Last updated: 11 ส.ค. 2569 | 36 จำนวนผู้เข้าชม |
ณ สนามแข่ง Circuit Zandvoort ที่เสียงเครื่องยนต์ดังก้องไปตามแนวเนินทราย ขณะที่ฝูงชนอยู่ใกล้ชิดกับขอบสนาม TAG Heuer เปิดตัวนาฬิกา TAG Heuer Formula 1 Solargraph ขนาด 38 มิลลิเมตร รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 2 รุ่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาษาการออกแบบของ TAG Heuer Formula 1 รุ่นดั้งเดิม เพื่อร่วมรำลึกถึงการแข่งขัน Formula 1 สุดสัปดาห์สุดท้ายของสนามแห่งนี้
สนามแข่งไม่เคยลืม ทุกหนึ่งรอบการแข่งขันทิ้งร่องรอยไว้ ทั้งบนยางมะตอย ในความทรงจำ และในจังหวะชีพจรของผู้ที่ไล่ล่าความเร็ว TAG Heuer ผู้ผลิตนาฬิกาหรูสัญชาติสวิส เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph ขนาด 38 มิลลิเมตร จำนวน 2 รุ่น ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการแข่งขัน Dutch Grand Prix™ ครั้งสุดท้าย
ริมทะเลเหนือ ที่ซึ่งสายลมพัดผ่านเนินทรายและเสียงเครื่องยนต์ดังก้องไปทั่วอัฒจันทร์ที่อัดแน่น Dutch Grand Prix™ ได้สร้างชื่อเสียงจากความเข้มข้นที่ดิบและเต็มไปด้วยพลัง ณ Circuit Zandvoort สนามแข่งให้ความรู้สึกใกล้ชิดและคับแคบกว่าสนามทั่วไป แทร็กที่มีโค้งซึ่งเรียกร้องทั้งความกล้าตัดสินใจและความแม่นยำจากนักขับ สภาพแวดล้อมแห่งนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้ TAG Heuer Formula 1 เปิดบทใหม่ ด้วยการตอกย้ำอัตลักษณ์แห่งไลฟ์สไตล์จากโลกแห่งการแข่งขัน พร้อมขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Solargraph ด้วยตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรที่ได้รับการปรับสัดส่วนอย่างประณีต ผลลัพธ์คือผลงานที่บันทึกช่วงเวลาซึ่งเต็มไปด้วยแรงกดดัน ขณะที่ Zandvoort กำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันครั้งสุดท้าย

รากฐานที่หล่อหลอมปัจจุบัน
นับตั้งแต่ยุคแรกของ Formula 1 เวลาไม่เคยเป็นเพียงตัวเลขที่เป็นกลาง เพราะมันเป็นผู้ตัดสินตำแหน่ง กำหนดสมรรถนะ และขีดเส้นแบ่งระหว่างการควบคุมกับความเสี่ยง TAG Heuer สร้างชื่อเสียงขึ้นมาจากโลกแห่งความเร็วนี้ ด้วยการพัฒนาเครื่องมือจับเวลาที่ตอบสนองต่อความต้องการของมอเตอร์สปอร์ตในระดับสูงสุด ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้หล่อหลอมตัวตนของแบรนด์ และวางรากฐานไว้บนวัฒนธรรมที่ความแม่นยำไม่ใช่สิ่งที่เลือกได้ แต่เป็นสิ่งที่ต้องมี
เมื่อคอลเลกชัน TAG Heuer Formula 1 เปิดตัวในปี 1986 ได้สร้างโทนใหม่ให้กับโลกแห่งการผลิตนาฬิกา ด้วยการนำสีสัน ทัศนคติ และความเชื่อมโยงโดยตรงกับโลกแห่งการแข่งขันมาสู่รูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน คอลเลกชันนี้นำจิตวิญญาณจากสนามแข่งออกไปไกลกว่าพิตและแพดด็อก ถ่ายทอดความเร็วออกมาเป็นงานออกแบบ รากฐานดังกล่าวยังคงเป็นแนวทางของ TAG Heuer Formula 1 ในปัจจุบัน ซึ่งทุกวิวัฒนาการยังคงเชื่อมโยงกับมอเตอร์สปอร์ต ขณะเดียวกันก็ปรับตัวให้เข้ากับความคาดหวังของยุคใหม่
Zandvoort จึงเข้ากับเรื่องราวนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สนามแข่งแห่งนี้ท้าทายนักขับด้วยแทร็กที่แคบและโค้งเอียง ขณะที่ทำเลริมชายฝั่งนำมาซึ่งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และสามารถเปลี่ยนจังหวะของการแข่งขันโดยไม่มีสัญญาณเตือน การกลับมาของ Formula 1 สู่สนามแห่งนี้ได้ปลุกวัฒนธรรมของแฟนกีฬาขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีทะเลสีส้มของผู้ชมที่เปลี่ยนอัฒจันทร์ให้กลายเป็นภูมิทัศน์ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา บรรยากาศเต็มไปด้วยความหนาแน่น สมาธิ และเสียงอึกทึก TAG Heuer นำความเข้มข้นดังกล่าวมาตีความเป็นนาฬิกาที่ถ่ายทอดความรู้สึกถึงความใกล้ชิดและแรงกดดันแบบเดียวกัน

พลังที่เคลื่อนไปพร้อมกับความเร็ว
TAG Heuer Formula 1 Solargraph รุ่นใหม่ทั้งสองรุ่นถ่ายทอดพลังงานของสนามแข่งผ่านภาษาการออกแบบที่ชัดเจนและมีจุดมุ่งหมาย ตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรมอบบุคลิกกะทัดรัดบนข้อมือ พร้อมสัดส่วนที่แม่นยำ สมดุล และมีเหตุผลในการออกแบบ เพื่อเคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้สวมใส่มากกว่าที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหว
ทั้งสองรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นมีอัตลักษณ์ทางภาพที่สอดคล้องกัน โดยใช้หน้าปัดสีเทาเป็นพื้นฐาน พร้อมแทร็กสเกลนาทีสีส้มและแดงที่สร้างความแตกต่างอย่างโดดเด่น องค์ประกอบโดยรวมมีความตรงไปตรงมา โดยใช้สีเป็นสัญลักษณ์เพื่อการสื่อสารมากกว่าการตกแต่ง ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างสมดุล เพื่อให้อ่านเวลาได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังคงรักษาจังหวะทางสายตาที่แข็งแกร่ง
ตัวเรือนเดินหน้าต่อด้วยพื้นผิวสเตนเลสสตีลแบบพ่นทราย ซึ่งช่วยเสริมบุคลิกของนาฬิกา พื้นผิวด้านช่วยดูดซับแสงและสร้างรูปลักษณ์ที่เข้มขรึม สอดคล้องกับโลกของมอเตอร์สปอร์ต โครงสร้างตัวเรือนได้รับแรงบันดาลใจจากตัวเรือน TAG Heuer Formula 1 รุ่นดั้งเดิม โดยยังคงซิลูเอตที่จดจำได้ ขณะเดียวกันก็ปรับสัดส่วนให้เหมาะกับรูปแบบที่กะทัดรัดยิ่งขึ้น
ล้อมรอบหน้าปัดด้วยขอบตัวเรือนแบบหมุนได้สองทิศทาง ซึ่งมาพร้อมลวดลาย Daisy อันเป็นเอกลักษณ์ ผลิตจาก TH-Polylight วัสดุที่มอบสัมผัสอันโดดเด่นเมื่อใช้งาน ขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งความทนทานและน้ำหนักเบา ขอบตัวเรือนทำหน้าที่ล้อมกรอบหน้าปัด พร้อมการหมุนที่แม่นยำและมีน้ำหนัก สะท้อนความเชื่อมโยงกับศาสตร์แห่งการจับเวลาและการวัด
บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา ช่องแสดงวันที่ถูกจัดวางอย่างกลมกลืนกับองค์ประกอบโดยรวม โดยไม่ทำลายสมดุลของหน้าปัด เข็มนาฬิกายังคงรูปแบบจาก TAG Heuer Formula 1 รุ่นดั้งเดิม รวมถึงเข็มชั่วโมงแบบดั้งเดิมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงนาฬิกาเข้ากับรากฐานทางประวัติศาสตร์ รูปทรงของเข็มช่วยให้อ่านเวลาได้ทันที ขณะที่หลักชั่วโมงแบบประยุกต์เคลือบสารเรืองแสง Eggshell Super-LumiNova® ช่วยให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนเมื่อสภาพแสงเปลี่ยนแปลง และยังขยายขอบเขตการใช้งานไปสู่สภาพแสงน้อย
โล่สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์บริเวณ 6, 9 และ 12 นาฬิกา ช่วยย้ำอัตลักษณ์ของนาฬิกา พร้อมจัดโครงสร้างหน้าปัดด้วยรหัสทางการออกแบบที่คุ้นเคยและยังคงเหมือนกันในทั้งสองรุ่น
รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นแรกผลิตจำนวนจำกัด 1,500 เรือน มาพร้อมสายยางที่เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมแห่งการแข่งขันโดยตรง ส่วนรุ่นที่สองผลิตจำนวนจำกัด 1,000 เรือน และมาพร้อมสายสเตนเลสสตีลแบบ 3 แถว ทั้งสองรุ่นบรรจุในกล่องเฉพาะรุ่น พร้อมข้อความ TAG Heuer Formula 1 Limited Edition อยู่ภายใน

ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Solargraph ซึ่งสามารถใช้ทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์เป็นแหล่งพลังงานที่แทบไม่มีวันหมด เพียงได้รับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลา 1 นาที ก็สามารถจ่ายพลังงานให้นาฬิกาทำงานต่อเนื่องได้ตลอดหนึ่งวัน ขณะที่การชาร์จเต็มโดยใช้เวลาได้รับแสงน้อยกว่า 40 ชั่วโมง จะมอบพลังงานสำรองได้นานถึง 10 เดือนในความมืดสนิท
แม้กระทั่งเมื่อนาฬิกาหยุดเดิน ก็สามารถกลับมาทำงานได้อีกครั้งด้วยการได้รับแสงเพียง 10 วินาที ขณะที่แอคคิวมูเลเตอร์ได้รับการออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 15 ปี มอบความน่าเชื่อถือที่ต่อเนื่องและยาวนาน
Zandvoort ปิดฉากลงด้วยความเร็วเต็มพิกัด และรอบสุดท้ายของสนามแห่งนี้จะถูกจดจำไว้ในนาฬิกาที่ไม่เคยยอมชะลอความเร็ว
เกี่ยวกับ TAG Heuer
TAG Heuer ก่อตั้งขึ้นในปี 1860 โดย Edouard Heuer (เอดูอาร์ด ฮอยเออร์) ในเทือกเขาจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูภายใต้เครือ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (“LVMH”) กลุ่มบริษัทลักชัวรีชั้นนำของโลก สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง La Chaux-de-Fonds ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมโรงงานผลิต 4 แห่ง TAG Heuer มีพนักงาน 1,900 คน และดำเนินธุรกิจใน 139 ประเทศ ผลิตภัณฑ์ของ TAG Heuer วางจำหน่ายทางออนไลน์ในบางประเทศผ่าน www.tagheuer.com รวมถึงในบูติก 260 แห่ง และจุดจำหน่ายกว่า 2,300 แห่งทั่วโลก

ตลอดระยะเวลา 165 ปี TAG Heuer ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการผลิตนาฬิกาแบบล้ำสมัยและความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรม ผ่านเทคโนโลยีสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Oscillating Pinion สำหรับนาฬิกาจับเวลาแบบกลไกในปี 1887, Mikrograph ในปี 1916, กลไกโครโนกราฟขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นแรกอย่าง Calibre 11 ในปี 1969 และสมาร์ทวอทช์หรูรุ่นแรกในปี 2015
ปัจจุบันคอลเลกชันหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสองตระกูลอันเป็นเอกลักษณ์ที่ออกแบบโดย Jack Heuer (แจ็ก ฮอยเออร์) ได้แก่ TAG Heuer Carrera และ Monaco พร้อมด้วยคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง TAG Heuer Aquaracer, Formula 1, Link และ Connected
ภายใต้ปรัชญาใหม่ของ TAG Heuer อย่าง Designed to Win แบรนด์ยังคงต่อยอดมรดกแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะระดับสูง ความร่วมมือกับพันธมิตรและแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับแนวหน้าสะท้อนความมุ่งมั่นของ TAG Heuer ในการก้าวข้ามขีดจำกัด และสร้างผลงานให้โดดเด่นในช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด
10 ส.ค. 2569
10 ส.ค. 2569
10 ส.ค. 2569
10 ส.ค. 2569