M.A.D. New Edition

Last updated: 10 เม.ย 2569  |  22 จำนวนผู้เข้าชม  | 

M.A.D. New Edition

การกลับมาอีกครั้งของผลงานที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งวัฒนธรรมคลับยุค 1990s ถูกถ่ายทอดผ่านสองรุ่นใหม่ล่าสุดในโทนสีแดง-ดำอันโดดเด่น—M.A. D.2 R&B และ M.A.D.2 REDemption ซึ่งไม่เพียงเป็นการต่อยอดจิตวิญญาณของรุ่นแรก แต่ยังเติมมิติใหม่ให้กับเรื่องราวที่ทั้งสนุก กล้าหาญ และเปี่ยมเอกลักษณ์

เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา M.A.D.2 เปรียบเสมือนพื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับ Eric Giroud เพื่อนร่วมทางคนสำคัญของแบรนด์ ได้ถ่ายทอดความหลงใหลในบรรยากาศสุดจัดจ้านของคลับในยุค 90s ผ่านดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแผ่นไวนิลและเครื่องเล่นแผ่นเสียงของดีเจ—โลกที่เสียงดนตรีไม่เคยหยุดหมุน และค่ำคืนยาวนานไม่มีวันสิ้นสุด และในวันนี้ สองสมาชิกใหม่ได้เข้าร่วม “ปาร์ตี้” นี้อย่างเต็มภาคภูมิ

M.A.D.2 R&B
รุ่นแรกในคู่นี้มาพร้อมชื่อที่เล่นคำอย่างมีชั้นเชิง—R&B ที่หมายถึงทั้ง Red & Black และแนวดนตรีอันเป็นหัวใจของวัฒนธรรมคลับ ตัวเรือนเผยความลุ่มลึกผ่านหน้าปัดและสายสีดำมิดไนต์แบบ stealthy ตัดกับจานแสดงชั่วโมงและนาทีสีแดงสดที่โดดเด่นสะดุดตา

M.A.D.2 R&B จะเปิดให้ครอบครองผ่านระบบจับสลาก (raffle) อันเป็นเอกลักษณ์ของ M.A.D.Editions โดยเปิดลงทะเบียนเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 20 เมษายน เพื่อให้ผู้ที่สนใจมีเวลาร่วมลุ้นอย่างทั่วถึง ก่อนเข้าสู่กระบวนการสุ่มอย่างโปร่งใส ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อรับประกันความยุติธรรมสำหรับทุกคน

M.A.D.2 REDemption
อีกรุ่นหนึ่งคือผลงานที่เปี่ยมด้วยความหมายเชิงอารมณ์อย่างลึกซึ้ง—REDemption รุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อ “แฟนตัวจริง” ของแบรนด์โดยเฉพาะ โดยสงวนสิทธิ์ให้กับผู้ที่เคยเข้าร่วมการจับสลากอย่างน้อย 4 ครั้ง แต่ยังไม่เคยได้รับโอกาสเป็นเจ้าของมาก่อน

ผู้ที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการติดต่อโดยตรงจากทีม M.A.D.Editions และสามารถเข้าถึงเรือนเวลานี้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านระบบจับสลากอีกต่อไป หน้าปัดสีแดงสดตัดกับจานแสดงเวลาสีดำ สื่อถึงพลังและความมุ่งมั่น ขณะที่โรเตอร์ด้านหลังซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแผ่นเสียง ถูกสลักข้อความพิเศษเพื่อยกย่องความไม่ย่อท้อว่า “They say I’m stubborn, I’d say persistent”

ทั้งสองรุ่นมาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร ผสานแซฟไฟร์คริสตัลในรูปทรงโค้งมนคล้ายก้อนกรวด พร้อมมาร์กเกอร์โลหะที่บอกเวลาบริเวณกึ่งกลางหน้าปัด ภายในขับเคลื่อนด้วยโมดูลกระโดดชั่วโมงแบบสองทิศทางที่พัฒนาโดยทีม MB&F ทำงานร่วมกับกลไกอัตโนมัติ La Joux-Perret G101 จากสวิตเซอร์แลนด์ ความถี่ 4Hz และมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 64 ชั่วโมง—สะท้อนความสมดุลระหว่างความคิดสร้างสรรค์และวิศวกรรมกลไกได้อย่างลงตัว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ANGELUS Tinkler 1958

10 เม.ย 2569

RESSENCE Type 11

9 เม.ย 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้