Last updated: 11 ก.พ. 2569 | 253 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อเทศกาลตรุษจีนเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่และแรงขับเคลื่อนสู่อนาคต A. Lange & Söhne หวนสะท้อนถึงการเดินทางของกาลเวลาผ่านการคัดสรรเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ที่สุดของเมซง รากฐานซึ่งหยั่งลึกอยู่ในแคว้นแซกโซนี ดินแดนที่ศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาความเที่ยงตรงได้รับการบ่มเพาะสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ยังคงถ่ายทอดปรัชญาของแบรนด์ผ่านผลงานสร้างสรรค์ที่หลอมรวมความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเข้ากับงานออกแบบอันยั่งยืนเหนือกาลเวลา
จากการตีความขนบธรรมเนียมแบบแซกซันอย่างคลาสสิก ไปจนถึงนวัตกรรมเชิงกลไกระดับบุกเบิก เรือนเวลาต่อไปนี้เผยให้เห็นว่า A. Lange & Söhne ขับเคลื่อนมรดกของตนไปข้างหน้าอย่างไร—ด้วยจังหวะที่แม่นยำ มุ่งมั่น และไม่เคยหยุดนิ่ง
LANGE 1 DAYMATIC

ใต้ภาพ: Lange 1 Daymatic ในตัวเรือนฮันนี่โกลด์ และ Little Lange 1 ในตัวเรือนพิงก์โกลด์
LANGE 1 DAYMATIC ในตัวเรือนฮันนีโกลด์ 750 ถ่ายทอดความรู้สึกของการก้าวไปข้างหน้าและความต่อเนื่อง เปรียบดังแรงส่งที่ดำเนินไปผ่านการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอและมีจังหวะ หน้าปัดแบบเยื้องศูนย์ พร้อมการแสดงวันที่ขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ กำหนดโครงสร้างทางสายตาของตระกูล LANGE 1 ได้อย่างชัดเจน โดยผสานความไม่สมมาตรที่เปี่ยมชีวิตชีวาเข้ากับสมดุลขององค์ประกอบอย่างงดงาม
การจัดวางฟังก์ชันต่าง ๆ ถูกกำหนดด้วยสัดส่วนที่ชัดเจน ทำให้หน้าปัดยังคงอ่านค่าได้ง่ายและกลมกลืน ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่แปรเปลี่ยนพลังงานเชิงกลให้กลายเป็นการไหลผ่านของเวลาอย่างมั่นคง เชื่อมโยงความประณีตทางวิศวกรรมเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
เคียงข้างกันคือ Little Lange 1 ในตัวเรือนโรสโกลด์ 750 เส้นผ่านศูนย์กลาง 36.8 มิลลิเมตร ซึ่งถ่ายทอดภาษาการออกแบบเดียวกันในรูปแบบที่กะทัดรัดกว่า แม้จะแตกต่างทั้งขนาดและวัสดุ แต่เรือนเวลาทั้งสองต่างแบ่งปันจังหวะทางสายตาและมาตรฐานทางเทคนิคเดียวกัน สะท้อนความอเนกประสงค์ของดีไซน์ LANGE 1 ผ่านสัดส่วนที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
1815
ตระกูล 1815 ดึงจิตวิญญาณจากนาฬิกาพกของ Lange มาผสานเข้ากับศิลปะร่วมสมัย หลอมรวมความงามอันเที่ยงตรงของเรือนเวลาแบบคลาสสิกเข้ากับความประณีตแห่งยุคใหม่ รุ่น 1815 ในตัวเรือนโรสโกลด์ 750 ขนาด 34 มิลลิเมตร มาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินที่สะอาดตาและคมชัด ด้วยดีไซน์สามเข็มแบบดั้งเดิมที่สอดแทรกองค์ประกอบแห่งประเพณีไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสเกลนาทีแบบ railway track และตัวเลขอารบิก

ใต้ภาพ: 1815 ในตัวเรือนพิงก์โกลด์ขนาด 34.0 มิลลิเมตร
เครื่องหมายบอกเวลาที่ตำแหน่ง 3, 6, 9 และ 12 นาฬิกา ชวนให้นึกถึงรอยกีบม้าบนสเกลนาที ราวกับภาพม้าที่กำลังควบทะยานไปตามรางเมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่าน ในปีนักษัตรม้า เรือนเวลานี้จึงเปรียบเสมือนบทสดุดีต่อประวัติศาสตร์ พร้อมโอบรับความร่วมสมัย เป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างามและความเที่ยงตรงที่นำทางสู่อนาคต
ZEITWERK Date
ZEITWERK Date ในตัวเรือนพิงก์โกลด์ ขนาด 44.2 มิลลิเมตร นำเสนอการแสดงเวลาผ่านหน้าปัดดิจิทัลที่ควบคุมด้วยกลไก มอบการตีความใหม่ให้กับศาสตร์แห่งนาฬิกากลไกอย่างโดดเด่น
ตัวเลขแบบกระโดดจะเปลี่ยนตำแหน่งถึง 1,440 ครั้งต่อวัน รวมถึงการเปลี่ยนผ่านจากวันที่ 31 ไปสู่วันที่ 1 อย่างฉับพลันในยามเที่ยงคืน ลำดับการสลับที่ประสานกันอย่างแม่นยำนี้ต้องอาศัยการควบคุมพลังงานอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและมั่นคง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเมซงต่อการควบคุมเชิงกลและความเที่ยงตรงระดับสูงสุด

ใต้ภาพ: ZEITWERK Date ในตัวเรือนพิงก์โกลด์ขนาด 44.2 มิลลิเมตร
เรือนเวลาทั้งหมดนี้ยืนหยัดร่วมกันด้วยความสง่างามดุจอาชาที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ ภายใต้รูปลักษณ์สุดประณีต และก้าวไปข้างหน้าด้วยพลังที่เปี่ยมด้วยความงดงาม
เกี่ยวกับ A. Lange & Söhne
ช่างทำนาฬิกาแห่งเดรสเดน Ferdinand Adolph Lange ได้วางรากฐานให้อุตสาหกรรมนาฬิกาความเที่ยงตรงของแคว้นแซกโซนี เมื่อเขาก่อตั้งโรงงานผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1845 นาฬิกาพกอันล้ำค่าของเขายังคงเป็นที่ปรารถนาในหมู่นักสะสมทั่วโลก
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง บริษัทถูกเวนคืน และชื่อ A. Lange & Söhne เกือบเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์ กระทั่งปี 1990 เหลนของผู้ก่อตั้ง Walter Lange ได้แสดงความกล้าหาญในการปลุกชีพแบรนด์ขึ้นอีกครั้ง
ปัจจุบัน Lange ผลิตนาฬิกาข้อมือเพียงไม่กี่พันเรือนต่อปี ส่วนใหญ่สร้างสรรค์ขึ้นจากทองคำหรือแพลทินัม พร้อมติดตั้งกลไกที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด ซึ่งผ่านการตกแต่งอย่างประณีตและประกอบด้วยมือ นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา เมซงได้พัฒนาคาลิเบอร์ภายในถึง 75 รุ่น ตอกย้ำสถานะระดับแนวหน้าในโลกแห่งเรือนเวลา
ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ประกอบด้วย LANGE 1 นาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่ผลิตอย่างต่อเนื่องพร้อมหน้าต่างวันที่ขนาดใหญ่ และ ZEITWERK ที่โดดเด่นด้วยตัวเลขกระโดดอย่างแม่นยำ ขณะที่กลไกชั้นสูงอย่าง ZEITWERK MINUTE REPEATER, DATOGRAPH PERPETUAL TOURBILLON และ TRIPLE SPLIT ล้วนสะท้อนสิ่งที่เมซงยึดมั่นเสมอ การผลักดันศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิมสู่ขอบเขตใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง
การเปิดตัว ODYSSEUS ในปี 2019 ซึ่งผสานความสปอร์ตเข้ากับความสง่างามในตัวเรือนสเตนเลสสตีล ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่สำหรับเมซงแห่งนี้อีกด้วย
9 ก.พ. 2569
9 ก.พ. 2569
6 ก.พ. 2569
7 ก.พ. 2569