Last updated: 7 เม.ย 2569 | 20 จำนวนผู้เข้าชม |
แก่นแท้ของนาฬิกา SB10
เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี Sartory-Billard (ซาโทรี-บิลลาร์ด) ได้เผยโฉมนาฬิกา SB10 (เอสบี 10) นาฬิกาที่ ถ่ายทอดหัวใจสําคัญของแนวคิดที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ ด้วยความเรียบง่ายแบบมินิมอลลิสต์ ให้สัมผัสที่ ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งเครื่องบอกเวลา SB10 กําเนิดขึ้นจากจิตวิญญาณของรุ่น SB08 (เอสบี 08) ซึ่ง เป็นนาฬิกาต้นแบบ ที่เปิดตัวในปี 2024 แม้จะได้รับความชื่นชมอย่างล้นหลามจากทุกที่ แต่ก็มีความซับซ้อนเกินกว่าจะ เข้าสู่กระบวนการผลิตจริงได้
ทว่า มีบางสิ่งจาก SB08 ที่ยังคงอยู่ นั่นคือแนวคิดหลักอันเรียบง่าย วิถีแห่งการอ่านค่าเวลาที่ชัดเจน งดงามดั่งบทกวี และหยั่งรากลึกอยู่ในเนื้อแท้ของวัสดุ SB10 คือการนําแนวคิดนั้นมาทําให้เกิดขึ้นจริง โดยผ่านการกลั่นกรองให้เข้าถึง ได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Sartory-Billard อย่างไม่ผิดเพี้ยน

“ผมไม่สามารถละทิ้งสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของ SB08 ได้เลย” Armand Billard (อาร์มานด์ บิลลาร์ด) กล่าว “ช่องเปิด แสดงชั่วโมงที่กว้างและอ่านง่ายอย่างเหลือเชื่อ การอ่านค่านาทีที่ลื่นไหล และเหนือสี เหนือสิ่งอื่นใดคือพื้นที่อันกว้างขวางบน หน้าปัดที่ถูกปล่อยว่างไว้ เปรียบเสมือนผืนผ้าใบเปล่าสําหรับสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ" สําหรับ SB10 ผืนผ้าใบที่ว่างเปล่านั้นได้กลายเป็นวัสดุที่คุณสามารถสัมผัสได้จริง
วิถีแห่งการอ่านเวลาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่
SB10 ตีความการแสดงผลของนาฬิกาแบบ Jumping Hour (จัมปิ้ง อาวร์) หรือกลไกชั่วโมงกระโดดแบบใหม่ ทั้งในด้านการนําเสนอและการสัมผัสรับรู้
ช่องหน้าต่างชั่วโมงที่กว้างขวาง
ช่องหน้าต่างแสดงชั่วโมงถูกจัดวางไว้ ณ ตําแหน่ง 6 นาฬิกา โดยตั้งใจให้มีความกว้างเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างจาก นาฬิกา Jumping Hour ส่วนใหญ่ การแสดงผลนี้มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และดูเป็นธรรมชาติ ตัวเลขชั่วโมงปรากฏขึ้น ในขนาดที่ใหญ่เป็นพิเศษ โดยใหญ่เกือบเป็นสองเท่าของนาฬิกา Jumping Hour แบบดั้งเดิมทั่วไป ช่วยเพิ่มความ สะดวกในการอ่านค่าเวลาได้อย่างทันที ตัวเลขเหล่านี้พิมพ์ลงบนจานแซฟไฟร์ ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ สําหรับ Sartory-Billard โดยนักออกแบบตัวอักษร Simon Schmidt (ไซมอน ชมิดท์) ผลลัพธ์ที่ได้คือเอกลักษณ์ทาง สายตาที่มีความร่วมสมัยและเหนือกาลเวลาในขณะเดียวกัน

เข็มนาทีที่ลอยละล่องรอบ Cabochon
SB10 เปลี่ยนการใช้เข็มนาฬิกาแบบเดิมๆ มาเป็นจาน Sapphire ที่มีวงแหวนเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova BGW9 (ซูเปอร์-ลูมิโนวา ) ซึ่งจะ หมุนครบรอบทุก ๆ 60 นาที โดยมีเครื่องหมายสีแดงสดคอยระบุตําแหน่งนาทีที่แม่นยําภายในวงแหวนเรืองแสงนี้ การเคลื่อนที่นั้นนุ่มนวล เงียบสงบ และชวนให้หลงใหลราวกับการโคจรที่ไร้เสียง เป็นจังหวะที่เชื่องช้าจนให้ความรู้สึกราวกับว่าเวลาเองกําลังหายใจอยู่ ในยามค่ําคืน วงแหวนจะกลายเป็น วงรัศมีสีฟ้าเทอร์คอยซ์ ที่ลอยเด่นอยู่ในความมืด เวลาจึงดูเหมือนไม่ได้เพียงแค่ไหลผ่านไป แต่มันกําลังหมุนวน การอ่านค่าเวลาจะกลายเป็นสภาวะที่ดื่มต่ำไปกับบรรยากาศ โดยมีวงกลมแห่งแสงโคจรรอบวัสดุใจกลางอย่างช้า ๆ เปรียบเสมือนปรากฏการณ์บนท้องฟ้าขนาดเล็กบนข้อมือของคุณ
Cabochon แทนที่หน้าปัด
สิ่งทีฉีกแนวที่สุดของ SB10 คือการไม่มีหน้าปัดแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง แต่ถูกแทนที่ด้วย Cabochon (คาโบซอง) ที่ ติดตั้งไว้ด้านนอกเหมือนกับการประดับอัญมณีล้ําค่า ซึ่งอาจเป็นหินธรรมชาติ, โลหะแกะลาย Guilloché (กิโยเช่), หรือ แม้แต่ Sapphire ย้อมสี โดยแต่ละชิ้นจะมีบุคลิกเฉพาะตัว
ทางเลือกนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นการตั้งใจสร้างสะพานเชื่อมระหว่างโลกสองใบที่มักจะแยกออก จากกัน นั่นคือโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาและโลกแห่งอัญมณี ทั้งนี้ Cabochon จะไม่สามารถเปลี่ยนได้หลังจากซื้อไป แล้ว เนื่องจากมันเป็นส่วนสําคัญของนาฬิกาและสร้างสายใยที่ใกล้ชิดระหว่างวัตถุกับเจ้าของ นี่คือนาฬิกาที่คุณไม่ได้ เพียงแค่มอง แต่เป็นนาฬิกาที่คุณต้องสัมผัส เป็นพื้นผิวที่คุณจะลูบไล้ด้วยปลายนิ้วโดยสัญชาตญาณ ราวกับจะสัมผัสได้ ถึงความมีชีวิตของวัสดุภายใต้แสงไฟ ในโลกที่หน้าปัดนาฬิกาส่วนใหญ่ดูคล้ายคลึงกัน SB10 ได้คืนความสําคัญให้กับ วัสดุและพลังแห่งอารมณ์
สองรุ่นเปิดตัวครั้งแรก
สําหรับการเปิดตัว SB10 ได้เผยโฉมผ่านสองรูปแบบที่เป็นรากฐานสําคัญ โดยแต่ละรุ่นจะสํารวจแง่มุมที่แตกต่างกัน ของวัสดุใจกลาง
Disco Ball — อัญมณีแห่งแสง
รุ่นแรกในชื่อ Disco Ball (ดิสโก้ บอล) โดดเด่นด้วย Cabochon ทําจากเหล็กกล้าแกะลาย Guilloche รูปแบบที่เรียงตัว เป็นเหลี่ยมมุมจะคอยดักจับและสะท้อนแสงรอบข้าง เกิดเป็นเงาสะท้อนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกการเคลื่อนไหว ของข้อมือจะทําให้พื้นผิวดูระยิบระยับและเคลื่อนไหว ลาย Guilloche นี้ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่ยังให้สัมผัสของพื้นผิวที่รู้สึกได้ผ่านปลายนิ้ว

Black Sapphire — ความโปร่งใสเชิงกลไก
รุ่นที่สอง Black Sapphire (แบล๊คแซฟไฟร์) มาพร้อมกับ Cabochon ที่ทําจาก Sapphire รมดํา ความโปร่งใสที่พอเหมาะนี้จะเผยให้เห็นโครงสร้างภายในของนาฬิกาเพียงบางส่วน ทําให้เรามองเห็นจาน Jumping Hour, ชุดกลไก Module (โมดูล) และรูปแบบตัวอักษรบอกชั่วโมงใหม่ Sapphire ทําหน้าที่เหมือนม่านสีเข้มที่ยอมให้ กลไกปรากฏออกมาโดยไม่เผยความลับทั้งหมด ส่วนวงแหวนนาที Super-LumiNova จะดูดซับแสงในช่วงกลางวันเพื่อ มอบการแสดงผลที่ตระการตาในยามค่ําคืน
โครงสร้างที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ
ภายใต้ความเรียบง่ายที่เห็นภายนอก คือโครงสร้างกลไกที่แข็งแกร่งและสอดประสานกันอย่างลงตัวหัวใจสําคัญของนาฬิกาคือกลไก Calibre G100 (คาลิเบอร์ G100) จากสํานัก La Joux-Perret (ลา จู-แปร์เรต์) ซึ่งได้รับ เลือกจากความน่าเชื่อถือและพลังงานสํารองที่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย เสริมด้วยชุด Module ระบบ Jumping Hour ที่ได้รับสิทธิบัตร ซึ่งช่วยให้การกระโดดของตัวเลขชั่วโมงนั้นรวดเร็วและแม่นยํา
ทั้งจานชั่วโมงและนาทีทําจาก Sapphire และบรรจุอยู่ภายในตัวเรือนเหล็กกล้า 316L ขนาด 39.5 มม. ซึ่งมีสัดส่วนที่ สะท้อนถึงรุ่น SB04-E แต่ให้ความรู้สึกที่โปร่งและเปิดกว้างยิ่งกว่า ทุกการตัดสินใจทางเทคนิคล้วนรับต่อวิสัยทัศน์ เดียวกัน นั่นคือ ความชัดเจน ความสอดคล้อง และความโดดเด่น

จาก SB08 สู่ SB10
SB08 เคยเป็นดั่งความฝันของโลกแห่งเรือนเวลาชั้นสูง มันคือนาฬิกาที่ประกอบด้วย Sapphire หลายชิ้น พร้อมกลไก Remontoir d'égalité tourbillon (เรอมงตัวร์ เดกาลีเต้ ตูร์บียอง) ซึ่งการพัฒนาต้องใช้งบประมาณมากกว่าหนึ่งล้านยูโร มันจึงถูกกําหนดให้เป็นเพียงนาฬิกาต้นแบบที่ผู้คนได้แค่ชื่นชมแต่ไม่อาจครอบครองได้อย่างไรก็ตาม อารมณ์และแนวคิดของมันควรค่าแก่การสานต่อ SB10 จึงไม่ใช่การลดทอนความซับซ้อน แต่เป็นการ
กลั่นกรองหัวใจสําคัญเอาไว้ ทั้งช่องเปิดชั่วโมงที่กว้าง การแสดงนาทีที่ลื่นไหล พื้นที่ส่วนกลางที่ถูกปลดปล่อยให้เป็น อิสระ และความงดงามของวัสดุ SB10 ได้เปลี่ยนวิสัยทัศน์นี้ให้กลายเป็นนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานใน ชีวิตประจําวัน ในรูปแบบที่นักสะสมจํานวนมากสามารถสัมผัสประสบการณ์นี้ได้มันคือความฝันที่เป็นไปได้จริง
ราคาและการวางจําหน่าย
Sartory-Billard SB10 เริ่มต้นที่ราคา 3,800 ยูโร (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
โดยมีสองรุ่นให้เลือก
Disco Ball พร้อม Cabochon เหล็กกล้าแกะลาย Guilloche
Black Sapphire พร้อม Cabochon Sapphire รมดํา
ผลิตในจํานวนจํากัดต่อปี
บทใหม่ของ Sartory-Billard
เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบสิบปี Sartory-Billard ไม่ได้มองย้อนกลับไปข้างหลัง แต่แบรนด์เลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่าง มั่นคงในคุณค่าเดิม: ความจริงใจ, ความเชี่ยวชาญ, ความสอดคล้อง และเสรีภาพในการสร้างสรรค์ SB10 ไม่ใช่แค่รุ่น ย่อย ไม่ใช่การระลึกถึงอดีต และไม่ใช่การลดสเปก แต่มันคือการประกาศเจตนารมณ์ นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อให้ สัมผัส ได้มากพอ ๆ กับการ อ่านค่า เป็นวิถีใหม่ของการสัมผัสประสบการณ์แห่งเวลา
SB10 - สัมผัสถึงกาลเวลา
เกี่ยวกับ Sartory-Billard
Sartory-Billard เป็นแบรนด์นาฬิกาอิสระสัญชาติฝรั่งเศส ก่อตั้งในปี 2015 โดยดีไซเนอร์ Armand Billard ด้วยรากฐาน จากการออกแบบเชิงอุตสาหกรรม แบรนด์นี้จึงสร้างสรรค์นาฬิกาที่นิยามด้วย "ความตั้งใจ วัสดุ และความสอดประสาน แบรนด์เป็นที่รู้จักจากการให้ความสําคัญกับงานหน้าปัดที่โดดเด่น ตั้งแต่ Titanium ขัดเงาราวกระจก ไปจนถึงงานแกะ ลายด้วยมือ (Hand Guilloche) และวัสดุหายาก นาฬิกาแต่ละเรือนถูกคิดขึ้นให้เป็นวัตถุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่ แค่สัญลักษณ์แสดงฐานะ
Sartory-Billard ดําเนินงานทั้งในส่วนงานสั่งทําพิเศษและรุ่นจํากัดจํานวน โดยยังคงรักษาความเข้มงวดและการ
ถ่ายทอดความเป็นตัวตนในระดับเดียวกัน ด้วยการพัฒนาโมดูลกลไกของตัวเองผ่านโครงสร้างในสวิตเซอร์แลนด์ที่มีชื่อ ว่า Horocraft แบรนด์ยังคงมุ่งหน้าสู่ความเป็นอิสระทางเทคนิคที่มากขึ้น ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลักคือ "ความ จริงใจ ความเชี่ยวชาญ และความเป็นปัจเจก
พบกับนาฬิกา Sartory Billard ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum - สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่ง ล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่าย นาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่ หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ําความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้า ปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
7 เม.ย 2569
7 เม.ย 2569
16 มี.ค. 2569