Last updated: 16 ก.ย. 2569 | 26 จำนวนผู้เข้าชม |
Rolex ขยายคอลเลกชัน Perpetual ด้วยนาฬิกาที่มาพร้อมระบบปฏิทินแบบครบถ้วน (Complete Calendar) และปฏิทินรายปี (Annual Calendar) ที่เปลี่ยนค่าโดยทันที ในคอลเลกชั่น Perpetual Padellone ซึ่งนำความแม่นยำและความงดงามของบทกวีแห่งเวลามาผสานกันในรูปแบบใหม่ นาฬิกาที่งามสง่าแสดงวันที่ วัน เดือน และข้างขึ้นข้างแรม รวมถึงชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคที่ก้าวล้ำ การออกแบบที่กลมกลืนสร้างสมดุลอย่างลงตัวระหว่างรูปแบบดั้งเดิมกับความร่วมสมัย
ชื่อ Padellone ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Rolex รุ่นก่อนหน้า ซึ่งมาพร้อมกลไกปฏิทินแบบครบถ้วนอย่าง Reference 8171 และเป็นที่รู้จักในหมู่นักสะสมในชื่อ “Padellone” นาฬิการุ่นใหม่นี้จึงถือเป็นการสานต่อมรดกของ Rolex อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่แผ่นแสดงข้างขึ้นข้างแรมซึ่งเชื่อมโยงจังหวะของดวงจันทร์เข้ากับจังหวะของโลก ได้เปิดมุมมองเสมือนหน้าต่างออกสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน
พื้นหน้าปัดของ Padellone ตกแต่งด้วยพื้นผิวแบบเกรนเกือบตลอดทั้งพื้นที่ ขณะที่บริเวณขอบใช้พื้นผิวซาติสุดประณีต เข็มกลางสีน้ำเงินที่ปลายเข็มเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ทำหน้าที่ชี้ไปยังวันที่ปัจจุบันบนสเกลวันที่ซึ่งเรียงอยู่รอบขอบหน้าปัดและพิมพ์ด้วยสีดำ ช่องหน้าต่างสองช่องบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกาแสดงข้อมูลวันและเดือนตามลำดับในภาษาอังกฤษ บริเวณตำแหน่ง 6 นาฬิกาคือแผ่นดิสก์สีน้ำเงินเคลือบอีนาเมล ซึ่งหมุนครบหนึ่งรอบในหนึ่งเดือนจันทรคติ หรือ 29.53 วัน พระจันทร์เต็มดวงและพระจันทร์ดับบนแผ่นดิสก์ผลิตจากอุกกาบาต โดยพระจันทร์ดับได้รับการเคลือบ PVD สีน้ำเงินเข้มเพิ่มเติม ส่วนดวงดาวสีเงินใช้เทคนิคการพิมพ์แพด (pad printing) ซึ่งเป็นกระบวนการพิมพ์เพื่อสร้างรายละเอียดดวงดาวลงบนพื้นผิว



ตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร มาพร้อมขอบตัวเรือนที่ผสานทั้งรูปทรงโค้งนูนและลายฟลูตอย่างละเอียดอ่อน ขณะที่ฝาหลังตัวเรือนแบบใสเปิดให้ชื่นชมความซับซ้อนทางเทคนิคและการตกแต่งของกลไกภายใน ไม่ว่าจะเป็นสะพานจักรประดับลวดลาย Rolex Côtes de Genève และโรเตอร์ขึ้นลานแบบฉลุจากเยลโลว์โกลด์
Padellone นำเสนอในตัวเรือน เอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต พร้อมหน้าปัดสีขาวเข้มพื้นผิวแบบเกรน และสาย Settimo ซึ่งติดตั้งตัวล็อกแบบซ่อน Crownclasp นอกจากนี้ยังมีรุ่นตัวเรือนแพลทินัม 950 พร้อมหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูที่ตกแต่งพื้นผิวแบบเกรน และสายหนังจระเข้สีดำด้านพร้อมตัวล็อก Dualclasp อีกหนึ่งรุ่นใช้ตัวเรือนเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัตเช่นเดียวกับรุ่นแรก พร้อมหน้าปัดสีขาวเข้มพื้นผิวแบบเกรน และสายหนังจระเข้สีน้ำตาลด้าน ติดตั้งตัวล็อก Dualclasp
หัวใจของ Padellone คือ คาลิเบอร์ 7190 ซึ่งอยู่ภายใต้คำขอจดสิทธิบัตร 30 รายการ โดย 2 รายการเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของคาลิเบอร์รุ่นนี้ กลไกที่สะท้อนความก้าวหน้าของงานวิจัยด้านศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกานี้โดดเด่นด้วยความถี่การทำงาน 5 เฮิรตซ์ แม้จะมีความบางกว่ากลไก Rolex ส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติร่วมกับคาลิเบอร์อีกสองรุ่นในตระกูล 71xx แต่ยังคงมอบสมรรถนะที่โดดเด่น
กลไกของ Padellone พัฒนาต่อยอดจากโครงสร้างของ คาลิเบอร์ 7135 ซึ่งเปิดตัวพร้อม Land-Dweller ในปี 2025 และได้รับระบบควบคุมความเที่ยงตรงแบบเดียวกัน ประกอบด้วยชุดจักรกลไกการปล่อยพลังงาน Dynapulse ประสิทธิภาพสูง และชุดออสซิลเลเตอร์ที่ทันสมัย
กลไกปฏิทินรายปีที่ผสานอยู่ภายในคาลิเบอร์ 7190 ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่โดดเด่นและมีความน่าเชื่อถือสูง โดยใช้ระบบใหม่ที่เรียกว่า Haplos ซึ่งอยู่ภายใต้คำขอจดสิทธิบัตร ระบบนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนเพียงสองชิ้นที่เชื่อมต่อเข้ากับกลไกวันที่ ได้แก่ ก้านขับเพิ่มเติม (additional carrier finger) และ คันโยกปฏิทินรายปี (annual lever)

อีกหนึ่งนวัตกรรมทางเทคนิคคือ โปรแกรมปฏิทินรายปีที่ได้รับการผสานไว้บนด้านหลังของแผ่นดิสก์แสดงเดือน เพื่อส่งข้อมูลให้คันโยกปฏิทินรายปีรู้ว่าเป็นเดือนใดในขณะนั้น ขณะที่การเปลี่ยน วันที่ วัน และเดือน จะเกิดขึ้นพร้อมกันโดยทันทีเมื่อถึงเที่ยงคืน ซึ่งคุณสมบัตินี้อยู่ภายใต้คำขอจดสิทธิบัตร
เช่นเดียวกับนาฬิกา Rolex ทุกรุ่น Perpetual Padellone ผ่านการรับรอง Superlative Chronometer ซึ่งมีเกณฑ์การทดสอบที่ได้รับการยกระดับตั้งแต่ปี 2026 เพื่อรับรองสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเมื่อสวมใส่บนข้อมือ
ความเป็นเลิศแห่งสไตล์
ในฐานะนาฬิกาที่มาพร้อมระบบปฏิทินแบบครบถ้วนและปฏิทินรายปีที่เปลี่ยนค่าโดยทันที Perpetual Padellone ยืนอยู่บนจุดบรรจบระหว่างศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาแบบคลาสสิกกับการแสวงหาสมรรถนะระดับสูง นาฬิการุ่นนี้เฉลิมฉลองหนึ่งในกลไกอันทรงคุณค่าของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาคือปฏิทินแบบครบถ้วน ซึ่งสามารถแสดงวันที่ วัน เดือน และข้างขึ้นข้างแรม พร้อมผสานเข้ากับนวัตกรรมทางเทคนิคระดับแนวหน้าล่าสุดของ Rolex
กลไกชุดนี้ทำงานด้วยความถี่ 5 เฮิรตซ์ และประกอบด้วยทั้งชุดจักรกลไกการปล่อยพลังงาน Dynapulse ประสิทธิภาพสูง และระบบ Haplos ซึ่งช่วยให้กลไกแยกแยะระหว่างเดือนที่มี 30 วันและ 31 วันได้ การเปลี่ยนวันที่ วัน และเดือนพร้อมกันในทันทีเมื่อถึงเที่ยงคืน ยังสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญของ Rolex ในการพัฒนากลไกปฏิทินแบบเปลี่ยนค่าโดยทันที
Padellone คือผลงานทางเทคโนโลยีที่เปี่ยมด้วยความสง่างาม และสะท้อนจิตวิญญาณของคอลเลกชัน Perpetual ได้อย่างสมบูรณ์แบบ คอลเลกชันนี้เปิดตัวในปี 2023 พร้อมรุ่น 1908 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเฉลิมฉลองศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาในรูปแบบอันสูงส่งที่สุด


ตัวเรือนที่ลงตัวอย่างประณีต
Padellone มาในตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยเส้นสายอันอ่อนช้อยและฝาหลังแบบใสที่เปิดให้ชื่นชมรายละเอียดด้านสุนทรียศาสตร์ของกลไก ตัวเรือนส่วนกลางติดตั้งตัวแก้ไขสำหรับฟังก์ชันปฏิทินไว้บริเวณด้านข้าง ขณะที่รูปทรงโค้งของขาสายได้รับการเน้นให้เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยการลบมุมอย่างนุ่มนวลบริเวณขอบด้านบน ขอบตัวเรือนแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยส่วนล่างตกแต่งด้วยลายฟลูตอันสง่างาม ขณะที่ส่วนบนมีรูปทรงโค้งนูน กระจกหน้าปัดและฝาหลังแบบใสผลิตจากแซฟไฟร์ พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร (165 ฟุต) จึงมอบการปกป้องกลไกภายในได้อย่างเหมาะสม ตัวเรือนมีให้เลือกทั้งเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต และแพลทินัม 950
สายอันงามสง่า
Padellone รุ่นเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัตมีให้เลือกทั้งสาย Settimo หรือสายหนังจระเข้สีน้ำตาลด้าน ส่วนรุ่นตัวเรือนแพลทินัม 950 จับคู่กับสายหนังจระเข้สีดำด้าน สำหรับสาย Settimo ถ่ายทอดทั้งความประณีตและความสง่างาม พร้อมมอบความรู้สึกเบาสบายเป็นพิเศษบนข้อมือ ตัวสายประกอบด้วยข้อสายขนาดเล็ก 7 ชิ้นที่มีรูปทรงโค้งเล็กน้อย แต่ละชิ้นได้รับการขัดเงาทุกพื้นผิว ก่อนนำมาเรียงต่อกันจนสามารถโอบรับรูปทรงของข้อมือได้อย่างนุ่มนวลและสวมใส่สบายเป็นพิเศษ สายโลหะรุ่นนี้ยังใช้ระบบพิเศษสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับตัวเรือนส่วนกลาง ซึ่งอยู่ภายใต้คำขอจดสิทธิบัตร พร้อมตัวล็อกแบบพับซ่อน Crownclasp ช่วยรักษาความต่อเนื่องของพื้นผิวและความกลมกลืนของดีไซน์โดยรวม

ส่วนสายหนังจระเข้สีน้ำตาลด้านหรือสีดำด้านของ Padellone บุด้านในด้วยหนังลูกวัวสีเขียว พร้อมการเย็บด้ายสีเดียวกับสาย และติดตั้งตัวล็อกแบบพับสองชั้น Dualclasp ซึ่งได้รับการออกแบบให้สามารถจัดตำแหน่งตัวล็อกให้อยู่กึ่งกลางข้อมือได้เสมอ
คาลิเบอร์ 7190
Padellone ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 7190 ที่ Rolex พัฒนาและผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงาน เปิดตัวในปีนี้และเป็นกลไกที่ใช้เฉพาะกับนาฬิการุ่นนี้ คาลิเบอร์รุ่นนี้คือการหลอมรวมเทคโนโลยีหลากหลายด้านเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อมอบสมรรถนะที่โดดเด่น โดยเฉพาะในด้านความเที่ยงตรง พลังงานสำรอง ความสะดวกในการใช้งาน และความน่าเชื่อถือ กลไกชุดนี้สามารถรองรับเดือนที่มี 30 วันและ 31 วันได้ด้วยระบบ Haplos ที่ได้รับสิทธิบัตร ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วน 2 ชิ้นที่เพิ่มเติมเข้ากับกลไกวันที่แบบเปลี่ยนค่าโดยทันที
ในด้านการตกแต่ง คาลิเบอร์ 7190 นำเสนอรายละเอียดที่ผ่านการเก็บงานอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะสะพานจักรที่ตกแต่งด้วยลวดลาย Rolex Côtes de Genève ซึ่งแตกต่างจาก Côtes de Genève แบบดั้งเดิมตรงที่มีร่องขัดเงาบาง ๆ คั่นอยู่ระหว่างแต่ละแถบ ขณะที่โรเตอร์ขึ้นลานผลิตจากเยลโลว์โกลด์และผ่านการฉลุให้เกิดรูปทรงโปร่ง พร้อมติดตั้งชุดจักรกลไกการปล่อยพลังงาน Dynapulse ซึ่งผสานประสิทธิภาพในการถ่ายทอดพลังงานเข้ากับความน่าเชื่อถือในระดับสูง ระบบการปล่อยพลังงานแบบลำดับขั้นนี้ผลิตจากซิลิคอน จึงสามารถต้านทานสนามแม่เหล็กความเข้มสูงได้ Dynapulse เปิดตัวครั้งแรกบนคาลิเบอร์ 7135 ของ Land-Dweller ซึ่งเปิดตัวในปี 2025 และอยู่ภายใต้คำขอจดสิทธิบัตร 7 รายการ
คาลิเบอร์ 7190 ยังติดตั้ง สปริงจักร Syloxi ซึ่งได้รับสิทธิบัตรและผลิตจากซิลิคอน วัสดุที่สามารถต้านทานสนามแม่เหล็กความเข้มสูง พร้อมมอบเสถียรภาพทางความร้อนที่ดีเยี่ยมและความทนทานต่อแรงกระแทกสูง รูปทรงของสปริงจักรซึ่งได้รับสิทธิบัตรเช่นกัน ช่วยให้กลไกรักษาความสม่ำเสมอในการทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ขดลวดของ Syloxi ได้รับการออกแบบให้มีความหนาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง การปรับเปลี่ยนนี้ช่วยให้สปริงจักรมีพลังมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลไกสามารถทำงานด้วยความถี่สูงถึง 5 เฮิรตซ์ ส่วนออสซิลเลเตอร์ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต้านทานสนามแม่เหล็กความเข้มสูงได้อย่างยอดเยี่ยม โดยประกอบด้วยแกนจักรบาลานซ์ที่ผลิตจากเซรามิกเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งได้รับสิทธิบัตรและเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Rolex และชุดจักรกลอกที่ผลิตจากทองเหลืองสูตรปรับปรุง ซึ่งสามารถต้านทานสนามแม่เหล็กความเข้มสูงได้เช่นเดียวกับเซรามิก ออสซิลเลเตอร์ยังติดตั้งระบบกันสะเทือนแรงกระแทก Paraflex ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการปรับปรุง ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกของกลไก พร้อมทำให้แกนจักรบาลานซ์กลับเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำหลังเกิดแรงกระแทก และสามารถหมุนได้อย่างราบรื่นและสม่ำเสมอในทุกตำแหน่ง พร้อมระบบขึ้นลานอัตโนมัติผ่าน Perpetual rotor ด้วยสถาปัตยกรรมของตลับลานและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของชุดจักรกลไกการปล่อยพลังงาน กลไกจึงสามารถมอบพลังงานสำรองได้ประมาณ 66 ชั่วโมง

การรับรอง Superlative Chronometer
Perpetual Padellone ผ่านการรับรอง Superlative Chronometer ซึ่งเป็นการรับรองเฉพาะของ Rolex ที่มอบให้แก่นาฬิกาทุกเรือนที่ออกจากโรงงาน เพื่อรับรองถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมเมื่อสวมใส่บนข้อมือ การรับรองภายในโรงงานนี้อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงานอิสระของสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ตั้งแต่ปี 2026 การรับรอง Superlative Chronometer ได้เพิ่มเกณฑ์การทดสอบใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ การต้านทานสนามแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน โดยเกณฑ์เหล่านี้ถูกนำมาใช้ตลอดกระบวนการออกแบบและผลิตนาฬิกาแต่ละเรือน ซึ่งมีการตรวจสอบและรับรองหลายร้อยรายการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสมรรถนะของนาฬิกา เกณฑ์ใหม่เหล่านี้เพิ่มเติมจากมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเมื่อ Rolex ปรับนิยามการรับรองในปี 2015 ซึ่งครอบคลุมความเที่ยงตรง การกันน้ำ ระบบขึ้นลานอัตโนมัติ และความเป็นอิสระในการทำงาน
ในปีเดียวกัน Rolex ได้จัดตั้งกระบวนการทดสอบเฉพาะสำหรับนาฬิกาที่ผลิตเสร็จสมบูรณ์ โดยดำเนินการภายในโรงงานผ่านอุปกรณ์อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ข้อกำหนดด้านความเที่ยงตรงมีความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยหลังจากประกอบกลไกเข้ากับตัวเรือนแล้ว นาฬิกาซึ่งใช้กลไกที่ผ่านการรับรองในฐานะโครโนมิเตอร์อย่างเป็นทางการ จะต้องมีค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ระหว่าง –2 ถึง +2 วินาทีต่อวัน ค่าความคลาดเคลื่อนที่ Rolex ยอมรับสำหรับนาฬิกาที่ประกอบเสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงมีช่วงที่แคบกว่าค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ในการรับรองกลไกเพียงอย่างเดียวอย่างมีนัยสำคัญ สถานะ Superlative Chronometer แสดงด้วยตราประทับสีเขียวที่มาพร้อมนาฬิกา Rolex ทุกเรือน และมาพร้อมการรับประกันระหว่างประเทศเป็นระยะเวลา 5 ปี

เกี่ยวกับ Rolex
ชื่อเสียงด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้
Rolex คือโรงงานนาฬิกาสวิสที่ดำเนินงานแบบครบวงจรและเป็นอิสระ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเจนีวา และเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในด้านความเชี่ยวชาญและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศ ความสง่างาม และเกียรติภูมิของแบรนด์
กลไกของนาฬิกา Oyster Perpetual และ Perpetual ผ่านการรับรองและทดสอบภายในโรงงานของ Rolex เพื่อประเมินความเที่ยงตรง สมรรถนะ และความน่าเชื่อถือ ขณะที่ตรารับรอง Superlative Chronometer ซึ่งสื่อด้วยตราประทับสีเขียว เป็นเครื่องยืนยันว่าแต่ละนาฬิกาผ่านการทดสอบโดย Rolex ในห้องปฏิบัติการของตนเอง ตามเกณฑ์ที่ Rolex กำหนดขึ้น โดยเกณฑ์เหล่านี้ได้รับการตรวจสอบเป็นระยะโดยองค์กรอิสระภายนอก คำว่า “SUPERLATIVE” ซึ่งปรากฏบน Oyster ทุกรุ่น สะท้อนถึงปรัชญาและคุณค่าของ Rolex โดยเป็นตัวแทนของแนวคิดเรื่องความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Hans Wilsdorf (ฮันส์ วิลส์ดอร์ฟ) ผู้ก่อตั้ง Rolex ปลูกฝังไว้ตั้งแต่เริ่มต้น และยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนของบริษัทในทุกสิ่งที่ดำเนินการ
แนวคิดดังกล่าวนำ Rolex ไปสู่การบุกเบิกการพัฒนานาฬิกาข้อมือ รวมถึงนวัตกรรมสำคัญมากมายในศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกา อาทิ Oyster นาฬิกาข้อมือกันน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ ซึ่งเปิดตัวในปี 1926 และกลไกขึ้นลานอัตโนมัติแบบ Perpetual rotor ที่คิดค้นขึ้นในปี 1931
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา Rolex จดสิทธิบัตรมาแล้วมากกว่า 700 รายการ ปัจจุบันแบรนด์ออกแบบ พัฒนา และผลิตชิ้นส่วนส่วนใหญ่ของนาฬิกาภายในโรงงานทั้ง 4 แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่โรงงานแห่งที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์เช่นเดียวกัน กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีกำหนดเปิดดำเนินงานในปี 2029
Rolex ดำเนินกระบวนการผลิตด้วยตนเองตั้งแต่การหล่อโลหะผสมทองคำ การขึ้นรูปชิ้นส่วน การผลิตและตกแต่งกลไก ตลอดจนการผลิตและประกอบตัวเรือน หน้าปัด และสาย นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรม กีฬา และการสำรวจ รวมถึงสนับสนุนผู้ที่กำลังพัฒนาแนวทางเพื่อช่วยรักษาโลกใบนี้
15 ก.ย. 2569