Last updated: 4 ก.พ. 2569 | 41 จำนวนผู้เข้าชม |
โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดตัวคาลิเบอร์ 7139 กลไกอัตโนมัติแบบ ฉลุพร้อมระบบปฏิทินถาวรใหม่ที่ผลิตขึ้นเองเป็นการภายในโดยโอเดอมาร์ ปิเกต์ นําเสนอความทันสมัยของกลไกสุด คลาสสิกรุ่นนี้ พร้อมด้วยศิลปะอันเก่าแก่ของงานฉลุ (openworking) กลไกซึ่งได้รับการออกแบบโดยคํานึงถึงหลัก สรีรศาสตร์นี้ ผสานระบบตั้งค่าแบบออลอินวันอันชาญฉลาดที่รวมไว้ในที่เดียวที่เม็ดมะยม ซึ่งเปิดตัวในปีที่แล้วเพื่อ เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 150 ปีของแบรนด์ โดยมาพร้อมการแสดงปฏิทินที่มีความกลมกลืน เพื่อการอ่านเวลาที่ง่ายขึ้น งานฉลุเปิดโอกาสให้แสงส่องผ่านได้ เผยให้เห็นหัวใจสําคัญของกลไกได้อย่างชัดเจน คาลิเบอร์ 7139 เปิดตัวออกมา เป็นครั้งแรกในนาฬิกา 2 รุ่นที่มีขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตร ได้แก่ Code 11.59 by Audemars Piguet สี ทูโทน เหนือกาลเวลา ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกาปฏิทินถาวรพร้อมกลไกฉลุรุ่นแรกในคอลเลกชันนี้ และ Royal Oak ที่ผสานการ เลือกใช้ไทเทเนียมและกระจกเมทัลลิกบีเอ็มจี (Bulk Metallic Glass หรือ BMG) เข้าด้วยกัน ทั้งสองเรือนนี้ โดดเด่น ด้วยหน้าปัดแซฟไฟร์ที่เน้นย้ําถึงความเป็นงานฝีมือและโครงสร้างสุดประณีตของกลไก และเช่นเดียวกับ 5135 ซึ่งเลิกผลิตไปเมื่อปีที่แล้ว คาลิเบอร์ 7139 นับได้ว่าช่วยเปิดโอกาสด้านเทคนิคและสุนทรียศาสตร์ใหม่ ๆ ให้กับ กลไกดาราศาสตร์เหนือระดับนี้
โอเดอมาร์ ปิเกต์เฉลิมฉลองการเปิดตัวคาลิเบอร์ 7139 กลไกฉลุพร้อมระบบปฏิทินถาวรรุ่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกทั้งใน คอลเลกชัน Code 11.59 by Audemars Piguet และ Royal Oak @ ภาพลิขสิทธิ์จากโอเดอมาร์ ปิเกต์

คาลิเบอร์ 7139
ที่กลมกลืนกับจังหวะจักรวาล
กลไกปฏิทินถาวรแบบฉลใหม่ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล้ําสมัยและงานฝีมือเหนือกาลเวลา เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้และช่วยให้ชีวิตกลมกลืนไปกับจังหวะวัฏจักรของจักรวาล ปฏิทินถาวรจะคํานวณความยาวของเดือนและปีอธิกสุรทินโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงวันที่และสัปดาห์อย่างแม่นยําไม่มีที่ติ หากขึ้นลานนาฬิกาอยู่เสมอ ระบบต้องอาศัยการปรับวันที่ด้วยตนเองเพียงปี ค.ศ. 2100 เพื่อให้ตรงกับปฏิทินเกรกอเรียน กลไกดาราศาสตร์นี้มีส่วนช่วยสร้างโลกของโอเดอมาร์ ปิเกตมากว่า 150 ปี และเป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทํานาฬิกาพัฒนา ความรู้ความชํานาญจากบรรพบุรุษ เพื่อสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูงที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ คาลิเบอร์ 7139 มาพร้อมกับระบบตั้งค่าเม็ดมะยมที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งเปิดตัวในปีที่แล้วพร้อมกับคาลิเบอร์ 7138 ในกลไกที่พัฒนาโดยวิศวกรของโอเดอมาร์ ปิเกต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบตัวเรือนและทําให้การตั้งค่า ทําได้ง่ายขึ้น เม็ดมะยมแบบออลอินวันอันชาญฉลาดถูกนํามาใช้เป็นครั้งแรกในกลไกแบบฉลุ การปรับฟังก์ชันปฏิทิน สามารถทําได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือทําให้เกิดความเสี่ยงต่อความเสียหายผ่านเม็ดมะยม ซึ่งรวม 4 ตําแหน่ง (1, 2, 3 และ 2') เพื่อการขึ้นลาน การตั้งเวลา และการแสดงปฏิทินทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก คันโยกและ wandering wheel ที่จดสิทธิบัตรแล้ว ซึ่งผสานเข้ากับวงล้อปฏิทินต่าง ๆ ในตําแหน่ง 2 และ 2
นอกจากนี้ คาลิเบอร์ 7139 ยังสร้างขึ้นบนพื้นฐานของนวัตกรรมล้ําสมัยของคาลิเบอร์ 5133 ซึ่งเปิดตัวในปี 2018 พร้อมกับนาฬิการุ่น Royal Oak Selfwinding Perpetual Calendar Ultra-Thin RD#2 ซึ่งรวมฟังก์ชันปฏิทิน ทั้งหมดไว้ในระนาบเดียว ลูกเบี้ยวสิ้นเดือน (end-of-month cam) ถูกผสานเข้ากับวงล้อวันที่ในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ลูกเบี้ยวเดือน (month cam) ถูกผสานเข้ากับวงล้อเดือน การตั้งค่าด้วยเม็ดมะยมเป็นชั้นที่สอง ช่วยให้กลไกยังคง รักษาความหนาไว้เพียง 4.1 มิลลิเมตร กลไกใหม่นี้ใช้กลไกอัตโนมัติของคาลิเบอร์ 7120 เป็นพื้นฐาน ขับเคลื่อนด้วย ความถี่ของ balance wheel ที่ 4 Hz (28,800 ครั้ง/ชั่วโมง) และสํารองพลังงานขั้นต่ํา 55 ชั่วโมง มอบประสิทธิภาพ และความทนทานที่เหนือกว่า
“คาลิเบอร์ 7139 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ที่ว่า งานฝีมือแบบดั้งเดิมและนวัตกรรมต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ทีมวิจัยและ ๆ พัฒนาและทีมพัฒนาคอมพลิเคชันทํางานอย่างใกล้ชิดกับสตูดิโอทํางานฝีมือของเรา เพื่อสร้างสรรค์กลไกปฏิทินถาวรที่ลดความซับซ้อนในการตั้งค่าและยกระดับ ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ ควบคู่ไปกับการสืบสานศิลปะแห่ง ประวัติศาสตร์ของกลไกแบบฉลุ งานฝีมืออันประณีต มอบมมมองที่น่าทึ่งของ นวัตกรรมสุดล้ําสมัยและความเชี่ยวชาญจากอดีตซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของกลไก นี่ คือการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเรียนรู้ที่เหนือความคาดคิด"
ลูคัส แรกกี (Lucas Raggi)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายอุตสาหกรรม โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว
คาลิเบอร์ใหม่
ถ่ายทอดทักษะอันทรงคุณค่า
คาลิเบอร์ 7139 มอบแพลตฟอร์มใหม่สําหรับการอนุรักษ์และยกระดับเทคนิคที่มีมาแต่ดั้งเดิม อันหมายรวมถึงศิลปะ การทํางานฉลุสุดประณีตที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัดบนหน้าปัดและฝาหลัง เมนเพลท บริดจ์ วงล้อวันที่ วงล้อปีอธิกสุรทิน และบาร์เรล ได้รับการขึ้นรูปอย่างพิถีพิถันโดยใช้เทคนิคการใช้เครื่องจักรปล่อยประจุไฟฟ้า (EDM) นอกเหนือจากส่วน สําคัญที่ไม่อาจฉลุออกได้ จะผ่านการฉลออกเพื่อให้แสงส่องผ่านและเผยให้เห็นกลไกภายใน บริดจ์ได้รับการตกแต่ง ด้วยมือเพื่อมอบมุมรูปตัว V อันงดงาม โดยใช้เวลากว่า 30 ชั่วโมงในการประกอบกลไกแต่ละกลไก ส่วนประกอบต่าง ๆ ยังแสดงให้เห็นถึงการตกแต่งอันประณีตในแบบฉบับการสร้างสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง ทั้งการขัดแบบซาติน เทคนิค Circular Graining เทคนิคการขัดลาย Snailing และการขัดเงาลบมุม ผิวสัมผัสเหล่านี้ผสมผสานความสมดุลระหว่าง ฟังก์ชันการใช้งานและความประณีตทางสุนทรียศาสตร์เข้าด้วยกัน ทําให้เกิดคอนทราสต์และการเล่นแสงที่มีความ โดดเด่น งานฉลุเป็นงานศิลปะจากความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของโอเดอมาร์ ปิเกต์มาตั้งแต่ทศวรรษ 1930 ในช่วงเวลาที่ เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ําครั้งใหญ่ ช่างทํานาฬิกาของโอเดอมาร์ ปิเกต์ได้ฟื้นฟูศิลปะแบบดั้งเดิมนี้ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อฆ่า เวลาพร้อมกับฝึกฝนทักษะของตนเองไปด้วย งานฝีมืออันประณีตบรรจงนี้ยังคงดํารงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน โดยช่างฝีมือแต่ละรุ่นได้ผสมผสานเทคนิคอันทรงคุณค่าเข้ากับการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
งานฝีมือแบบดั้งเดิมและนวัตกรรมยังหลอมรวมเข้าด้วยกันและเป็นหัวใจสําคัญของนาฬิกาเรือนนี้ คาลิเบอร์ 7139 มา พร้อมสปริงบาลานซ์แบบไม่ใช้แม่เหล็ก มอบความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและแรงกระแทก รวมถึง มอบประสิทธิภาพโครโนเมตริกที่ดีที่สุด แฮร์สปริงประกอบเข้ากับ balance wheel ด้วยมือ โดยใช้เทคนิคแบบโบราณ ที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและความอดทนอย่างสูง ที่โอเดอมาร์ ปิเกต์ กระบวนการอันประณีตนี้ทําขึ้นโดยช่างฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่านที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี งานฝีมืออันหาได้ยากนี้มักสงวนไว้สําหรับกลไกที่ผลิตออกมาใน จํานวนน้อย ทําให้คาลิเบอร์ 7139 เป็นหนึ่งในคาลิเบอร์ที่ถูกผลิตออกมาเพียงไม่กี่ชิ้น โดยยังคงอนุรักษ์ความรู้ความ ชํานาญนี้ไว้จวบจนปัจจุบัน
นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ช่างสตรีเป็นกําลังสําคัญเบื้องหลังงานอันพิถีพิถันนี้ เนื่องจากมือที่เล็กและคล่องแคล่ว ของพวกเธอ หลักสูตรการประกอบสปริงบาลานซ์หลักสูตรแรกเปิดสอนแก่สตรีในเจนีวาในปี 1843 ช่วยให้พวกเธอ สามารถก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีทักษะได้นานก่อนที่จะได้รับการตอบรับเข้าศึกษาในโรงเรียนสอนทํานาฬิกาอย่าง เป็นทางการ พวกเธอยังได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งวงการสร้างสรรค์เรือนเวลา” และมีบทบาทสําคัญในการกําหนดทิศทางของอุตสาหกรรม
“การประกอบสปริงบาลานซ์แบบดั่งเดิมนั้นให้ความสําคัญกับความสมบูรณ์แบบไม่มีช่องว่างสําหรับข้อผิดพลาด สปริงแต่ละเส้นมีความเฉพาะตัวและต้องผ่าน ขั้นตอนการทํางานที่ซับซ้อน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะทําให้กลไก หลักของนาฬิกาสามารถขยับได้”
นาตาลี (Nathalie)
ช่างประกอบสปริงบาลานซ์ โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว

หน้าปัดที่ประกอบด้วยงานฉล
ดีไซน์รับกับสรีระ และความกลมกลืนของการออกแบบ
ทุกรายละเอียดของคาลิเบอร์ 7139 ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและคว ความ ชัดเจนในการบอกเวลา พร้อมมอบความรู้สึกสมมาตรและความเป็นหนึ่งเดียว โครงสร้างแบบฉลุสามารถมองเห็นได้ ผ่านหน้าปัดและฝาหลังประดับแซฟไฟร์ที่เผยให้เห็นหัวใจสําคัญของกลไก ตัวบ่งชี้ปฏิทินได้รับการจัดเรียงใหม่ใน สไตล์ยุโรป โดยแสดงวันในตําแหน่ง 9 นาฬิกา วันที่ในตําแหน่ง 12 นาฬิกา และเดือนในตําแหน่ง 3 นาฬิกา ตัวเลข สัปดาห์ที่ปรากฏอยู่บนขอบหน้าปัดด้านใน เริ่มต้นด้วยตัวเลข “1” ที่ตําแหน่ง 12 นาฬิกา แทนที่ตําแหน่งเดิมของ สัปดาห์ “52” ในรุ่นปฏิทินแบบฉลุรุ่นก่อน และด้วยวิธีคิดเดียวกัน “วันจันทร์” และ “1” จะถูกจัดเรียงไว้ที่ตําแหน่ง 12 นาฬิกาในหน้าปัดย่อย เป็นเครื่องหมายเริ่มต้นสัปดาห์และวันแรกของเดือน หน้าปัดยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ขั้นบันไดที่ ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว เพื่อแสดงวันที่ในตําแหน่ง 12 นาฬิกา ผ่านการควบคุมด้วยเฟือง 31 ชิ้นที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยมีขนาดแตกต่างกันตามความกว้างของตัวเลข
และเพื่อให้เกิดความสมมาตรกับเดือนและปีอธิกสุรทินในตําแหน่ง 3 นาฬิกา จึงมีการเพิ่มตัวระบุเวลา 24 ชั่วโมงลงใน หน้าปัดย่อยบอกวันที่ในตําแหน่ง 9 นาฬิกา นอกจากนี้ ยังมีโซนห้ามตั้งค่า (no-fixed Zone) ปรากฏเป็นสีแดงระหว่าง เวลา 21 นาฬิกา ถึง 3 นาฬิกา เพื่อเน้นย้ําช่วงเวลาที่ไม่ควรตั้งค่านาฬิกา หากผู้ใช้พยายามตั้งค่านาฬิกาในช่วงเวลา ดังกล่าว วันที่อาจไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม แม้จะทําในช่วงเวลาดังกล่าวก็ไม่มีความเสี่ยงที่จะทําให้กลไกเสียหาย ท้ายที่สุด คนช่างสังเกตอาจมองเห็นว่า ดวงจันทร์เต็มดวงในหน้าปัดย่อยแสดงข้างขึ้นข้างแรมในตําแหน่ง 6 นาฬิกา ถูก จัดวางให้อยู่กึ่งกลางบนแกนตั้ง เพื่อเสริมความกลมกลืนโดยรวมของหน้าปัด
A CODE 11.59 BY AUDEMARS PIGUET
รวมงานฝีมือเหนือกาลเวลา ไว้ครบครัน
คาลิเบอร์ 7139 เปิดตัวครั้งแรกในนาฬิการุ่น Code 11.59 by Audemars Piguet ขนาด 41 มิลลิเมตร นับเป็น ก้าวสําคัญทางด้านเทคนิคและการออกแบบครั้งใหม่ของคอลเลกชัน ตัวเรือนผสานความประณีตของ ไวท์โกลด์ 18 กะรัตเข้ากับเสน่ห์ที่ล้ําสมัยของเซรามิกสีดํา ตัวเรือนเซรามิกทรง 8 เหลี่ยมสีดําตรงกลางที่อยู่ระหว่างขอบตัวเรือน ไวท์โกลด์ทรงกลมบางเฉียบและฝาหลัง เน้นย้ําถึงโครงสร้างหลากมุมของนาฬิกา ชิ้นส่วนเซรามิกและทองคําทั้งหมด ผ่านการตกแต่งรายละเอียดสุดท้ายที่พิถีพิถัน ทั้งการขัดเงาแบบซาตินและการขัดเงาลบมุมซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ โอเดอมาร์ ปิเกต์ มอบเอฟเฟกต์ของการเล่นกับแสงที่ไม่มีที่สิ้นสุด การตกแต่งชิ้นส่วนและวัสดุต่าง ๆ สอดประสานเข้า ด้วยกันได้อย่างลงตัว เผยให้เห็นการทํางานสุดประณีตที่มีเพียงช่างฝีมือผู้ชํานาญการเท่านั้นที่จะทําได้สําเร็จ
งานฝีมือที่พิถีพิถันของตัวเรือนสะท้อนให้เห็นความประณีตของกลไกฉลุที่บรรจุอยู่ภายใน ซึ่งมองเห็นได้ผ่านหน้าปัดแซฟไฟร์ ขอบตัวเรือนด้านในสีดําและสเกลบอกเวลานาทีเปิดออกสู่ชิ้นส่วนสีเทาเข้มและสีเทาอ่อนของคาลิเบอร์ 7139 หน้าปัดถูกขับเน้นให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดย่อยแบบโปร่งใส พร้อมวงแหวนโซนนอกสีควันบุหรี่ที่ตําแหน่ง 3, 9 และ 12 นาฬิกา เผยให้เห็นความงดงามและความซับซ้อนภายในของกลไกในตําแหน่ง 6 นาฬิกา หน้าปัดข้างขึ้น ข้างแรมจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นหลังลงยา aventurine สีดํา ชวนให้นึกถึงท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว เครื่องหมาย บอกหลักชั่วโมงพิ้งค์โกลด์โทนสีโรเดียมและเข็มนาฬิกาไวท์โกลด์ 18 กะรัตช่วยเติมเต็มดีไซน์ของนาฬิกาเรือนนี้ให้ดู สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง ขณะที่เข็มบนหน้าปัดย่อยที่เรียบง่ายได้รับการ พัฒนาขึ้นเพื่อให้อ่านเวลาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยปลายเข็มสีแดงดึงดูดสายตาให้มองไปที่ตัวบ่งชี้ปฏิทิน
โครงสร้างแบบฉลุของคาลิเบอร์ 7139 สามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังประดับแซฟไฟร์ Oscillating weight แบบฉลุสี พิงค์โกลด์พร้อมบาร์เรลและบริดจ์ balance wheel ที่เข้าชุดกัน ตัดกันอย่างงดงามกับโทนสีเทาของกลไก นาฬิกาเรือน นี้ยังมาพร้อมสายหนังจระเข้ทรงเหลี่ยมสีดําสุดคลาสสิก และเข็มขัดกดพับเพื่อล็อก 3 จุดทําจากไวท์โกลด์ 18 กะรัต ซึ่ง เข้ากันได้ดีกับดีไซน์ทูโทนของนาฬิกา

ส่องแสงไปยัง “หัวใจจักรกล” ของ Royal Oak
นาฬิกา Royal Oak ขนาดหน้าปัด 41 มิลลิเมตรรุ่นใหม่นี้ เลือกใช้ไทเทเนียมและกระจกเมทัลลิกบีเอ็มจีร่วมกันเพื่อ ผสานน้ําหนักที่เบาและความทนทานเข้าด้วยกัน กระจกเมทัลลิกบีเอ็มจีได้รับการค้นพบครั้งแรกในทศวรรษ 1960 โดยเป็นโลหะผสมที่เมื่อเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจะมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับกระจก คือมีความแข็งแรงสูงและมีโครงสร้าง แบบอสัณฐาน บีเอ็มจีซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ประกอบด้วยแพลเลเดียมมากกว่า 50% จึงมีความทนทาน ต่อการสึกหรอและการกัดกร่อนสูง พร้อมมอบความแวววาวสะท้อนแสง ขอบตัวเรือน ฝาหลัง และสายนาฬิกาผลิตจาก วัสดุอันล้ําค่านี้ที่ผ่านการขัดเงาเพื่อขับเน้นความแวววาวตามธรรมชาติ ในทางตรงกันข้าม ตัวเรือน เม็ดมะยม และข้อ ต่อสายนาฬิกาใช้ไทเทเนียม พร้อมผ่านงานขัดแบบซาตินอันเป็นเอกลักษณ์ของโอเดอมาร์ ปิเกต์ งานขัดเงาสลับกับงาน ขัดเงาแบบซาตินมอบมิติของการเล่นกับแสงได้อย่างงดงาม พร้อมทั้งช่วยเน้นย้ําถึงโครงสร้างที่มีความซับซ้อนน่า ค้นหาของนาฬิกา Royal Oak
คาลิเบอร์ 7139 เผยความโดดเด่นเมื่อมองจากทั้งสองด้านของนาฬิกา หน้าปัดแซฟไฟร์ดูมีเอกลักษณ์ด้วยขอบตัวเรือน ด้านในสีดําและสเกลบอกเวลานาที เผยให้เห็นบริดจ์และล้อแบบฉลุที่สลับเฉดสีเทาเข้มและเทาอ่อน หน้าปัดย่อยสี รมควันเผยให้เห็นหัวใจสําคัญของกลไกเพิ่มขึ้น ทุกองค์ประกอบถูกขับเน้นให้โดดเด่นด้วยเส้นขอบโทนสีพิ้งค์โกลด์ เช่นเดียวกับเครื่องหมายบอกหลักชั่วโมงและเข็มนาฬิกาในโทนสีเดียวกัน พร้อมเคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง โทนสี พิงค์โกลด์ยังคงต่อเนื่องไปจนถึงฝาหลัง นอกจากจะเผยให้เห็นความงามของโครงสร้างของกลไกแล้ว ฝาหลังประดับ แซฟไฟร์ยังเผยให้เห็น oscillating weight แบบฉลุ บริดจ์แบบบาร์เรล และบริดจ์ balance wheel ซึ่งทั้งหมดมา พร้อมโทนสีพิ้งค์โกลด์ที่งดงามลงตัว
และเช่นเดียวกับ Code 11.59 by Audemars Piguet นาฬิกา Royal Oak เรือนใหม่นี้ยังผสานงานฝีมือดั้งเดิมเข้า กับนวัตกรรมอันเป็นหัวใจสําคัญของคาลิเบอร์ 7139 ได้อย่างลงตัว พร้อมเตรียมมอบเซอร์ไพรส์อีกมากมายในอนาคต
“การผสมผสานศิลปะแห่งการทํางานฉลุกับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ทําให้กลไกใหม่นี้เติมเต็มสไตล์ที่มีความร่วมสมัยลงไปใน คอมพลิเคชันสุดคลาสสิก และตอกย้ําถึงความมุ่งมั่นของเราในการผลิตนาฬิกาที่สะท้อนไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ทว่ายังคงยก ย่องประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ไปพร้อมกัน”
ลาเรีย เรสตา (llaria Resta)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โอเดอมาร์ ปิเกต์ กล่าว
Join the discussion @Audemars Piguet
Follow us on #Audemars Piguet
Facebook https://www.facebook.com/audemarspiguet
Instagram https://www.instagram.com/audemars piguet
Line: https://aplb.ch/Line
LinkedIn https://www.linkedin.com/company/audemars-piguet
Pinterest https://www.pinterest.com/audemarspiguet/
TikTok https://www.tiktok.com/@audemars piguet
WeChat: https://aplb.ch/WeChat
Weibo https://www.weibo.com/audemarspiguetchina
X https://x.com/Audemars Piguet
Youku https://www.youku.com/profile/index/?uid=UNDMwNjcyODQ4
YouTube https://www.youtube.com/c/audemarspiguet
About Audemars Piguet
โอเดอมาร์ ปิเกต์ แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถือเป็นแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งยังคง ดําเนินธุรกิจสืบทอดกันในครอบครัวผู้ก่อตั้งมาจวบจนปัจจุบัน (ตระกูลโอเดอมาร์และตระกูลปิเกต์) นับตั้งแต่ปี 1875 โอเดอมาร์ ปิ เกต์ยังคงผลิตเครื่องบอกเวลาที่เมืองเลอ บราซูส์ (Le Brassus) โดยสืบสานฝีมือการทํางานของช่างผู้เชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น พร้อม ทั้งพัฒนาทักษะและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตความชํานาญที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถอันนําไปสู่การก้าวข้าม ขีดจํากัดที่เคยมีอย่างต่อเนื่อง โอเดอมาร์ ปิเกต์ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาหรูหราแห่งประวัติศาสตร์มากมาย ณ วัลเลย์ เดอ ฌซ์ (Vallée de Joux) หนึ่งในต้นกําเนิดของศาสตร์การผลิตนาฬิกาข้อมือชั้นนําใจกลางสวิตเซอร์แลนด์ และสถานที่ซึ่งเผยให้เห็น เอกลักษณ์ความเชี่ยวชาญของคนรุ่นก่อนซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณอันก้าวหน้าอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง โอเดอมาร์ ปิเกต์พร้อมแบ่งปัน ความหลงใหลและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับผู้ที่รักเครื่องบอกเวลาทั่วโลกภายใต้ภาษาแห่งอารมณ์ ผ่านการ แลกเปลี่ยนคุณค่าที่หลากหลายในสายงานสร้างสรรค์ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจออกไปยังผู้คนทั่วทุกมุมโลก
The Beat Goes On www.audemarspiguet.com
4 ก.พ. 2569
4 ก.พ. 2569
4 ก.พ. 2569