LOUIS VUITTON Camionnette

Last updated: 2 ก.พ. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LOUIS VUITTON Camionnette

หลังจากพาเราทะยานสู่ห้วงจินตนาการผ่านการเดินทางทางอากาศในปี 2024 ด้วยนาฬิกาตั้งโต๊ะ Montgolfière Aéro รูปลูกบอลลูนอากาศร้อนขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่บอกเวลา La Fabrique du Temps Louis Vuitton ก็พร้อมเปิดเส้นทางใหม่แห่งจินตนาการอีกครั้ง คราวนี้เมซงเลือกหยิบแรงบันดาลใจจาก รถบรรทุกส่งของ Camionnette อันเป็นตำนานของ Louis Vuitton และแปรเปลี่ยนมันให้กลายเป็นผลงานชั้นครูแห่งโลกนาฬิกา

ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 รถบรรทุกประวัติศาสตร์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสายใยเชื่อมระหว่างเวิร์กช็อปที่เมือง Asnières—หัวใจที่เต้นอยู่ของ Louis Vuitton—กับลูกค้าและร้านค้าของเมซง บนกระบะของรถบรรทุกเหล่านั้นคือหีบ Louis Vuitton อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกำลังออกเดินทางเป็นครั้งแรกในชีวิต วันนี้ Louis Vuitton ได้นำยานพาหนะในตำนานคันนั้นกลับมาตีความใหม่ในรูปของเรือนเวลาสุดพิเศษ ปลุกความหลงใหลในวัยเยาว์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจของเราทุกคน พร้อมมอบมิติใหม่ให้กับมรดกอันทรงคุณค่านี้อย่างน่าหลงใหล


ด้วยเส้นสายอันโดดเด่นซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ของยุคสมัย รถตู้เหล่านี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเครือข่ายที่กำลังขยายตัวของเมซง ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความล้ำสมัยและความเป็นผู้บุกเบิกในการนำยานยนต์มาใช้ของ Gaston-Louis Vuitton รถแต่ละคันโดดเด่นด้วยตัวอักษรอันเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นตราสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศ ซึ่งอุทิศตนให้กับ Art of Travel อย่างแท้จริง

เฉลิมฉลองมรดกของเมซงในทุกรายละเอียด
จากผลงานจิ๋วที่งดงามอยู่แล้ว Louis Vuitton Camionnette วันนี้ถูกยกระดับขึ้นสู่การเป็นงานศิลป์เชิงนาฬิกาอย่างแท้จริง “เราต้องการยกย่องรูปลักษณ์ดั้งเดิมของยานพาหนะในตำนานคันนี้ ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของช่วงแรกเริ่มของเมซง” Matthieu Hegi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ La Fabrique du Temps Louis Vuitton อธิบาย “สัญลักษณ์แห่งการเดินทางปรากฏอยู่ทุกอณู ผลงานชิ้นนี้ปลุกเร้าจินตนาการ พาเราหวนกลับไปสู่โลกอันไร้ขอบเขตและเปี่ยมมนตร์เสน่ห์ของจินตนาการในวัยเด็ก”

รถบรรทุก Louis Vuitton ในอดีตล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นลายเซ็นของยุคสมัย โดยมีการวาดชื่อสถานที่ของเมซงไว้บนตัวรถ เรือนเวลาชิ้นนี้จึงเป็นการคารวะต่อขนบดังกล่าว ด้วยการปรากฏชื่อสถานที่สำคัญอย่างเวิร์กช็อปที่เมือง Asnières, La Fabrique du Temps Louis Vuitton ณ เจนีวา และร้านบนถนน Champs-Élysées สถานที่เชิงสัญลักษณ์เหล่านี้ช่วยเติมชีวิตให้กับผลงาน และเฉลิมฉลองบทสนทนาอย่างต่อเนื่องระหว่างความเชี่ยวชาญด้านการทำหีบเดินทางและงานนาฬิกาของเมซงอย่างงดงาม


ยานพาหนะคันนี้รังสรรค์ขึ้นจาก อะลูมิเนียมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่แข็งแกร่งทนทาน และตกแต่งด้วยสีเอกลักษณ์ของเมซงอย่าง เหลืองแซฟฟรอน และ สีน้ำเงินซิบิลลีน ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าที่ประดับดอก Monogram อันเป็นสัญลักษณ์ ไปจนถึงกระจังหน้าสีเงินที่โลโก้ LV สีน้ำเงินเผาไฟเปล่งประกายระยิบระยับ และล้อรถที่ตกแต่งอย่างละเมียดด้วยดอก Monogram ทุกองค์ประกอบล้วนเผยตัวตนของ Louis Vuitton อย่างแยบยล

ขณะเดียวกัน ยางรถถูกประทับด้วยลายเซ็น LV เสมือนการทิ้งร่องรอยเชิงสัญลักษณ์ของ Camionnette ไว้บนทุกเส้นทางที่ผ่านไป ปิดท้ายด้วยป้ายทะเบียน “LV 1854” ซึ่งทำหน้าที่เตือนใจถึงปีแห่งการก่อตั้งเมซง—หมุดหมายเหนือกาลเวลาที่หล่อหลอมการผจญภัยอันยิ่งใหญ่นี้ให้คงอยู่ตลอดไป

การเคลื่อนไหวของเวลา
ซิมโฟนีแห่ง savoir-faire ของ Louis Vuitton ถ่ายทอดบทกวีของมันผ่านการจัดวางกลไกไว้ ณ ใจกลางยานพาหนะ ในการบรรจบกันอย่างน่าทึ่งระหว่างโลกยานยนต์และโลกนาฬิกา ห้องโดยสารซึ่งตามปกติเป็นพื้นที่ของผู้ขับขี่ ได้เผยให้เห็น จักรสมดุล ของกลไก—หัวใจกลไกอันมีชีวิตชีวาที่ปลุกเรือนเวลานี้ให้มีลมหายใจ ผ่านเคมีแห่งพลังและความเที่ยงตรงที่กลมกลืนกันอย่างลงตัว

จากห้องโดยสารที่ถูกตีความใหม่ จักรสมดุลซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่านี้ทำหน้าที่ควบคุมการแสดงเวลา ชั่วโมงและนาทีถูกบอกผ่าน กระบอกหมุนสองชิ้น ที่พิมพ์ตัวเลขด้วยเทคนิค pad printing โดยแต่ละกระบอกหมุนด้วยความเร็วต่างกันอย่างแม่นยำ ดิสก์ทั้งสองถูกติดตั้งอย่างชาญฉลาดไว้ใต้ฝากระโปรงหน้า—ตำแหน่งเดียวกับที่เครื่องยนต์ของรถบรรทุกควรจะอยู่ ขณะที่ เอสเคปเมนต์ ณ ใจกลางห้องโดยสารผู้ขับขี่สามารถมองเห็นได้ผ่านแผงกระจกใสทั้งสี่ด้านและโดมด้านบน เผยให้เห็นจังหวะแห่งเวลาที่เต้นอยู่ภายในอย่างสง่างาม

กลไกจักรกลสวิสเรือนนี้ถือกำเนิดจากความร่วมมืออันเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการออกแบบและผลิตอย่างพิถีพิถันเพื่อ La Fabrique du Temps Louis Vuitton โดย L’Epée 1839 พัฒนาเป็นพิเศษสำหรับผลงานรุ่นนี้โดยเฉพาะ กลไกประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 218 ชิ้น และมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 8 วัน


ความลับที่ซ่อนเร้น: กุญแจแห่งการเดินทาง
ความสอดคล้องอย่างแนบเนียนระหว่างหน้าที่ดั้งเดิมของรถบรรทุกประวัติศาสตร์คันนี้กับเวอร์ชันนาฬิกา ถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดอันแยบยลอีกประการหนึ่ง นั่นคือ หีบ Monogram ขนาดจิ๋ว ที่บรรจุอยู่ในช่องเก็บสัมภาระด้านท้าย ซึ่งถูกจำลองขึ้นตามสัดส่วนของตัวรถอย่างสมจริงน่าทึ่ง ในที่นี้ หีบยังคงทำหน้าที่ดั้งเดิมของมัน คือการขนส่งและส่งมอบวัตถุอันล้ำค่าที่ทำให้การเดินทางเกิดขึ้นได้จริง เป็นการคารวะต่อรากเหง้าของเมซงอย่างสุขุมและงดงาม

เมื่อเปิดออก จะเผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน—กุญแจที่ประดับลายเซ็น Louis Vuitton พร้อมรูปทรงที่ชวนให้นึกถึงตัวยึดโลหะบนหีบในตำนานของเมซง กุญแจดอกนี้มิได้เป็นเพียงของตกแต่ง หากคือสิ่งที่ปลุกหัวใจของ Camionnette ให้มีชีวิต มันทำหน้าที่สำหรับการตั้งเวลาและไขลานกลไก พร้อมถ่ายทอดบทกวีแห่งอดีต เปรียบเสมือนคันหมุนมือในวันวานที่ใช้ปลุกเครื่องยนต์ของยานพาหนะประวัติศาสตร์ให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง

ภาพสะท้อนแห่ง savoir-faire อันล้ำค่า
ช่างฝีมือยังได้ถ่ายทอดพรสวรรค์สู่ Louis Vuitton Camionnette ในเวอร์ชันอันล้ำค่า ผลิตจำกัดเพียง 15 ชิ้น เท่านั้น รหัสสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งยกย่องดีเอ็นเอของเมซง ถูกยกระดับด้วยงานวัสดุและศิลปหัตถกรรมอันประณีต สานสายใยอันล้ำค่าระหว่างกลไกและอัญมณีชั้นสูง ราวเส้นด้ายทองคำที่เชื่อมอดีตกับอนาคตเข้าด้วยกัน

การตีความ Camionnette รุ่นโลหะทองคำนี้นำไปสู่แนวคิดเชิงอัญมณีอย่างเด่นชัด บนฝากระโปรงหน้าเปล่งประกายด้วยเพชร LV Monogram Star Cut ขนาด 0.5 กะรัต เสมือนกลุ่มดาวนำทางการเดินทางของ Camionnette และลอยเด่นเหนือกระจังหน้า ซึ่งถูก snow-set ด้วยเพชรทั้งชิ้น พร้อมประดับลายเซ็น Louis Vuitton เคลือบทอง ล้อรถส่องประกายด้วยลาย Monogram และฝังเพชรอย่างวิจิตร ไฟหน้าซึ่งเปรียบเสมือนดวงตาแห่งยานพาหนะ ถูกแต่งขอบด้วยเพชรทรงกลม ขณะที่ด้านท้าย ไฟท้ายประกอบขึ้นจากแซฟไฟร์ทรงบาแกตต์สีแดงและส้มจำนวน ยี่สิบเม็ด เพิ่มมิติแห่งความหรูหราและพลังแห่งการเดินทาง

ลวดลาย Damier อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงถูกถ่ายทอดขึ้นใหม่ด้วยงาน guillochage ที่ทำด้วยมืออย่างวิจิตร สลับประดับด้วยอัญมณี ช่วยขับเน้นรายชื่อสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์บนด้านข้างของรถบรรทุกให้โดดเด่นยิ่งขึ้น งานกีโยเช่เพียงอย่างเดียวต้องใช้เวลาถึง 15 ชั่วโมง และเป็นบทพิสูจน์ถึงความชำนาญไร้เทียมทานของช่างฝีมือแห่ง La Fabrique du Temps Louis Vuitton

“การสร้างลวดลาย Damier ด้วยเทคนิค guillochage คือศิลปะที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความพิถีพิถันอย่างสูง เป็น savoir-faire ที่เราเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงที่ La Fabrique du Temps Louis Vuitton” Matthieu Hegi อธิบาย “มันช่วยเพิ่มคุณค่าเชิงอัญมณีให้กับสุนทรียภาพของผลงานรุ่นนี้ พร้อมสะท้อนรหัสงานนาฬิกาของเราอย่างชัดเจน การหลอมรวมของ savoir-faire นี้สะท้อนศักยภาพอันโดดเด่นของเรา ทั้งในฐานะช่างนาฬิกา ช่างทำหีบเดินทาง และผู้สร้างสรรค์วัตถุอันเหนือความคาดหมาย”

ขณะที่กล่องสำหรับจัดเก็บและขนส่งซึ่งรังสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับเวอร์ชันอันล้ำค่านี้ ยังคงสานต่อแนวคิดการเล่นสนุกระหว่าง “ภาชนะ” และ “สิ่งที่บรรจุอยู่ภายใน” ด้วยการออกแบบให้มีรูปทรงเป็น หีบถ้วยรางวัล (trophy trunk) หุ้มด้วยผ้าแคนวาส Monogram อันเป็นสัญลักษณ์ของเมซง—บทส่งท้ายที่ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งการเดินทางและความสร้างสรรค์ของ Louis Vuitton อย่างสมบูรณ์แบบ

หมวดหมู่เหนือกาลเวลา
ด้วยผลงานใหม่อันน่าทึ่งซึ่งอัดแน่นด้วยรายละเอียดอันละเอียดอ่อน Louis Vuitton ได้เติมเต็มอีกหนึ่งผลงานชั้นครูให้กับคอลเลกชัน Objects of Time หมวดผลงานหายากที่มีมิติและสเกลเฉพาะตัว เปิดพื้นที่ให้การสำรวจสุนทรียภาพรูปแบบใหม่และ savoir-faire เชิงช่างอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งหมดถูกปลุกให้มีชีวิตด้วยหัวใจกลไกจักรกล

มากกว่านาฬิกา ผลงานแต่ละชิ้นคือศิลปวัตถุอย่างแท้จริง มอบเศษเสี้ยวอันล้ำค่าของมรดก Louis Vuitton ให้แก่ผู้สะสม Louis Vuitton Camionnette คือภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของการแสวงหา Art of Travel ของเมซง ด้วยจิตวิญญาณที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผลงานชิ้นนี้ยังเตือนใจเราว่า ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกล วัตถุเชิงประโยชน์จากวันวานสามารถแปรเปลี่ยนเป็นไอคอนของเมซงได้อย่างไร

จากจุดกำเนิดในเวิร์กช็อป Asnières สู่การตีความร่วมสมัยโดย La Fabrique du Temps Louis Vuitton Camionnette ยังคงแล่นต่อไปอย่างรื่นรมย์บนเส้นทางของตน ส่งมอบความฝันและอารมณ์ความรู้สึกไปทุกแห่งหนที่มันเดินทางถึง มันไม่ใช่เพียงเครื่องบอกเวลา หากคือประตูสู่จินตนาการ—บทกวีเหนือกาลเวลาที่สดุดีการไหลผ่านของเวลาและการเดินทางซึ่งดำรงอยู่ตลอดไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้