Last updated: 13 ก.พ. 2569 | 103 จำนวนผู้เข้าชม |
เฟรเดอริก บูเชอรง ไม่ได้มีมุมมองต่อเครื่องประดับอัญมณีเหมือนกับนักออกแบบผู้สร้างสรรค์รายอื่น ๆ เพราะในสายตาของเขา เครื่องประดับคืองานออกแบบที่ต่อยอดจากเสื้อผ้า เป็นเสมือนส่วนต่อเติมเพื่อทวีความโดดเด่นให้แก่สไตล์ส่วนบุคคล เหนืออื่นใด จากการเป็นบุตรชายของช่างค้าผ้า ผู้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางพับแพรไหมและกองผ้าลูกไม้ เขาได้ซึมซับทุกความเข้าใจในศาสตร์แห่งเนื้อผ้า ความพลิ้วไหว และการทิ้งตัวของผืนผ้า ด้วยเหตุนั้น ถึงแม้เขาเลือกที่จะเบนเข็มชีวิตมาสู่แวดวงอัญมณี แต่มรดกศิลป์ทางการตัดเย็บจากผบิดาก็ไม่ได้จางหาย แต่ตรงกันข้าม เทคนิคใด ๆ ที่เขาเคยทำความเข้าใจภายในห้องเสื้อแฟชั่น เขาย่อมสามารถนำมาดัดแปลงใช้กับกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับได้อย่างลงตัว ภายใต้รูปลักษณ์อันคล้ายจะเรียบง่าย ที่จริงแล้วคือความสลับซับซ้อนจากงานออกแบบซึ่งเอื้อต่อการพลิกแพลงในวิธีสวมใส่ที่สามารถนำมาใส่ได้อย่างหลากหลาย เครื่องประดับของเฟรเดอริก บูเชอรง จึงเปิดโอกาสให้สุภาพสตรีในยุคนั้นได้มีอิสระในการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการใช้งาน สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับทุกโอกาส แต่แนวคิดที่ล้ำสมัยที่สุดของเขา คือการก้าวข้ามกรอบของชุดเครื่องประดับแบบดั้งเดิม และมองหาแนวทางใหม่ในการสวมใส่เครื่องประดับ โดยผสานเสื้อผ้าและอัญมณีเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
เพื่อเชิดชูมรดกอันทรงเกียรติภูมิของเมซง แคลร์ ชวส์น ได้นำบรรทัดฐานทางงานออกแบบของเฟรเดอริก บูเชอรง ผู้ให้ความสำคัญแก่ความอ่อนช้อยและการดัดแปลงรูปแบบเครื่องประดับเพื่อพลิกแพลงวิธีการใช้งาน โดยอาศัยโครงสร้างเชิงสถาปัตย์ในการหล่อแบบตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชรให้โอบกระชับกับร่างกาย และโอนอ่อนไปกับทุกการเคลื่อนไหว ผลงานเครื่องประดับอันเปี่ยมด้วยความซับซ้อนทางเทคนิคนี้ สามารถแปรเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้ถึงหกแบบ สะท้อนความยืดหยุ่นและอิสระในการออกแบบอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการสวมเป็นสร้อยคอร้อยระย้าคลุมไหล่ทั้งสองข้าง ไปจนถึงเข็มกลัดไหล่เสื้อร้อยเพชรฝังหุ้มเรียงแถวในสัดส่วนสมมาตรสองอัน สร้อยคอยาวทิ้งชายสองปลาย (ด้านหน้ากับด้านหลัง) รวมกระทั่งแยกส่วนเป็นสร้อยคออีกสองเส้น สร้อยคอโช้คเกอร์หนึ่งวง และกำไลข้อมือสองวง


การรังสรรค์ the Silhouette
ช่างศิลป์งานฝีมือของ Boucheron สร้างสรรค์ความมหัศจรรย์ด้านการดัดแปลงรูปแบบ โดยการทำโครงสร้างสร้อยปลอกคอซ่อนกลไกตัวกลัดด้านใน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะช่างฝีมือแห่ง Boucheron ที่ทำให้การแปรเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่นี้เป็นจริง ด้วยการออกแบบส่วนคอของชิ้นงานให้มาพร้อมระบบข้อต่อที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างแนบเนียนจนแทบมองไม่เห็น โครงสร้างและข้อต่อที่รังสรรค์ขึ้นอย่างแม่นยำนี้ เปิดโอกาสให้เครื่องประดับชิ้นเดียวสามารถถูกแยกส่วนและถือกำเนิดใหม่ในหลากหลายรูปแบบ สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคของเมซงที่มอบอิสระให้ผู้สวมใส่ได้เลือกนิยามการสวมเครื่องประดับในแบบของตนเอง ภายในโครงสร้างของโชคเกอร์ แถวเพชรที่ฝังอย่างประณีตช่วยเติมสัมผัสแห่งความอ่อนช้อยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานกูตูร์ โซ่เพชรฝังแบบเบเซลมีความยาวรวมกว่าเจ็ดเมตร ประกอบด้วยเพชรทรงกลมมากกว่า 2,500 เม็ด ขณะที่ตัวโชคเกอร์ทั้งชิ้นถูกประดับด้วยเพชรบาแก็ตต์มากกว่า 100 เม็ด ที่ผ่านการเจียระไน ฝัง และจัดเรียงแบบไล่ระดับ เพื่อเป็นการก่อมิติความลึกดุจงานประติมากรรม


6 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569
9 ก.พ. 2569
5 ก.พ. 2569