพื่อการเดินเรือทะเลที่เลื่องชื่อเรื่องความแม่นยําของตนเอง ความแม่นยําาของผลงานและนาฬิกาที่ Arnold ได้ปรับแต่งตามคําขอสร้างความประทับใจให้แก่ Maskelyne จนได้นําไปทดลองใช้ในการเดินทางสํารวจทางวิทยาศาสตร์สู่หมู่เกาะเวสต์อินดีสในปี ค.ศ. 1769 และด้วยผลงานที่เป็นที่ประจักษ์และยอมรับครั้งนั้นเอง John Arnold จึงได้เสนอเครื่องโครโนมิเตอร์ ซึ่งเป็นคําที่เขาเป็นผู้บัญญัติขึ้นเองให้แก่คณะกรรมการลองจิจูด (Board of Longitude) โดยออกแบบให้มีความเที่ยงตรงราคาไม่สูงจนเกินไป และสามารถผลิตเพิ่มได้ และสามารถใช้งานในการเดินเรือได้จริง
สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของมนุษย์
ดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบสุริยะได้หล่อเลี้ยงจินตนาการของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม วัฏจักรของดวงจันทร์ที่เที่ยงตรงและสม่ําเสมอ ทําให้มันกลายเป็นเครื่องมือวัดเวลาที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติมาเนิ่นนานก่อนวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับดาราศาสตร์จะถือกําเนิดขึ้น

เฉลิมฉลองให้กับดวงจันทร์
ในเชิงดาราศาสตร์ หนึ่งรอบวัฏจักรของดวงจันทร์ หรือช่วงระยะเวลาที่วันแรม 15 ค่ําครบสองรอบ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 29 วัน 12 ชั่วโมง 44 นาที และ 2.8 วินาที โดยมีวันพระจันทร์เต็มดวงเป็นจุดสูงสุดของวัฏจักรนี้ และสีสันที่เปลี่ยนไปของดวงจันทร์นี้เองที่สร้างความหลงใหลให้แก่อารยธรรมทั่วโลกมาโดยตลอด ดวงจันทร์ของเราสามารถปรากฏในเฉดสีที่ชวนประหลาดใจได้เสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตําแหน่งบนท้องฟ้า ฤดูกาล หรือสภาพบรรยากาศ ณ เวลานั้น
แรงบันดาลใจของ Arnold & Son ในการพัฒนาผลงานลิมิเต็ดอิดิชัน “Colours of the Moon” มาจากปรากฏการณ์ทาง ดาราศาสตร์เหล่านี้ โดยรุ่น Blue Moon ถ่ายทอดทั้งความหายากของการเกิดพระจันทร์เต็มดวงขึ้นอีกครั้งภายในฤดูกาลเดียว และโทนสีเย็นตาของดวงจันทร์ที่เกิดจากการหักเหแสงโดยอนุภาคในบรรยากาศบางชนิด ส่วนรุ่น Golden Moon สะท้อนถึงแสงอบอุ่นเรื่อเรืองที่ดวงจันทร์เปล่งออกมาเมื่ออยู่ใกล้ขอบฟ้าแสงนั้นถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศของโลก และเป็นภาพที่มักเชื่อมโยงกับฤดูเก็บเกี่ยวและประเพณีพื้นบ้าน สําหรับรุ่น Red Moon นั้นสื่อถึงปรากฏการณ์จันทรุปราคา เมื่อเงาของโลกทอดลงบนดวงจันทร์ และมีเพียงแสงสีแดงจากดวงอาทิตย์ที่ลอดผ่านชั้นบรรยากาศ ทําให้เกิดภาพปรากฏการณ์ “พระจันทร์สีเลือด” อันเป็นที่มาของตํานานและสัญลักษณ์ในหลายวัฒนธรรม
เพื่อขับเน้นความงดงามของดวงจันทร์ Arnold & Son ได้เพิ่มการเคลือบ Super-LumiNova ไว้ใต้เปลือกหอยมุกที่ผ่านการตกแต่งเคลือบสีแผ่นดิสก์ดวงจันทร์ทั้งสองด้านยังมีการวาดลวดลายกลุ่มดาวค้างคาว (Cassiopeia) และกลุ่มดาวหมีใหญ่ (Ursa Major) ด้วยวัสดุเรืองแสงชนิดเดียวกัน เป็นกลุ่มดาวที่ถูกเลือกมาให้แต่งแต้มอยู่บนผลงานชิ้นนี้เพื่อเป็นการคารวะต่อบรรดานักเดินเรือที่ใช้หมู่ดาวทั้งสองในการค้นหาดาวเหนือซึ่งจะบ่งบอกทิศเหนืออยู่เสมอนั่นเอง
การเลือกใช้สเตนเลสสตีล
อีกหนึ่งคุณลักษณะที่โดดเด่นของรุ่น “Colours of the Moon” ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของคอลเลกชัน Perpetual Moon คือการใช้ตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41.5 มิลลิเมตร และความหนา 11.67 มิลลิเมตร มอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่ซีรีส์ลิมิเต็ดอิดิชันที่ผลิตเพียง 18 เรือนต่อเวอร์ชัน เนื้อสตีลช่วยขับเน้นความงดงามของหน้าปัดและการเล่นแสงของแผ่นดิสก์ดวงจันทร์เป็นวัสดุที่เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจําวันได้หลากหลายโอกาสโดยไม่ลดทอนคุณค่าความพิเศษในศาสตร์การรังสรรค์นาฬิกาลงแต่อย่างใด
กระบวนการผลิตอันเป็นเอกลักษณ์
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่อยู่เสมอ Arnold & Son จึงเป็นผู้ผลิตนาฬิการายแรกที่นํากระบวนการเคลือบ PVD (Physical Vapour Deposition) มาใช้กับเปลือกในหอยมุกเป็นกระบวนการที่ต้องทําในสภาวะสุญญากาศที่ควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อเคลือบชั้นโลหะบางๆ ลงบนพื้นผิววัสดุเพื่อเพิ่มมิติและความละเอียดอ่อน ผลลัพธ์คือหน้าปัดและท้องฟ้าที่มีพระจันทร์ข้างขึ้น-แรมของ จันทร์ข้างขึ้น-แรมของ Perpetual Moon “Colours of the Moon” ในเฉดสีดํา น้ำเงิน และเขียว ที่สะท้อนแสงเงาวาวอย่างมีเอกลักษณ์ เมื่อแสงส่องผ่านเปลือกในหอยมุกจะเผยให้เห็นลวดลายแถบชั้นตามธรรมชาติของวัสดุ อินทรีย์ล้ําค่า และเมื่อมุมหรือความเข้มของแสงเปลี่ยนไปลวดลายที่ปรากฏก็ชวนให้นึกถึงเส้นสายที่ไหลลื่นของเหล็กดามัสกัส

การถ่ายทอดกลไกจักรวาลให้มีชีวิต
เพื่อให้กลไกถ่ายทอดพลวัตของจักรวาลนี้ทํางานได้อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมการบอกเวลาสําหรับการใช้งานในชีวิตประจําวัน Arnold & Son ได้ติดตั้งกลไกขึ้นลานด้วยมือรุ่น A&S1512 ที่พัฒนาและผลิตภายในโรงงานของแบรนด์เองให้กับนาฬิการุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน Perpetual Moon “Colours of the Moon” ทั้งสามแบบกลไกนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 34 มิลลิเมตร และความหนา 5.35 มิลลิเมตร มอบพลังงานสํารองยาวนานถึง 90 ชั่วโมงเมื่อขึ้นลานเต็ม
งานขัดแต่งพื้นผิวสุดหรูหรา
กลไกภายในที่มองเห็นได้ผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ใสแสดงให้เห็นถึงความประณีตในทุกขั้นตอนการขัดตกแต่งพื้นผิว ตั้งแต่ชิ้นส่วนควบคุมการทํางานที่ความถี่ 3 Hz ไปจนถึงสะพานจักรที่แต่งด้วยลวดลาย Côtes de Genève แบบ แผ่รัศมีและขอบเจียรขัดเงาด้วยมือ รวมถึงลาย perlage บนแท่นเครื่องและลายวงกลมขดก้นหอยบนเฟือง ฝาหลังโปร่ง ในยังเผยให้เห็นสกรูสีน้ำเงินที่มีหัวขัดเงาและเจียรขอบอย่างงดงาม พร้อมด้วยดวงจันทร์ชุดที่สองที่มีสเกลบอกตําแหน่งละเอียด เพื่อให้สามารถปรับตั้งการแสดงผลทางดาราศาสตร์บนหน้าปัดได้อย่างแม่นยํา
สไตล์คลาสสิก
เพื่อให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ด้านความงามที่โดดเด่น ผลงานรุ่น Perpetual Moon “Colours of the Moon” มาพร้อม สายหนังจระเข้เย็บด้วยมือที่เข้ากับโทนสีของแต่ละรุ่น และตัวล็อคแบบหัวเข็มขัดดั้งเดิมที่ทําจากสเตนเลสสตีลชนิดเดียวกับตัวเรือน
พบกับนาฬิกา Arnold & Son ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้
SHH Pendulum – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
18 มิ.ย. 2569
18 มิ.ย. 2569
19 มิ.ย. 2569