Last updated: 10 เม.ย 2569 | 120 จำนวนผู้เข้าชม |
Jacob & Co. ตอกย้ำความสําเร็จของเรือนเวลาธีม The Godfather ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกครั้ง ด้วยการ เปิดตัว The Godfather II นาฬิกาดนตรีที่สามารถบรรเลงท่วงทํานองของสองบทเพลงจากดนตรีประกอบภาพยนตร์ ได้แก่ "The Godfather's Waltz” และ "The Godfather Love Theme”
ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมโค้งดีไซน์ใหม่ของ The Godfather II ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะอาร์ตเดโค (Art Deco) มอบสมรรถนะด้านการกระจายเสียงและความเข้มของเสียงที่ดียิ่งขึ้นกลไกที่ออกแบบอย่างเพรียวลมประกอบด้วยฟลายอิง ทูร์บิญองและตัวบ่งชี้กําลังสํารองสองชุด ผสานความซับซ้อนทางดนตรีเข้ากับศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง เรือน เวลารุ่นนี้ถือเป็นบทสดุดีอันประณีตแด่ภาพยนตร์เรื่องโปรดของ Jacob Arabo ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โดยโดดเด่นด้วยกลไก พิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว The Godfather II ผลิตจํานวนจํากัดเพียง 74 เดือน เพื่อรําลึกถึงปี 1974 ซึ่งเป็นปีที่ ภาพยนตร์ออกฉาย
บทประพันธ์ระดับโลกทั้งสองบทที่นีโน โรตา (Nino Rota) แต่งขึ้นให้แก่ผู้กํากับ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola) ถือเป็นแกนหลักของอัตลักษณ์ The Godfather II โดย “The Godfather Love Theme ทําหน้าที่ เป็นธีมหลักของแฟรนไชส์ ขณะที่ “The Godfather's Waltz" ที่ปรากฏครั้งแรกในฉากงานแต่งงานของภาพยนตร์ภาค ต้น ทั้งสองบทเพลงถูกบรรเลงผ่านกลไกกล่องดนตรีที่บูรณาการอยู่ภายในกลไกนาฬิกาซึ่งเป็นหัวใจของ The Godfather II

"The Godfather Part II เป็นเสมือนหนังภาคต่อที่ทําออกมาได้ทรงพลังไม่แพ้ภาคแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก” เจ คอบ อาราโบ (Jacob Arabo) ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง Jacob & Co. กล่าว “เราทุ่มเททั้งความคิดและความ สร้างสรรค์อย่างมหาศาลให้กับผลงานชิ้นที่สองนี้ และเชื่อมั่นว่ามันจะเป็นภาคต่อที่ควรค่าอย่างแท้จริง"
ผลงานที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ใหม่ JCAM62 นี้ นําเสนอความพิเศษที่ไม่เหมือนใครในโลกแห่งการทํานาฬิกาใน ปัจจุบัน นั่นคือ ตัวเลือกทํานองที่ตําแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่สามารถเลือกบทเพลงได้สองท่วงทํานอง เมื่อกดปุ่มกระตุ้นที่ตําแหน่ง 6 นาฬิกา บทเพลงแต่ละบทจะบรรเลงต่อเนื่องประมาณ 15-20 วินาที และสามารถเล่นซ้ํา ได้สูงสุด 10 ครั้งต่อการขึ้นลานครั้งเดียว ทั้งสองบทเพลงถูกบรรจุไว้บนกระบอกกล่องดนตรีชุดเดียว ซึ่งถือเป็น ความก้าวหน้าที่ช่วยให้การออกแบบตัวเรือนกะทัดรัดขึ้น ขณะยังคงบรรจุฟลายอิงทูร์บิญองแบบหมุนรอบตัวในหนึ่งนาที
ไว้ได้อย่างสมบูรณ์
"ผมต้องการให้ The Godfather II มอบมุมมองที่แตกต่างต่อแนวคิดของนาฬิกาดนตรี” เจคอบ อาราโบ (Jacob Arabo) กล่าวเสริม "เราออกแบบตัวเรือนอันประณีตซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากทศวรรษ 1930 และใช้เวลาถึงสามปีในการ พัฒนากลไกที่สามารถบรรเลงได้สองบทเพลง และยังคงรักษาสัดส่วนของตัวเรือนให้มีขนาดพอดีสําหรับการสวมใส่จริง
ราวกับฉากในภาพยนตร์
การออกแบบผลงาน The God Father II อัดแน่นไปด้วยแรงบันดาลใจจากโลกภาพยนตร์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สําคัญ Jacob & Co ไว้ได้อย่างครบถ้วน หน้าปัดแลคเกอร์สีดําสะท้อนบรรยากาศของหนังแนว Film's Noir ที่มักใช้โทนสีดํา สะท้อนด้านมืดที่สะเทือนอารมณ์ของสังคม สอดรับกับดีไซน์รอยรูกระสุนปืนที่สลักบนฝาหลังที่บอกเล่าถึงความรุนแรงได้อย่างชัดเจน เม็ดมะยมตกแต่งด้วยร่องเกลียวที่ชวนให้นึกถึงลํากล้องปืน และลวดลายดอกกุหลาบของตัวละครดอน คอร์ลีโอเน (Don Corleone) ถูกสลักไว้ตามแนวตัวเรือนอย่างประณีต

ภาพของมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) ผู้รับบทดอน คอร์ลีโอเน (Don Corleone) ประดับอยู่บนหน้าปัดอย่างโดดเด่น พร้อมภาพมือที่กําลังเล่นหุ่นเชิดอันเป็นซิกเนเจอร์ของแฟรนไซส์ ถ่ายทอดออกมาประดับอยู่บนหน้าปัดใน รูปแบบสามมิติ
ตัวเรือนทองคําาโรสโกลด์ขนาด 42 x 44 มิลลิเมตรเผยโฉมการออกแบบที่แตกต่างออกไปจาก Opera Godfather ด้วย เส้นสายโค้งมนที่สวมใส่สบายและสไตล์อาร์ตเดโคอันสง่างาม ฝาหลังโดดเด่นด้วยช่องกระจกแซฟไฟร์รูปทรงเปียโน เผยให้เห็นชุด กลไกกล่องดนตรีภายใน และปิดทับด้วยเพลตที่สลักโน้ตเพลง The Godfather Love Theme ฉบับจริง ไว้อย่างประณีต
แรงบันดาลใจส่วนตัว
สําหรับเจคอบ อาราโบ (Jacob Arabo) The Godfather มีความหมายอันลึกซึ่งเป็นส่วนตัวกับเขา
“เมื่อผมเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาในปี 1979 ตอนนั้นอายุเพียง 14 ปีและยังไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้” เขาเล่า ย้อนความหลัง “ผมใช้เวลาถึงสองปีกว่าจะมีเงินพอซื้อบัตรชมภาพยนตร์ The Godfather จึงกลายเป็นภาพยนตร์เรื่อง แรกที่ผมได้ดูในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่คอลเลกชัน Opera
ประสบการณ์ครั้งนั้นได้จุดประกายแรงบันดาลใจสู่การสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง Godfather จนถึง The Godfather II โดยแต่ละเรือนถ่ายทอดเรื่องราวสองแง่มุมควบคู่กัน ทั้งเรื่องราวของตระกูลคอร์ลี โอเน และเส้นทางชีวิตของอาราโมเอง บทเปิดเรื่องของภาพยนตร์ที่ว่า "I believe in America” สะท้อนถึงหัวใจของเขา ในฐานะผู้อพยพวัยหนุ่ม และกลายเป็นแก่นทางอารมณ์สําคัญของคอลเลกชันนี้
หวีตัวโน้ตและกระบอกเสียง
หัวใจของคาลิเบอร์ JCAM62 คือระบบกล่องดนตรีอันละเอียดซับซ้อนที่ประกอบด้วยหวีตัวโน้ตเป็นซี่เรียงรายและ กระบอกเสียง เหล็กจํานวน 18 ซี่ ให้เสียงโน้ตที่แตกต่างกันตามความยาวของแต่ละซี่ ขณะที่กระบอกทองเหลืองซึ่ง ประดับด้วยหมุดเล็ก ๆ จะทําหน้าที่กระตุ้นให้เหล่านั้นบรรเลงตามลําดับอย่างประณีต เมื่อเลื่อนปุ่มเลือกสลับท่วงทํานองไปด้านข้างเพียงไม่ถึงหนึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น หมุดที่สัมผัสกับแนวหวีตัวโน้ตก็จะสลับตัว ทําให้นาฬิกาสลับไปบรรเลงท่วงทํานองระหว่างสองบทเพลงได้อย่างราบรื่น

การจัดการพลังงาน
The Godfather II มาพร้อมมาตรแสดงระดับพลังงานสํารองสองตําแหน่ง กลไกหลักมีพลังงานสํารองยาวนานถึง 72 ชั่วโมง ขณะที่อีกชุดหนึ่งทําหน้าที่ติดตามพลังงานที่ใช้สําหรับกล่องดนตรี เมื่อขึ้นลานจนเต็ม นาฬิกาจะสามารถบรรเลง ได้สูงสุดถึง 10 บทเพลง ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ต่อยอดจาก Opera Godfather รุ่นแรก และเมื่อพลังงานลดลง ผู้สวมใส่ ก็จะสามารถมองเห็นและทราบว่าถึงเวลาต้องขึ้นลานใหม่
สืบทอดมรดกแห่ง The Godfather
The Godfather II เป็นผลงานที่สืบทอดมรดกจาก Opera Godfather นาฬิกาดนตรีขนาด 49 มิลลิเมตรรุ่นแรกที่สร้าง ขึ้นภายใต้ข้อตกลงด้านลิขสิทธิ์กับ Paramount Pictures เป็นรุ่นที่โดดเด่นด้วยทูร์บิญองสามแกน และกลไกที่หมุนได้ เมื่อกล่องดนตรีถูกเปิดใช้งาน ซึ่งเป็นการวางรากฐานสําคัญให้กับคอลเลกชันนี้
ผลงานรุ่นต่อๆ มา ไม่ว่าจะเป็น Opera Godfather Baguette, Opera Godfather Minute Repeater, Opera Godfather 50th Anniversary, รวมถึง Godfather Pen และ Godfather Decanter ต่างช่วยขยายขอบเขตทั้งเชิง เทคนิคและศิลปะให้กว้างไกลยิ่งขึ้น และด้วยผลงาน The Godfather II นี้เอง Jacob & Co. ได้สืบสานมรดกนั้นให้ ลึกซึ้งกว่าเดิม ถ่ายทอดการตีความที่กะทัดรัดขึ้น มีความล้ําหน้าทางเทคนิค และเปี่ยมด้วยมิติทางอารมณ์ยิ่งขึ้น
พบกับนาฬิกา Jacob & Co. ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum - สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่ง ล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่าย นาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่น ๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่ หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ําความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้า ปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
10 เม.ย 2569
10 เม.ย 2569
10 เม.ย 2569
9 เม.ย 2569