Last updated: 18 เม.ย 2569 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
แสงอรุณเริ่มจับขอบรันเวย์ที่เงียบสงบ ความทรงจําในช่วงราตรีที่นับไม่ถ้วนถูกทับซ้อนซ่อนเร้นอยู่บนพื้นยางมะตอย ทุกอย่างยังคงหยุดนิ่ง แต่ทว่าบางสิ่งกําลังเริ่มเคลื่อนไหว... อีกไม่นาน เสียงเครื่องยนต์จะคํารามกึกก้อง เครื่องบินกําลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และเส้นเขตแดนที่มองไม่เห็นจะถูกข้ามผ่าน ในช่วงเวลาเช่นนี้ เวลาไม่ได้เป็นเพียงนามธรรมอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นเครื่องมือ เป็นความจําเป็น และเป็นเส้นชัยแห่งการเริ่มต้น Sport Traveller ถูกออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างรวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง การเดินทางไกล และก้าว ข้ามเขตเวลาต่างๆ โดยที่ยังจดจ่ออยู่ที่ทิศทางที่ตั้งไว้
เรือนเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทาง
Traveller นับเป็นขนานามที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่สื่อถึงความคล่องตัว ความแม่นยํา และความสามารถในการอยู่ความสามารถในการอยู่ ณ "ที่นี่" และ "ที่อื่น" ในจังหวะหัวใจที่เต้นพร้อมกัน หลังจากที่เคยจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของการรังสรรค์กลไก LF 230.02 พร้อมระบบปล่อยจักรแบบธรรมชาติ (Natural escapement) บัดนี้แนวคิดดังกล่าวได้ กลับมาอีกครั้งในการตีความทางเทคนิคบทใหม่
รุ่นที่สองนี้เผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณที่สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยการใช้ระบบปล่อยจักรแบบคันโยกสวิส (Swiss lever escapement) แต่ยังคงไว้ซึ่งแก่นแท้ของ Traveller กับฟังก์ชันแสดงเวลาสองเขตเวลา (Dual time zone) ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ในการทํารายการเพียงครั้งเดียว
ที่บริเวณด้านซ้ายของตัวเรือนส่วนกลาง มีปุ่มกดสองทุ่มที่จะช่วยปลดปล่อยเงื่อนไขของพันธนาการจากเวลา:
- ปุ่ม ณ ตําแหน่ง 10 นาฬิกา: ทุกการกดหนึ่งครั้งจะทําให้เข็มชั่วโมงเดินหน้าไปหนึ่งจังหวะ
- ปุ่ม ณ ตําแหน่ง 8 นาฬิกา: การกดจะทําให้เข็มชั่วโมงถอยหลังไปหนึ่งชั่วโมง
ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนเวลาท้องถิ่น (Local time) ได้ในทันที โดยไม่ต้องหยุดการทํางานของนาฬิกาหรือขัดจังหวะการเดินของกลไก เปรียบเสมือนการเดินทางข้ามผ่านจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งเพียงแค่เที่ยวบินเดียว
หน้าปัดที่เปรียบเสมือนแผนที่น่าทาง
หน้าปัดสีแอนทราไซต์ (Anthracite) พร้อมการตกแต่งผิวแบบโอพาลีน (Opaline) สร้างการเล่นแสงที่มีชั้นเชิงและมิติเชิงลึก องค์ประกอบทางกราฟิกต่างๆ ทั้งเส้นกากบาทตรงกลาง (Central cross), วงนาที (Minute track), มาตรวัดวินาทีขนาดเล็ก และโลโก้ ถูกประทับด้วยสีเทาพาวเดอร์เกรย์ (Powder grey) เพื่อให้อ่านค่าได้อย่างชัดเจนและแม่นยํา ภายใต้ชุดเข็มนาฬิกา ปรากฏอักษรคําว่า “Sport Traveller” ในโทนสีที่กลมกลืนกับพื้นหลังที่ดูสุขุมและสื่อถึงตัวตน ช่องหน้าต่างแบบนูนสองช่องช่วยสร้างโครงสร้างให้กับพื้นผิวหน้าปัด: ณ ตําแหน่ง 9 นาฬิกา คือการแสดงเวลา Home Time ซึ่งเปรียบเสมือนจุดยึดเหนี่ยวและเวลาอ้างอิง และที่ตําแหน่ง 3 นาฬิกา คือช่องแสดงวันที่แบบกึ่งฉับพลัน ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามการเคลื่อนผ่านของวันเวลาในขณะที่ผู้สวมใส่เดินทางข้ามเส้นเขตแดนที่มองไม่เห็นบนแผนที่ ปิดท้ายด้วยเข็มวินาทีขนาดเล็กเรียวบางในที่ตําแหน่ง 6 นาฬิกา มอบจังหวะการเดินเชิงกลไกที่สม่ําเสมอและดูน่าหลงใหล
ชุดเข็มบอกเวลาทรงหอก Assegai อันเลื่องชื่อและหลักชั่วโมงทรงหยดน้ํำรังสรรค์ขึ้นจากทองคําขาว พร้อมเคลือบสารเรืองแสง Super- LumiNova® สีเขียวอ่อนเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ว่าจะอยู่กลางแสงแดดในสนามแข่งหรือท่ามกลางความเงียบสงัดของเที่ยวบินยามค่ำคืน
สถาปัตยกรรมกลไก
หัวใจของ Sport Traveller ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮ้าส์รุ่นใหม่ล่าสุดรหัส LF275.01 แบบไขลานอัตโนมัติ ซึ่งสํารองพลังงานได้ยาวนานกว่า 72 ชั่วโมง เช่นเดียวกับคอลเลกชัน Sport รุ่นอื่นๆ สะพานจักรได้รับการตกแต่งด้วยลายด้านแนวนอน ผสานกับการเคลือบรูทีเนียมมอบความงามที่ดูทันสมัยและเปี่ยมด้วยเทคนิค โดยให้ความสําคัญกับความชัดเจนของกลไก ประสิทธิภาพ และความทนทานเป็นอันดับแรก
กลไกชุดนี้ใช้ระบบปล่อยจักรแบบคันโยกสวิส และระบบขึ้นลานอัตโนมัติด้วยไมโครโรเตอร์แบบเยื้องศูนย์กลางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทนต่อแรงกระแทกและการสั่นสะเทือน กลไกนี้จึงได้รับการติดตั้งตลับลูกปืนทิศทางเดียว นอกจากนี้ตัวไมโครโรเตอร์ยังใช้ตุ้มน้ําหนักที่ทําจากแพลทินัม 950 โดยวางตําแหน่งไว้ระหว่างแท่นเครื่องหลัก (Main plate) และสะพานจักรโรเตอร์เพื่อให้มั่นใจในความเสถียรสูงสุดและประสิทธิภาพการขึ้นลานที่ยอดเยี่ยม
สะพานจักรไมโครโรเตอร์นั้นถูกรังสรรค์ด้วยงานฝีมือทั้งหมด โดยการลบเหลี่ยมมุมให้มีความนุ่มนวลและขัดเงาด้วยไม้เจนเทียน และผงขัดไดอะแมนดินจนเงางามราวกับกระจก นอกจากนี้กลไกยังเผยให้เห็นงานขัดแต่งมุมด้านในอีกหลายจุด พื้นผิวขัดเงาด้วยสังกะสี ตลอดจนงานขัดลายซาตินและลายวงกลมที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งทั้งหมดนี้รังสรรค์ขึ้นด้วยมืออย่างประณีตภายในเวิร์กช็อปของ LAURENT FERRIER เอง

ตัวเรือนที่ออกแบบมาเพื่อการเดินทางที่ท้าทาย
Sport Traveller มาพร้อมตัวเรือนสไตล์สปอร์ตขนาด 42 มิลลิเมตร รังสรรค์จากไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) ที่มอบความทนทานสูงสูดแต่นํ้าหนักเบาอย่างเหลือเชื่อ โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการกันน้ําที่ระดับความลึก 100 เมตร สถาปัตยกรรมภายนอกของตัวเรือนชวนให้ระลึกถึงรูปทรงของตัวถังรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อความเร็ว โดยเส้นสายที่เฉียบคมและส่วนโค้งมนที่ดูมีน้ําหนักต่างสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบตัวเรือนส่วนกลางทรงถังเบียร์ (Tonneau) ที่ดูบึกบึนและสง่างามถูกปิดล้อมด้วยขอบตัวเรือนแบบเส้นโค้งมนนุ่มนวล นับเป็นวิวัฒนาการมาจากตัวเรือนรุ่น Square เพื่อสร้างสมดุลให้กับพละกําลังของรูปทรงตัวเรือน
เพื่อตอกย้ำบุคลิกอันโดดเด่นและขับเน้นความรู้สึกตามหลักอากาศพลศาสตร์ทุกพื้นผิวของตัวเรือนได้รับการขัดแต่งด้วยเทคนิคที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน: การปัดลายซาตินแบบวงกลมบนขอบตัวเรือน, การขัดเงาราวกระจกที่บริเวณด้านข้าง และการปัดลายซาตินแนวตั้งบนตัวเรือนส่วนกลาง ก่อให้เกิดการเล่นมิติของวัสดุทีช่วยขับเน้นเส้นสายของเรือนเวลาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
พบกับนาฬิกา Laurent Ferrier ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้
SHH Pendulum - สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ําความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
ความสมบูรณ์แบบนี้ถูกเติมเต็มด้วยสายนาฬิกาโลหะแบบรวมเป็นเนื้อเดียวกับตัวเรือน ซึ่งทําจากไทเทเนียมเกรด 5 เช่นกัน โดยงานขัดแต่งบนสายนั้นสอดรับกับตัวเรือนส่วนกลางด้วยลายปักซาตินแนวตั้งตัดกับขอบข้างที่ขัดเงาอย่างประณีต ขณะที่ข้อสายชิ้นกลางมีขอบลาดเอียงและขัดเงา ช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับพื้นผิวและเน้นย้ํามิติเชิงกลไกของเรือนเวลาชิ้นนี้
เม็ดมะยมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งจดจําได้ง่ายจากรูปทรงกลมมนแบบทรงกลมถูกออกแบบให้เป้นแบบขันเกลียวและติดตั้งอย่างกลมกลืนไปกับตัวเรือนส่วนกลางขนาดที่พอเหมาะช่วยให้การจับถือเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ และแม่นยํา มอบแรงส่งเริ่มต้นที่มั่นคงให้แก่กลไกอัตโนมัติ ปิดท้ายด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่มอบเส้นโค้งอันเป็นเอกลักษณ์และสะดุดตาในทันทีที่มอง
ต่อยอดความสําเร็จจากรุ่น Grand Sport Tourbillon และ Sport Auto เรือนเวลารุ่นใหม่นี้ได้เข้ามาเติมเต็มตระกูล Sport ของแบรนด์ในฐานะรุ่นมาตรฐานที่จะมีวางจําหน่ายอย่างถาวร Sport Traveller จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือบอกเวลาแต่ เป็นตัวแทนของแนวคิดเรือนเวลาสําหรับผู้ที่ไม่เลือกข้างระหว่างการออกเดินทาง หรือการพํานักอยู่
18 เม.ย 2569
18 เม.ย 2569
18 เม.ย 2569