HUBLOT Big Bang Original Unico

Last updated: 27 ม.ค. 2569  |  91 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HUBLOT Big Bang Original Unico

ในปี 2005 Hublot (อูโบลท์) ไม่ได้เพียงเปิดตัวนาฬิการูปแบบใหม่ หากแต่สร้างปรากฏการณ์ให้แก่อุตสาหกรรมนาฬิกา โดยย้อนเวลากลับไปเมื่อปี 1980 Hublot คือแบรนด์ผู้บุกเบิกแนวคิดอันกล้าหาญในการผสานทองคำเข้ากับสายยาง หลอมรวมวัสดุที่ไม่เคยมีใครกล้าทำมาก่อน และในปี 2005 นาฬิการุ่น Big Bang (บิ๊ก แบง) ก็ได้ปลุกจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัตินั้นให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมพลิกโฉมแนวคิดเรื่องการผสมผสานวัสดุให้กลายเป็นศิลปะร่วมสมัย จากจุดเริ่มต้นของการผสมผสานในปี 1980 แนวคิดนี้ได้พัฒนาเป็นสูตรเฉพาะที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ของ Hublot ขณะที่งานออกแบบซึ่งถือกำเนิดขึ้นในปี 2005 ก็ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในไอคอนแห่งศตวรรษที่ 21 และ 20 ปีต่อมา ในปี 2025 ผลงาน Big Bang ได้รับการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 20 ปี โดยในปี 2026 นาฬิการุ่นนี้ได้หวนคืนสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งในชื่อ Big Bang Original Unico (บิ๊ก แบง ออริจินอล ยูนิโค่) ถ่ายทอดสารที่ชัดเจนว่า ไอคอนไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากแต่เป็นผลลัพธ์ของสองทศวรรษแห่งนวัตกรรม ความกล้าในการท้าทายกรอบเดิม การสร้างนิยามใหม่ และความชำนาญด้านการประดิษฐ์นาฬิกาที่เป็นหัวใจสำคัญของ Hublot อย่างแท้จริง


“ทุกองค์ประกอบของ Big Bang Original Unico ได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่อย่างพิถีพิถัน ผ่านกระบวนการวิศวกรรมขั้นสูง โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของ Big Bang รุ่นดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน เต็มไปด้วย DNA ของ Big Bang เรือนแรก พร้อมยกระดับให้สะท้อนอัตลักษณ์ของ Hublot ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยกลไกอินเฮาส์ Unico (ยูนิโค่) ของเรา Big Bang Original Unico จึงเป็นวิวัฒนาการที่สมบูรณ์ที่สุดของ Big Bang Original ในปัจจุบัน ทั้งในด้านรูปทรงที่โดดเด่น มีมิติ และการผสานองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างกลมกลืน นาฬิการุ่นนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มี Big Bang ในปี 2005 และหากปราศจากแนวคิดการผสมผสานวัสดุ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ Hublot ตั้งแต่ปี 1980 ดังนั้น Big Bang Original Unico คือการเฉลิมฉลองทุกความทุ่มเทและทุกแนวคิดที่ร่วมกันสร้างแบรนด์ Hublot ขึ้นมา ตั้งแต่ช่างฝีมือ นักนวัตกรรม ไปจนถึงผู้มีวิสัยทัศน์ที่กล้าทลายกรอบเดิม” Julien Tornare (จูเลี่ยน ทอร์นาเร่) CEO ของ Hublot กล่าว

Big Bang Original Unico ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Big Bang สู่ยุคถัดมา ผ่านการยกระดับครั้งสำคัญทั้งโครงสร้างภายในและงานออกแบบภายนอก โดยยังคงรักษา DNA อันโดดเด่นของคอลเลกชันไว้อย่างชัดเจน หัวใจของนาฬิการุ่นนี้คือกลไก Unico โครโนกราฟอินเฮาส์ของ Hublot ซึ่งสะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมการผลิตของแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ กลไกดังกล่าวพัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมที่ได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 5 รายการ ด้วยการผสานคอลัมน์วีล โครงสร้างคลัตช์คู่ สถาปัตยกรรมแบบเลเยอร์ ระบบส่งกำลังที่ปรับจูน อย่างเหมาะสม และโรเตอร์ทังสเตนแบบสเกเลตันฉลุลายตัว H ตัวเรือนได้รับการปรับสัดส่วนใหม่เป็นขนาด 43 มิลลิเมตร เพื่อสร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างขนาด 41 และ 44 มิลลิเมตรในอดีต เข้ากับทุกข้อมือและให้ความสบายในการสวมใส่ พร้อมเผยการทำงานของกลไกผ่านฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ ในด้านการตกแต่ง รายละเอียดต่าง ๆ ได้รับการขัดเกลาให้ประณีตยิ่งขึ้น ตั้งแต่ขอบตัวเรือนแบบลาดเอียง ตัวเชื่อมสายที่โค้งมนรับกับข้อมือ เม็ดมะยมและปุ่มกดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหุ้มยาง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot ขณะเดียวกัน หน้าปัดถูกเสริมมิติความลึกด้วยลวดลายเอฟเฟกต์คาร์บอนนูน-ต่ำ และขอบวงแหวนด้านในโทนสีเดียวกัน สร้างภาพลักษณ์ในแบบ 3มิติที่ดูมีพลัง ประกอบเข้ากับสายดีไซน์เรขาคณิตที่ออกแบบใหม่ พร้อมระบบ One Click (วัน คลิก) เพื่อการเปลี่ยนสายที่สะดวกและรวดเร็ว

สกรูทั้ง 6 ตัวบนขอบตัวเรือนที่จัดวางอย่างไม่เรียงแนวและเน้นการใช้งานจริง บ่าตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงโครงสร้างแบบเป็นเลเยอร์ ยังคงสะท้อนจุดเด่นของ Big Bang Original ได้อย่างชัดเจน องค์ประกอบเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ Big Bang ก้าวขึ้นเป็นไอคอนด้านการออกแบบ และยังคงถูกถ่ายทอดมาอย่างครบถ้วน เช่นเดียวกับแนวคิดการผสมผสานวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นเซรามิก ไทเทเนียม หรือ คิง โกลด์ ตลอดจนความโดดเด่นจากการตัดกันของพื้นผิวขัดลายเส้นแนวตั้งและพื้นผิวขัดเงา

วัสดุที่ถูกนำมาผสมผสานกันอย่างลงตัว เพื่อรังสรรค์นาฬิกา Hublot
Big Bang Original Unico ถือกำเนิดจากวัสดุและความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์วัสดุเหล่านั้นตลอดเวลากว่า 20 ปี สองทศวรรษแห่งการทดลอง การหลอมรวม และความแม่นยำในการขึ้นรูป ได้หล่อหลอมให้เกิดงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ในฐานะไอคอน ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต ทีละชั้น ทีละปี และทีละวัสดุ สำหรับ Big Bang Original Unico ทั้ง 4 รุ่นนี้ สะท้อนแก่นแท้ของวัสดุ 3 ชนิดซึ่งเป็นรากฐาน Art of Fusion ของ Hublot ได้แก่ รุ่น Black Magic ในตัวเรือนเซรามิกสีดำทั้งเรือน รุ่น Titanium ที่ผลิตจากไทเทเนียมน้ำหนักเบา รุ่น Titanium Ceramic ที่ผสานตัวเรือนไทเทเนียมเข้ากับขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ และรุ่น King Gold Ceramic ที่จับคู่ตัวเรือน พิงค์ โกลด์ 18K กับขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ พร้อมตัวล็อคสายแบบบานพับซึ่งผสาน คิง โกลด์ เข้ากับไทเทเนียมสีดำ ทั้งหมดร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวเดียวกัน นั่นคือ 20 ปีแห่งการค้นคว้า การผสมผสาน และงานฝีมือที่ถูกหลอมรวมไว้ในผลงานไอคอนหนึ่งเดียว


Black Magic: ก้าวสู่ปีที่ 20
20 ปีของเซรามิกสีดำในฐานะทั้งสีสัน วัสดุ และการปฏิวัติแนวคิด “All Black” ได้เปลี่ยนสิ่งที่แทบมองไม่เห็นให้กลายเป็นไอคอน Black Magic (แบล็ค เมจิก) ถือกำเนิดขึ้นในปี 2006 และกลายเป็นภาพแทนของจิตวิญญาณอันกล้าท้าทายกรอบเดิมๆ ของ Hublot ผ่านการใช้เซรามิกสีดำที่ลุ่มลึก อัดแน่นด้วยเทคนิคขั้นสูง และมีความทนทานเหนือระดับ วัสดุซึ่งครั้งหนึ่งเคยพลิกโฉมขนบเดิมของอุตสาหกรรมนาฬิกาเมื่อสองทศวรรษก่อน และในวันนี้ได้กลายมาเป็นนิยามสำคัญของ Big Bang Original Unico

Ceramic: สเปกตรัมแห่งความเป็นไปได้ไม่รู้จบ
ภาพสะท้อนอันชัดเจนของขอบเขตนวัตกรรมด้านวัสดุที่ Hublot ได้ผลักดันไปไกลอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องยาวนาน การจดสิทธิบัตร และการผลิตแบบอินเฮาส์เต็มรูปแบบ ผงวัสดุไฮเทคได้ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นสีสันที่โดดเด่น แข็งแกร่ง และทนทานอย่างยิ่ง Hublot คือผู้บุกเบิกพาเลตต์เซรามิกไฮเทคแบบเต็มทุกสีเป็นรายแรกของโลก ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง หรือเฉดสีที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ วัสดุเหล่านี้ถูกอัดแน่นภายใต้แรงดันสูง ผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิ 1,000 องศาเซลเซียส แข็งกว่ามาตรฐานเซรามิกทั่วไปถึง 300 Vickers พร้อมคุณสมบัติไม่เป็นแม่เหล็กและทนต่อการกัดกร่อนอย่างสมบูรณ์


Titanium: DNA แห่งวิศวกรรมของ Hublot
ไทเทเนียมถูกนำมาใช้กับ Big Bang ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม และเป็นที่ยอมรับในคุณสมบัติที่มีน้ำหนักเบากว่าเหล็กเกือบสองเท่า พร้อมมอบความแข็งแกร่งในระดับอุตสาหกรรมอากาศยาน ควบคู่กับความสบายในการสวมใส่ที่น้ำหนักเบาดุจขนนก

King Gold: โลหะผสมเอกสิทธิ์เฉพาะของ Hublot
นวัตกรรมทองคำแบบใหม่ ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้วยแพลทินัมและสารเติมแต่งไฮเทค เพื่อเพิ่มความทนทาน พร้อมมอบเฉดสีที่อบอุ่น แดงเข้ม และมีมิติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Hublot

คอลเลกชั่น Big Bang Original Unico ใหม่ พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่บูติก Hublot และทางออนไลน์ผ่านทาง hublot.com

เกี่ยวกับ HUBLOT
ในปี 1980 นับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบรนด์หนึ่งได้กล้าประกอบตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง ซึ่งได้มาพลิกโฉมวงการนาฬิกาชั้นสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของขอบตัวเรือนทรงช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูปรากฏให้เห็นเด่นชัด จึงเป็นที่มาของชื่อ Hublot (อูโบลท์) พร้อมกับแนวคิดของศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion) 

ในปี 2005 ทางแบรนด์ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Big Bang (บิ๊ก แบง) มาพร้อมดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ ขนาดของตัวเรือนที่เหมาะสม และตัวเรือนในแบบหลายชั้น โดยในปีเดียวกัน Hublot ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มาปฏิวัติวงการ นาฬิกา Big Bang ไม่เคยหยุดการพัฒนาและต่อยอดผลงานอย่างต่อเนื่อง และนี่คือนาฬิกาไอคอนเรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21

แนวคิดของการผสมผสานแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ และเป็นแกนหลักที่แฝงไว้ในทุกคอลเลกชั่น นาฬิกา Big Bang ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ได้ผสานความโดดเด่นและเรียบง่ายได้อย่างสมดุล ส่วน Exceptional Timepieces (เอ็กเซ็ปชั่นนอล ไทม์พีซเซส) ได้เขียนนิยามแห่งความคาดหวังขึ้นใหม่กับผลงานสร้างสรรค์ที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร และด้วยแนวทางที่ท้าทายขนบธรรมเนียม Hublot ได้ถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ผ่านกลไก In-house อย่าง Unico (ยูนิโค่), Meca-10 (เมก้า-10) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) ที่มาเพิ่มอีกมิติให้กับศิลปะแห่งการผสมผสาน

ศาสตร์แห่งการผสามผสาน คือสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณของ Hublot ไม่ใช่แค่ภายในโรงงาน La Manufacture เท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในทุกมิติของแบรนด์ ความมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้บนสนามฟุตบอล นำไปสู่ความร่วมมือกับมหกรรมกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น FIFA World Cup™ ในปี 2010, 2014, 2018, 2022, Premier League (พรีเมียร์ ลีก), UEFA Champions League (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) และ UEFA Euro™ (ยูฟ่า ยูโร) ในบางครั้งความพิเศษนั้นก็เกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ต ในสนามบาสเกตบอล ท่ามกลางการแสดงงานศิลปะ หรือแม้แต่ในประสบการณ์ทางรสชาติร่วมกับครอบครัวเชฟมิชลิน สตาร์ของ Hublot และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Hublot Vibes ผ่านช่วงเวลาที่แบ่งปันกันในกลุ่ม Hublotistas (อูโบลท์ทิสต้า) คอมมูนิตี้ที่ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Hublot ซึ่งศิลปะแห่งการผสมผสานนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตไปอีกขั้น ความเป็นมาที่กลายเป็นวิถีชีวิต และนั่นคือ วิถีของ Hublot

เอกลักษณ์ของกลไกอินเฮาส์ UNICO ของ HUBLOT
กลไก Unico ถือกำเนิดขึ้นในปี 2010 ถือเป็นกลไกชุดแรกที่ Hublot ออกแบบ พัฒนา และผลิตขึ้นเองทั้งหมด นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งความเป็นอิสระ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของ Hublot ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา Unico ได้พัฒนาและกลายเป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นของการสร้างสรรค์นาฬิกา Hublot เป็นที่ยอมรับในด้านโครงสร้างโครโนกราฟอันแข็งแกร่งและแนวคิดที่พลิกกรอบเดิมอย่างชัดเจน

ด้วยคุณลักษณะอันโดดเด่น อาทิ คอลัมน์วีลที่มองเห็นได้จากด้านหน้า เอสเคปเมนต์ซิลิคอน กลไก Unico จึงเป็นพลังจักรกลที่ผสานความงดงามที่มองเห็นเข้ากับความก้าวหน้าทางเทคนิคอย่างลงตัว ไม่ใช่เพียงหัวใจที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเท่านั้น หากแต่เป็นองค์ประกอบที่นิยามตัวตนของผลงานอย่างแท้จริง

คุณสมบัติสำคัญประกอบด้วย กลไกโครโนกราฟแบบอินทิเกรตพร้อมฟังก์ชั่นฟลายแบ็ก ให้ความแม่นยำถึง 1 ใน 8 วินาที สามารถรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที ความเที่ยงตรงระดับ -2/+4 วินาทีต่อวัน พลังงานสำรองยาวนาน 72 ชั่วโมง นอกจากนี้ กลไกยังได้รับการจดสิทธิบัตรนวัตกรรมถึง 5 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบแบบออสซิลเลตคลัตช์คู่ ระบบป้องกันการสั่นสะเทือน กลไกบล็อกแรตเช็ตวีลแบบ “ไร้แรงเสียดทาน” ระบบปรับสมดุลบาลานซ์วีล ไปจนถึงระบบแรงเสียดทานคงที่สำหรับตัวนับนาที ซึ่งทั้งหมดผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดภายใต้โปรโตคอล Chronofiable® ของ Hublot เพื่อรับประกันสมรรถนะ ความน่าเชื่อถือ และความแม่นยำสูงสุด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้