TAG HEUER Carrera Seafarer

Last updated: 20 ม.ค. 2569  |  36 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TAG HEUER Carrera Seafarer

TAG Heuer เฉลิมฉลองการกลับคืนสู่วงการกีฬาการแล่นเรือใบอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในปี 2023 ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาที่ตีความในแบบร่วมสมัยของตัวนับเวลาถอยหลังก่อนการแข่งขันเรือใบรุ่นไอคอนิก Skipper จากทศวรรษ 1960 โดยนำมรดกทางทะเลของแบรนด์กลับมานำเสนออีกครั้ง พร้อมเติมกลิ่นอายความทันสมัยผ่านเวอร์ชั่นพิเศษที่มาพร้อมดีไซน์กลาสบอกซ์ใหม่ อันเป็นเอกลักษณ์ของ TAG Heuer Carrera

มรดกแห่งท้องทะเลนั้นถูกชูขึ้นอีกครั้งในปีนี้กับการหวนคืนของอีกหนึ่งโมเดลของนาฬิกาแล่นเรือใบ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงชื่อดัง “Seafarer” ซึ่งมีต้นกำเนิดจากรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1949

นาฬิกาโครโนกราฟ Heuer Seafarer เรือนแรกถูกนำเสนอควบคู่ไปกับนาฬิกาอีกรุ่นหนึ่งที่ไม่มีฟังก์ชันโครโนกราฟ นั่นคือ Heuer “Solunar” (ซึ่งมาจากการผสมคำว่า “solar” และ “lunar”) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อบอกช่วงเวลาน้ำขึ้นนเลงในพื้นที่เฉพาะ

ตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ถูกริเริ่มแนวคิดขึ้นโดย Walter Haynes ประธานบริษัท Abercrombie & Fitch ซึ่งได้มอบหมายให้ Heuer พัฒนาแนวคิดดังกล่าวให้สมบูรณ์ และผลิตนาฬิกา Heuer Solunar ในนามของผู้ค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาระดับไฮเอนด์ชั้นนำของอเมริกา ก่อนจะนำออกวางจำหน่ายให้แก่เหล่านักเดินเรือและผู้รักกิจกรรมกลางแจ้งผ่านร้านในนครนิวยอร์ก

แม้แนวคิดดั้งเดิมของตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงจะมาจาก Haynes แต่แจ็ค ฮอยเออร์ ในวัยหนุ่มก็มีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมนี้เช่นกัน โดยเขาได้นำแนวคิดของนาฬิการุ่นดังกล่าวไปปรึกษากับอาจารย์ฟิสิกส์สมัยเรียน ซึ่งช่วยปรับปรุงการคำนวณอัตราทดของเฟือง เพื่อเพิ่มความแม่นยำของกลไกให้ดียิ่งขึ้น

กว่า 77 ปี หลังจากที่อินดิเคเตอร์แสดงระดับน้ำขึ้นและน้ำลง (tide indicator) ปรากฏขึ้นครั้งแรกบน Heuer Solunar ฟังก์ชันอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้หวนกลับมาอีกครั้งบน TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer รุ่นใหม่ ซึ่งผสานแพลตฟอร์มของดีไซน์ Glassbox ที่ทั้งใช้งานได้หลากหลายและได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 เข้ากับรหัสการออกแบบดั้งเดิมบางประการ ที่ทำให้โมเดลประวัติศาสตร์บางเวอร์ชั่นมีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร

และที่หัวใจของ TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer คือกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ TH20-04 ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรองรับฟังก์ชันตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงโดยเฉพาะ

ตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงสามารถตั้งค่าได้อย่างง่ายดายด้วยปุ่มพิเศษ “TIDE” ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาบนตัวเรือน โดยเมื่อกดปุ่มนี้ หน้าปัดแสดงระดับน้ำที่จะหมุนปรับตำแหน่ง

หลังจากตรวจสอบเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงของสถานที่ที่กำหนดแล้ว หน้าปัดจะถูกปรับให้หมุนไปในตำแหน่งที่ส่วนที่ระบุคำว่า “high” และ “low” ตรงกับช่วงเวลาที่ทราบอย่างถูกต้อง

หน้าปัดจะหมุนครบหนึ่งรอบในระยะเวลา 29.53125 วัน และตลอดช่วงเวลานี้จะสามารถแสดงช่วงเวลาน้ำขึ้นสูงสุดและน้ำลงต่ำสุดได้อย่างแม่นยำช่วยทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้อันทรงคุณค่าสำหรับการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการแล่นเรือเข้า–ออกท่าเรือ หรือการเดินเรือตามแม่น้ำและปากแม่น้ำที่มีระดับน้ำขึ้นและน้ำลง

โครงสร้างดีไซน์กลาสบอกซ์ อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมขอบหน้าปัดแบบโค้งและกระจกทรงโดม ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการอ่านค่า ทำให้ตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลง รวมถึงหน้าปัดย่อยแสดง 60 วินาที และ 30 นาที มีความคมชัดและอ่านง่ายเป็นพิเศษ แม้ในขณะอยู่บนเรือที่โคลงเคลงก็ตาม

ความสามารถในการอ่านค่าอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของนาฬิกา Carrera ยิ่งถูกเสริมให้โดดเด่นขึ้นด้วยการใช้สีสันอันเป็นเอกลักษณ์บนหน้าปัดของนาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer โดยเฉพาะสี Intrepid Teal ที่ตั้งชื่อตามเรือยอชต์ Intrepid ผู้ชนะการแข่งขัน America’s Cup ปี 1967 ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้แจ็ค ฮอยเออร์ สร้างสรรค์นาฬิกาโครโนกราฟสำหรับการแข่งขันเรือใบ Skipper รุ่นดั้งเดิมขึ้นในปีถัดมา

รายละเอียดไฮไลท์สี Intrepid Teal ปรากฏอยู่บนเข็มชั่วโมงและเข็มนาที ตัวนับโครโนกราฟ 30 นาที รวมถึงตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงอันเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งถูกจับคู่กับโทนสีเหลืองเข้มที่อ้างอิงจากนาฬิการุ่นดั้งเดิม

โทนสีดังกล่าวช่วยขับเน้นความงามของหลักชั่วโมงแบบโค้งที่เคลือบทองคำ 18k 3N ได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งมาร์กเกอร์ทรงสามเหลี่ยมที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่พบได้ในนาฬิกา Carrera สาย Exploration ทุกรุ่นในปัจจุบัน

ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร อันแข็งแกร่งของนาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer ผลิตจากสเตนเลสสตีลที่ผสานงานขัดแบบซาตินและขัดเงาอย่างประณีต สร้างคอนทราสต์อย่างงดงามกับหน้าปัดสีโอพาลินแชมเปญ ขณะที่เมื่อพลิกดูด้านหลัง จะพบฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ซึ่งสลักลวดลาย ‘Victory Wreath’ อันเป็นซิกเนเจอร์ของ TAG Heuer

กระจกคริสตัลช่วยเปิดมุมมองให้เห็นกลไก TH20-04 สำหรับฟังก์ชันตัวบอกเวลาน้ำขึ้นและน้ำลงอย่างชัดเจน ซึ่งมาพร้อมระบบคลัตช์แนวตั้งและคอลัมน์วีล เพื่อให้การทำงานของปุ่มกดโครโนกราฟลื่นไหลและต่อเนื่องอย่างไร้รอยต่อ

พลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง ช่วยให้ TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer สามารถเดินต่อเนื่องได้นานกว่า 3 วันแม้ไม่ได้สวมใส่ โดยระบบขึ้นลานอัตโนมัติขับเคลื่อนผ่านโรเตอร์ที่ออกแบบเป็นรูปโล่สัญลักษณ์อันโดดเด่นของ TAG Heuer

นอกจากการแสดงเวลาขึ้นลงของน้ำทะเลแล้ว นาฬิกาเรือนนี้ยังสามารถใช้เป็นนาฬิกาโครโนกราฟได้อีกด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการใช้งานของนาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก นาฬิกาเรือนนี้จึงมาพร้อมสายนาฬิกา 'beads of rice' เจ็ดแถวของ TAG Heuer ซึ่งเป็นการตีความใหม่ที่ประณีตของดีไซน์ ‘beads of rice’ อันเป็นเอกลักษณ์ ผสานความสบายและความเป็นเอกลักษณ์เข้ากับความสวยงามที่โดดเด่น

สายนาฬิการุ่นใหม่ซึ่งเปิดตัวไปในปี 2025 นี้ เป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา Carrera รุ่นก่อนๆ โดยผสมผสานข้อต่อแบบขัดเงาและแบบด้านเข้าด้วยกัน และได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะเพื่อเสริมบรรยากาศความคลาสสิกเชิงมรดกให้กับรุ่นดีไซน์กลาสบอกซ์

 นอกจากนี้นาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer ทุกเรือนยังมาพร้อมสายสปอร์ตสีเบจที่ได้แรงบันดาลใจจากเชือกเรือแบบดั้งเดิม ด้านในของสายเลือกใช้โทนสี Intrepid Teal ให้สอดคล้องกับรายละเอียดบนหน้าปัด พร้อมบานพับตัวล็อกแบบพับที่แข็งแกร่งทำจากสเตนเลสสตีล เพื่อความมั่นคงในการสวมใส่ทั้งบนบกและในทะเล

Seafarer รุ่นดั้งเดิมยังคงปรากฏอยู่ในแคตตาล็อกของ Abercrombie & Fitch จนถึงช่วงกลางทศวรรษ 1970 โดยตลอดช่วงเวลานั้นได้ผ่านการตีความที่หลากหลายด้วยรูปแบบตัวเรือนและหน้าปัดที่แตกต่างกันเวอร์ชั่น ด้วยการใช้ดีไซน์ตัวเรือนและหน้าปัดที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ

ขณะเดียวกัน Heuer ยังจำหน่ายนาฬิกาเวอร์ชั่นของตนเองภายใต้ชื่อ “Mareograph” และได้ผลิตอีกรุ่นหนึ่งในชื่อ “Solunagraph” ให้กับผู้ค้าปลีกอุปกรณ์กีฬาชั้นนำของสหรัฐอเมริกาอย่าง Orvis

ทุกรุ่นล้วนกลายเป็นนาฬิกาที่นักสะสมตามหากันอย่างมากในปัจจุบัน แต่สำหรับนาฬิการุ่น TAG Heuer Carrera Chronograph Seafarer รุ่นใหม่ทำให้การได้ครอบครองนาฬิกาเรือนพิเศษนี้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป

เกี่ยวกับ TAG Heuer
TAG Heuer ก่อตั้งขึ้นในปี 1860 โดยเอดูอาร์ด ฮอยเออร์ (Edouard Heuer) ณ เทือกเขาจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (“LVMH”) กลุ่มธุรกิจลักชัวรีชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลาโชว์-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีโรงงานผลิตทั้งหมด 4 แห่ง พร้อมทีมงานกว่า 1,900 คน และดำเนินธุรกิจใน 139 ประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ TAG Heuer วางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.tagheuer.com ในบางประเทศ รวมถึงบูติกกว่า 260 แห่ง และจุดจำหน่ายกว่า 2,300 แห่งทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานภายใต้การนำของ อองตวน ปิน (Antoine Pin) CEO ของ TAG Heuer

ตลอดระยะเวลากว่า 165 ปี TAG Heuer ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาในแบบอาวองการ์ดอย่างแท้จริง พร้อมยึดมั่นในนวัตกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลไก Oscillating Pinion สำหรับนาฬิกาจับเวลาเชิงกลในปี 1887 การเปิดตัว Mikrograph ในปี 1916 การเปิดตัวกลไกโครโนกราฟแบบไขลานอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกอย่าง Calibre 11 ในปี 1969 และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์หรูรุ่นแรกในปี 2015 ปัจจุบัน คอลเลกชันหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสองตระกูลไอคอนิกที่ออกแบบโดย แจ็ค ฮอยเออร์ (Jack Heuer) ได้แก่ TAG Heuer Carrera และ TAG Heuer Monaco เสริมด้วยคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง TAG Heuer Aquaracer, Formula 1, Link และ Connected

TAG Heuer ได้สะท้อนปรัชญาใหม่ “Designed to Win” (เกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ) อย่างชัดเจน โดยสานต่อมรดกแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะระดับสูง ความร่วมมือและแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังของแบรนด์ล้วนสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนในการฝ่าขีดจำกัด และพร้อมส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาสำคัญ

www.tagheuer.com
@TAGHeuer

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้