AUDEMARS PIGUET Royal Oak Perpetual Calendar Openworked

Last updated: 27 ก.พ. 2568  |  918 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AUDEMARS PIGUET Royal Oak Perpetual Calendar Openworked

Audemars Piguet แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวนาฬิกา Royal Oak Perpetual Calendar Openworked “150th Anniversary” รุ่นลิมิเต็ด เอดิชันฉลองครบรอบ 150 ปีที่สะท้อนประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของแบรนด์ทั้งในด้านดีไซน์ การเลือกใช้วัสดุ และการสำรวจเทคนิคการสร้างสรรค์เรือนเวลา นาฬิการุ่นนี้จะเป็นนาฬิการุ่นสุดท้ายที่มาพร้อมคาลิเบอร์ 5135 ก่อนกล่าวคำอำลาอย่างเป็นทางการหลังจากที่กลไกนี้ถูกบรรจุอยู่ในนาฬิกาข้อมือรุ่นกลไกฉลุอัตโนมัติพร้อมระบบปฏิทินถาวร (Openworked Selfwinding Perpetual Calendar) ขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตรของ Audemars Piguet มาเกือบหนึ่งทศวรรษ การผสมผสานวัสดุสุดไฮเทคอย่างไทเทเนียมและกระจกเมทัลลิกบีเอ็มจี (Bulk Metallic Glass หรือ BMG) บนตัวเรือนและสายนาฬิกาของรุ่นนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มเสน่ห์เหนือกาลเวลาให้กับนาฬิกา ยังช่วยสร้างคอนทราสต์ที่ซับซ้อนน่าค้นหาให้กับหน้าปัดนาฬิกาสไตล์วินเทจที่ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกพาซึ่งจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ Musée Atelier Audemars Piguet (Ref. 25729) นาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชันที่งดงามซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนนี้ ยังมาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งภายใต้รหัสการออกแบบที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับวาระครบรอบครั้งนี้ และจะขยายไปยังนาฬิการุ่นอื่น ๆ ในคอลเลกชันของปีนี้ด้วย ทั้งนี้เพื่อเฉลิมฉลองความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Audemars Piguet ที่มีต่อประเพณีการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่สืบทอดต่อมายาวนานและผลงานการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดนิ่ง

นาฬิกา Royal Oak Perpetual Calendar Openworked “150th Anniversary” รุ่นฉลองครบรอบ 150 ปี ผสานการเลือกใช้วัสดุสุดล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์หน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจได้อย่างลงตัว เพื่อปิดฉากการใช้คาลิเบอร์ 5135 อย่างงดงามที่สุด © ภาพลิขสิทธิ์จาก Audemars Piguet

การปิดฉากที่งดงามของคาลิเบอร์ 5135
ในปีนี้ Audemars Piguet เลือกเชิดชูรากฐานอันแข็งแกร่งของตนเองพร้อมเปิดรับนวัตกรรมสำหรับอนาคต นาฬิกา Royal Oak Perpetual Calendar Openworked “150th Anniversary” ฉลองวาระครบ 150 ปีจะเป็นนาฬิการุ่นสุดท้ายที่ใช้คาลิเบอร์ 5135 ซึ่งเป็นกลไกที่ใช้ในนาฬิกากลไกฉลุอัตโนมัติพร้อมระบบปฏิทินถาวรขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตรของ Audemars Piguet มาเกือบหนึ่งทศวรรษ ถือเป็นการปิดฉากเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1978 หลังการถือกำเนิดของกลไกชิ้นประวัติศาสตร์ที่มีมาก่อนหน้า

ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤตการณ์ควอตซ์กำลังรุนแรงที่สุด Audemars Piguet ได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือกลไกอัตโนมัติพร้อมระบบปฏิทินถาวรที่บางที่สุดในยุคนั้น ซึ่งมาพร้อมคาลิเบอร์ 2120/2800 อันล้ำสมัย นาฬิกาพร้อมระบบปฏิทินถาวรเรือนนี้ได้รับการคิดค้นขึ้นอย่างลับ ๆ โดยช่างทำนาฬิกาผู้ทุ่มเท 3 คน และได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการสร้างสรรค์เรือนเวลา และนับเป็นการเริ่มต้นของยุคแห่งการเติบโตครั้งสำคัญของบริษัท ตลอดระยะเวลาอีก 18 ปีต่อมา Audemars Piguet ได้ผลิต ประกอบ และจำหน่ายนาฬิกาพร้อมกลไกนี้ไปมากกว่า 7,000 เรือน โดยได้นำกลไกคลาสสิกอื่น ๆ กลับมาสร้างสรรค์ใหม่ไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Openworked Chronograph (1980) Selfwinding Tourbillon รุ่นแรก (1986) Minute Repeater (1992) และ Grande Complication Combination (1996) ในปี 1984 คาลิเบอร์ 2120/2800 เปิดตัวเป็นครั้งแรกในคอลเลกชัน Royal Oak (โมเดล 5554) ก่อนที่เวอร์ชัน Openworked (โมเดล 25636) จะได้รับการเปิดตัวในอีก 2 ปีต่อมา แม้ว่าการผลิตนาฬิกาข้อมือพร้อมระบบปฏิทินถาวรจะดำเนินไปได้ดี แต่บริษัทก็ยังคงไม่หยุดนิ่งที่จะผลิตนาฬิกาพกพาที่ทั้งล้ำสมัยและคลาสสิกด้วยกลไกที่ซับซ้อนนี้ต่อไป


คาลิเบอร์ 5134 ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้าได้รับการเปิดตัวออกมาในปี 2015 โดยปรับเปลี่ยนกลไกปฏิทินถาวรให้รับกับขนาดตัวเรือน 41 มิลลิเมตรที่ใหญ่ขึ้น แต่ยังคงรูปลักษณ์ที่บางเพียง 4.5 มิลลิเมตร โดยนำมาบรรจุอยู่ในนาฬฺการุ่น Royal Oak ใหม่ที่มีรูปลักษณ์ที่ปราดเปรียว (ref. 26574) และทำให้กลไกซึ่งความนิยมลดน้อยลงตั้งแต่ปี 1989 กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง การกลับมาได้รับความนิยมครั้งนี้ได้รับการยืนยันอีกครั้งในปี 2017 ด้วยการเปิดตัวรุ่นเซรามิกสีดำที่เรียกเสียงฮือฮาและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก (ref. 26579CE) กลายเป็นการวางรากฐานการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ มากมายในไลน์ผลิตภัณฑ์นาฬิกาที่มาพร้อมระบบปฏิทินถาวร

คาลิเบอร์ 5135 ซึ่งผสานศิลปะการทำงานฉลุแบบโบราณเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เปิดตัวออกมาในปี 2019 เพื่อใช้ในนาฬิการุ่น Royal Oak Perpetual Calendar Openworked บนวัสดุเซรามิกสีดำ (ref. 26585CE) พร้อมเผยให้เห็นรายละเอียดการตกแต่งสุดประณีตของกลไกทั้งจากด้านหน้าและด้านหลังของนาฬิกา และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กลไกอันซับซ้อนนี้ก็ได้รับเลือกให้นำมาใช้ในเรือนเวลารุ่นต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งรุ่นไวท์โกลด์ 18 กะรัตที่ประดับด้วยเพชรจำนวน 962 เม็ด (ref. 26625BC) และรุ่นที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ Cactus Jack (ref. 26585CM) ในปี 2023 ก่อนที่ Audemars Piguet จะเลือกสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์นาฬิกากับรุ่น Frosted Gold (ref. 26585BC) เมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี ได้เวลาที่ Audemars Piguet จะปิดฉากการใช้งานกลไกรุ่นนี้ลงอย่างเป็นทางการ ด้วยการนำเสนอรุ่นลิมิเต็ด เอดิชันที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาสุดพิถีพิถันของแบรนด์โดยเฉพาะในวันนี้

หน้าปัดที่เผยแรงบันดาลใจจากอดีต
เพื่อนำเรื่องราวในอดีตมาสร้างบทสนทนาครั้งใหม่กับปัจจุบัน นาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชันเรือนนี้จึงเลือกนาฬิกาพกพารุ่นกลไกฉลุพร้อมระบบปฏิทินถาวร (ref. 25729) ซึ่งจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Musée Atelier Audemars Piguet มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างรหัสการออกแบบของหน้าปัด


นาฬิกา Royal Oak Perpetual Calendar Openworked “150th Anniversary” รุ่นฉลองครบรอบ 150 ปีเรือนใหม่ที่มาพร้อมหน้าปัดแซฟไฟร์นี้ โดดเด่นด้วยกลไกฉลุที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใน ขอบตัวเรือนด้านในและหน้าปัดย่อยตีความดีไซน์ที่ตัดกันของนาฬิกาพกพารุ่นดั้งเดิมแบบใหม่ด้วยการเลือกใช้เฉดสีน้ำเงินที่ถูกทำให้เข้มขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้กลมกลืนกับสีเข้มของเข็มนาฬิกาทรง bathtub ที่แมตช์กัน โดยเข็มนาฬิการังสรรค์ขึ้นจากไวท์โกลด์ 18 กะรัตและเคลือบวัสดุเรืองแสงเพื่อให้อ่านเวลาได้อย่างดีที่สุด ในขณะเดียวกัน เครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงเลือกใช้สีเทาเงินในรูปทรงกลมแลดูประณีต สะท้อนถึงแรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกพาเรือนประวัติศาสตร์ที่ใช้เพชรเจียระไนแบบ brilliant cut บนหน้าปัด แบบอักษรสีขาวที่ใช้สำหรับการระบุตัวเลขและตัวอักษรในปฏิทินถาวรได้รับการออกแบบใหม่เพื่อให้หน้าปัดดูสง่างามในสไตล์วินเทจ



วัสดุสุดไฮเทคเพื่อให้สอดรับกับสรีระได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชันขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตรเรือนนี้ น้ำหนักเบาของไทเทเนียมถูกนำมาผนวกเข้ากับความทนทานของกระจกเมทัลลิกบีเอ็มจี (Bulk Metallic Glass หรือ BMG) ที่เผยให้เห็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของการสำรวจการใช้วัสดุใหม่ ๆ และผลักดันขอบเขตการสร้างสรรค์ผลงานให้ก้าวไปไกลยิ่งขึ้น

บีเอ็มจีซึ่งได้รับการค้นพบในช่วงทศวรรษ 1960 ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายวงการในปัจจุบัน ทั้งไมโครอิเล็กทรอนิกส์และกอล์ฟ โลหะผสมชนิดนี้ผลิตขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ นับร้อยแบบ และมีลักษณะเฉพาะตัวหลายประการที่เหมือนกับกระจกชนิดอื่น ๆ เมื่อเย็นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ป้องกันไม่ให้ผลึกก่อตัวและทำให้วัสดุแข็งตัวในสถานะคล้ายแก้ว จึงทำให้มีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งและไม่มีรูปทรงที่แน่นอน Audemars Piguet ทดลองสร้างเทคนิค รูปทรง และวัสดุต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมพัฒนาบีเอ็มจีที่ใช้แพลเลเดียมเป็นฐาน โดยประกอบด้วยแพลเลเดียมมากกว่า 50% ทำให้วัสดุที่ได้ออกมา ทนทานต่อการสึกหรอและการกัดกร่อนสูงพร้อมมอบความแวววาวเป็นมันเงา Audemars Piguet ได้นำไทเทเนียมมาจับคู่กับบีเอ็มจีเป็นครั้งแรกในนาฬิการุ่น Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin (ref. 15202XT) ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยสร้างขึ้นสำหรับ Only Watch ในปี 2021 และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้กระจกโลหะที่ทำจากแพลเลเดียมในการผลิตนาฬิกา บีเอ็มจียังถูกใช้ต่อมาในรุ่น “Jumbo” (ref. 16202XT) ของคอลเลกชัน Royal Oak ในอีก 2 ปีต่อมา ก่อนที่จะนำมาใช้อีกครั้งกับรุ่น Royal Oak Perpetual Calendar (ref. 26585XT) ในปี 2024

บีเอ็มจีซึ่งใช้ในส่วนของขอบตัวเรือน กรอบฝาหลัง และหมุดเชื่อมสายนาฬิกาในรุ่นลิมิเต็ด เอดิชันใหม่นี้ ผ่านการขัดเงาเพื่อเผยให้เห็นประกายแวววาว ช่วยขับเน้นความสวยงามของตัวเรือนและข้อต่อสายนาฬิกาไทเทเนียมด้วยรายละเอียดของการเล่นกับแสงที่น่าหลงใหล ไทเทเนียมซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักเบาและทนทานต่อแรงกระแทก ยังมาพร้อมรายละเอียดของการขัดแบบซาตินและการขัดเงาลบมุมที่ช่วยเสริมความแวววาว      โดดเด่นให้กับนาฬิกาเรือนนี้

ความงามสง่าของดวงจันทร์
นาฬิการุ่น Perpetual Calendar กลไกฉลุเรือนนี้ซึ่งมีช่องแสดงข้างขึ้นข้างแรมที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ให้มุมมองที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับเวลาที่ผันผ่าน เพราะการแสดงข้างขึ้นข้างแรมด้วยรูปดวงจันทร์บนหน้าปัดใช้แผ่นดิสก์ที่ประดับด้วยภาพถ่ายดวงจันทร์เมื่อมองจากโลก ภาพที่สมจริงนี้ซึ่งมาจากภาพถ่ายขององค์การนาซ่า ได้รับการถ่ายโอนลงไปบนแผ่นดิสก์ด้วยวิธีการเคลือบโลหะบนแซฟไฟร์[1] ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกย่องความงดงามของวัตถุท้องฟ้า ขณะที่นาฬิกาทำงานตามกลไกที่มี รูรับแสงบนหน้าปัดจะแสดงข้างขึ้นข้างแรม 8 ช่วงเวลาที่แตกต่างกันของรอบของดวงจันทร์ 29.5 วัน เมื่อมองจากทั้งสองฝั่งของเส้นศูนย์สูตร 

จากมุมมองที่มองจากโลกของเราออกไป ดวงจันทร์ดูเหมือนจะเปลี่ยนรูปทรงไปในขณะที่โคจรรอบโลก แม้ว่ารอบของดวงจันทร์จะเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก แต่ทั้ง 8 ช่วงเวลาของดวงจันทร์จะปรากฏขึ้นแบบย้อนกลับ ไม่ว่าผู้ชมจะยืนอยู่ในซีกโลกเหนือหรือซีกโลกใต้ ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์นี้ถูกจำลองไว้ในฟังก์ชันปฏิทินถาวรของนาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชันเรือนนี้ ซึ่งมีดวงจันทร์ 2 ดวงเพื่อรองรับมุมมองทั้งสองแบบ

กลไกอัตโนมัติของคาลิเบอร์ 5135 จะคำนวณจำนวนวันในแต่ละเดือนโดยอัตโนมัติและแสดงวันที่ปัจจุบันอย่างถูกต้องแม้ในปีอธิกสุรทินก็ตาม หากนาฬิกาได้รับการขึ้นลานจนเต็มอยู่เสมอ เราจะไม่ต้องตั้งค่าปฏิทินถาวรใหม่ด้วยตัวเองอีกเลยจนกว่าจะถึงปี 2100 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น นาฬิกาจำเป็นต้องถูกตั้งค่าให้สอดคล้องกับปฏิทินเกรโกเรียน[2]

[1] ขั้นตอนการเคลือบโลหะบนแซฟไฟร์คือการเคลือบโลหะที่เป็นเลเยอร์บาง ๆ ลงบนแซฟไฟร์โดยใช้วิธีการเคลือบแบบพีวีดี (physical vapour deposition) กระบวนการนี้สามารถทำได้ด้วยความแม่นยำสูงสุดในสภาพแวดล้อมที่เป็นสูญญากาศ จึงช่วยให้การยึดเกาะกับกระจกเป็นไปอย่างสม่ำเสมอและสามารถควบคุมได้ และทำให้สามารถสร้างองค์ประกอบภาพกราฟิกต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ลวดลาย หรือดีไซน์แบบต่าง ๆ
[2] ปฏิทินเกรโกเรียนจะข้ามเวลา 3 ปีอธิกสุรทินทุก ๆ 400 ปีเพื่อให้สอดคล้องกับเวลาสุริยะ โดยการข้ามวันที่ 29 กุมภาพันธ์ในปีศตวรรษที่หารด้วย 100 ลงตัว แต่ไม่ใช่ 400 ดังนั้นปีค.ศ. 2100 จะไม่เป็นปีอธิกสุรทินและกลไกปฏิทินถาวรจะต้องมีการเลื่อนไปข้างหน้า 1 วัน อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการตั้งค่านี้กับการระบุสัปดาห์

ฉลองวาระครบรอบด้วยรายละเอียดการตกแต่งสุดพิเศษ
นาฬิการุ่นลิมิเต็ด เอดิชันที่ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนนี้ เป็นหนึ่งในนาฬิการุ่นที่ผ่านการตกแต่งด้วยรหัสการออกแบบอันละเอียดอ่อนที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของ Audemars Piguet โดยเฉพาะ บนหน้าปัดนาฬิกา ช่องข้างขึ้นข้างแรมที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาดูผสานอย่างกลมกลืนไปกับสัญลักษณ์ “Audemars Piguet” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเอกสารทางประวัติศาสตร์ กรอบฝาหลังมีการสลักเพิ่มเติมอีกสองรายละเอียด ได้แก่ โลโก้ “150” ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองครั้งนี้ รวมถึง “1 of 150 pieces” เพื่อเป็นการอ้างอิงถึงจำนวนทั้งหมดที่ผลิตออกมา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

PATEK PHILIPPE and TKI

10 เม.ย 2569

ANGELUS Tinkler 1958

10 เม.ย 2569

TAG HEUER Summer

10 เม.ย 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้