Last updated: 18 มี.ค. 2569 | 269 จำนวนผู้เข้าชม |
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2026 Jaeger-LeCoultre ได้นำเสนอผลงาน Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ ซึ่งได้รับการเคลือบลงยาและแกะสลักอย่างประณีตภายในเวิร์กช็อป Métiers Rares™ ของ La Grande Maison ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือน โดยจะเปิดตัวเป็นพิเศษล่วงหน้าก่อนเทศกาลตรุษจีน ภายในนิทรรศการ Dream Shaper ของ Jaeger-LeCoultre ณ นครเซี่ยงไฮ้

เรือนเวลาใหม่ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจแห่ง “ม้า” สองมิติ
Reverso ถือกำเนิดขึ้นในปี 1931 พร้อมตัวเรือนที่สามารถพลิกกลับได้อย่างชาญฉลาด โดยถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นคำตอบสำหรับนักกีฬาโปโลที่ต้องการปกป้องหน้าปัดและกระจกนาฬิกาในระหว่างการแข่งขัน แม้ในเวลาต่อมาจะได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมจากหลากหลายวงการ ด้วยดีไซน์ Art Deco อันเป็นเอกลักษณ์ และความเป็นไปได้ในการตกแต่งด้านหลังตัวเรือนอย่างเฉพาะตัว แต่รากฐานของ Reverso ก็ยังคงเชื่อมโยงกับกีฬาบนหลังม้าอย่างแนบแน่น
Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ เป็นผลงานลำดับที่สี่ในซีรีส์ที่อุทิศให้กับนักษัตรจีน ต่อจากปีเสือ มังกร และงู โดย “ม้า” เป็นสัญลักษณ์ของพลัง ความงาม อิสรภาพ รวมถึงพลังชีวิต ความรวดเร็ว และความเพียรพยายาม อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในศิลปะและวัฒนธรรมจีน ซึ่งมักปรากฏเป็นหัวข้อหลักของงานศิลป์ และในครั้งนี้ได้ถูกถ่ายทอดลงบนฝาหลังของ Reverso อย่างวิจิตรบรรจง

การเฉลิมฉลอง “ม้า” ในฐานะงานศิลปะ
เมื่อพลิกตัวเรือนไปยังด้านหลัง จะปรากฏภาพม้าที่ถูกแกะสลักด้วยมืออย่างสง่างาม ศีรษะและขาหน้าราวกับพุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มเมฆสีทองที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า รายล้อมด้วยพื้นผิว Grand Feu enamel สีดำแบบ opaque ซึ่งช่วยขับให้พื้นผิวขัดเงาของม้าเปล่งประกาย ขณะที่รายละเอียดบริเวณแผงคอ ปาก และกีบ ถูกเน้นด้วยเส้นแบล็กรูเดียมที่วาดด้วยมือ เพื่อเพิ่มความสมจริงให้กับภาพม้า อีกทั้งพื้นผิวแบบพ่นทรายบนกลุ่มเมฆยังช่วยเสริมภาพลวงตาของการเคลื่อนไหว
เพื่อเพิ่มมิติและความลึก ช่างแกะสลักได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า “modelled engraving” ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องอาศัยสมาธิสูงสุดและความชำนาญอย่างยิ่ง ความท้าทายยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อการทำงานเริ่มต้นบนพื้นผิวที่เคลือบแบบกรองเฟอ (Grand Feu enamel) เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่โลหะเปล่าอย่างที่พบโดยทั่วไป จึงต้องการความแม่นยำในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อผิวเคลือบที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการใช้สิ่วทั้งหมด 10 ขนาดในการสลักโลหะทีละขั้นตอน ช่างแกะสลักใช้เวลารวมถึง 80 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้


หน้าปัดของ Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ ใช้ Grand Feu enamel สีดำเงาเช่นเดียวกับฝาหลัง ความเรียบง่ายอย่างสง่างามในสไตล์ Art Deco ของหน้าปัด Reverso Tribute ด้วยหลักชั่วโมงแบบ appliqué ทรงเหลี่ยม รางนาที chemin de fer และเข็ม Dauphine ช่วยขับเน้นความงามของพื้นหลังสีดำลึก พร้อมสืบทอดเอกลักษณ์ของ Reverso อย่างครบถ้วน
แม้จะดูเรียบง่าย แต่การลงยาด้วยเทคนิคกรองเฟอสีดำบริสุทธิ์นั้นแฝงไว้ด้วยความซับซ้อน กระบวนการเคลือบต้องทำซ้ำถึง 5–6 ชั้น โดยแต่ละชั้นต้องผ่านการเผาและปล่อยให้เย็นอย่างระมัดระวัง ใช้เวลาหลายวัน ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนขัดเงาอีกครึ่งวันเพื่อให้ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและเงางามอย่างสมบูรณ์ การที่พื้นผิวทั้งสองด้านมีสีและความบริสุทธิ์สอดคล้องกันอย่างไร้ที่ติ สะท้อนถึงทักษะระดับสูงที่สั่งสมจากประสบการณ์ยาวนาน
Jaeger-LeCoultre ยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเวิร์กช็อปเคลือบลงยาและแกะสลักภายในองค์กรของตนเอง เพื่อสืบสานและพัฒนาศิลปะโบราณนี้ต่อไป
กลไกจักรกลเครื่องอินเฮาส์
Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ 822 ซึ่งแสดงผลชั่วโมงและนาที พร้อมพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง เช่นเดียวกับกลไกทั้งหมดของ Jaeger-LeCoultre กลไกนี้ได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นภายในโรงงานของ La Grande Maison ณ Vallée de Joux ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ Jaeger-LeCoultre ได้เขียนอีกหนึ่งบทแห่งเรื่องราวของงานหัตถศิลป์และศิลปะ ซึ่งวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ดำเนินไปอย่างสอดประสานกับความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคของช่างนาฬิกาอย่างงดงาม
19 มี.ค. 2569
19 มี.ค. 2569
19 มี.ค. 2569