FERDINAND BERTHOUD Mesure du Temps 1787

Last updated: 24 เม.ย 2569  |  44 จำนวนผู้เข้าชม  | 

FERDINAND BERTHOUD Mesure du Temps 1787

คอลเลกชัน Mesure du Temps 1787 ประกาศการเริ่มต้นทศวรรษใหม่ของ Chronometrie Ferdinand Berthoud เป็นการคารวะต่อตํารับตําราของ Ferdinand Berthoud เองผู้เป็นปรมาจารย์ด้านการประดิษฐ์เรือนเวลา อีกทั้งยังสานต่อวิวัฒนาการเชิงสถาปัตยกรรมที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2025 ภายใต้โปรเจกต์ Naissance d'une Montre 3

วิวัฒนาการของคอลเลกชันนี้ถูกแบ่งออกเป็นหลายบท โดยแต่ละบทสะท้อนแนวทางเชิงสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร โครงสร้างใหม่ทั้งหมดเผยให้เห็นการเคลื่อนไหวเชิงกลไกอันซับซ้อนราวกับระบําาจักรกลที่จัดวางอย่างงดงามภายในโครงสร้างโอเพนเวิร์ก ซึ่งเปิดให้ชื่นชมได้จากด้านหน้าปัด

บทที่ 1 ของคอลเลกชัน Mesure du Temps 1787 นําเสนอผลงานเรือนแรกที่สะท้อนสถาปัตยกรรมเชิงกลไกอันล้ําสมัย Chronometre FB 2TV กลไกภายในเป็นทายาทที่ต่อยอดจากคาลิเบอร์ดั้งเดิม FB-T.FC ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกส่วน constant-force หรือส่วนที่ควบคุมการจ่ายพลังงานให้คงที่อันเป็นเอกลักษณ์ที่ผสานกลไก fusee-and-chain เข้ากับทูร์บิญอง และได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมเพิ่มสองคอมพลิเคชันเพื่อยกระดับความเที่ยงตรง

หนึ่งทศวรรษได้ผ่านไปนับตั้งแต่กลไก Chronometrie Ferdinand Berthoud ชุดแรกได้วางรากฐานให้กับการเดินทางอันท้าทายและไร้ขอบเขตของโลกนาฬิกาสมัยร่วมสมัย โดยยังคงยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม เช่นเดียวกับปรมาจารย์ช่างนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกลไก

Chronometre FB 1 และกลไกส่วน constant-force หรือส่วนที่ควบคุมการจ่ายพลังงานให้คงที่ของมันได้ กลายเป็นรากฐานสําคัญที่ต่อยอดสู่คอลเลกชันอันเป็นสัญลักษณ์ไม่ว่าจะเป็นผลงานทูร์บิญองเรกูเลเตอร์กลไก remontoir d'égalité หรือทูร์บิญองแบบเข็มวินาทีที่เคลื่อนไหวแบบกระโดดเป็นจังหวะ (deadbeat seconds)


กลไก FB-T.FC (Tourbillon a Force Constante) ชุดแรกมาพร้อมโครงสร้างแบบเสา (pillar-type) อันโดดเด่น ซึ่งทุกชิ้นส่วนของกลไกถูกยึดและดูเสมือนแขวนลอยจากเมนเพลตโดยไม่มีสะพานกลางคัน ซึ่งโครงสร้างนี้ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาโครโนมิเตอร์สําหรับการเดินเรือที่ Ferdinand Berthoud สร้างขึ้น นอกจากนี้คาลิเบอร์พิเศษนี้ยังมาพร้อมทูร์บิญองเรกูเลเตอร์ การแสดงหน่วยวินาทีที่กึ่งกลางหน้าปัด กลไก fusee-and-chain ที่ประกอบด้วยกรวย (fusee) และสายโซ่ (Chain) ที่ช่วยควบคุมการจ่ายพลังงานให้สม่ำเสมอที่ติดตั้งในลักษณะแขวนเช่นกัน รวมถึงมาตรแสดงพลังงานสํารองเคลื่อนที่ได้แบบกรวย ทั้งหมดนี้คือกลไกที่พัฒนาขึ้นใหม่ได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรถึงสี่ฉบับ

กลไกนี้บรรจุอยู่ในตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมที่โดดเด่นและร่วมสมัย ซึ่งวันนี้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่นักสะสมจดจําได้ทันที โดยเลือกเผยให้เห็นความงดงามของกลไกผ่านฝาหลังมอบช่วงเวลาแห่งการชื่นชมรายละเอียดอันซับซ้อนไว้สําหรับผู้สวมใส่เพียงผู้เดียว

และหมุดหมายสําคัญครั้งแรกนี้ก็ได้เปิดทางสู่บทใหม่นั่นคือ “Mesure du Temps 1787” คอลเลกชันต้นฉบับที่เผยให้เห็นความซับซ้อนทั้งหมดผ่านด้านหน้าปัด

ชื่อคอลเลกชันนี้มีที่มาจากงานอ้างอิงที่ Ferdinand Berthoud ตีพิมพ์ในปี 1787 เรื่อง “De la Mesure du Temps ou supplement au Traité des horloges marines et à l'Essai sur l'horlogerie” (ว่าด้วยการวัดเวลา หรือภาคผนวกต่อบทความว่าด้วยนาฬิกาสําหรับการเดินเรือและบทความด้านศาสตร์แห่งการทํานาฬิกา) ซึ่งเขาได้อธิบายหลักการสร้างการประกอบ และ การทดสอบนาฬิกาโครโนมิเตอร์ขนาดเล็กสําหรับช่วยหาพิกัดลองจิจูด รวมถึงการประยุกต์ใช้กับนาฬิกาพกวิธีการที่มีโครงสร้างอันเข้มงวดนี้ไม่เพียงช่วยสร้างมาตรฐานและถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในแวดวงการทํานาฬิกา แต่ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาและการผลิตนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงและเชื่อถือได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

การแสดงเชิงกลไกที่น่าตื่นตาบนหน้าปัด
คาลิเบอร์ FB-T.V.FC รุ่นใหม่ยังคงสืบทอดหลักการควบคุมเดียวกับรุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยผสานทูร์บิญองเข้ากับกลไก fusee-and-chain แต่ความคล้ายคลึงก็มีเพียงเท่านั้น และเปิดทางสู่นวัตกรรมที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาต่อเนื่องยาวนานถึงหกปี

ฟลายอิงทูร์บิญองในรุ่นนี้ออกแบบมาให้ไม่มีสะพานยึดด้านบน แต่รองรับด้วยสะพานส่วนกลางเพียงชิ้นเดียว ซึ่งเชื่อมกับเฟืองหน่วยวินาทีและตัวกรง พร้อมด้วยทับทิมที่ทําหน้าที่นําทางให้ทั้งกลไกทํางานอย่างราบรื่น โครงสร้างกรงที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 15 มิลลิเมตรโดดเด่นด้วยรูปทรงสามก้านสลับระหว่างพื้นผิวเรียบและลาดเอียง สะท้อนเส้นสายของสะพานกลางได้อย่างงดงาม

เป้าหมายหลักของคาลิเบอร์ FB-T.V.FC รุ่นใหม่ที่ต้องการเผยให้เห็นทุกองค์ประกอบของกลไกให้ได้ผ่านหน้าปัดนั้นนับได้ว่าประสบความสําเร็จ และเป็นสิ่งที่นักสะสมต่างเฝ้ารอคอย เพราะไม่เพียงเปิดโอกาสให้ชื่นชมความซับซ้อน แต่ยังเป็นเวทีแสดงความเป็นเลิศด้านงานตกแต่งพื้นผิวของ Chronometrie ได้อย่างเต็มที่กลไกที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 1,240 ชิ้น ซึ่งในจํานวนนี้เป็นส่วนของโซ่ไปแล้วถึง 777 ชิ้น ต้องใช้เวลาขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีตเป็นเวลาเกือบ 300 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่เข้มงวดที่สุด ขณะเดียวกันฟลายอิงทูร์บิญองที่แขวนอยู่ด้วยสะพานเพียงชิ้นเดียว ยังเสริมความสอดคล้องกับกลไกส่วนอื่นๆ ที่ติดตั้งด้วย โครงสร้างแบบเสาและถูกแขวนเช่นกันไม่ว่าจะเป็น fusee บาร์เรล หรือกรวยแสดงระดับพลังงานสํารอง

สองคอมพลิเคชันเพื่อการทํางานที่เที่ยงตรงแม่นยําที่สุด
นวัตกรรมของคาลิเบอร์ FB-T.V.FC ก้าวไกลยิ่งขึ้น ด้วยการผสานสองคอมพลิเคชันใหม่ที่เกิดจากการแสวงหาความเป็นเลิศด้านความเที่ยงตรงของ Ferdinand Berthoud

คอมพลิเคชั่นแรกทําหน้าที่หยุดการทํางานของกลไกฟลายอิงทูร์บิญอง รวมถึงตัวนาฬิกาเอง กลไก stop-seconds (หรือ balance-stop) จะหยุดเข็มวินาทีและตรึงทั้งกลไกไว้ทั้งหมด

ซึ่งโดยปกติทั่วไปกลไกนี้ถูกใช้เพื่อการตั้งเวลา โดยหยุดการทํางานของกลไกทั้งหมด จากนั้นปรับตั้งเวลาตามต้องการ แล้วจึงเริ่มกลับมาทํางานอีกครั้ง

ดังนั้นอีกหนึ่งคอมพลิเคชันจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรีเซ็ตเข็มวินาทีที่กึ่งกลางโดยเฉพาะ

เดิมทีกลไกนี้ถูกออกแบบให้ทํางานหลังจากกลไกหลักหยุดลงแต่ Chronométrie Ferdinand Berthoud ต้องการให้ประสบการณ์ของคอมพลิเคชันเสริมนี้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น จึงพัฒนาโหมดฟลายแบ็ค (flyback) ให้สามารถรีเซ็ตกลไกได้แม้ในขณะทํางานอยู่

คําว่า flyback ในความหมายทั่วไป หมายถึงคอมพลิเคชันที่เชื่อมโยงกับโมดูลโครโนกราฟ ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถหยุดการจับเวลารีเซ็ตเข็มกลับไปยังตําแหน่งตั้งต้น และเริ่มต้นใหม่ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตามความคล้ายคลึงกับโครโนกราฟนี้ถือเป็นสิ่งที่ทําให้เข้าใจผิด เพราะกลไกที่พัฒนาใหม่และรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกลไกฟลายอิงทูร์บิญองและสถาปัตยกรรม fusee-and-chain ของคาลิเบอร์ FB-T.V.FC นี้ มีความซับซ้อนเหนือชั้นจนยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้

การออกแบบกลไกรีเซ็ตแบบ flyback นี้ใช้เวลาพัฒนาหลายเดือน เพื่อสร้างคอมพลิเคชันที่ผสานทั้งความเร็ว และความเที่ยงตรง เข็มวินาทีต้องกลับสู่ตําแหน่งศูนย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบภายในเสี้ยววินาทีที่ตาเปล่าไม่อาจมองเห็น จึงได้มีการสร้างเข็มวินาทีชนิดใหม่จากไทเทเนียมที่บางเฉียบขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูดซับแรงจากการรีเซ็ตโดยไม่ให้เข็มสั่นกระตุกและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่พบในโครงสร้างฟลายแบ็คโครโนกราฟแบบดั้งเดิมด้วยการใช้ชิ้นส่วนแคม (cam) ทรงพิเศษ ซึ่งมักพบในกลไกปฏิทินถาวร และด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายและเข้าถึงได้โดยตรง กลไกรีเซ็ตเข็มวินาทีแบบ flyback นี้จึงถูกกระตุ้นด้วย coaxial pusher หรือปุมพุช เพอร์ที่ภายในมีแกนร่วม ซึ่งตั้งอยู่ในเม็ดมะยมแบบ dynamometric ที่ตําแหน่ง 3 นาฬิกา


กลไกที่พลิกโฉมด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมด
กลไกใหม่ของ Chronometre FB 2TV ในคอลเลกชัน Mesure du Temps 1787 ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมหลายประการ แตกต่างจากกรวยแบบกลับหัวหรือ inverted-fusee ของคาลิเบอร์ FB-T.FC โดยคาลิเบอร์ FB-T.V.FC รุ่นใหม่นี้ติดตั้งแบบ ดั้งเดิมโดยหันส่วนปลายของกรวยที่เรียวเล็กกว่าขึ้นด้านบนรูปทรงของ fusee ถูกออกแบบใหม่เพื่อให้สอดรับกับการลักษณะการปล่อยพลังงานของเมนสปริง อีกทั้งยังติดตั้งระบบ stopwork แบบ Maltese cross สองชั้น พร้อมแขนหยุดสองชิ้นเพื่อให้การหยุดทํางานได้อย่างมั่นคงลดจํานวนรอบการขึ้นลานลงเหลือประมาณ 6.25 รอบของการหมุนเม็ดมะยม นอกจากนี้ส่วน fusee ยังติดตั้ง satellite planetary differential ที่ช่วยทําหน้าที่เฉลี่ยพลังงานเพื่อคงความเสถียรไว้บริเวณในฐานเพื่อให้ กลไกยังคงทํางานต่อเนื่องแม้ในระหว่างการขึ้นลาน และด้วยโครงสร้างที่กะทัดรัดเช่นนี้ จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่าชิ้นส่วนล้อจักรภายในโครงสร้างที่กะทัดรัดนี้ คาดเดาได้ไม่ยากนักว่าชิ้น ratchet wheel หรือเฟืองล้อที่มักติดตั้งบนตลับลานเพื่อหมุนให้เมนสปริงขดม้วนเมื่อขึ้นลานนั้น จะถูกออกแบบให้ติดตั้งอยู่ที่ตําแหน่งใต้ฐานของ fusee ซึ่งแตกต่างจากคาลิเบอร์ FB 01 ที่วางไว้ด้านบน

สําหรับสายโซ่ 465 ข้อของคาลิเบอร์ FBT.V.FC ซึ่งยึดด้วยหมุด 311 ชิ้นและตะขอความหนาของแต่ละข้อได้ถูกปรับลดลง เมื่อเทียบกับขนาดสายโซ่ของคาลิเบอร์ FB-T.FC

ฟลายอิงบาร์เรลของคาลิเบอร์ FB-T.V.FC ก็ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเช่นกัน โดยแตกต่างจากคาลิเบอร์ FB-T.FC ตรงที่กลไกรุ่นใหม่ไม่มีการตัดเซาะร่องรอบวงดังรุ่นก่อนหน้าเพื่อลดแรงเสียดทานบนพื้นผิวเมื่อสายโซ่ขดเกลียวและคลายตัวออก

บาร์เรลยังติดตั้งระบบ pre-winding แบบใหม่ ซึ่งมองเห็นได้จากด้านบนประกอบด้วยก้ามปูขึ้นลาน (winding pawl) ที่ทํางานร่วมกับล้อฟันเลื่อย ระบบนี้ช่วยให้ช่างทํานาฬิกาสามารถขึ้นลานเมนสปริงได้ตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบชิ้นส่วนคาลิเบอร์ ก่อนที่จะหมุนแกน 180 องศาเพื่อหยุดการทํางานไว้

รูปทรงของมาตร แสดงระดับพลังงานสํารองทรงกรวยและส่วนแขนยึดซึ่งเคลื่อนที่ได้ก็ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับตําแหน่งใหม่บนด้านหน้าปัด รวมถึงจํานวนรอบการหมุนของดรัมบาร์เรลที่บรรจุเมนสปริงด้วย

กลไกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรนี้เชื่อมต่อกับบาร์เรลผ่านล้อขับเคลื่อนโดยอาศัยการขึ้นและคลายลานของเมนสปริงเพื่อยกและลดกรวยทรงติดตามแกนเกลียวที่ยึดอยู่กับเมนเพลต ชิ้นส่วนแขนเคลื่อนที่ได้ประดับส่วน ปลายด้วยทับทิมกันสึกทําหน้าที่เป็นเซนเซอร์ตรวจวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของกรวย และส่งต่อข้อมูลระดับพลังงานสํารองของกลไกไปยังเข็มบอกกําาลังสํารอง

ซึ่งการพัฒนาปรับแต่งเหล่านี้มอบประโยชน์โดยตรงสามประการ
- แรงบิดที่คงที่มากขึ้น กลไกทํางานได้อย่างเที่ยงตรงแม่นยํายิ่งขึ้น 
- พลังงานสํารองเพิ่มขึ้นจาก 53 ชั่วโมงเป็น 60 ชั่วโมง
- การขึ้นลานทีรวดเร็วขึ้น โดยใช้รอบหมุนเม็ดมะยมน้อยลงถึงสิบรอบเพื่อให้เต็มลาน

ความก้าวหน้าที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนายาวนานถึงหกปี พร้อมการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกและการสึกหรอ ได้เปลี่ยนโฉมความงามเชิงสุนทรียะแบบสามมิติของกลไกอย่างชัดเจน แบรนด์ได้เลือกสรรวิธีการต่างๆ มาใช้เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้สัมผัสประสบการณ์การรับชมความงดงามกลมกลืนอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในๆ นั้นคือชุดเฟืองที่ผ่านการขัดแต่งพื้นผิวใหม่มองเห็นจากด้านหลังของกลไกที่ออกแบบบนด้านหลังของกลไก โดยมีเฟืองเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 28 มิลลิเมตรอันน่าตื่นตา เชื่อมโยงชิ้นส่วนที่ตําแหน่ง 3 นาฬิกาและ 12 นาฬิกา เข้ากับการแสดงหน่วยชั่วโมงและนาทีแบบเยื้องศูนย์ที่ตําแหน่ง 12 นาฬิกา และเม็ดมะยมที่ตําแหน่ง 3 นาฬิกา

การจัดวางองค์ประกอบที่ดูแปลกตานี้ไม่ได้เกิดจากสไตล์การออกแบบ หากแต่เป็นผลจากข้อจํากัดทางเทคนิคที่ซับซ้อน ซึ่งเกี่ยวพันกับการปรับแก้เวลาในโครงสร้างแบบฟลายอิง และการบรรจุกลไก differential ขนาด กะทัดรัดไว้ใต้ fusee การออกแบบเช่นนี้ช่วยลดจุดสัมผัสระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ และทําให้ส่งผ่านข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และด้วยการจัดเรียงชุดเฟืองที่ผ่านการปรับแต่งอย่างประณีต เนื้อแท้แห่งกลไกจักรกลนี้สะท้อนถึงแนวทางที่ Ferdinand Berthoud ชื่นชอบมากที่สุดในการประดิษฐ์นาฬิกาเพื่อการเดินเรือในท้องทะเลที่ต้องอาศัยความแม่นยําระดับสูงสุด


การออกแบบตัวเรือนและหน้าปัดเพื่อขับเน้นความเป็นเลิศของกลไก
ตัวเรือนทรงกลมของ Chronometre FB 2TV มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 44 มิลลิเมตร และความหนา 15.46 มิลลิเมตร สะท้อนรูปทรงของรุ่น Remontoir d'Égalité FB 2RE ที่เปิดตัวในปี 2020 โดยได้รับการปรับแต่งให้ขอบหน้าปัดมีความโค้งมนและกระจกหน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดมเคลือบกันแสงสะท้อน

โครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์นี้เปิดพื้นที่ภายในให้รองรับกลไกได้อย่างสมบูรณ์พร้อมเผยให้เห็นระบบรีเซ็ตและการตั้งเวลาจากด้านหลังของตัวเรือน

แม้โดยรวมแล้วตัวเรือนที่หนาขึ้นอาจส่งผลต่อความงาม วิธีแก้ปัญหาที่แยบยลจึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผลงานใหม่นี้ยังดูสมดุลและกลมกลืน โดยฝาหลังของตัวเรือนถูกออกแบบให้บรรจุกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมเคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านสอดรับกับกระจกด้านหน้าของนาฬิกาอย่างสง่างาม

ที่ตําแหน่ง 12 นาฬิกา หน้าปัดย่อยแสดงหน่วยชั่วโมงและนาทีแบบเยื้องศูนย์ซึ่งยึดด้วยเสาเล็กๆ สะท้อน สุนทรียะของ Chronometre FB 1 รุ่นดั้งเดิม ฐานหน้าปัดเคลือบวาร์นิชสีขาวและสเกลนาทีแกะสลักเคลือบวานิชสีดํา ผสานกับเข็มทรงเหลี่ยมฉลุโปร่งขัดวัสดุทองคํา 18 กะรัตเคลือบสีน้ําเงินด้วยเทคนิค CVD ขัดเงาเหลี่ยมเพชร เพื่อให้สามารถอ่านค่าเวลาได้ง่ายและชัดเจนที่สุด

บริเวณรอบขอบหน้าปัดยังออกแบบให้มีพื้นที่ขอบด้านในที่ยึดไว้ด้วยเสาสี่ต้น พื้นผิวเคลือบด้วยแลคเกอร์สีขาวทําหน้าที่เป็นสเกลสําหรับอ่านค่าหน่วยวินาทีด้วยเข็มวินาทีที่บางเป็นพิเศษดุจเส้นใยที่มีความยาว 25.80 มิลลิเมตร ผลิตจากไทเทเนียมชิ้นเดียว แต่งพื้นผิวแบบพ่นทรายเคลือบสีน้ําเงินด้วยเทคนิค CVD ติดตั้งอยู่ใจกลางสะพานจักรสามมิติที่ผ่านการเจียรลบขอบ แกะสลัก และพ่นทรายด้วยมืออย่างประณีต

และสุดท้ายที่ตําแหน่ง 7:30 นาฬิกา กลไกแสดงพลังงานสํารอง ซึ่งถ่ายทอดผ่านแขนที่ออกแบบอย่างมีสไตล์ของกรวยที่ติดตั้งเสมือนแขวนลอยอยู่นั้น แสดงค่าด้วยเข็มโลหะผสมบรอนซ์เคลือบ CVD สีน้ําเงิน เคลื่อนผ่านสเกลสั้นๆ ที่สลักและเคลือบแลคเกอร์สีดําบนสะพานกลาง

เรือนเวลานี้ถ่ายทอดความคลาสสิกและเหนือกาลเวลา ผ่านตัวเรือนทองคําไวท์โกลด์ 18 กะรัต ขับเน้นด้วยกลไกโลหะนิกเกิลสีเงินธรรมชาติ ขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีต (รหัสอ้างอิง FB 2TV.1) เพื่อเป็นการคารวะต่อ Chronometre FB 1.1 ซึ่งเคยคว้ารางวัล “Aiguille d'Or Grand Prix หรือรางวัลมือทองคําที่เป็นรางวัลชนะเลิศนาฬิกาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปีจากงาน GPHG ปี 2016

Chronometre FB 2TV ไม่ได้ถูกจํากัดจํานวนการผลิตเป็นพิเศษแต่อย่างใด ความพร้อมในการจัดจําหน่ายขึ้นอยู่กับกําลังการผลิตของเวิร์กช็อป ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ราว 10 ถึง 12 เรือนต่อปีเท่านั้น

คอลเลกชันใหม่ Mesure du Temps 1787 จึงสะท้อนการบรรจบกันระหว่างสถาปัตยกรรมนาฬิกาแบบดั้งเดิม นวัตกรรมเชิงกลไกในโลกแห่งโครโนเมทรีที่เป็นเลิศในด้านความเที่ยงตรงแม่นยํา และการขับเน้นเชิงประติมากรรมของทุกองค์ประกอบกลไก แนวทางที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่ทศวรรษใหม่ของ Chronometrie Ferdinand Berthoud อย่างสง่างาม

พบกับนาฬิกา Ferdinand Berthoud ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128

PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้