Last updated: 27 ม.ค. 2569 | 91 จำนวนผู้เข้าชม |
ภายในงาน LVMH Watch Week ทาง HUBLOT (อูโบลท์) เปิดตัว Big Bang Tourbillon Novak Djokovic GOAT Edition (บิ๊ก แบง ทูร์บิญอง โนวัค โยโควิช โกต อิดิชั่น) นาฬิกา 3 เรือนพิเศษ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเส้นทางแห่งความสำเร็จของ Novak Djokovic (โนวัค โยโควิช) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hublot และนักเทนนิสที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นที่สุดตลอดกาล

Novak คว้าแชมป์การแข่งขันระดับอาชีพรายการที่ 101 เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตอกย้ำความยิ่งใหญ่บนเส้นทางอาชีพที่เต็มไปด้วยสถิติสำคัญแทบทุกด้านของวงการเทนนิส เขาครองสถิติแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดถึง 24 รายการ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกที่กรุงปารีสในปี 2024 และครองตำแหน่งนักเทนนิสมือหนึ่งของโลกยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 428 สัปดาห์ นอกจากนี้ ยังจบฤดูกาลในฐานะมือหนึ่งของโลกได้มากที่สุดถึง 8 ครั้ง ซึ่งเป็นผลงานที่ยังไม่มีนักเทนนิสคนใดเทียบเคียงได้
Hublot Big Bang Tourbillon Novak Djokovic GOAT Edition มีทั้งหมด 3 เรือน แต่ละเรือนโดดเด่นด้วยการผสานนวัตกรรมด้านวัสดุ งานเทคนิคการผลิตขั้นสูง และเอกลักษณ์การผลิตนาฬิกาของ Hublot เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเส้นทางนักเทนนิสระดับตำนานของ Novak
นาฬิการุ่นนี้มีให้เลือก 3 สีด้วยกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีของพื้นสนามเทนนิสทั้ง 3 ประเภท และผลิตในจำนวนจำกัดตามสถิติชัยชนะของ Novak ในแต่ละสนามแข่งขัน ได้แก่ สีน้ำเงินจำนวน 72 เรือน แทนชัยชนะบนสนามฮาร์ดคอร์ต สีส้มจำนวน 21 เรือน แทนสนามคอร์ทดิน และสีเขียวจำนวน 8 เรือน ซึ่งเป็นรุ่นที่หายากที่สุด สื่อถึงชัยชนะบนสนามคอร์ทหญ้า นาฬิการวมทั้งหมด 101 เรือน มีการระบุหมายเลขประจำเรือน แต่ไม่ใช่ลิมิเต็ดเอดิชั่นแบบถาวร ซึ่งหากในอนาคต Novak สามารถคว้าชัยชนะเพิ่มเติม ทาง Hublot ก็จะผลิตนาฬิกาเพิ่มอีก โดยใช้สีที่สอดคล้องกับประเภทของพื้นสนามในการแข่งขันนั้นๆ
สีสันเหล่านี้ถูกถ่ายทอดอย่างโดดเด่นบนตัวเรือนขนาด 44 มม. ซึ่งผลิตจากวัสดุคอมโพสิตพิเศษที่ Hublot พัฒนาขึ้น โดยนำวัสดุจากเสื้อโปโล Lacoste และหัวไม้เทนนิสที่ Novak ใช้งานจริงมาผสมผสานเข้าด้วยกัน


วัสดุไฮเทคชนิดนี้มีน้ำหนักเบา แข็งแกร่ง และมีลวดลายคล้ายหินอ่อน เป็นวัสดุเอกสิทธิ์เฉพาะของ Hublot ซึ่งเคยนำมาใช้ในนาฬิการุ่น Big Bang Unico Novak Djokovic (บิ๊ก แบง ยูนิโค่ โนวัค โยโควิช) เมื่อปี 2024 สำหรับรุ่นใหม่นี้ Hublot นำเสื้อโปโลที่ Novak สวมใส่จริงจำนวน 12 ตัวในโทนสีน้ำเงิน 4 ตัวในโทนสีส้ม และ 2 ตัวในโทนสีเขียว รวมถึงไม้เทนนิสอีก 12 อัน มาผสมผสานเพื่อให้ได้วัสดุในปริมาณที่เหมาะสม ผลลัพธ์คือวัสดุอันน่าทึ่งที่หลอมรวมจิตวิญญาณของ Novak ไว้ภายใน และถ่ายทอดเรื่องราวของเขาไปตลอดกาล
นอกจากนี้ ส่วนกลางของตัวเรือน หรือที่เรียกว่าคอนเทนเนอร์ ผลิตจากวัสดุชั้นสูงที่มีชื่อว่า Titaplast® ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ที่มีชื่อเสียงด้านความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ วัสดุชนิดนี้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับไทเทเนียม สามารถขึ้นรูปได้อย่างแม่นยำ แข็งแกร่งทนทานแต่น้ำหนักเบา พร้อมผิวสัมผัสแบบซอฟท์แมตต์ และยังสามารถทำสีได้ด้วยกระบวนการอโนไดซ์



ไม่มีเงื่อนไขผูกมัด
เรื่องราวอันน่าทึ่งของ Novak ถูกถ่ายทอดผ่านนาฬิกา Big Bang Tourbillon Novak Djokovic GOAT Edition ด้วยกลไกคอนเซ็ปต์ทูร์บิญองอัตโนมัติรุ่น MHUB6035 ที่โดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบอันสร้างสรรค์ ที่วิศวกรของ Hublot ได้ทำการออกแบบโครงสร้างสามมิติของเมนเพลตให้มีลักษณะคล้ายการขึงเอ็นของไม้เทนนิสแทนการใช้แบบทึบตามรูปแบบดั้งเดิม โดยแต่ละเส้นมีความหนาเพียง 0.55 มม. และยึดเข้ากับขอบเมนเพลตในตำแหน่งที่ได้แรงบันดาลใจจากรูร้อยเอ็นด้านในของไม้เทนนิส ช่องว่างระหว่างเส้นเอ็นถูกจัดวางอย่างไม่สม่ำเสมอ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของเอ็นไม้เทนนิสที่ถูกใช้ในระหว่างการแข่งขันจริง
แม้เมนเพลตจะดูราวกับประกอบขึ้นจากเส้นเอ็นหลายเส้นที่ถักทอแยกกันและยึดไว้ตามจุดต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริง แผ่นเมนเพลตชิ้นนี้ถูกผลิตขึ้นเป็นชิ้นเดียวทั้งหมด ผ่านกระบวนการขึ้นรูปด้วยเลเซอร์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างประณีต
หลังจากผ่านกระบวนการแกะสลักด้วยเลเซอร์ แผ่นเมนเพลตจะถูกเคลือบผิว PVD สีดำที่บางเพียงไม่กี่ไมครอน ก่อนสกรีนตกแต่งด้วยโลโก้ส่วนตัว “ND1” ของโนวัคในสีขาวที่ตัดกันอย่างชัดเจน ดีไซน์โดยรวมดูโดดเด่นสะดุดตา และยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ความมุ่งมั่นสู่ชัยชนะ และความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตลอดเส้นทางอาชีพนักเทนนิสของ Novak
แต่ความพิเศษของนาฬิกายังไม่จบเพียงเท่านี้ บาร์เรลที่บรรจุเมนสปริงของกลไก ซึ่งให้พลังงานสำรองได้นานถึง 72 ชั่วโมง ถูกตกแต่งด้วยเฟืองเหล็กที่ออกแบบให้มีลักษณะเหมือนลูกเทนนิส สามารถมองเห็นได้จากด้านล่างผ่านโครงเมนเพลตแบบตาข่าย เพื่อสร้างเอฟเฟกต์นี้วิศวกรของ Hublot ได้พัฒนากระบวนการใหม่ เริ่มจากการนำโรเดียมขัดเงามาวางบนเส้นโค้งรูปตัว S สองเส้นที่อยู่บนพื้นผิวของเฟือง จากนั้นแกะสลักด้วยเลเซอร์อย่างประณีตให้เกิดพื้นผิวคล้ายลูกเทนนิส และปิดท้ายด้วยการเคลือบแลกเกอร์สีเขียวอมเหลือง เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ของลูกเทนนิสที่สมจริง
รายละเอียดความประณีตยังเห็นได้ในหลายองค์ประกอบ เช่น กรงทูร์บิญองอะลูมิเนียมของกลไกที่ผ่านการอโนไดซ์ให้เป็นสีน้ำเงิน สีส้ม หรือสีเขียว ให้เข้ากับสีของตัวเรือน ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ไมโครโรเตอร์ เรด โกลด์ 22 กะรัต ชุบโรเดียม ถูกขึ้นรูปและแกะสลักด้วยเลเซอร์เป็นโลโก้ Hublot อย่างสวยงาม ซึ่งกลไกทั้งชุดประกอบด้วยชิ้นส่วนรวมทั้งหมด 293 ชิ้น
เหนือเมนเพลตแบบตาข่ายที่ได้แรงบันดาลใจจากเส้นเอ็นไม้เทนนิส นาฬิกาถูกติดตั้งด้วยแผ่นกระจกแซฟไฟร์ใสแบบบาง ซึ่งทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับหลักชั่วโมงทั้ง 6 ตำแหน่ง เช่นเดียวกันกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีแบบสเกเลตัน หลักชั่วโมงถูกตกแต่งด้วยพื้นผิวแบบซาตินและเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® สีเขียวในรูปแบบสามมิติ เพื่อช่วยให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในสภาพแสงน้อย


การแข่งขันในสนามถัดไป
นอกเหนือจากรายละเอียดหลักต่างๆ นาฬิการุ่นนี้ยังถ่ายทอดเส้นทางอาชีพอันยิ่งใหญ่ของ Novak ผ่านงานออกแบบในทุกรายละเอียด สายนาฬิกาทำจากหนังสีขาว เย็บด้วยด้ายสีขาว และปั๊มลวดลายนูนเลียนแบบแถบพันด้ามจับของไม้เทนนิสที่ Novak ใช้ด้านล่างบุด้วยหนังสีน้ำเงิน สีส้ม หรือสีเขียว ให้เข้ากับสีของตัวเรือน สวมใส่ด้วยห่วงสไตล์ Velcro® และตัวล็อกที่ทำจากอะลูมิเนียมอโนไดซ์ในโทนสีเดียวกันอย่างลงตัว
สกรูไทเทเนียมทั้ง 6 ตัวที่ใช้ยึดขอบตัวเรือนคอมโพสิตถูกออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายลูกเทนนิส แม้จะดูเป็นเพียงรายละเอียดด้านความสวยงามเท่านั้น แต่เบื้องหลังต้องอาศัยการพัฒนาเชิงเทคนิคซึ่งวิศวกรของ Hublot ต้องสร้างกระบวนการผลิตเฉพาะสำหรับสกรูรูปแบบนี้ รวมถึงออกแบบหัวไขควงที่มีหัวรูปทรงตัว S ขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการขันสกรู ซึ่งเป็นแนวคิดที่ต่อยอดมาจากการพัฒนาหัวไขควงสำหรับสกรูทรงตัว “H” อันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา Big Bang
วงแหวนหน้าปัด เม็ดมะยม สกรูตัวเรือนส่วนต่าง ๆ รวมถึงปุ่มของระบบเปลี่ยนสายแบบ One-Click ผลิตจากอะลูมิเนียมอโนไดซ์ทั้งหมด และเพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและพลังที่เป็นเอกลักษณ์ของ Novak กระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวเรือนใช้
กระจก Gorilla ที่ผ่านการเสริมความแข็งแกร่งทางเคมี จึงมีความทนทานและทนต่อรอยขีดข่วนได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมสายสำรองเป็นสายยางสีขาวพร้อมตัวล็อคสายแบบบานพับไทเทเนียม เหมาะสำหรับการสวมใส่ระหว่างการออกกำลังกาย
เพื่อปิดท้ายเรื่องราวอย่างสมบูรณ์ ฝาหลังตัวเรือนยึดด้วยวงแหวนอะลูมิเนียมทำสีพร้อมสลักหมายเลขประจำเรือน โดยในช่วงแรกประกอบด้วยหมายเลข 1 - 72 สำหรับรุ่นสีน้ำเงิน 1 - 21 สำหรับรุ่นสีส้ม และ 1 - 8 สำหรับรุ่นสีเขียว และหากในอนาคต Novak คว้าชัยชนะเพิ่มเติมก็จะมีการเพิ่มนาฬิกาหมายเลขใหม่ตามสถิติที่เพิ่มขึ้น พร้อมข้อความ “Greatest of All Time” ที่ฝาหลัง ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ล้วนถูกแกะสลักและตกแต่งด้วยแลกเกอร์สีขาวอย่างบรรจง
องค์ประกอบทุกส่วนถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว จนได้นาฬิกาที่มีน้ำหนักเบาเพียง 56 กรัม และสามารถรองรับแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนจากการสวมใส่ระหว่างการเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจ นี่คือผลงานที่ทั้งสร้างสรรค์และน่าจดจำ ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่อง Novak Djokovic แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Hublot ผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็น GOAT (Greatest of All Time) อย่างแท้จริง
“สำหรับนาฬิการุ่นที่สองซึ่งหลายคนเฝ้ารอ เราได้เข้าไปอยู่ในโลกที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้ของ Novak ด้วยการสร้างสรรค์นาฬิกาเรือนนี้ขึ้นอย่างพิถีพิถัน เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่ผ่านมาและเส้นทางอาชีพอันยิ่งใหญ่ของเขา Big Bang Tourbillon Novak Djokovic GOAT Edition ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกา แต่เป็นสัญลักษณ์ของพลังใจแห่งชัยชนะ ความสามารถอันเหนือชั้น และความยิ่งใหญ่ที่ยากจะหาใครเทียบ ผลงานพิเศษนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกย่องสถิติอันน่าทึ่งในวงการเทนนิส และสะท้อนแนวคิดเช่นเดียวกับ Novak นั่นคือการยืนหยัดเหนือกาลเวลา และเราตั้งตารอที่จะได้ร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะอีกมากมายไปด้วยกัน” Julien Tornare (จูเลี่ยน ทอร์นาเร่) CEO ของ Hublot กล่าว
“ผมขอขอบคุณทีมงาน Hublot ที่มอบเกียรตินี้ให้กับผมผ่านนาฬิการุ่นพิเศษทั้งสามเรือนนี้ เมื่อตอนเป็นเด็ก ผมมีเพียงความฝันว่าจะได้คว้าแชมป์แกรนด์สแลมสักครั้ง แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะสามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 24 รายการ และคว้าชัยชนะในการแข่งขันระดับอาชีพมากกว่า 100 ครั้ง ความสำเร็จที่เกินกว่าความฝันเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากแรงสนับสนุนของครอบครัว ทีมงาน แฟนๆ รวมถึงทุกคนที่เชื่อมั่นและอยู่เคียงข้างตลอดเส้นทางอาชีพของผม ทุกวันคือโอกาสในการก้าวไปให้ไกลกว่าเดิม และใครจะรู้ บางทีในอนาคตเราอาจได้เห็นนาฬิกาเรือนใหม่ที่ถูกเพิ่มเติมเข้าไปในคอลเลกชั่นนี้ก็เป็นได้” Novak Djokovic กล่าว
นาฬิกา Hublot Big Bang Tourbillon Novak Djokovic GOAT Edition พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่บูติก Hublot ที่ได้รับการคัดเลือก

เกี่ยวกับ HUBLOT
ในปี 1980 นับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบรนด์หนึ่งได้กล้าประกอบตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง ซึ่งได้มาพลิกโฉมวงการนาฬิกาชั้นสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของขอบตัวเรือนทรงช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูปรากฏให้เห็นเด่นชัด จึงเป็นที่มาของชื่อ Hublot (อูโบลท์) พร้อมกับแนวคิดของศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion)
ในปี 2005 ทางแบรนด์ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Big Bang (บิ๊ก แบง) มาพร้อมดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ ขนาดของตัวเรือนที่เหมาะสม และตัวเรือนในแบบหลายชั้น โดยในปีเดียวกัน Hublot ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มาปฏิวัติวงการ นาฬิกา Big Bang ไม่เคยหยุดการพัฒนาและต่อยอดผลงานอย่างต่อเนื่อง และนี่คือนาฬิกาไอคอนเรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21
แนวคิดของการผสมผสานแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ และเป็นแกนหลักที่แฝงไว้ในทุกคอลเลกชั่น นาฬิกา Big Bang ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ได้ผสานความโดดเด่นและเรียบง่ายได้อย่างสมดุล ส่วน Exceptional Timepieces (เอ็กเซ็ปชั่นนอล ไทม์พีซเซส) ได้เขียนนิยามแห่งความคาดหวังขึ้นใหม่กับผลงานสร้างสรรค์ที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร และด้วยแนวทางที่ท้าทายขนบธรรมเนียม Hublot ได้ถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ผ่านกลไก In-house อย่าง Unico (ยูนิโค่), Meca-10 (เมก้า-10) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) ที่มาเพิ่มอีกมิติให้กับศิลปะแห่งการผสมผสาน
ศาสตร์แห่งการผสามผสาน คือสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในจิตวิญญาณของ Hublot ไม่ใช่แค่ภายในโรงงาน La Manufacture เท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในทุกมิติของแบรนด์ ความมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้บนสนามฟุตบอล นำไปสู่ความร่วมมือกับมหกรรมกีฬาระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น FIFA World Cup™ ในปี 2010, 2014, 2018, 2022, Premier League (พรีเมียร์ ลีก), UEFA Champions League (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) และ UEFA Euro™ (ยูฟ่า ยูโร) ในบางครั้งความพิเศษนั้นก็เกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ต ในสนามบาสเกตบอล ท่ามกลางการแสดงงานศิลปะ หรือแม้แต่ในประสบการณ์ทางรสชาติร่วมกับครอบครัวเชฟมิชลิน สตาร์ของ Hublot และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Hublot Vibes ผ่านช่วงเวลาที่แบ่งปันกันในกลุ่ม Hublotistas (อูโบลท์ทิสต้า) คอมมูนิตี้ที่ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Hublot ซึ่งศิลปะแห่งการผสมผสานนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตไปอีกขั้น ความเป็นมาที่กลายเป็นวิถีชีวิต และนั่นคือ วิถีของ Hublot
27 ม.ค. 2569
27 ม.ค. 2569
27 ม.ค. 2569
27 ม.ค. 2569