Last updated: 25 ก.พ. 2569 | 43 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดตัว CASABIANCA โปรเจกต์ศิลปะล่าสุดของคู่สามีภรรยาชาวอิตาเลียน เปาโล และ อันโตเนลลา เด ซานติส (Paolo และ Antonella De Santis) เจ้าของและผู้บริหารโรงแรมหรูระดับตำนานริม Lake Como อิตาลี อย่าง Grand Hotel Tremezzo และ Passalacqua ผู้หลงใหลในศิลปะและบ้านเกิดของตนอย่างลึกซึ้ง พวกเขารังสรรค์วิลล่าริมทะเลสาบให้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงคอลเลกชันศิลปะร่วมสมัยของครอบครัว ถ่ายทอดนิยามของการต้อนรับที่ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ เพื่อเฉลิมฉลองศิลปะวัฒนธรรม และความงดงามของทะเลสาบอันเป็นที่รัก
วิลล่าริมทะเลสาบโคโมแห่งนี้ถือกำเนิดจากความฝันและความตั้งใจที่จะเปิดบ้านแบ่งปันความหลงใหลในศิลปะร่วมสมัยออกไปไกลกว่าพื้นที่ส่วนตัว สู่สถานที่ที่สะท้อนจิตวิญญาณและตัวตนของทั้งคู่ได้อย่างแท้จริง ผลงานศิลปะที่เปาโล และ อันโตเนลลา เด ซานติส สะสมและคัดสรรมาตลอดชีวิตคู่ จึงได้พบกับบ้านหลังใหม่ใน CASABIANCA ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เก็บรักษาและถ่ายทอดส่วนหนึ่งของคอลเลกชันศิลปะร่วมสมัยของครอบครัว เด ซานติส (De Santis) ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด


วิลล่าแห่งนี้เปี่ยมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930 และออกแบบโดยสถาปนิก ปิเอโร พอนชี (Piero Ponci) เดิมเป็นที่พำนักของครอบครัวนักอุตสาหกรรมสิ่งทอ ก่อนจะถูกปรับเปลี่ยนบทบาทไปตามกาลเวลา เคยเป็นทั้งสำนักงาน โชว์รูม และแม้กระทั่งธนาคาร วันนี้วิลล่าได้หวนคืนสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ในฐานะ ‘บ้าน’ ที่บรรจุศิลปะเอาไว้ในทุกห้อง เสมือนหนึ่งห้องรับแขกของครอบครัว คอลเลกชันที่สั่งสมจากความหลงใหลยาวนานกว่า 40 ปี จึงได้รับการถ่ายทอดใหม่ ในฐานะหมุดหมายทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นแห่งใหม่ของ Lake Como
บ้านไม่ใช่พิพิธภัณฑ์
คอลเลกชันที่จัดแสดงสะท้อนมุมมองในระดับนานาชาติ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับศิลปะร่วมสมัยของอิตาลีในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับแนวคิดของ Arte Povera ขบวนการศิลปะร่วมสมัยของอิตาลีที่เกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 เน้นพลังของวัสดุที่เรียบง่ายเพื่อท้าทายกรอบความคิดดั้งเดิมของโลกศิลปะที่ยึดโยงกับความประณีตและความหรูหรา ผลงานกว่า 50 ชิ้น ครอบคลุมทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และอินสตอลเลชั่น จากศิลปินชั้นนำของโลก อาทิ Emilio Vedova, Anselm Kiefer, Michelangelo Pistoletto, William Kentridge, Giulio Paolini และ Jannis Kounellis รวมถึงศิลปินสำคัญอีกหลายท่าน ผลงานทั้งหมดได้รับการจัดวางอย่างงดงามบนพื้นที่สามชั้น ภายในห้องที่ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันจำนวน 15 ห้อง สร้างประสบการณ์การชมงานศิลปะที่ใกล้ชิด อบอุ่น และเป็นธรรมชาติราวกับกำลังเยี่ยมชมคอลเลกชันในบ้านส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการชื่นชมอย่างเงียบงันตามแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ที่นี่ไม่มีป้ายคำอธิบาย ไม่มีเส้นทางบังคับ และไม่มีออดิโอไกด์นำชมครอบครัวเด ซานติส เลือกที่จะไม่พึ่งภัณฑารักษ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกองค์ประกอบสะท้อนเรื่องราว รสนิยม และวิสัยทัศน์ส่วนตัวของพวกเขาอย่างแท้จริง

“เราชอบแนวคิดที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาในแบบของตัวเองอย่างเต็มที่” เปาโล เด ซานติส กล่าว “จะนั่งอ่านหนังสือศิลปะ หยุดมองผลงานชิ้นโปรด หรือเพียงแค่ซึมซับบรรยากาศก็ได้ เราอยากให้ CASABIANCA มีชีวิตขึ้นมาผ่านประสบการณ์ ของแต่ละคน แม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม”
คอลเลกชันจะค่อยๆ เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา พร้อมต้อนรับผลงานใหม่และนิทรรศการหมุนเวียน ขณะที่แก่นแท้ของ CASABIANCA ยังคงเป็นบ้านในเมืองที่อบอุ่น สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการต้อนรับแบบเดียวกับที่ทำให้ Grand Hotel Tremezzo และ Passalacqua ได้รับการยกย่องและเป็นที่รักจากนักเดินทางทั่วโลก
แลนด์มาร์กวัฒนธรรมแห่ง Como ของขวัญชิ้นพิเศษแด่บ้านเกิด
บริเวณชั้นล่างของ CASABIANCA เติมเต็มด้วยบรรยากาศอบอุ่นของ Cova Casabianca ซึ่งเป็นความร่วมมื อกับ Cova Montenapoleone ร้านขนมและคาเฟ่ระดับตำนานจากมิลานอย่างที่สะท้อนความเป็นเลิศและขนบธรรมเนียมแบบอิตาเลียนอย่างแท้จริง ให้ความรู้สึกราวกับกำลังก้าวเข้าสู่บ้านอิตาเลียนแท้ๆ
“การได้จิบกาแฟที่ Cova ที่นี่ ให้ความรู้สึกเหมือนไปดื่มกาแฟที่บ้านเพื่อน” เปาโล เด ซานติส กล่าว
CASABIANCA จะเปิดประตูต้อนรับแขกกลุ่มแรกในโอกาสวันคล้ายวันเกิดสำคัญของอันโตเนลลา ทว่านี่ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองส่วนตัว หากยังเป็นของขวัญแด่เมืองโคโม สะท้อนความตั้งใจของครอบครัวเด ซานติส ที่ต้องการมีส่วนร่วมเติมพลังให้กับชีวิตทางวัฒนธรรมของเมือง ด้วยการมอบ ‘ห้องรับแขกแห่งศิลปะ’ อันอบอุ่นและเป็นมิตรให้แก่ชุมชน

ความพิเศษของปี 2026 คือการเปิดตัวห้องสวีต 3 ห้องที่ชั้นบนสุดของวิลล่า ในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูร้อนเพื่อเติมเต็มมิติใหม่ให้พื้นที่ แห่งนี้และเชื่อมโยงโลกของศิลปะเข้ากับประสบการณ์การพักผ่อนอย่างกลมกลืน
CASABIANCA สะท้อนเจตนารมณ์ที่ก้าวไปอีกขั้น พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของครอบครัว เด ซานติส ได้อย่างสมบูรณ์ ที่นี่ไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทาง หากคือจุดเริ่มต้นบทใหม่สำหรับครอบครัวเด ซานติส สำหรับเมืองโคโม และสำหรับทุกคนที่แสวงหาแรงบันดาลใจจากสถานที่ซึ่งความงดงาม ความทรงจำ และอนาคตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“เราเกิดและเติบโตที่โคโม” เปาโล เด ซานติส กล่าวสรุป “เมืองนี้มอบสิ่งดีงามให้เรามากมาย เราจึงอยากตอบแทนด้วยบางสิ่งที่ มีความหมายต่อชุมชนและคนรุ่นใหม่ สิ่งที่จะช่วยให้พวกเขาได้ค้นพบ และตกหลุมรักศิลปะด้วยตัวเอง”
25 ก.พ. 2569
25 ก.พ. 2569
25 ก.พ. 2569
25 ก.พ. 2569