OMEGA Speedmaster Super Racing

Last updated: 2 ก.พ. 2566  |  372 จำนวนผู้เข้าชม  | 

OMEGA Speedmaster Super Racing

ไม่ว่าจะเป็นการดำดิ่งที่ทำลายสถิติความลึกไปจนถึงการลงจอดบนดวงจันทร์ ตัวตนของ OMEGA นั้นพรั่งพร้อมไปด้วยความสำเร็จมากมาย อย่างไรก็ตามความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในปีนี้แท้จริงแล้วกลับมาจากสิ่งประดิษฐ์ขนาดจิ๋ว

OMEGA Speedmaster รุ่นใหม่ล่าสุดนั้นสามารถปรับความเที่ยงตรงได้อย่างละเอียด ต้องขอบคุณระบบ Spirate™ ที่มาพร้อมกับสายใยนาฬิการะดับปฏิวัติวงการซึ่งกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการจดสิทธิบัตรที่สามารถปรับอัตราการแกว่งได้ละเอียดยิ่งกว่าเดิม กลไกที่ไม่เหมือนใครช่วยมอบความเป็นไปได้ให้ OMEGA สามารถยกระดับลดความคลาดเคลื่อนเหลือเพียงแค่ 0/+2 วินาทีต่อวัน

เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่อยู่ในระดับสูงเพียงนี้ ทาง OMEGA แทบกล่าวได้ว่าต้องคิดค้นจักรขึ้นใหม่ทั้งชิ้น: แบบถูกร่างขึ้นจากฐานข้อมูลทางเทคนิคของ Swatch Group ผสานเข้ากับความเที่ยงตรง, ความเสถียร และความน่าเชื่อถือของกลไกแบบอินเฮ้าส์ของ OMEGA ที่เหนือระดับในด้านโครโนเมตริก ทางออกระดับนวัติกรรมดังกล่าวคือบาลานซ์สปริง Si14 แบบใหม่ที่ช่วยให้ช่างนาฬิกาสามารถตั้งความตึงของจุดยึดสายใยนาฬิกาผ่านกลไกการปรับแบบเยื้องศูนย์ที่อยู่บนบาลานซ์บริดจ์

วิธีใหม่ได้อาศัยพื้นฐานจากการออกแบบโครงสร้างที่ต่างเชื่อมต่อกันอย่างแม่นยำด้วยแบริ่ง นับเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมถึงความตั้งใจจริงของ OMEGA ในการนำแนวคิดใหม่ๆ มาใช้และหาญกล้าผจญต่ออุปสรรคอันท้าทาย

ถนนสู่ Spirate™ ถูกปูด้วยหมุดหมายต่างๆ มากมาย: OMEGA ต้องวางเรียงก้อนอิฐแห่งเทคโนโลยีเป็นเวลายาวนานมากกว่ายี่สิบห้าปี นวัตกรรมแต่ละชิ้นคือผลลัพธ์จากความดีความชอบของจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของ OMEGA และยังนับเป็นแกนหลักที่ขาดไม่ได้ในการสรรค์สร้างความสำเร็จครั้งล่าสุดของแบรนด์

1999 – ระบบปล่อยจักรแบบ Co-Axial
ประดิษฐ์คิดค้นโดยช่างนาฬิกาชาวอังกฤษ จอร์จ แดเนียลส์ (George Daniels) และถูกพัฒนาต่อโดย OMEGA ระบบปล่อยจักรแบบ Co-Axial ช่วยขจัดปัญหาด้านแรงเสียดทานที่ไม่สามารถแก้ไขได้มาหลายศตวรรษด้วยการลดพื้นผิวสัมผัสลงอีกทั้งยังทอนความจำเป็นในการใช้น้ำมันหล่อลื่นที่กระทบต่อความเที่ยงตรงมาโดยตลอด

2008 – บาลานซ์สปริง Si14
ชิ้นส่วนสำคัญของระบบปล่อยจักรแบบ Co-Axial คือบาลานซ์สปริง Si14 ของ OMEGA ซึ่งแม้จะมีขนาดที่เล็กละเอียดมากกว่าเส้นผมมนุษย์ถึงสามเท่า บาลานซ์สปริงซิลิคอนก็มีความยืดหยุ่น, ทนทานต่อการกระแทก และไม่ได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็กอย่างสิ้นเชิง

2013 – กลไกรุ่นแรกของโลกที่สามารถต้านทานสนามแม่เหล็กได้อย่างแท้จริง
บาลานซ์สปริง Si14 และชิ้นส่วนจากที่ผลิตจากวัสดุนอกกลุ่มเหล็กทำให้แบรนด์สามารถรังสรรค์กลไกที่สามารถทนทานต่ออิทธิพลของสนามแม่เหล็กแบบสุดขั้วได้ เช่น กลไก Co-Axial Calibre 8508 ที่ถูกใช้เป็นขุมกำลังให้กับ OMEGA Seamaster Aqua Terra >15’000 GAUSS

2015 – การรับรองระดับ Master Chronometer
การรับรองระดับ Master Chronometer ของ OMEGA นั้นล้ำหน้าเกินกว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรม ด้วยกระบวนการกว่า 283 ขั้นตอนที่ถูกกำหนดโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธ์สวิส (METAS) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกณฑ์การทดสอบในแปดด้านตลอดระยะเวลา 10 วัน การทดสอบที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบเรือนเวลาจนถึงขีดจำกัดสูงสุด

2023 – Spirate™
ระบบ Spirate™ ของ OMEGA ประกอบไปด้วยสายใยนาฬิกาที่กำลังอยู่ในกระบวนการจดสิทธิบัตรซึ่งทำให้สามารถปรับอัตราการแกว่งได้อย่างละเอียด สายใยแต่ละชิ้นผลิตจากซิลิคอนเวเฟอร์ซึ่งได้จากกระบวนการผลิตภายในที่มีชื่อว่า DRIE (Deep Reactive Ion Etching)

นาฬิการุ่นแรกที่ได้รับการติดตั้งด้วยระบบ Spirate™ ที่สามารถปรับความเที่ยงตรงแบบละเอียดคือ Speedmaster Super Racing รุ่นสแตนเลสสตีล เรือนเวลาที่อุทิศให้กับเครื่องบอกเวลาชิ้นเอกของ OMEGA ในด้านการต้านทานสนามแม่เหล็กจากปี 2013 รุ่นนี้เผยกลไกรุ่นใหม่ให้ได้รับชมผ่านฝาหลังที่ติดตั้งด้วยกระจกแซฟไฟร์

หน้าปัดถูกรายล้อมด้วยรางนาทีแบบเรซซิ่งที่ชวนมอง ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำถูกติดตั้งด้วยสเกลทาคีมิเตอร์อีนาเมลสีเหลืองแบบใหม่ที่ผลิตด้วยกรรมวิธี “กรองด์ เฟอ” (grand feu) สีเหลืองอันโดดเด่นที่เคยปรากฏบน Seamaster Aqua Terra >15’000 GAUSS รุ่นปี 2013 นี้ยังถูกใช้บนเข็มโครโนกราฟที่ไล่เฉดสีรวมถึงแถบสีของเข็มวินาทีย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา หน้าปัดย่อยจับเวลา 60 นาที/12 ชั่วโมงตั้งอยู่ตรงข้ามกับหลักเลข 3 นาฬิกายังทำหน้าที่บอกโซนเวลาที่สอง ลายรวงผึ้งบนหน้าปัดเป็นการอ้างอิงถึงเรือนเวลาคอนเซปต์ที่จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ OMEGA ที่สามารถทนทานสนามแม่เหล็กแบบสุดขั้วได้ถึง 160,000 เกาส์

ที่มาของขุมกำลังคือกลไกอันนำสมัยของ OMEGA Co-Axial Master Chronometer 9920 กลไกที่มีการผสานรวมหมุดหมายสำคัญหลายชิ้นก่อนจะได้มาซึ่งระบบ Spirate™ และได้รับการรับรองในระดับมาตรฐานสูงสุดของอุตสาหกรรมจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธ์สวิส (METAS) และเช่นเคย หลักฐานของการรับรองดังกล่าวมาในรูปแบบบัตร METAS สีแดงโดดเด่น ซึ่งในกรณีนี้ยังมีการยืนยันถึงความเที่ยงตรงที่สูงถึง 0/+2 วินาทีต่อวันที่สามารถผลิตได้ระดับอุตสาหกรรมด้วยระบบ Spirate™

หลักชั่วโมงทรงหัวลูกศรสีดำลบมุมที่ขัดเงาแบบไดมอนด์ถูกบรรจุด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova แบบใหม่ซึ่งจะมอบแสงสีเหลืองพิเศษชวนประหลาดใจ รหัสสียังครอบคลุมไปจนถึงข้อความ Speedmaster และ Super Racing บนหน้าปัด ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาถูกประดับอย่างงดงามด้วยรายละเอียดที่ชวนให้รำลึกถึงวาระครบรอบ 10 ปีของ >15’000 GAUSS: เลข “10” ในฟ้อนต์อักษรแบบเดียวกับ Speedmaster ซึ่งจะปรากฏหนึ่งครั้งต่อเดือนบนหน้าต่างวันที่ของนาฬิกา

Speedmaster Super Racing รุ่นใหม่มาพร้อมกับตัวเลือกสายโลหะ และตัวเลือกสุดสปอร์ตอย่างสาย NATO ไนลอนรีไซเคิลลายแถบสีดำและสีเหลืองซึ่งอ้างอิงมาจากรหัสสีอันโดดเด่นของ Seamaster Aqua Terra >15’000 GAUSS ที่เปิดตัวเมื่อ 10 ปีก่อน

นาฬิกา OMEGA ที่ควรค่าแก่การสะสมรุ่นนี้จะถูกส่งมอบในกล่องนาฬิกา Speedmaster ลายรวงผึ้งที่เย็บด้วยด้ายสีดำและสีเหลือง ภายในกล่องนาฬิกาแบบพิเศษบรรจุด้วยสาย NATO ไนลอนรีไซเคิลและเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนสายนาฬิกา

Spirate™ มุ่งหมุนสู่อนาคต
เนื่องจากสายใยนาฬิกาเป็นชิ้นส่วนที่ซับซ้อนที่สุดในส่วนควบคุมการทำงานของนาฬิกาจักรกล การรังสรรค์ระบบ Spirate™ ใหม่จึงเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ ดังนั้น OMEGA จึงหวังที่จะนำนวัตกรรมที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้มาใช้อย่างคุ้มค่า แผนในระยะยาวของแบรนด์คือการทยอยนำระบบ Spirate™ มาประยุกต์เข้ากับกลไกอื่นอีกหลากหลายรุ่น


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้