จี้สร้อยคอซ่อนเวลา: Alhambra secret pendant

Last updated: 2021-05-14  |  262 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จี้สร้อยคอซ่อนเวลา: Alhambra secret pendant

             ตั้งแต่ปี 1968 คอลเลคชันเครื่องประดับ “อัลลองบรา” (Alhambra collection) ได้มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องไปตามยุคสมัย กระนั้นในขณะเดียวกัน ความงามสง่าทางรูปลักษณ์ ของการเป็นเครื่องประดับนำโชคก็ ยังดำรงอยู่อย่างชัดเจน และในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่คอลเลคชันผลงานอันทรงแบบฉบับเฉพาะตัวได้ เพิ่มเติมลูกเล่นทางการออกแบบใหม่ นั่นก็คือจี้สร้อยคอซ่อนเวลาหรือ secret pendant watch สี่สไตล์ เพื่อเป็นการยกย่องสุนทรียศิลป์ ในการบอกเวลาผ่านนาฬิกาพก ซึ่งซ่อนอยู่ภายในตัวเรือนจี้ สร้อยคอร้อยสายโซ่เส้นยาว พร้อมกันนั้นยังมีนาฬิกาข้อมือ Sweet Alhambra อีกสองรุ่น จุดประกายปรารถนาด้วยงานประดับรัตนชาติท่ามกลางวงล้อมของลูกปัดทองคำสีเหลืองสุกสกาวเงางาม

ทุกโมงยามล้วนเลอค่า
           เครื่องประดับสมาชิกใหม่ทั้งสี่ ของ Alhambra collection ถือเป็นครั้งแรกที่อาศัยลูกเล่น “ซ่อนเวลา” เร้นตัวอยู่ภายใต้แผ่นโมทิฟรูปทรงเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบั นดาลใจในการออกแบบจากใบโคลเวอร์ สี่แฉกจากธรรมเนียมนิยมอันมีต่อนาฬิกาพกร้อยสายโซ่ในยุโรประหว่างศตวรรษที่ 17 มาสู่เครื่องประดับจี้สร้อยคอซ่อนนาฬิกาที่พร้อมบอกเวลาได้ในทุกยามปรารถนาของผู้สวมใส่ บทบรรจบระหว่างความงามสง่าทางรูปทรงเครื่องประดับ อันถือเป็นหนึ่งในสไตล์แบบฉบับประจำเมซง กับธรรมเนียมนิยมในการซ่อนนาฬิกาพก นำมาสู่จี้สร้อยคอที่รอให้ดันนิ้วเคลื่อนแผ่นโมทิฟซ่อนหน้าปัด ซึ่งใช้กลไกเดือยหมุนเป็นตัวยึด เท่านั้น ผู้เป็นเจ้าของก็สามารถดู เวลาได้ตามต้องการ เพื่อสืบทอดธรรมเนียมสุนทรียศิลป์ทางการออกแบบ อันสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ แก่ Alhambra collection เครื่องประดับแต่ละชิ้นล้วนอาศัยงานประดับตกแต่งด้วยบรรดาวัสดุ เลอค่า สองรุ่นเผยประกายสว่างเรืองรองสะกดสายตาจากลีลาสะท้อนแสง บนแผ่นทองสลักลายแถบรัศมี ดวงตะวัน “กวิโญเช” (guilloché) หนึ่งในนั้นใช้แผ่นโมทิฟ ทองคำสีกุหลาบสลักลายจำลองแถบรัศมีดวงตะวันเป็นกลไกแอบซ่อนหน้าปัดนาฬิกาที่ทำจากแผ่นแม่มุก (mother-of-pearl) สีขาว ส่วนอีกหนึ่งคือหน้าปัดทองคำสี เหลืองสลักลายแถบรัศมีกวิโญเช (guilloché) ซ่อนเร้นตัวอยู่ภายใต้แผ่นโมทิฟทองคำฝังเพชรทั่วชิ้นงาน ก่อประกายระยิบระยับวับวาว สำหรับงานออกแบบรุ่นที่สาม คือความกลมกลืนทางสีสันอันอบอุ่นของแผ่นโมทิฟทองคำสีกุหลาบฝังหินโมราสีเพลิงหรือคาร์นาเลียน ซึ่งเมื่อใช้นิ้วดัน ก็จะเคลื่อนตัวไปทางด้านข้าง เผยให้เห็นหน้าปัดแม่มุกขาวอยู่ ใจกลางกรอบหน้าปัดฝังเพชร นอกจากนั้น เครื่องประดับแต่ละชิ้น ยังต่างรองรับงานฝังไข่มุกทองเดินแถวเป็นแนวคู่ขนานบนสันขอบบน และล่างเพื่อทวีความคมชัดให้แก่ เส้นทรวดทรงโค้งเว้าของจี้สร้อยคออัลลองบรา ส่วนงานออกแบบลำดับสี่ ได้รับการสรรค์สร้างขึ้นในจำนวนจำกัดจากการประดับรัตนชาติชนิดหนึ่ง ซึ่งยากต่อการเสาะหาให้ได้ ตรงตามมาตรฐานคุณภาพของ Van Cleef & Arpels นั่นก็คือหินไข่นกการเวกหรื อเทอร์คอยซ์ (turquoise) สีฟ้าสดดุจน้ำทะเลใสกระจ่าง เติมเต็มความงดงามทางโทนสีอันอบอุ่นของทองคำเหลืองอร่ามสกาวแสงได้อย่างกลมกลืน ในขณะที่งานฝังเพชรรอบขอบตัวเรือน ตลอดจนล้อมกรอบหน้าปัด ช่วยทวีประกายระยับแสงจรัสตา ในฐานะบทเติมเต็มกลไกใช้งาน ห่วงวงแหวนยึดตัวเรือนจี้สำหรับใช้ร้อยสายสร้อย รองรับงานฝังเพชรท่ามกลางงานเดินขอบลูกปัดทองกลมกลึง ช่วยมอบความยืดหยุ่น คล่องตัวในการใช้ดูเวลา พร้อมให้ความสบายยามสวมใส่

ประกายเจิดจรัสสะท้อนความเลอค่ าของ
SWEET ALHAMBRA COLLECTION

           ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เครื่องประดับอัลลองบราได้เติ มเต็มความครบครันของคอลเลคชันผ่านงานออกแบบโมทิฟต่างขนาดหนึ่งในนั้นก็คือ Sweet Alhambra ซึ่งเผยมิติความอ่อนช้อย ละมุนละไมได้อย่างอ่อนหวานสมชื่อ สำหรับนาฬิกาข้อมือสองสไตล์ใหม่ อาศัยงานฝังลูกปัดทองเดินขอบบนเหลี่ยมมุมของสันตัวเรือน เป็นแถวคู่ขนานขนาบงานฝังเพชรตลอดแนว ส่วนหน้าปัดของแต่ละตัวเรือน ได้รับการสรรค์สร้างขึ้นจากรั ตนชาติเลอค่าหายาก รุ่นหนึ่งคือหินไข่นกการเวก และอีกรุ่นคือพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูริ (lapis lazuli) เพื่อทวีความหรูหรา พร้อมกับเป็นกลไกก่อแสงสะท้อนเร่งประกายสุกสว่างจรัสตา งานฝังเพชรล้อมกรอบหน้าปัดคือบทเติมเต็มความงามอันเกิดจากลูกเล่นขั้วต่างทางสีสันระหว่างรัตนชาติกับตัวเรือนทองคำเหลื องอร่ามสุกสกาว และเพื่อสร้างความหลากหลายทางตัวเลือกยามสวมใส่ในแต่ละครั้ง Van Cleef & Arpels มอบชุดสายข้อมือนาฬิกาสำหรับสลับสับเปลี่ยนรองรับตัวเรือน Sweet Alhambra ด้วยสีสันที่มีทั้งความภูมิฐาน และทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินเข้ม หรือฟ้าสด สีดำ กับสีแดงเบอร์กันดี แค่ใช้ปลายนิ้วกดกลไกอันเรียบง่าย นาฬิกาข้อมือรุ่นนี้ก็สามารถเติมเต็มความงามสง่าให้แก่ทุกรูปแบบการแต่งกายประจำวัน หรือแสดงออกถึงอารมณ์ของแต่ ละฤดูกาลได้อย่างลงตัว



ความหลากหลายของรัตนศิลาหายาก

          ในฐานะบทสะท้อนถึงทักษะความชำนาญของเหล่านักอัญมณศาสตร์แห่ง Van Cleef & Arpels รัตนชาติที่ใช้ตกแต่งประดับประดา ต่างได้รับการคัดสรรให้ ตรงตามมาตรฐานสุดเคร่งครัดของเมซง โมราสีเพลิงถูกเลือกจากความสม่ำ เสมอของเนื้อสีเฉดอบอุ่น ในขณะที่หินไข่นกการเวกต้องมอบสีสดสว่างดุจผืนฟ้าวันไร้แดด และพลอยน้ำสมุทรลาพิซ ลาซูริ ย่อมให้สีน้ำเงินเข้มมิดไนท์บลู เจือประกายระยับทองของละอองแร่ ไพไรต์ ซึ่งเป็นองค์ ประกอบความงามตามธรรมชาติอันโดดเด่นเป็นหนึ่งอยู่ในเนื้อหินล้ำค่าหายากชนิดนี้
สำหรับเครื่องประดับแต่ละชิ้น บรรดาเพชรซึ่ง Van Cleef & Arpels นำมาใช้ล้วนตรงตามมาตรฐานระดับสูงสุดเชิงอัญมณศาสตร์ นั่นก็คือ D ถึง F ในแง่ของสี และ IF ถึง VVS ในแง่ประกายกระจ่างในของไฟในน้ำ เพชร เพื่อทวีความสุกสว่างสดใสให้แก่ ผลงานสร้างสรรค์เหล่านี้



ไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญต่างแขนง
VAN CLEEF & ARPELS

           จากขั้นตอนของการคัดสรรหินรัตนชาติมาสู่งานฝังอัญมณีขึ้นตัวเรือน และจากความเป็นเลิศทางงานฝีมือเครื่องประดับ ไปสู่การปรับกลไกระบบขับเคลื่อนนาฬิกาสุดประณีต บรรดาผลงานเลอค่าหายากเหล่านี้ คือเวทีแสดงให้เห็นถึงไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะความชำนาญต่างแขนง เพื่อจำลองหน้าที่บอกเวลาให้ กลายเป็นศิลปวัตถุสุดวิจิ ตรบรรจง เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานระดับสู งของเมซง โมทิฟหินรัตนชาติที่ใช้ ในการตกแต่งทั้งหลาย ได้ผ่านการตัดเจียน เจียระไน และขัดผิวอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความกลมกลืนทางรูปทรงยามประกอบชิ้นงาน เมื่อมาอยู่คู่เคียงกับแผ่นโมทิ ฟทองคำสลักลายรัศมีกวิโญเช รัตนชาติอย่างนี้ยังทวีความโดดเด่นล้ำเลอค่าอยู่ท่ามกลางงานฝังลูกปัดทองกลมกลึงสุดละเมียดละไม ในส่วนของผลงานประดับเพชร เทคนิคการฝังเพชรเกล็ดหิมะถูกนำมาใช้เพื่อเติมเต็มความงามสง่า อัญมณีต่างเส้นผ่านศูนย์กลางถูกฝังขึ้นตัวเรือนให้กลบคลุม บดบังเนื้อโลหะอย่างหมดจด และแนบเนียนที่สุดเท่าที่เป็ นไปได้ ในขณะเดียวกันเพชรแต่ละเม็ด และทุกเม็ดต่างทอประกายสว่างสุกใสถึงขีดสุดสืบเนื่องจากการใช้ โครงสร้างตัวเรือนทองคำแบบเปิดโปร่ง อำนวยให้แสงสองผ่านเมื่อเปิดแผ่นโมทิฟเผยหน้าปัดนาฬิกา ก่อปรากฏการณ์เร่งความเข้มแสง เพิ่มระดับความสว่างเจิดจ้ าสะกดสายตา เทคนิคการฝังอัญมณีตามธรรมเนียมดั้งเดิมนี้ คือหลักฐานบ่งชี้ถึงความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากนั้น ความละเอียดอ่อนของขั้นตอนขัดผิว ทั้งในแง่ของแต่ละชิ้นส่วนก่ อนประกอบขึ้นตัวเรือน และหลังจากประกอบตัวเรือนเสร็จสมบูรณ์ ก็ช่วยทวีความงดงามในประกายสุ กสว่างเรืองรอง สิริรวม ต้องอาศัยกระบวนการสิบห้าขั้นตอนทางการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ, งานช่างฝีมือ และการตรวจตราคุณภาพทุกลำดับขั้ นจนได้ผลงานอันทรงเอกลักษณ์ ซึ่งจะคงอยู่เหนือกระแสความนิยมของยุคสมัย ในฐานะ “บทพิสูจน์คุณภาพเหนือกาลเวลา” อย่างแท้จริง


ALHAMBRA เครื่องประดับนำโชคตั้งแต่ปี 1968

           “ถ้าอยากมีโชค คุณก็ต้องเชื่อในโชค” อย่างที่ฌาคส์ อารเปลส์ หลานชายของเอสแต็ลล์ อารเปลส์เคยกล่าวไว้ เครื่องราง และสัญลักษณ์นำโชค ถือเป็นคุณลักษณ์หนึ่งซึ่งเมซงรักยิ่ง เป็นทั้งเครื่องชี้นำ และแรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานสร้างสรรค์อันทรงเอกลักษณ์อย่างที่ สุดมาตลอด ในปี 1968 Van Cleef & Arpels ได้ออกแบบ สร้างสรรค์สร้อยคอยาวอัลลองบร้าเส้นแรกขึ้นโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากรูปทรงของใบโคลเวอร์สี่ แฉกซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องรางนำโชคอย่างหนึ่ง มาพลิกแพลงเป็นแผ่นชิ้นส่วนรูปทรงเอกลักษณ์ อย่างที่เรียกว่า “แผ่นโมทิฟ” ทำจากทองคำสีเหลืองลายริ้วในตัว และเดินขอบรอบกรอบชิ้นงานด้วยลูกปัดทองกลมกลึงอย่างอ่อนช้อย พิถีพิถัน จากนั้น แผ่นโมทิฟ 20 ชิ้นก็ถูกนำมาเรียงร้อยต่อกันเป็นสายสร้อยเส้นยาวและประสบความสำเร็จในทันที พร้อมกับได้รับความนิยมไปทั่วโลกในฐานะแบบฉบับแห่งเครื่องประดับนำโชค สัญลักษณ์แห่ง Van Cleef & Arpels

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้