Last updated: 8 ก.ย. 2569 | 35 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อสัญญาณไฟเตรียมดับลง ณ มาดริด ตัวแทนแห่งโครโนกราฟโฉมใหม่ก็เข้าประจำตำแหน่งบนจุดสตาร์ท ขับเคลื่อนด้วยความเที่ยงตรง หล่อหลอมโดยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน และรังสรรค์ขึ้นเพื่อยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
เมื่อ Formula 1® ปักหมุด ณ เมืองหลวงของสเปน และถนนของมาดริดพร้อมเปิดบทใหม่ของประวัติศาสตร์วงการมอเตอร์สปอร์ต TAG Heuer นาฬิกาหรูสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์เปิดตัว TAG Heuer Carrera Chronograph Sport การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของรุ่นโครโนกราฟระดับไอคอนิกในคอลเลกชัน TAG Heuer Carrera การเปิดตัวจัดขึ้นระหว่างการแข่งขัน FORMULA 1 TAG HEUER GRAN PREMIO DE ESPAÑA 2026 ซึ่ง TAG Heuer รับบทบาทสำคัญในฐานะ Title Partner ของการแข่งขัน และ Official Timekeeper ของ Formula 1® งานนี้ถือเป็นการสานต่อตำนานความเร็วของแบรนด์ท่ามกลางบรรยากาศสุดตื่นเต้นของเมืองใหญ่ในยุโรป โดยมีมาดริดเป็นฉากหลังของการเปิดตัวที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็ว ความแม่นยำ และจิตวิญญาณนักสู้


The TAG Heuer Carrera ใจกลางจิตวิญญาณแห่งสนามแข่ง
นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น TAG Heuer ได้ปฏิวัติศาสตร์แห่งการจับเวลานาฬิกาด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลากว่า 160 ปี แบรนด์ได้สร้างสรรค์อุปกรณ์จับเวลาที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำทุกการเคลื่อนไหว ตั้งแต่นาฬิกาจับเวลาบนแผงหน้าปัดรถยนต์ยุคแรก ไปจนถึงระบบจับเวลาความถี่สูงในสนามแข่งกีฬา ความหลงใหลนี้เชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์แบบกับโลกแห่งมอเตอร์สปอร์ต ที่ซึ่งเวลาเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันและความแม่นยำคือสิ่งจำเป็นที่สุด
TAG Heuer Carrera ไม่อาจแยกออกจากมรดกอันยิ่งใหญ่นี้ได้ หากย้อนกลับไปก่อนที่คอลเลกชันนี้ถือกำเนิด เมซง (Maison) ได้สร้างนิยามใหม่ให้กับการจับเวลาในทุกจังหวะการเคลื่อนไหวแล้ว โดยในปี ค.ศ. 1911 “Time of Trip” ได้นำระบบจับเวลาบนแผงคอนโซลมาสู่โลกแห่งยานยนต์และอากาศยาน ติดตั้งอุปกรณ์วัดเวลาความเที่ยงตรงสูงไว้ ณ ใจกลางแห่งความเร็วและการแข่งขัน และต่อมาในปี ค.ศ. 1916 นวัตกรรมจับเวลาที่มีความแม่นยำสูงถึง 1/100 วินาที ก็ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ วางรากฐานอันมั่นคงให้ระบบจับเวลาสนามแข่งยุคใหม่
เรื่องราวของ TAG Heuer Carrera เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1963 เมื่อ Jack Heuer ได้เปิดตัวผลงานโครโนกราฟที่ออกแบบมาเพื่อนักแข่งมืออาชีพโดยเฉพาะ ด้วยแรงบันดาลใจจากการแข่งขันในตำนานของเม็กซิโกอย่าง Carrera Panamericana ชิ้นงานนี้จึงถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมุ่งเน้นหัวใจสำคัญเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการชัดเจนในการอ่านค่าขณะใช้ความเร็ว หน้าปัดถูกลดทอนรายละเอียดจนเหลือเพียงข้อมูลที่จำเป็น จัดวางเครื่องหมายอย่างชัดเจนและสัดส่วนที่สมดุล เพื่อให้สามารถอ่านเวลาที่ผ่านไปได้ในชั่วพริบตา แนวคิดนี้ได้กลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญของ TAG Heuer Carrera และส่งให้คอลเลกชันนี้ก้าวขึ้นเป็นไอคอนแห่งวงการสนามแข่ง
ในทศวรรษต่อๆ มา TAG Heuer Carrera ได้วิวัฒนาการผ่านหลากหลายดีไซน์แต่ยังคงไว้ซึ่งตัวตนอันแท้จริง คอลเลกชันนี้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยตามเทรนด์การออกแบบและนวัตกรรมใหม่ๆ จากโครโนกราฟระบบไขลานสู่ระบบออโตเมติก พร้อมผสานวัสดุและโครงสร้างระดับไฮเทค โดยตลอดทุกการเปลี่ยนแปลง แบรนด์ยังคงให้ความสำคัญกับความชัดเจนและสมรรถนะสูงสุด
TAG Heuer Carrera Chronograph Sport เปิดตัวในฐานะนิยามใหม่ของโครโนกราฟสไตล์สปอร์ต ต่อยอดจากพื้นฐานดั้งเดิมด้วยภาษาการออกแบบที่ชัดเจนและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ซึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ได้สานต่อทิศทางนั้นผ่านสัดส่วนที่ลงตัวยิ่งขึ้น การสวมใส่ที่สบายเข้ากับสรีระ และการชูจุดเด่นของระบบจับเวลาโครโนกราฟ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมของ Jack Heuer ที่ถูกอัปเกรดให้ตอบโจทย์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

สุดยอดสปอร์ตโครโนกราฟ
TAG Heuer Carrera Chronograph Sport มาพร้อมการปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ผลักดันด้วยความตั้งใจที่จะพาโครโนกราฟสปอร์ตกลับสู่จุดสูงสุด ด้วยงานออกแบบที่แม่นยำยิ่งขึ้น การสวมใส่ที่สบายข้อมือ และลุคที่สะท้อนดีเอ็นเอสนามแข่งอย่างชัดเจน โดยผลงานใหม่ล่าสุดนี้ได้พัฒนาต่อยอดจากพื้นฐานรุ่นปี 2020 และพาเข้าสู่ยุคใหม่ที่ทุกพื้นผิว สัดส่วน และฟังก์ชันการใช้งานถูกใส่ใจในทุกรายละเอียด เกิดเป็นผลงานสปอร์ตหรูหราที่สะท้อนตัวตนของ TAG Heuer Carrera ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเปลี่ยนแปลงเริ่มที่ตัวเรือน โดยหนึ่งในจุดอัปเกรดสำคัญของ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport คือสัดส่วนใหม่ ตัวเรือนปรับขนาดจาก 44 มม. เหลือ 42 มม. มาพร้อมระยะ Lug-to-lug ที่สั้นลงจาก 49.8 มม. เหลือ 48.6 มม. ทำให้เข้ากับสรีระข้อมือและเหมาะกับผู้สวมใส่มากขึ้น สัดส่วนโดยรวมดูร่วมสมัยและกะทัดรัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ตัวเรือนยังเพรียวบางลงอย่างเห็นได้ชัด โดยลดความหนาจาก 15.48 มม. เหลือ 14.17 มม. ช่วยให้สวมใส่แนบสนิทอย่างมั่นใจ ตัวเรือนได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมาพร้อมพื้นผิวด้านข้างแบบปัดลาย (brushed) ที่เน้นงานเทคนิค และเสริมภาพลักษณ์ความทันสมัยที่ถ่ายทอดอยู่ทั่วทั้งเรือนเวลา
โครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์นี้ยังถูกส่งต่อไปยังขอบตัวเรือน (Bezel) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของรุ่นใหม่ล่าสุด โดยถูกปรับให้บางลงและละเมียดละไมยิ่งขึ้น ผสานฐานรองสเตนเลสสตีลที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนเข้ากับแผ่นวงแหวนเซรามิกเงางาม ฐานรองสเตนเลสสตีลช่วยให้ขอบตัวเรือนดูมั่นคงแข็งแกร่ง ขณะที่วงแหวนเซรามิกช่วยเพิ่มมิติความลึกและเส้นสายทางสายตาที่สะอาดตาไร้ที่ติ เมื่อรวมกัน องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยสร้างมิติสมดุลใหม่ระหว่างความหรูหราและความเป็นสปอร์ต ทำให้ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport ตอบโจทย์การสวมใส่ได้ในทุกๆ วัน โดยยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์แห่งการแข่งรถไว้อย่างครบถ้วน
ปุ่มกดจับเวลา (Pushers) ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยงานดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจอย่างเด่นชัดมาจากลูกสูบและชิ้นส่วนเครื่องยนต์สมรรถนะสูง เสริมให้ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport เผยคาแรกเตอร์แห่งการแข่งขันที่ดุดันยิ่งขึ้นเมื่อมองจากมุมด้านข้าง
ความแนบเนียนแต่เปี่ยมด้วยความหมายช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับตัวเรือน ลายช่อชัยพฤกษ์ (Victory Wreath) ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเล่าเรื่องอันทรงพลังในผลงานรุ่นใหม่ๆ ของ TAG Heuer Carrera ได้ถูกสลักไว้อย่างประณีตบริเวณขารับสาย (Lug) บนขวาของ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport เอกลักษณ์สำคัญนี้เชื่อมโยงชิ้นงานเข้ากับภาษาสากลแห่งชัยชนะที่เคียงคู่ TAG Heuer Carrera มาโดยตลอด ตั้งแต่ในสนามแข่งส่งตรงถึงบนข้อมือ
ภายใน TAG Heuer Carrera Chronograph ขับเคลื่อนด้วยกลไก อินเฮาส์ คาลิเบอร์ TH20-00 (in-house Calibre TH20-00) ที่ได้รับการยกย่องในเรื่องความเที่ยงตรงเชื่อถือได้และสมรรถนะอันเหนือชั้น สามารถมองเห็นความประณีตได้ผ่านฝาหลังแบบซีทรู กลไกนี้มอบสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยโรเตอร์รูปโล่ TAG Heuer (oscillating mass) พร้อมการรับประกันยาวนานถึง 5 ปี
สายเหล็กสเตนเลสดีไซน์ข้อ H ปรับโฉมใหม่ยังคงเป็นหัวใจหลักของ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport โดยปรับสัดส่วนสายให้เรียวลงเพื่อการสวมใส่ที่สบายยิ่งขึ้นและดูหรูหราคมคายขึ้น มาพร้อมระบบปรับข้อสายง่ายดาย ให้คุณปรับขนาดสายได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ นอกจากนี้ในไลน์ไลน์อัปใหม่ยังมีเวอร์ชันสายหนังเจาะรูสไตล์วินเทจมอเตอร์สปอร์ต ที่จับคู่กับตัวล็อกบานพับแบบ Pin Buckle รุ่นใหม่อย่างลงตัว

อัตลักษณ์แห่งโลกการแข่งรถที่ถ่ายทอดไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
คอลเลกชันนี้นำเสนอ 5 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งแต่ละรุ่นต่างถ่ายทอดตัวตนอันมีเอกลักษณ์ของ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport โดยหน้าปัดสีน้ำเงินยังคงเป็นเอกลักษณ์สำคัญของ TAG Heuer Carrera ที่มีให้เลือกทั้งสายสเตนเลสสตีลและสายหนังสีน้ำตาลเจาะรูฉลุ ตัวหน้าปัดโดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วย Sunray brushed หน้าปัดย่อยสีเงิน สเกลนาทีและเข็มจับเวลาสีเทา เติมเต็มด้วยรายละเอียดเคลือบแลคเกอร์สีน้ำเงินบนปุ่มกดจับเวลา และขอบตัวเรือนเซรามิกสีน้ำเงิน
รุ่นโทนสีเขียวทีล (Teal green) ถ่ายทอดกลิ่นอายความร่วมสมัย ด้วยหน้าปัดปัดลาย Sunray brushed ผสานหน้าปัดย่อยสีเงิน รายละเอียดตกแต่งสีเทา เติมเต็มด้วยงานแลคเกอร์สีเขียวบนปุ่มกดจับเวลา และขอบตัวเรือนเซรามิกสีเข้าชุดกัน ขณะที่รุ่นสีเงินนำเสนอโครงสร้างหน้าปัดสไตล์ 'แพนด้า' (Panda configuration) อันเป็นไอคอนิก ด้วยการวางหน้าปัดย่อยสีดำตัดกับพื้นหลังสีเงิน พร้อมแลคเกอร์สีดำบนปุ่มกดจับเวลา และขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ สื่อถึงความเชื่อมโยงอันเด่นชัดกับโครโนกราฟสายแข่งคลาสสิก ส่วนรุ่นหน้าปัดสีดำผิวด้าน (Black opalin) มอบอารมณ์สนามแข่งที่ดุดันยิ่งขึ้น จับคู่หน้าปัดย่อยสีดำเข้ากับดีเทลสีแดงของระบบจับเวลาที่ตัดกันอย่างโดดเด่น ชูฟังก์ชันการใช้งานให้สะดุดตาในทันที

ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งของ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport แม้ทุกรุ่นจะใช้โครงสร้างหลักเดียวกัน แต่สามารถถ่ายทอดคาแรกเตอร์เฉพาะตัวผ่านเฉดสีและความคมชัดที่แตกต่าง มอบมิติดีไซน์ที่หลากหลายภายใต้จิตวิญญาณสนามแข่งอย่างแท้จริ
ความหลากหลายทั้งหมดนี้ยังคงยึดหลักการสำคัญอันเป็นหัวใจของ TAG Heuer Carrera นั่นคือ 'การอ่านค่าได้ชัดเจนในทุกระดับความเร็ว' วิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Jack Heuer ถูกถ่ายทอดใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์สปอร์ตโครโนกราฟยุคใหม่ มีการใช้ตัวเลขอารบิกแทนมาร์กเกอร์แบบเดิม ช่วยให้มองเห็นสเกลได้ชัดเจนขึ้นทันตา เสริมลุคสปอร์ตดุดัน และสร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างให้ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport จากตระกูลโครโนกราฟอื่นๆ อย่างเด่นชัด
ขอบหน้าปัดด้านใน (Flange) ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกัน พร้อมจัดวางเลย์เอาต์หน้าปัดย่อย 3 ช่องแบบ ไตร-คอมแพกซ์ (Tricompax) ที่อัปเกรดให้แสดงค่าระบบจับเวลาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับรุ่นสีดำ ดีไซน์นี้มาในสไตล์โทนอินโทน (Tone-on-tone) ที่คุมโทนกลมกลืน มอบลุคเชิงเทคนิคที่ดูสุขุมเข้มข้น ส่วนในรุ่นสีน้ำเงิน สีเขียวทีล และสีเงิน หน้าปัดย่อยถูกออกแบบให้ตัดกับสีพื้นหน้าปัด ช่วยให้ฟังก์ชันจับเวลาโดดเด่นขึ้นในทันตา พร้อมสร้างจังหวะทางสายตาที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวในแต่ละรุ่น
การใช้สีสันถูกคิดมาอย่างประณีตเพื่อเน้นฟังก์ชันจับเวลาให้เด่นชัด ในรุ่นสีดำ Opalin ใช้เข็มจับเวลาและมาร์กเกอร์นาทีสีแดง ถ่ายทอดกลิ่นอายมาตรวัดบนคอนโซลรถแข่งอย่างชัดเจน ส่วนรุ่นสีน้ำเงิน สีเขียวทีล และสีเงิน เลือกใช้ดีเทลสีเทาเพื่อความสบายตาและคุมโทนภาพรวมอย่างลงตัว โดยทุกรุ่นมาพร้อมช่องวันที่บริเวณ 6 นาฬิกา และสเกล Tachymeter สีขาวที่ช่วยดึงดีเอ็นเอการวัดความเร็วออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คืนสู่ความเร็วเต็มสปีด
TAG Heuer ยกระดับและเติมความสดใหม่ให้โครโนกราฟรุ่นสำคัญอย่าง TAG Heuer Carrera Chronograph Sport พร้อมปูเส้นทางใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม ผลงานชุดนี้นำจิตวิญญาณระดับตำนานของ TAG Heuer Carrera ที่ยาวนานหลายทศวรรษ มาส่งต่อผ่านสัดส่วนใหม่ ลุคมาตรวัดแข่งรถที่ดุดันขึ้น และดีเอ็นเอสปอร์ตที่เด่นชัด ในช่วงเวลาที่กรุงมาดริดต้อนรับศึก Grand Prix™ ครั้งใหม่ และทั้งเมืองกำลังตื่นเต้นไปกับความเร็วของ Formula 1® การเปิดตัวของ TAG Heuer Carrera Chronograph Sport จึงมาได้จังหวะลงตัวที่สุด เพื่อพากลุ่ม TAG Heuer Carrera กลับสู่เลนสปอร์ตโครโนกราฟด้วยความมั่นใจและเป้าหมายที่เด็ดเดี่ยว
เกี่ยวกับ TAG Heuer
TAG Heuer ก่อตั้งขึ้นในปี 1860 โดยเอดูอาร์ด ฮอยเออร์ (Edouard Heuer) ณ เทือกเขาจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (“LVMH”) กลุ่มธุรกิจลักชัวรีชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลาโชว์-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีโรงงานผลิตทั้งหมด 4 แห่ง พร้อมทีมงานกว่า 1,900 คน และดำเนินธุรกิจใน 139 ประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ TAG Heuer วางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.tagheuer.com ในบางประเทศ รวมถึงบูติกกว่า 260 แห่ง และจุดจำหน่ายกว่า 2,300 แห่งทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานภายใต้การนำของ อองตวน ปิน (Antoine Pin) CEO ของ TAG Heuer
ตลอดระยะเวลากว่า 165 ปี TAG Heuer ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาในแบบอาวองการ์ดอย่างแท้จริง พร้อมยึดมั่นในนวัตกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลไก Oscillating Pinion สำหรับนาฬิกาจับเวลาเชิงกลในปี 1887 การเปิดตัว Mikrograph ในปี 1916 การเปิดตัวกลไกโครโนกราฟแบบไขลานอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกอย่าง Calibre 11 ในปี 1969 และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์หรูรุ่นแรกในปี 2015 ปัจจุบัน คอลเลกชันหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสองตระกูลไอคอนิกที่ออกแบบโดย แจ็ค ฮอยเออร์ (Jack Heuer) ได้แก่ TAG Heuer Carrera และ TAG Heuer Monaco เสริมด้วยคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง TAG Heuer Aquaracer, Formula 1, Link และ Connected
TAG Heuer ได้สะท้อนปรัชญาใหม่ “Designed to Win” (เกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ) อย่างชัดเจน โดยสานต่อมรดกแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะระดับสูง ความร่วมมือและแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังของแบรนด์ล้วนสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนในการฝ่าขีดจำกัด และพร้อมส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาสำคัญ
www.tagheuer.com
@TAGHeuer
8 ก.ย. 2569
8 ก.ย. 2569
8 ก.ย. 2569
8 ก.ย. 2569