Last updated: 21 ก.ค. 2569 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดตัวครั้งแรกในปี 1963 Aston Martin DB5 ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่โด่งดังที่สุดบนจอภาพยนตร์ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรม การออกแบบ และนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร พร้อมตอกย้ำสถานะของ Aston Martin ในฐานะแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีที่เปี่ยมด้วยความปรารถนามากที่สุดแบรนด์หนึ่งของอังกฤษ
วันนี้ Breitling และ Aston Martin ร่วมถ่ายทอดมรดกแห่งความเป็นเลิศดังกล่าวสู่โลกแห่งเรือนเวลาด้วย Top Time B01 Chronograph 41 Tribute to Aston Martin DB5 ซึ่งเปิดตัวในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชัน 3 เวอร์ชันอันโดดเด่น
ย้อนกลับไปในทศวรรษ 1960 Top Time คือโครโนกราฟที่แหวกขนบของ Breitling ออกแบบขึ้นเพื่อคนรุ่นใหม่ผู้หลงใหลในความเร็วและการใช้ชีวิตอย่างอิสระ และเมื่อ Top Time Ref. 2002 ปรากฏบนข้อมือของ Sean Connery (ฌอน คอนเนอรี) ในภาพยนตร์ Thunderball (1965) เคียงคู่กับ Aston Martin DB5 รถสปอร์ตคู่ใจของ James Bond ไอคอนแห่งยุคสมัยทั้งสองก็ได้ร่วมสร้างหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของประวัติศาสตร์การออกแบบ


นาฬิการุ่นดังกล่าวยังเป็น นาฬิกาเรือนแรกในภาพยนตร์ชุด James Bond ที่ได้รับการดัดแปลงด้วยอุปกรณ์พิเศษ (Q-modified Watch) เปิดฉากธรรมเนียมของอุปกรณ์สายลับอันเลื่องชื่อ และเป็นช่วงเวลาที่ "เวลา" และ "ความเร็ว" หลอมรวมเป็นภาษาเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์นั้นได้รับการตีความขึ้นใหม่ผ่านวัสดุและงานออกแบบใน Top Time Tribute to Aston Martin DB5 รายละเอียด Wood Inlay สายหนังไล่เฉดสีที่ลงสีด้วยมือ และการออกแบบหน้าปัดอันประณีต ล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากห้องโดยสารของ Aston Martin DB5 ถ่ายทอดความรู้สึกราวกับได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยของรถแกรนด์ทัวเรอร์ระดับตำนานคันนี้
"Aston Martin DB5 คือหนึ่งในผลงานออกแบบเพียงไม่กี่ชิ้นที่ไม่เคยตกยุค ทุกวันนี้มันยังคงร่วมสมัยไม่ต่างจากเมื่อเปิดตัวในทศวรรษ 1960" Georges Kern (จอร์จส์ เคิร์น) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร House of Brands (Universal Genève, Breitling และ Gallet) กล่าว "Top Time รุ่นนี้จึงถ่ายทอดความรู้สึกของสไตล์เหนือกาลเวลาออกมาได้อย่างสมบูรณ์"
ด้าน Marek Reichman (มาเร็ก ไรช์แมน) รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Aston Martin กล่าวว่า "นาฬิการุ่นพิเศษเหล่านี้แตกต่างจากทุกสิ่งที่เราเคยสร้างมาก่อน ความร่วมมือกับ Breitling ทำให้สองแบรนด์ที่มีความหลงใหลร่วมกันในงานออกแบบเหนือกาลเวลา งานฝีมือ และนวัตกรรม ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดอย่างเป็นธรรมชาติและเปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน แรงบันดาลใจจากความสง่างามอันเป็นนิรันดร์ของ Aston Martin DB5 และมรดกด้านการออกแบบของทั้งสองแบรนด์ ได้หลอมรวมเป็นนาฬิกาที่สร้างสมดุลระหว่างความงดงาม ความเที่ยงตรง และสมรรถนะ ทุกองค์ประกอบได้รับการพิจารณาอย่างพิถีพิถันเพื่อสะท้อนบุคลิกและความแท้จริงที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้ง Aston Martin และ Breitling ผลลัพธ์คือเรือนเวลาที่ร่วมสมัยในวันนี้ และยังคงงดงามเหนือกาลเวลาสำหรับคนรุ่นต่อไป"

แรงบันดาลใจจาก Aston Martin DB5 ปรากฏอยู่ในทุกรายละเอียดของ Top Time Tribute to Aston Martin DB5 ซึ่งผสานมรดกการออกแบบของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน ทั้งความหรูหราของวัสดุภายในห้องโดยสาร Aston Martin และเอกลักษณ์สไตล์โมเดิร์นเรโทรของ Top Time
ตัวเรือนทรงคุชั่น กับมุมตัวเรือนแบบเซาะร่อง และปุ่มกดโครโนกราฟทรงเห็ด ล้วนชวนให้นึกถึงโครโนกราฟในยุค 1960 ขณะที่หน้าปัดย่อยทรง "Squircle" ซึ่งผสมผสานระหว่างทรงสี่เหลี่ยมและวงกลม ได้แรงบันดาลใจจากมาตรวัดบนแผงหน้าปัดของรถยนต์คลาสสิก วงแหวนด้านในที่ตกแต่งด้วยไม้ได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยของ DB5 ส่วนสายหนังไล่เฉดสีซึ่งลงสีด้วยมือ ถ่ายทอดโทนสีและมิติของหนังคุณภาพสูงที่ใช้ในห้องโดยสารของ Aston Martin ทุกองค์ประกอบจึงได้รับการรังสรรค์ด้วยความพิถีพิถันไม่ต่างจากรถยนต์ระดับตำนานคันนี้
"โครโนกราฟเรือนนี้ผสานรูปทรงเข้ากับการใช้งานได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ Aston Martin DB5 ความงดงามของมันอยู่ที่เส้นสาย วัสดุ และงานเก็บรายละเอียดในทุกจุด" Pablo Widmer (ปาโบล วิดเมอร์) หัวหน้าฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ของ Breitling กล่าว
สามรุ่นพิเศษเพื่อสดุดี Aston Martin DB5
คอลเลกชันนี้ประกอบด้วย 3 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ได้แก่ รุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีเงิน ผลิตจำกัด 1,022 เรือน ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Top Time Ref. 2002 รุ่นดั้งเดิมได้ใกล้เคียงที่สุด
อีกรุ่นในตัวเรือนสเตนเลสสตีลพร้อมขอบตัวเรือนแพลทินัม หน้าปัดเคลือบแลกเกอร์สีดำ ผลิตจำกัด 315 เรือน โดดเด่นด้วยความตัดกันของวัสดุและมิติที่ลุ่มลึก โดยขอบตัวเรือนแพลทินัมช่วยเพิ่มความสง่างามให้กับพื้นผิวสีดำเงา และรุ่นเรดโกลด์ 18 กะรัต หน้าปัดหินโอนิกซ์ ผลิตจำกัด 250 เรือน พร้อมหมายเลขประจำเรือนแต่ละเรือน ถือเป็นรุ่นที่หรูหราที่สุด โดย Breitling เลือกใช้หินโอนิกซ์ธรรมชาติบนหน้าปัดเป็นครั้งแรก ถ่ายทอดมิติและประกายอันเป็นเอกลักษณ์ของหินธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด รายละเอียดทั้งหมดล้วนถ่ายทอดงานฝีมือในการตกแต่งห้องโดยสารของ Aston Martin DB5 ผ่านภาษาการออกแบบของโครโนกราฟร่วมสมัย

สมรรถนะจากกลไกระดับแมนูแฟกเจอร์
หัวใจของนาฬิกาคือ Breitling Manufacture Caliber 01 กลไกโครโนกราฟที่ได้รับการรับรองความเที่ยงตรงจาก COSC ออกแบบเพื่อมอบทั้งความแม่นยำและความเชื่อถือได้
สถาปัตยกรรมแบบคอลัมน์วีลทำงานร่วมกับระบบคลัตช์แนวดิ่งเพื่อให้การจับเวลาเป็นไปอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ พร้อมพลังงานสำรองนานถึง 70 ชั่วโมง
สามารถชื่นชมกลไกผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ใส ซึ่งเผยให้เห็นโรเตอร์ที่สลักตรา Aston Martin โดยรุ่นสเตนเลสสตีลใช้โรเดียมชุบ ส่วนรุ่นทองคำแดงใช้โรเตอร์ทองคำแดง 18 กะรัต ทุกองค์ประกอบสะท้อนสมรรถนะระดับสูงควบคู่กับภาษาการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนึ่งในรถยนต์ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์
Top Time Tribute to Aston Martin DB5 คือการหวนคืนสู่ช่วงเวลาที่สองแนวคิดการออกแบบอันโดดเด่นได้มาบรรจบกัน ฝั่งหนึ่งหล่อหลอมจากสมรรถนะและสัดส่วนของรถยนต์ อีกฝั่งขับเคลื่อนด้วยความเที่ยงตรงและศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา และทั้งสองยังคงเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์ที่สามารถก้าวข้ามกาลเวลาได้อย่างแท้จริง
เกี่ยวกับ Aston Martin Lagonda
Aston Martin มีวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์รถยนต์อัลตร้าลักชัวรีสัญชาติอังกฤษที่ผู้คนปรารถนามากที่สุดในโลก ผ่านการสร้างสรรค์รถยนต์สมรรถนะสูงที่ผสานความงดงามและความเร้าใจไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1913 โดย Lionel Martin (ไลโอเนล มาร์ติน) และ Robert Bamford (โรเบิร์ต แบมฟอร์ด) ปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ระดับตำนานของโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสไตล์ ความหรูหรา สมรรถนะ และความพิเศษเหนือระดับ Aston Martin ผสานเทคโนโลยีล่าสุดเข้ากับงานฝีมือแบบดั้งเดิมและการออกแบบอันงดงาม จนกลายเป็นผู้สร้างสรรค์รถยนต์รุ่นสำคัญอย่าง Vantage, DB12, Vanquish, DBX และ Valhalla ซูเปอร์คาร์ปลั๊กอินไฮบริดเครื่องยนต์วางกลางรุ่นแรกของแบรนด์
ภายใต้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน Racing. Green. บริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีขุมพลังทางเลือกควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาปภายใน พร้อมแผนเปิดตัวรถสปอร์ตและ SUV พลังงานไฟฟ้าในอนาคต
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Gaydon ประเทศอังกฤษ โดยรถสปอร์ตทุกคันผลิตที่โรงงาน Gaydon ส่วน DBX ผลิตที่โรงงานเมือง St Athan ประเทศเวลส์ ก่อนส่งออกไปจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
แบรนด์ Lagonda ก่อตั้งขึ้นในปี 1899 ก่อนจะรวมกิจการกับ Aston Martin ในปี 1947 ภายหลังการเข้าซื้อกิจการโดย Sir David Brown (เซอร์ เดวิด บราวน์) ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในชื่อ Aston Martin Lagonda Global Holdings plc
ในปี 2020 Lawrence Stroll (ลอว์เรนซ์ สโทรลล์) เข้ารับตำแหน่ง Executive Chairman พร้อมการลงทุนครั้งสำคัญ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับคืนสู่การแข่งขันระดับสูงสุดของมอเตอร์สปอร์ตผ่านทีม Aston Martin Aramco Formula One Team เปิดศักราชใหม่ให้กับแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษอันเป็นตำนาน
เกี่ยวกับ Breitling
Breitling ก่อตั้งขึ้นในปี 1884 และได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ แบรนด์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมของวงการ ทั้งการคิดค้นโครโนกราฟสมัยใหม่ และการบุกเบิกนาฬิกาเครื่องมือสำหรับการนำทาง (Navigation Tool Watch)
ปัจจุบัน Breitling ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการในฐานะแบรนด์ลักชัวรีที่เข้าถึงง่าย มีความร่วมสมัย และให้ความสำคัญกับความยั่งยืน โดยมีบูติกและจุดจำหน่ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ Industrial Loft ราว 280 แห่งทั่วโลก
คอลเลกชันของ Breitling ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่ง อากาศ พื้นดิน และท้องทะเล ซึ่งทั้งหมดถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์การออกแบบสไตล์ Modern-Retro อันโดดเด่นของแบรนด์ ขณะที่กลไกของนาฬิกาทุกเรือนได้รับการรับรองมาตรฐาน COSC ในฐานะโครโนมิเตอร์ (Chronometer) ที่มีความเที่ยงตรงสูง และ Breitling ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาอิสระเพียงไม่กี่รายที่สามารถพัฒนาและผลิต แมนูแฟกเจอร์คาลิเบอร์ ได้ภายในโรงงานของตนเอง
Breitling ยังมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมผ่านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุ การผลิต บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (End-to-End Traceability)
ด้วยการผสานศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมล่าสุดที่คำนึงถึงความยั่งยืน Breitling จึงเป็นทั้งแบรนด์ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน และยังคงก้าวล้ำเหนือยุคสมัยอยู่เสมอ
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569
21 ก.ค. 2569