MB&F 15 years of M.A.D.Gallery

Last updated: 25 ก.พ. 2569  |  43 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MB&F 15 years of M.A.D.Gallery

ในปี 2011 ช่วงเวลาที่ MB&F กำลังผลักพรมแดนของโลกของเครื่องบอกเวลาให้ไปไกลกว่าคำว่า “นาฬิกา” ขณะที่พันธมิตรค้าปลีกจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกสับสนกับการอธิบายถึงความหมายของ Horological Machines อันมีรูปทรงสามมิติแสนแหวกแนวของแบรนด์ ผลงานเหล่านี้ดูไม่สอดคล้องกับบรรยากาศของบูติกดั้งเดิม และไม่ใช่ทุกคนจะเปิดใจพอเข้าใจความหมายของคำว่า “kinetic sculptures for the wrist” หรือ “ประติมากรรมจลนศาสตร์สำหรับข้อมือ”

MB&F พยายามมองหาทางออกหลายวิธี กระทั่งเคยเข้าหาแกลเลอรีศิลปะ พร้อมยืนยันว่าผลงานของตนคือศิลปะเชิงกลไก ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาว่า “แต่นี่ไม่ใช่งานศิลปะ มันคือนาฬิกา!” มักชวนให้ยิ้มไม่ออก


เมื่อไม่อาจสอดแทรกตัวเองลงในกรอบเดิม แบรนด์จึงตัดสินใจสร้างกรอบใหม่ของตนเอง ด้วยการเปิด M.A.D.Gallery ขึ้นในย่านเมืองเก่าของกรุงเจนีวา  M.A.D. ชื่อที่ย่อมาจาก Mechanical Art Devices แห่งนี้ ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็นเครือข่ายร้านค้า หากแต่เป็นพื้นที่ที่ “ใช่” สำหรับตัวตนของแบรนด์ สถานที่ซึ่งเครื่องจักรของ MB&F สามารถจัดวางเคียงข้างงานศิลปะเชิงกลไกที่พวกเขาหลงใหล เป็นบ้านของศิลปินหัวคิดเดียวกัน และเป็นสนามทดลองสำหรับผู้มีหัวใจรักความพิศวง

ที่น่าทึ่งคือ ในวันเปิดแกลเลอรี พวกเขาแทบไม่มีประสบการณ์ด้านค้าปลีกเลยด้วยซ้ำ (แม้แต่เครื่องรูดบัตรเครดิตก็ยังไม่มี) แต่จากการทดลองเล็กๆ กลับกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของจักรวาล MB&F อย่างรวดเร็ว จากเจนีวาสู่ดูไบ และต่อยอดผ่าน MB&F Labs ในไทเป สิงคโปร์ ปารีส เบเวอร์ลีฮิลส์ และซิลิคอนแวลลีย์ แนวคิดของ M.A.D.Gallery ได้เติบโตเป็นจุดนัดพบของคนรักนาฬิกา รักงานศิลปะ ชุมชนและศิลปินที่แบรนด์ชื่นชม


ปีนี้ M.A.D.Gallery ก้าวสู่ปีที่ 15 อย่างสง่างาม เพื่อเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญนี้ แบรนด์ได้เชิญศิลปินผู้มีบทบาทในการหล่อหลอมตัวตนของแกลเลอรี กลับมาสร้างสรรค์ผลงานรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวตลอดทั้งปี และศิลปินที่เหมาะจะเปิดฉากซีรีส์นี้มากที่สุด คือหนึ่งในผู้ที่เชื่อมั่นในโปรเจกต์ตั้งแต่แรกเริ่ม Frank Buchwald

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ Maximilian Büsser ผู้ก่อตั้ง MB&F ค้นพบผลงาน “Machine Lights” สไตล์เรโทร-ฟิวเจอริสติกของ Frank ทางออนไลน์ จากความตั้งใจจะซื้อไว้ประดับบ้าน กลายเป็นการเดินทางไปเยือนเวิร์กช็อปในกรุงเบอร์ลิน อาคารอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่รายล้อมด้วยทองเหลือง เหล็ก ภาพสเก็ตช์ และเครื่องจักร ความเชื่อมโยงเกิดขึ้นแทบจะทันที ทั้งสองต่างเรียกผลงานของตนว่า “Machines” และต่างได้รับแรงบันดาลใจจากโลกไซไฟอย่างลึกซึ้ง ระหว่างทางกลับสนามบิน Max ตัดสินใจสั่งจองผลงานสิบชิ้นถัดไปของ Frank สำหรับแกลเลอรีในอนาคตทันที

15 ปีผ่านไป ความร่วมมือยังคงดำเนินต่อในรูปแบบที่เข้มข้นขึ้น ผ่านผลงานชิ้นใหม่ ML15 Helios Machine Light รุ่นลิมิเต็ดเพียง 15 ชิ้น ซึ่งถูกจินตนาการให้เป็น “ดวงอาทิตย์เชิงกล” อันทรงพลัง สงบนิ่ง และแม่นยำ หลอดไฟทรงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ณ ใจกลาง ล้อมรอบด้วยวงแหวนเรืองแสงที่ชวนให้นึกถึงโคโรนาของดวงอาทิตย์ ขณะที่วงแหวนสีน้ำเงินโปร่งใสสองชั้นโอบล้อมโครงสร้างหลัก สร้างภาพลักษณ์ก้ำกึ่งระหว่างดวงตากับเครื่องมือวัด ราวกับกำลังจับจ้องผู้ชมด้วยความนิ่งสงบ


เช่นเดียวกับผลงานทุกชิ้นของ Frank แต่ละ ML15 Helios ถูกสร้างสรรค์ด้วยมืออย่างพิถีพิถัน แม้ชิ้นส่วนที่ตัดด้วยเลเซอร์ก็ยังผ่านการขัดเกลาและเก็บรายละเอียดด้วยแรงงานมนุษย์ ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแล้วเสร็จ สมกับคุณค่าในฐานะงานศิลปะเชิงกลไกที่มีราคาจำหน่าย 12,000 ฟรังก์สวิส

จากวันที่ถูกตั้งคำถามว่า “นี่คือนาฬิกาหรือศิลปะ?” วันนี้ M.A.D.Gallery ได้พิสูจน์แล้วว่า บางครั้งคำตอบที่แท้จริงอาจไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง หากแต่สร้างพื้นที่ใหม่ให้ทั้งสองโลกได้อยู่ร่วมกันอย่างงดงาม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้