URWERK-UR-112 Aggregat Back to Black

Last updated: 23 ม.ค. 2566  |  371 จำนวนผู้เข้าชม  | 

URWERK-UR-112 Aggregat Back to Black

หากฉันคือฮีโร่ ฉันอยากเจ๋งเหมือนกับ James Bond (เจมส์ บอนด์)
หากฉันคือสี ฉันอยากจะเป็นค่ำคืนที่มืดมิดที่สุด
หากฉันคือคุณภาพ แน่นอนว่าความตรงเวลา คือกฎเพียงอย่างเดียวที่ฉันจะยึดถือ
หากฉันคือรถ ฉันอยากเป็น Bugatti Atlantic Type 57 SC (บูกัตติ แอตแลนติก ไทป์ 57 เอสซี) ที่เป็นยอดปรารถนาสูงสุด

และฉันคือ UR-112 Aggregat Back to Black (อูอาร์-112 แอกกริเกต แบ็ก ทู แบล็ก) ฉันคือนาฬิกาดิจิทัลมากที่สุดในบรรดาเหล่าเรือนเวลาจักรกล URWERK (อูร์เวิร์ก) ทั้งหมด และฉันคือนาฬิกาแสดงชั่วโมงแบบจั๊มปิ้งอาวร์ (jumping hour) แสดงนาทีแบบลากหรือแดรกกิ้ง (dragging) และบอกวินาทีด้วยตัวเลข
ฉันคือสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดและยังมากไปกว่านั้น...

“ฉันคือยอดจักรกลภายใต้ร่างสตีลและไทเทเนียม”

UR-112 Aggregat Back to Black มาพร้อมตัวเรือนสตีลและไทเทเนียมภายใต้สถาปัตยกรรมอันซับซ้อน เริ่มต้นจากส่วนด้านบน กับฝาครอบสตีลที่เซาะร่องและเปลือยโปร่งแบบโอเพ่นเวิร์ก (openworked) เพื่อมอบการมองเห็นถึงความรุ่มรวยของเครื่องยนต์แห่งความเร็วอันแวววาว โดยฝาปิดนี้จะเปิดออกในแนวตั้งเพื่อให้สามารถเข้าถึงการแสดงพลังงานสำรองชั้นรองและการแสดงวินาทีด้วยตัวเลข (digital) ส่วนโครงร่างกลางไทเทเนียมตกแต่งด้วยงานปัดด้านแบบซาติน ขัดแซนด์บลาสต์ (sandblasted) และบีดบลาสต์ (beadblasted) จึงสร้างรูปของสนามไมโครดอท (microdots) แห่งฟังก์ชัน พร้อมทั้งปีกสตีลทำให้เป็นสีดำทั้งสองชิ้นของ อูอาร์-112 แอกกริเกต แบ็ก ทู แบล็ก ที่ติดตั้งลงในลำตัวกลาง ทำให้แต่ละโซน แต่ละพื้นที่ และแต่ละองค์ประกอบนั้นมีลวดลายพื้นผิว รวมถึงงานตกแต่งและภาษาการออกแบบเฉพาะตัว

 

“ฉันเกิดมาท่ามกลางกลิ่นน้ำมันและความเงาวาว ”

UR-112 Aggregat Back to Black เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน สเปเชียล โปรเจกต์ (Special Project) โดยแยกมาจากคอนเซปต์นับตั้งแต่แรกเริ่มของการแสดงชั่วโมงแบบการโคจร (wandering-hour indication) สำหรับอูร์เวิร์ก แต่ปรากฏบนสเกลใหม่ทั้งหมด พร้อมด้วยโครงร่างใหม่ของ UR-122 Aggregat (อูอาร์-122 แอกกริเกต) เช่นกันกับกลไก คาลิเบอร์ UR-13.01 caliber ซึ่ง มาร์ติน ไฟร (Martin Frei) ผู้ร่วมก่อตั้งของ URWERK กล่าวว่า “แรงบันดาลใจของคอลเลกชัน 112 นั้นได้รับโดยตรงมาจากสหรัฐอเมริกา ทั้งฟีลิกซ์ (Felix) และผมนั้นโชคดีที่ได้มีโอกาสพบกับคอลเลกชันรถยนต์สุดประทับใจของ มร. ราล์ฟ ลอเรน (Mr Ralph Lauren) ซึ่งท่ามกลางรถรุ่นหายากที่สุดนั้นก็คือ Bugatti Atlantic (บูกัตติ แอตแลนติก) และใช่เลย มันคือรักแรกพบ ด้วยเส้นสายอันสมบูรณ์แบบ กับโครงรถที่ไล่เลื้อยไปตามลำตัว ด้วยความสง่างามแบบอาร์ต เดโค (Art Déco) รถบูกัตติคันนี้คือความมหัศจรรย์อย่างแท้จริง และเป็นดั่งมิวส์ (muse) ตัวแทนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับภาพวาดร่างแรกของ UR-112”

ไม่มีทั้งลูกบาศก์ ไม่มีกรงหมุนพร้อมแซทเทิลไลต์ (satellites) ต่างๆ และไม่มีการแสดงแบบส่วน 120 องศา เหมือนกับรุ่นอื่นๆ ที่เคยสร้างหน้าประวัติศาสตร์สำคัญให้กับอูร์เวิร์กมาแล้วกว่า 25 ปี โดย UR-112 Aggregat Back to Black นี้แสดงชั่วโมงแบบ จั๊มปิ้งอาวร์ (jumping hours) และแสดงนาทีแบบเทรลลิ่งมินิท (trailing minutes) บนปริซึม กับการย้ายมายังด้านหน้าของนาฬิกา ที่การแสดงเหล่านี้สามารถมองเห็นได้ใต้การบรรจุภายในกระจกคริสตัลแซฟไฟร์บานใหญ่ โดยขณะที่ชั่วโมงกระโดดในด้านหนึ่ง นาทีก็ขยับไปข้างหน้าครั้งละห้านาทีบนอีกด้าน ส่วนตัวแสดงแบบลากหรือเทรลลิ่ง (trailing) เพิ่มเติมนี้จะแสดงหน่วยนาทีที่แม่นยำ ฟีลิกซ์ โบมการ์ตเนอร์ (Felix Baumgartner) ผู้ร่วมก่อตั้งของ URWERK และช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์ กล่าวว่า “นับเป็นอีกครั้งที่เราได้ปล่อยให้ความกล้าหาญได้พูดแทนเราในการสร้างสรรค์ซึ่งยานอวกาศแห่งเวลา เหมือนกับ UFO ที่เป็นความท้าทายทางเทคนิค โดย UR-112 เป็นความบ้าอันบริสุทธิ์ในแง่ของจักรกลและการตกแต่ง กับพลังงานที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์กลางของ อูอาร์-112 ที่ส่งออกไปทั้งสี่ทิศทางตามแกนขวานไม่น้อยกว่า 12 แกน เสมือนลูกไม้แห่งจักรกลอย่างแท้จริง เราจึงสามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้เพียงจำนวนจำกัดมากๆ แต่มันคือความสมบูรณ์แบบซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาและความปิติยินดีในการประดิษฐ์สร้างสรรค์เรือนเวลา!”

“ฉันคือความฝันเหนือจินตนาการของการประดิษฐ์นาฬิกาที่ขับเคลื่อนสู่ความสุดขั้วอย่างแท้จริง”

ลำตัวกลางของตัวเรือนนาฬิกานี้บรรจุไว้ด้วยชิ้นส่วนสำหรับขับเคลื่อนและควบคุมของกลไก UR-13.01 คาลิเบอร์ ซึ่งมีกระปุกลานขนาดใหญ่ที่มอบพลังงานสำรองได้ถึง 48 ชั่วโมงโดยเชื่อมโยงเข้ากับโรเตอร์ขึ้นลานอัตโนมัติ ผ่านการกดปุ่มสองปุ่มบนด้านข้างของนาฬิกานั้น จะเป็นการเปิดเครื่องกำบังหรือตัวปิดและเผยให้เห็นการแสดงพลังงานสำรองและการแสดงวินาทีเล็กอันน่าตื่นเต้น ซึ่งสำหรับการแสดงวินาทีเล็กนี้ประกอบด้วยดิสก์ซิลิคอนแบบสเกเลตัน ที่เชื่อมต่อเข้ากับสะพานจักรอลูมิเนียม อโนไดซ์สีแดง อันเป็นงานออกแบบต้นตำรับของ URWERK

เพลาส่งกำลังได้ครองความโดดเด่น ณ ใจกลางจักรกลอันน่าทึ่งนี้ ด้วยความยาวหลายเซนติเมตร และอาจนับได้ว่าเป็นชิ้นส่วนที่ยาวที่สุดในการประดิษฐ์นาฬิการ่วมสมัย และเพื่อรับประกันถึงความเบาและแข็งแกร่งทนทาน ชิ้นส่วนนี้จึงทำจากไทเทเนียม และมั่นใจได้ว่าจะสามารถจับคู่เข้ากับโมดูลการแสดงซึ่งวางตำแหน่งไว้บนด้านหน้าของตัวเรือนด้านนอกได้อย่างสมบูรณ์ โดยการเชื่อมโยงอันมั่นคงนี้เป็นผลลัพธ์มาจากการวางลำดับและความต่อเนื่องใหม่ของชุดเฟือง ที่ขับการเคลื่อนที่ของปริซึมชั่วโมงและนาทีผ่านชุดเฟืองในมุมเอียง 90 องศาสองชุด โดยปริซึมอลูมิเนียมสีดำที่ได้รับการเซาะโพรงบนด้านต่างๆ นั้นได้เสริมความโดดเด่นดึงดูดสายตาด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) พร้อมทั้งยึดอย่างปลอดภัยด้วยระบบขบวนเฟืองแพลเนต (planetary systems) ที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าพวกมันจะหมุนได้ทั้งบนแกนของตนเองและภายในพื้นที่เฉพาะ โดยการบรรลุผลลัพธ์ด้านจลนศาสตร์นี้จำเป็นต้องอาศัยซึ่งความแม่นยำอย่างมาก และได้มอบเป็นคุณลักษณะอันโดดเด่น UR-112 Aggregat Back to Black ด้วยงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเหนือกว่าประเพณีใดๆ อย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือวิถีแห่ง URWERK

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้