BYRNE Watch Black and Green Pink Gold

Last updated: 27 มี.ค. 2569  |  214 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BYRNE Watch Black and Green Pink Gold

ที่ BYRNE Watch เวลาไม่เคยหยุดนิ่ง หน้าปัดเปลี่ยนแปลง กลไกสร้างความประหลาดใจ และความจำเจไม่มีที่ยืน เมื่อแบรนด์เตรียมปักหมุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บ้านที่แท้จริงของ BYRNE—จึงได้เปิดตัวผลงานใหม่ที่ผสานวิศวกรรมเข้ากับวิสัยทัศน์ เพื่อเปลี่ยน “หน้าตาของเวลา” อย่างแท้จริง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่สะท้อนความตั้งใจที่จะสร้าง “บ้านถาวร” ให้แบรนด์สามารถแสดงเอกลักษณ์ได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ค้าปลีกเฉพาะตัว การตั้งหลักในสวิตเซอร์แลนด์ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสถานะถาวรในดินแดนต้นกำเนิดของศาสตร์การทำนาฬิกา โดยโลเคชันในเจนีวาจะทำหน้าที่เสริมเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก และกลายเป็นแฟลกชิปและจุดนัดพบสำคัญของแบรนด์


เพื่อเฉลิมฉลองก้าวสำคัญนี้ BYRNE Watch ได้ขยายคอลเลกชันด้วยผลงานใหม่สามรุ่น ซึ่งสิ่งที่ทำให้ BYRNE แตกต่าง คือสิ่งประดิษฐ์เฉพาะตัว นาฬิกากลไกที่ “กลไก” สามารถเปลี่ยนดีไซน์ของหน้าปัดได้เอง ทุกๆ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเที่ยงวันหรือเที่ยงคืน (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า) ลูกบาศก์ทั้งสี่ที่ตำแหน่ง 12, 3, 6 และ 9 นาฬิกาจะหมุนพร้อมกัน เผยหน้าตาใหม่ของเวลา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอารบิก โรมัน หรือ “ghost face” อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งหมดนี้คือซิกเนเจอร์ที่เรียกว่า Gyro Dial

The Black Pink Gold
ผลงานใหม่ปี 2026 นี้นำเสนออีกมุมมองของแนวคิดดังกล่าว ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น Pink Gold Open Work แต่ตีความใหม่ในมิติที่สวมใส่ง่ายขึ้น โดยให้ผู้สวมใส่โฟกัสกับการเปลี่ยนแปลงของหน้าปัด มากกว่ากลไกเบื้องหลัง


ความตัดกันคือหัวใจของรุ่นนี้ พิงก์โกลด์ผสานกับไทเทเนียมและโทนดำลึก ตัวเรือนทำจากพิงก์โกลด์ ขณะที่กลไกด้านใน ซึ่งมองเห็นผ่านฝาหลังแซฟไฟร์—ทำจากไทเทเนียม ตัวล็อกสายแบบพับผสมผสานวัสดุทั้งสองอย่างลงตัว โดยในจักรวาลของ BYRNE ไม่มีที่สำหรับเหล็ก เพราะ “ความเบา” คือหลักสำคัญ


หน้าปัดสะท้อนแสงอย่างละเอียดอ่อน เปลี่ยนมิติของสีดำไปตามแสงที่ตกกระทบ สายยางพื้นผิวคล้ายหนังพร้อมด้ายสีแดงเพิ่มพลังให้กับดีไซน์ และเมื่อจับคู่กับสายซาติน ก็สามารถเปลี่ยนลุคเป็นนาฬิกาสำหรับงานทางการได้อย่างสมบูรณ์

The Green Pink Gold
สร้างขึ้นบนแนวคิดเดียวกัน แต่เติมบุคลิกใหม่ด้วยโทนสีเขียวมรกตและเทอร์ควอยซ์ที่เปลี่ยนเฉดไปตามแสง เช่นเดียวกับเอกลักษณ์ของ BYRNE ดัชนี Super-LumiNova จะเปลี่ยนหน้าตาของหน้าปัดผ่านระบบลูกบาศก์หมุน ทำให้เกิดตัวตนที่หลากหลายในแต่ละช่วงเวลา รุ่นนี้ยังเพิ่มตัวเลข Indo-Arabic เพื่อเป็นการคารวะรุ่นลิมิเต็ดปี 2023


นาฬิกาทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ BYRNE 5555 ที่พัฒนาและผลิตภายในโรงงาน 100% ที่เมือง Fleurier ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้พลังงานสำรอง 60–80 ชั่วโมง และสามารถสร้างพลังงานได้เพียงพอทั้งสำหรับการบอกเวลา และการขับเคลื่อนลูกบาศก์หมุนทั้งสี่ที่เปลี่ยนหน้าปัดอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จทางวิศวกรรมที่โดดเด่นไม่แพ้ดีไซน์

The Cube Leaves the Dial
สำหรับ BYRNE การทำสิ่งที่แตกต่างไม่ใช่ทางเลือก แต่คือปรัชญา—สนุก กล้าท้าทาย และคาดเดาไม่ได้ ในปี 2026 แบรนด์ได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำเสนอเครื่องประดับชิ้นแรก “BYRNE Pendant” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของไลน์จิวเวลรี่ในอนาคต ลูกบาศก์ถูกแปรรูปเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถหมุนได้อิสระบนสาย กลายเป็นวัตถุเชิงดีไซน์ที่เคลื่อนไหวได้


แต่ละด้านสามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเพชร ทับทิม หรือมรกต พร้อมตัวเลือกถึง 15 แบบ รวมถึงการสลักคำพิเศษ เช่น “STAR” หรือ “SUN”

แล้วคำของคุณคืออะไร?
“สวิตเซอร์แลนด์คือที่ที่ศาสตร์การทำนาฬิกามีชีวิต และคือที่ที่ BYRNE ควรอยู่ การมาถึงเจนีวาไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่ การทำนาฬิกาเคยเป็นเรื่องของความแม่นยำ—และที่ BYRNE เราเพิ่มอีกสิ่งหนึ่งเข้าไป: การเปลี่ยนแปลง”— John Byrne, Founde

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้