Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 31 จำนวนผู้เข้าชม |
นับเป็นเวลามากกว่าสามสิบปีที่ OMEGA และ James Bond ได้ร่วมเขียนหน้าประวัติศาสตร์อันแสนพิเศษ และบัดนี้ก็เป็นครั้งแรกที่องค์กร Spectre จะได้ร่วมเฉิดฉาย คอลเลกชั่นใหม่ประกอบไปด้วยเรือนเวลา Seamaster Diver 300M หกรุ่น – นาฬิกาสามรุ่นจะประดับด้วยตราประจำตระกูลของ เจมส์ บอนด์ และที่เหลืออีกสามรุ่นจะประดับด้วยตราของ Spectre เครื่องบอกเวลาทุกรุ่นจะมาในแบบตัวเรือนและขับเคลื่อนด้วยกลไกรุ่นเดียวกัน ทว่าต่างล้วนอวดรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ในฉบับของตน

นิยามของ บอนด์ คือความซื่อสัตย์ ความมุ่งมั่น และความยึดมั่นต่อหน้าที่ ในฐานะจารชนรหัส 007 เขาอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ในขณะที่องค์กร Spectre นั้นคือตัวแทนของสิ่งที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอย่างอิสระ มุ่งหาผลประโยชน์ส่วนตน และไร้ซึ่งพันธะ บุคลิกของเรือนเวลาทั้งสองฝ่ายอาจแตกต่างกัน แต่ไม่ใช่กับด้านคุณภาพ
นั่นคือจุดเริ่มต้นของแนวคิดของเส้นทางคู่ขนาน ภายในพวกเราทุกคนต่างมีตัวตนหลากหลาย — การทำหน้าที่สามารถดำรงอยู่เคียงข้างความเป็นอิสระ, วินัยสามารถอยู่คู่กับเสรีภาพ และความภักดีสามารถอยู่ร่วมกับความทะเยอทะยานได้ ด้วยเรื่องราวของ บอนด์ กับ Spectre ทาง OMEGA จึงสามารถถ่ายทอดด้านต่างๆ ได้ผ่านคอลเลกชั่นเดียวไปพร้อมๆ กับมอบคำถามสุดท้ายไว้ว่า: แล้วคุณจะเลือกเส้นทางไหน?



"พวกเรามีความภูมิใจอย่างยิ่งกับคอลเลกชั่นนี้ OMEGA ได้อยู่บนข้อมือของ เจมส์ บอนด์ มามากกว่าสามสิบปี และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เรานำเสนอทั้ง เจมส์ บอนด์ และองค์กร Spectre ร่วมกันในหนึ่งคอลเลกชั่น สองด้านของเรื่องราวเดียวกัน และลูกค้าของเราก็ต่างคุ้นเคยกับทั้งคู่ดี บัดนี้พวกเขาจะสามารถเลือกเส้นทางทั้งสองแบบได้แล้ว” — เรย์โนลด์ เอชลิมานน์ (Raynald Aeschlimann) ประธานและซีอีโอของ OMEGA
คอลเลกชั่น
คอลเลกชั่นประกอบไปด้วยนาฬิกา Seamaster Diver 300M ขนาด 42 มม. จำนวนหกรุ่นซึ่งติดตั้งด้วยกลไก OMEGA Co-Axial Master Chronometer Calibre 8806
เรือนเวลาสแตนเลสสตีลมีทั้งหมดสองรุ่น โดยรุ่นหนึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ เจมส์ บอนด์ และอีกรุ่นหนึ่งสำหรับองค์กร Spectre นอกจากนี้ ยังมีลิมิเต็ดเอดิชั่นอีก 2 ชุดสำหรับแต่ละฝ่าย ทั้งแบบวัสดุสแตนเลสสตีล และแบบวัสดุแพลทินัม-ทองคำ เรือนเวลาแต่ละรุ่นจะมาพร้อมกับการตกแต่งเหนือโรเตอร์ โดยนาฬิกาสำหรับ เจมส์ บอนด์ จะเป็นลวดลายเกลียวลำกล้องปืน และตราของ Spectre สำหรับรุ่นองค์กร Spectre


นาฬิการุ่นวัสดุสแตนเลสสตีล
นาฬิกา เจมส์ บอนด์ (ref. 210.30.42.20.03.004) ได้รับการติดตั้งด้วยวงขอบตัวเรือนที่รังสรรค์จากวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 และหน้าปัดอะลูมินัมสีน้ำเงินที่ตกแต่งด้วยลวดลายคลื่นจากการสลักด้วยเลเซอร์ สำหรับนาฬิกา Spectre (ref.210.30.42.20.01.023) นั้นมีขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำและหน้าปัดเกรนรมดำ ทั้งนี้นาฬิกาทั้งสองรุ่นนั้นต่างมาพร้อมกับสายนาฬิกาแบบถักและตกแต่งด้วยการขัดด้าน
เหล่าเรือนเวลาลิมิเตดเอดิชั่น
คอลเลกชั่นนี้ยังมีเครื่องบอกเวลาลิมิเตดเอดิชั่นอีกสองรุ่น หนึ่งรุ่นสำหรับจารชน เจมส์ บอนด์ และอีกหนึ่งรุ่นเป็นของ Spectre ซึ่งได้รับการรังสรรค์ในจำนวนจำกัดเพียง 77 ชุด แต่ละชุดจะประกอบไปด้วยเรือนเวลาสแตนเลสตีลที่มาพร้อมกับสายนาฬิกาแบบถักที่ตกแต่งด้วยการขัดด้าน และรุ่นวัสดุแพลตินัม-ทองคำที่จะมาพร้อมกับสายหนัง โดยนาฬิกาทั้งสองรุ่นจะไม่มีการแยกจำหน่าย



สำหรับนาฬิกาสแตนเลสสตีลนั้นจะมาพร้อมกับหมายเลขประจำเรือนที่ถูกติดตั้งบนเพลท ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา บนฝาหลังของนาฬิกาทั้งสี่รุ่นต่างได้รับการขัดแต่งแบบขัดเงาสลับด้านและประดับด้วยขอบลายคลื่นกับระบบ Naiad Lock
ในขณะที่เรือนเวลารุ่นวัสดุแพลตินัม-ทองคำนั้นขอบตัวเรือนจะได้ขอบตัวเรือนเซรามิกขัดเงาที่ติดตั้งด้วยสเกลดำน้ำจากวัสดุแพลตินัม หน้าปัดไวท์โกลด์ 18K ได้รับการเคลือบ PVD สีน้ำเงินที่ไล่ระดับเป็นลวดลายเกลียวลำกล้องปืนสำหรับรุ่น James Bond (ref. 210.83.42.20.03.001) และแบบหน้าปัดสีเทาเข้มที่ตกแต่งด้วยลวดลายหมึกยักษ์สำหรับนาฬิการุ่น Spectre (ref. 210.83.42.20.01.001) นอกจากนี้การตกแต่งด้านบนของโรเตอร์ของเครื่องบอกเวลาทั้งสองรุ่นก็จะได้รับการรังสรรค์จากวัสดุทอง Moonshine™ 18K อีกด้วย

กล่องนาฬิกา
นาฬิการุ่นลิมิเตดเอดิชั่นจะได้รับการบรรจุมาในกล่องร่วมกับสาย NATO เสริมอีกหนึ่งเส้น, อุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนสาย, กุญแจมือ และกำไลข้อมือถัก, แว่นขยาย, กล่องนาฬิกาสำหรับเดินทาง, การ์ดโฮลเดอร์ และใบรับประกันผลิตภัณฑ์แท้
สำหรับนาฬิการุ่น James Bond บนห่วงสายจะได้รับการสลักด้วยหมายเลข 007 และกล่องนาฬิกาสำหรับเดินทางจะมาในสีน้ำเงิน นาฬิการุ่น Spectre นั้นแตกต่างด้วยห่วงสายที่ตกแต่งด้วยรูปตราองค์กร Spectre เช่นเดียวกับบนคัฟลิงค์และบนกำไลข้อมือถัก ในขณะที่กล่องนาฬิกาสำหรับเดินทางมาในสีดำ
เรือนเวลาจะพร้อมให้ได้เป็นเจ้าของตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไปผ่านบูติกของ OMEGA และช่องทางออนไลน์
รายละเอียดทางเทคนิคและหมายเลขอ้างอิงของนาฬิกาทั้งหกรุ่นได้ถูกระบุไว้ในเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แนบมาด้วย
3 ต.ค. 2569
5 ต.ค. 2569
1 ต.ค. 2569
3 ต.ค. 2569