Last updated: 6 มี.ค. 2569 | 231 จำนวนผู้เข้าชม |
Oetker Hotels แบรนด์โรงแรมลักชัวรีระดับตำนานของโลก เจ้าของผลงานไอคอนิกอย่าง Le Bristol Paris และ Eden Rock – St Barths ประกาศเปิดตัวมาสเตอร์พีซโฮเทลแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ในชื่อ The Vineta Hotel ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา พร้อมแนะนำห้องอาหารใหม่ ‘Coco’s’ ซึ่งถ่ายทอดเสน่ห์และเมนูคลาสสิกอันเลื่องชื่อจากโรงแรม Hotel du Cap-Eden-Roc แห่งเฟรนช์ริเวียร่ามาสู่ปลายทางใหม่ในอเมริกาอย่างดงาม
การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับพันธมิตรเจ้าของโครงการ Reuben Brothers โดย Oetker Hotels ได้รังสรรค์และปรับโฉมอาคารประวัติศาสตร์อายุกว่าศตวรรษใจกลางปาล์มบีช ซึ่งตั้งอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าวจากถนนช็อปปิ้งระดับตำนาน Worth Avenue
ปาล์มบีช ฟลอริดา — ภายหลังการปรับโฉมครั้งใหญ่แบบครบวงจร The Vineta Hotel (เดอะ วิเนตา โฮเทล) ได้เปิดประตูต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการ พร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Masterpiece Hotels ทั่วโลกในเครือ Oetker Hotels (เอิตเคอร์ โฮเทลส์) การพลิกโฉมครั้งสำคัญครอบคลุมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง ตลอดจนห้องพักและห้องสวีตรวม 41 ห้อง อยู่ภายใต้การรังสรรค์ของนักออกแบบภายใน Tino Zervudachi (ทีโน เซอร์วูดาชี) ผู้ซึ่งทำงานและใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงปารีส นิวยอร์ก และลอนดอน โครงการนี้ได้รับการพัฒนาผ่านบริษัทของเขา ZRM พร้อมทีมงานจากลอนดอน โดยร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับบริษัทสถาปนิก Spina O’Rourke & Partners ผู้รับผิดชอบงานออกแบบสถาปัตยกรรมของโครงการ

“นี่ถือเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์สำคัญของแบรนด์ กับการเปิดตัว Masterpiece Hotel แห่งแรกในสหรัฐอเมริกา แขกจำนวนมากของเราคุ้นเคยกับปาล์มบีชเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเดินทางมาพักผ่อนหรือใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เราจึงตั้งตารอที่จะนำปรัชญาการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของ Oetker Hotels ซึ่งหยั่งรากลึกในจิตวิญญาณแห่งครอบครัว ความสง่างาม และความเอื้ออาทรอย่างจริงใจ มาถ่ายทอดสู่จุดหมายปลายทางอันโดดเด่นแห่งนี้ผ่าน The Vineta Hotel” Timo Gruenert (ทิโม กรือนเนิร์ต) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Oetker Hotels กล่าว
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว The Vineta Hotel ในปาล์มบีช สถานที่ที่มีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อผมและครอบครัว ด้วยแนวทางการบริการลักชัวรีที่ประณีตและเป็นที่ยอมรับของ Oetker Hotels ผมเชื่อมั่นว่าโรงแรมแห่งนี้จะก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของปาล์มบีช และได้รับการจดจำจากรุ่นสู่รุ่น” Jamie Reuben (เจมี รูเบน) แห่ง Reuben Brothers (รูเบน บราเธอร์ส) เสริม
การออกแบบ: ความสง่างามแบบยุโรป ผสานแสงสว่างสดใสแห่งปาล์มบีช
ด้วยฟาซาดประวัติศาสตร์อันโดดเด่น The Vineta Hotel สะท้อนความงดงามของสถาปัตยกรรม Mediterranean Revival อันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ปาล์มบีชไปทั่วโลก
งานออกแบบของ Tino Zervudachi เติมลูกเล่นเปี่ยมจินตนาการผ่านลวดลายคลื่นทะเล ลายขนนกและใบปาล์ม ตลอดจนแรงบันดาลใจจากหมู่ดาวบนท้องฟ้า ขณะที่ห้องพักและสวีตทั้ง 41 ห้องถ่ายทอดบรรยากาศแห่งความสงบอย่างประณีตผ่านลินินพิมพ์ลายซิกเนเจอร์ โทนสีขาวและน้ำเงินบริสุทธิ์ เฉดสีธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย และรายละเอียดสีโทนน้ำผึ้งอันอบอุ่นที่ช่วยเติมความละมุนละไมให้กับพื้นที่
“การออกแบบภายในของที่นี่คือการสร้างสมดุลระหว่างความสง่างามแบบยุโรปกับแสงอันเจิดจ้าของปาล์มบีช เส้นสายที่สะอาดตา พื้นผิวที่ซ้อนเลเยอร์อย่างมีชั้นเชิง โทนสีที่สงบกลมกลืน และองค์ประกอบที่จัดวางอย่างมีจังหวะ ผสานเข้ากับอิทธิพลแบบเวนิสอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพื้นเทอร์ราซโซ ผนังปูนปลาสเตอร์เวนิสสั่งทำพิเศษ บัวตกแต่งสไตล์คลาสสิก หรือรายละเอียดปูนปั้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทศวรรษ 1930 ท้ายที่สุดแล้ว ลวดลาย สัดส่วน และงานฝีมือ คือหัวใจสำคัญในการรังสรรค์บรรยากาศปาล์มบีชแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ทั้งสง่างาม เรียบง่าย เปี่ยมชีวิตชีวา และแฝงความขี้เล่นอย่างมีรสนิยม” Tino Zervudachi กล่าว
ศิลปะแห่งรสชาติ
ห้องอาหารซิกเนเจอร์แบบอินดอร์–เอาต์ดอร์ของโรงแรม ‘Coco’s’ นำทีมโดย Brian Rodriguez (ไบรอัน โรดริเกซ) Executive Chef นำเสนออาหารเมดิเตอร์เรเนียนต้นตำรับ พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์ครอสโอเวอร์ด้านรสชาติเป็นครั้งแรกของแบรนด์ ด้วยการหยิบยกเมนูยอดนิยมจาก Hotel du Cap-Eden-Roc (โฮเทล ดูว์ กัป-เอเดน-ร็อก) อีกหนึ่งโรงแรมในเครือ Oetker Hotels จากเฟรนช์ริเวียร่า มาร่วมรังสรรค์บนโต๊ะอาหาร
เมนูพิเศษนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Sébastien Broda (เซบาสเตียง โบรดา) Executive Chef และ Tarek Ahamada (ทาเร็ก อาฮามาดา) Pastry Chef ของ Hotel du Cap-Eden-Roc โดยคัดสรรจานซิกเนเจอร์ระดับตำนานจากเฟรนช์ริเวียร่า อาทิ Steak Diane สูตรคลาสสิก และ Eden Roc Sea Bass อันเลื่องชื่อ
ฟิชบาร์ขนาดใหญ่โดดเด่นด้วยเมนู crudo du jour คาร์ปาชโชกุ้งแดงเมดิเตอร์เรเนียน และ Vineta seafood tower สูตรเฉพาะของโรงแรม ขณะที่เมนูจานหลักยังรวมถึงล็อบสเตอร์จากรัฐเมนย่างสดใหม่ เนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมหลากหลายชนิด และพาสต้าโฮมเมด ตั้งแต่ริซอตโต Ossobuco ไปจนถึงทาเลียเตลเลซอสทรัฟเฟิลครีมเข้มข้น โดยในช่วงกลางวัน แขกสามารถเพลิดเพลินกับพิซซ่าโฮมเมด ล็อบสเตอร์คร็อกมาดาม และสลัดนานาชนิดที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล
บรรยากาศของ Coco’s อบอวลด้วยเฉดสีคอรัลอันอบอุ่น สะท้อนธรรมชาติแบบเมดิเตอร์เรเนียนผ่านเลเยอร์สีเขียว ใบปาล์ม และองค์ประกอบดอกไม้ เคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนอิตาเลียนสีแดงสะดุดตาเป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ ขณะที่ลวดลายเสือดาวซ่อนอยู่ในรายละเอียดการตกแต่ง ราวกับเป็นการพยักหน้าอย่างมีลูกเล่นถึงชื่อเดิมของสถานที่ในอดีต
ภายนอก ลานคอร์ตยาร์ดที่โอบล้อมด้วยเฟื่องฟ้าสีสด และประตูเหล็กดั้งเดิมที่ได้รับการบูรณะใหม่ มอบบรรยากาศแสนรื่นรมย์สำหรับการรับประทานอาหารกลางแจ้ง ทั้งในยามกลางวันและค่ำคืน
พื้นที่ในส่วนของ Vineta Bar มอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นและเย้ายวน โดดเด่นด้วยผ้าทอ Pierre Frey Le Manach แบบสั่งทำพิเศษ ทอด้วยกี่ไม้แบบดั้งเดิม เข้ากับโต๊ะหินอ่อนสีพลัมสะดุดตา มุมหลบซ่อนสุดเก๋แห่งนี้ยังนำเสนอคอนเซ็ปต์ค็อกเทลเชิงพฤกษศาสตร์ Pan’s Garden ที่เฉลิมฉลองดอกไม้พื้นถิ่น พร้อมเสิร์ฟจานทาปาสสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนในบรรยากาศร่วมสมัย

ไลฟ์สไตล์ริมสระ
Pool House bistro ถ่ายทอดเสน่ห์เรโทรแกลมเมอร์ผ่านโครงระแนงและลวดลายโค้งเว้าอันประณีต สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสำหรับมื้อกลางวันสบาย ๆ เมนูครอบคลุมพิซซ่าซิกเนเจอร์ของ Giovanni ซึ่งถือเป็นสาขาแรกนอกพื้นที่ของ Italian trattoria สำหรับสมาชิกเท่านั้นจาก Hotel du Cap-Eden-Roc นอกจากนี้ยังมีเมนู raw bar อย่างทูน่าทาร์ทาร์ทาโก้ และซีบรีมเซวิเช่ รวมถึงจานโปรดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน อาทิ ดิปหลากชนิด, Jamón Ibérico เสิร์ฟคู่ pa amb tomàquet, ผักสดแบบ garden crudités และสลัดสีสันสดใส เสริมด้วยเมนูคลาสสิกที่แสนอิ่มเอมอย่าง New England lobster roll และแซนด์วิชไก่คลับ
สระว่ายน้ำของ The Vineta Hotel โดดเด่นดุจงานศิลป์ ด้วยลวดลายโมเสกสั่งทำพิเศษ และบันไดสระรูปทรงเปลือกหอยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมแห่งปาล์มบีช เตียงริมสระสุดหรูและภูมิทัศน์เขียวชอุ่มช่วยสร้างโอเอซิสอันเงียบสงบใจกลางเมือง
ภายในห้องพักมีอุปกรณ์ออกกำลังกายให้บริการ พร้อมคลาสโยคะยามเช้าริมสระ และบริการเทรนเนอร์ส่วนตัวสำหรับผู้ต้องการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน คอนเซ็ปต์ ‘À La Cart’ เติมเต็มความประทับใจตลอดการเข้าพัก ด้วยเซอร์ไพรส์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่แชมเปญรสเลิศ ไปจนถึงแบรนด์ความงามชั้นนำที่มาปรากฏตัวผ่านรถเข็นบาร์ดีไซน์พิเศษซึ่งหมุนเวียนสร้างสีสันทั่วทั้งโรงแรม นอกจากนี้ สำหรับแขกที่ต้องการใช้เวลาริมทะเล The Vineta Hotel ยังจัดบริการบีชเซ็ตอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟริมมหาสมุทร ในระยะเดินถึงจากโรงแรม เพื่อมอบประสบการณ์วันพักผ่อนริมชายหาดอย่างสมบูรณ์แบบ
มรดกบทใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นอีกครั้ง
ในโอกาสการเปิดตัวครั้งสำคัญ Oetker Hotels ภูมิใจที่ได้นำชื่อ ‘Vineta’ กลับมาอีกครั้ง เปิดศักราชบทใหม่อย่างสง่างาม พร้อมเชิดชูประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษของโรงแรมแห่งนี้
โรงแรมแห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1926 ภายใต้ชื่อ Lido-Venice ในช่วงยุคเฟื่องฟูของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น The Vineta และใช้ชื่อนี้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1980 อาคารได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นคอนโดมิเนียมในระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะกลับมาเปิดอีกครั้งในปี 1989 ภายใต้ชื่อ The Chesterfield และปิดให้บริการในปี 2022
“Vineta เป็นส่วนหนึ่งของปาล์มบีชมาโดยตลอด บทบาทของเราคือการรับฟังเรื่องราวในอดีต เคารพเอกลักษณ์ดั้งเดิม และบูรณะอย่างประณีตด้วยความใส่ใจ ความอบอุ่น และความร่วมสมัยอย่างมีระดับ โรงแรมแห่งนี้เป็นดั่งคำเชื้อเชิญให้ผู้คนมาสัมผัสปาล์มบีชในมิติที่สง่างามที่สุด เปี่ยมด้วยความเป็นส่วนตัว มีชีวิตชีวา และหรูหราอย่างเป็นธรรมชาติ เราภูมิใจที่ได้ต้อนรับแขกสู่สถานที่ซึ่งหยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันก็ใหม่หมดจดอย่างแท้จริง” Emanuela Setteberg Di Vivo (เอมานูเอลา เซ็ตเทอแบร์ก ดิ วีโว) กรรมการผู้จัดการของ The Vineta Hotel กล่าว
เกี่ยวกับ Oetker Hotels
Oetker Hotels (เอิตเคอร์ โฮเทลส์) คือคอลเลกชันโรงแรมและวิลล่าระดับมาสเตอร์พีซในยุโรป สหราชอาณาจักร ไปจนถึงหมู่เกาะแคริบเบียน แต่ละแห่งตั้งอยู่ในจุดหมายปลายทางอันงดงามและเป็นที่ใฝ่ฝันที่สุดของโลก และล้วนเป็นแลนด์มาร์กอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ถ่ายทอดการบริการระดับตำนาน ควบคู่กับจิตวิญญาณความเป็นครอบครัวอันอบอุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Oetker Hotels มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1872 พันธกิจของแบรนด์คือการธำรงรักษาและต่อยอดมาตรฐานอันเหนือชั้น ผ่านการคัดสรร เข้าซื้อ และบริหารจัดการโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอประกอบด้วยโรงแรมระดับตำนาน อาทิ Le Bristol Paris, Brenners Park-Hotel & Spa, Hotel du Cap-Eden-Roc, Château Saint-Martin & Spa, The Lanesborough, L’Apogée Courchevel, Eden Rock - St Barths, Jumby Bay Island, Palácio Tangará, Hotel La Palma และล่าสุด The Vineta Hotel ทั้งนี้ ในปี 2027 Oetker Hotels ยังเตรียมเปิดตัว Le Mas Bellevue Saint-Tropez ซึ่งจเข้าร่วมเป็นหนึ่งในคอลเลกชันอย่างเป็นทางการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oetkerhotels.com/
เกี่ยวกับ Reuben Brothers
Reuben Brothers (รูเบน บราเธอร์ส) คือผู้นำระดับโลกด้านการลงทุนไพรเวตอิควิตีและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีพอร์ตการลงทุนครอบคลุมธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร รวมถึงสินทรัพย์ด้านกีฬาและสื่อ กลุ่มบริษัทถือครองและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในหลายประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประเภทที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน โรงแรม รีเทล และโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ขณะที่ในด้านกิจกรรมเพื่อสังคม มูลนิธิ Reuben Foundation ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2002 มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและการศึกษาในระดับนานาชาติ ควบคู่กับการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างต่อเนื่อง
5 มี.ค. 2569
6 มี.ค. 2569
25 ก.พ. 2569
25 ก.พ. 2569