Last updated: 5 พ.ค. 2569 | 32 จำนวนผู้เข้าชม |
กว่าหนึ่งศตวรรษที่ Van Cleef & Arpels ก้าวไปตามครรลองฝัน ของการใช้ชีวิตอยู่ร่วม และสอดคล้องไปกับวิถีแห่งจักรวาล ด้วยประทับใจในความตระการตาของหมู่ดาวบนเวิ้งฟ้า เมซงสรรค์สร้างผลงานหลายต่อหลายชิ้นเพื่อยกย่องความงดงามเหล่านั้นโดยอาศัยทุกมวลทักษะความชำนาญ ทั้งในรูปแบบของเครื่องประดับ และเครื่องบอกเวลา อย่างนาฬิกาพกติดตั้งระบบซ้อนกลไกขับเคลื่อนหน้าปัดแสดงปรากฏการณ์ข้างขึ้นถึงข้างแรมของดวงจันทร์เมื่อปีค.ศ. 1929 หรือในทศวรรษ 1950 ที่ Van Cleef & Arpels ได้นำจินตนาการอันมีต่อห้วงเวหนยามค่ำคืนมารังสรรค์เป็นเครื่องประดับ “ฝนดาวตกซ่อนเวลา” (Meteor secret watch)
สำหรับปีนี้ อีกครั้งที่ปรากฏการณ์ข้างขึ้นและข้างแรมตามวิถีโคจรของดวงจันทร์รอบดาวโลกได้นำมาซึ่งแรงบันดาลใจทาง การออกแบบเครื่องบอกเวลารุ่นใหม่ในคอลเลกชันประดิษฐกรรมระบบซ้อนกลไกหรือ Poetic Complications ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบตามแนวทาง “จินตศิลป์ดาราศาสตร์” หรือ Poetic Astronomy ที่เข็มชั่วโมงเคลื่อนตัวไปตามแต่ละจังหวะของเขตเวลาหนึ่งถึงอีกหนึ่งเขตเวลาบนผืนหน้าปัดอันงามสง่าด้วยความเป็นเลิศทางศิลปะลงยา ขณะเดียวกับที่บรรดาเครื่องประดับบอกเวลาของ Van Cleef & Arpels จำลองมิติล้ำลึกไร้ขอบเขตแห่งฟากฟ้ามาไว้บนข้อมือผ่านการร้อยเรียงหลากวัสดุเลอค่านานาชนิด ส่วนคอลเลกชัน “หน้าปัดหัตถศิลป์” หรือ Extraordinary Dials ก็สะกดทุกสายตาด้วยสองผลงานใหม่ รังสรรค์ตำนานความรัก ท่ามกลางจักรวาลมาไว้บนข้อมือ


“อีกครั้งที่นิทรรศการ Watches and Wonders 2026 เปิดโอกาสให้เราได้จัดแสดงผลงานอันสุดวิจิตรบรรจงในคอลเลกชันประดิษฐกรรมระบบซ้อนกลไก Poetic Complications ซึ่งมีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อค.ศ. 2006 กับการสรรค์สร้างนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Centenaire (“เลดี อารเปลส์ ซ็องเตอแนร” ตั้งชื่อขึ้นเพื่อระลึกถึงวาระครบรอบหนึ่งร้อยปีของเมซง) ติดตั้งระบบควบคุมการขับเคลื่อนปฏิทินสี่ฤดูหรือ Quantième de Saison (ก็องติแญ็ม เดอ เซซง) ซึ่งพัฒนาขึ้นเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะเมซง หลอมรวมร่วมกับทักษะงานผลิตนาฬิกาข้อมือเพื่อจุดประกายจินตนาการ ถ่ายทอดเรื่องราวของแรงบันดาลใจได้ในทุกครั้งยามดูเวลาบนหน้าปัด กว่าหลายปีที่ผลงานเหล่านี้ได้ร่วมกันสะท้อนถึงแก่นแท้ของ Poetry of Time หรือบทกวีบอกเวลา มุมมองทางการสร้างสรรค์อันเป็นที่รักยิ่งของ Van Cleef & Arpels และกำลังจารึกบทใหม่ เติมเต็มความครบครัน สมบูรณ์พร้อมลงในหน้าประวัติศาสตร์วิวัฒนาการรุดหน้าของเมซง
Midnight Jour Nuit Phase de Lune
จากผลงานรุ่นต้นแบบ อันเป็นจุดเริ่มต้นคอลเลกชันนาฬิกาข้อมือระบบซ้อนกลไกขับเคลื่อน 24 ชั่วโมงรุ่น “จากทิวาสู่ราตรี” หรือ Jour Nuit (ฌูร นุยต์) เมื่อปีค.ศ. 2008 และถูกนำมารังสรรค์ขยายผลในปีค.ศ. 2024 Van Cleef & Arpels ขอแนะนำผลงานรุ่นใหม่ “ดิถีจันทร์” หรือ Midnight Jour Nuit Phase de Lune (มิดไนต์ ฌูร นุยต์ ฟาส์ เดอ ลูน) โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ข้างขึ้นถึงข้างแรมของดวงจันทร์ ออกแบบระบบซ้อนสองกลไกติดตั้งไว้ในตัวเรือน ในขณะที่กลไกแรกคือระบบขับเคลื่อนผืนหน้าปัดหมุนวนต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงจากกลางวันสู่กลางคืน อันเป็นที่มาของชื่อผลงานสะท้อนรายละเอียดการออกแบบบนหน้าปัดกลไกลำดับสองคือ “ระบบขับเคลื่อนตามวิถีดาราศาสตร์” หรือ astronomical complication แสดงปรากฏการณ์ “ดิถีจันทร์” อันหมายถึงการเปลี่ยน รูปทรงของดวงจันทร์จากข้างขึ้นถึงข้างแรม จากจันทร์เต็มดวงถึงจันทร์เสี้ยวซึ่ง Van Cleef & Arpels ได้พัฒนาขึ้นเป็นประดิษฐกรรมบอกเวลาในอุตสาหกรรมผลิตนาฬิกาข้อมือเมื่อปีค.ศ. 1929


ภายในกรอบตัวเรือนทองคำสีขาวของงานออกแบบ Midnight (นาฬิกาข้อมือสำหรับผู้ชายของเมซง) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มม. พื้นหน้าปัดจำลองความวิจิตรตระการตาของเวิ้งจักรวาลประดับหมู่ดาวประกายบรอนซ์ลงสู่แผ่นแก้วพรรณรายหัตถกรรมมูราโน (Murano aventurine glass) ดำขลับได้อย่างสมจริง เป็นผลจากความมุ่งมั่นสรรค์สร้างของแผนกพัฒนานวัตกรรม (Innovation Department) ของ Van Cleef & Arpels รองรับแม่มุกมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสลักลายริ้วรัศมีตะวันหรือ guilloché (กวิโญเช) เคลือบสีไล่เฉดจากดำถึงขาวต่างโค้งขอบดาวเคราะห์โลกเป็นแผ่นประกบด้านหน้าทำหน้าที่เสมือนกลไก “เล่น-ซ่อน-หา” ระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์เคลื่อนคล้อยตามวิถีโคจร 24 ชั่วโมงต่อวัน ระหว่างวัน ทองคำสลักลายริ้วรัศมีตะวันจะปรากฏบนพื้นหน้าปัดต่างดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวตามตำแหน่งวิถีจริงที่มองเห็นจากผืนโลกจนลับหายภายใต้โค้งเส้นขอบฟ้าเปิดทางให้ดวงจันทร์รังสรรค์จากแผ่นแม่มุก หรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาว คล้อยโคจรขึ้นมาแทนที่ท่ามกลางฝูงดาวอะคริลิก
ในขณะที่ปรากฏการณ์บนผืนฟ้าจากกลางวันถึงกลางคืนอันเป็นผลจากการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์โลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกอาศัยแผ่นจานหมุน ฟันเฟืองสำคัญของกลไกขับเคลื่อน 24 ชั่วโมง (24-hour movement) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นสำหรับใช้กับงานออกแบบนาฬิกา ข้อมือ “จากทิวาสู่ราตรี” รุ่นต้นแบบ เพื่อเพิ่มความสมจริงในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์จากเต็มดวงในข้างขึ้นสู่จันทร์เสี้ยวในข้างแรมตามวิธีโคจร 29.5 วันรอบโลกของผลงานรุ่น “ดิถีจันทร์” ครั้งนี้ เมซงได้พัฒนาอีกหนึ่งกลไก ที่ถึงแม้ในเวลาจริง ดวงจันทร์จะยังซ่อนตัวอยู่หลังแผ่นแม่มุกสลักลายต่างขอบโลก ผู้สวมใส่ก็สามารถเรียกดูคืนข้างขึ้นหรือข้างแรมได้ด้วยการกดปุ่มฝั่งตรงข้ามเยื้องตำแหน่งเม็ดมะยมสั่งงานหมุนแผ่นหน้าปัด 360° เป็นเวลาประมาณ 10 วินาทีเผยความตระการตาขอบดาวบริวารท่ามกลางงานประดับหมู่ดาวระยับแสง เรื่องราวในระบบสุริยจักรวาลดำเนินต่อเนื่องมาสู่แผ่นฝาหลังตัวเรือนทองคำสีขาวสลักลายถ่ายแบบผิวดวงจันทร์ เจาะช่องกลมเผยให้เห็นกลไกจานเหวี่ยงประกบแผ่นแก้วไพลิน (sapphire crystal) รองรับงานฝีมือจิตรกรรมลงยาดาวเคราะห์จำลองวนรอบโลกตัดเวิ้งฟ้าสลักลายริ้วรัศมีตะวันจุดประกายจินตนาการถึงการเงยหน้ามองระบบจักรวาลจากดวงจันทร์

ปรากฏการณ์ดิถีจันทร์
เพื่อให้รายละเอียด “ดิถีจันทร์” บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ Midnight Jour Nuit Phase de Lune หมุนวนไปตามแนวโคจรจริงของปรากฏการณ์ธรรมชาติบนห้วงเวหน เมซงได้พัฒนาระบบซ้อนกลไกคู่ขนานระหว่างจานหมุนสองแผ่น โดยให้แต่ละส่วนมีการขับเคลื่อนไปตามวิถีของตนเอง ในขณะที่จานหมุนแผ่นแรกคือฟันเฟืองสำคัญของระบบขับเคลื่อน 24 ชั่วโมง (24-hour movement module) ซ่อนอยู่ด้านหลังของกรอบตัวเรือนเพื่อควบคุมวิถีโคจรของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ให้ย้ายตำแหน่ง “จากทิวาสู่ราตรี” ตามชื่อผลงานรุ่นต้นแบบ จานหมุนแผ่นที่สองกลับมีความละเอียดยิ่งกว่าด้วยรอบการเคลื่อนตัว 24 ชั่วโมง 16 นาที กับอีก 27 วินาทีตรงกับรอบวงจรเปลี่ยนรูปทรงของดวงจันทร์จากจันทร์เสี้ยวในข้างแรม ค่อยๆ เต็มดวงจนถึงข้างขึ้นก่อนเล็กลงอีกครั้งอย่างช้าๆ จนกลายเป็นรูปเสี้ยวสู่ภาวะ “จันทร์ดับ” ในคืนแรม 15 ค่ำ แล้วดำเนินวนกลับไปสู่ภาวะ “จันทร์เต็มดวง” อีกครั้งอย่างต่อเนื่องตามปรากฏการณ์ที่เรามองเห็นได้บนผืนโลก และด้วยหน่วยสั่งงาน ขับเคลื่อนหุ่นกล (automaton) จึงอำนวยให้เราสามารถเรียกดูปรากฏการณ์ของดวงจันทร์ในดิถีปัจจุบันระหว่างวันได้เช่นกัน ต้องใช้เวลาถึงสี่ปีในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนตามวิถีดาราศาสตร์หรือ astronomical complication ซึ่งออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญประจำแผนกห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์นาฬิกาข้อมือของ Van Cleef & Arpels ในกรุงเจนีวาให้เป็นจริงขึ้นได้
“โจทย์ท้าทายความสามารถทางการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้คือการพัฒนาระบบขับเคลื่อนหุ่นกลตามสั่ง (on-demand animation) เพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อนทางปรากฏการณ์ดิถีจันทร์ เราต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนตัวตามวงโคจรของดวงจันทร์”
Rainer Bernard,
ผู้อำนวยการแผนกวิจัย และพัฒนาศิลปะการผลิตนาฬิกาข้อมือ
กระบวนการพัฒนาเชิงเทคนิคดำเนินขึ้นพร้อมกับการกำจัดมวลน้ำหนักของแผ่นจานหมุนทั้งหลายให้ลดลงมากที่สุด ซึ่งก็เท่ากับว่าแต่ละแผ่นจะได้รับการผลิตให้บางตัวยิ่งขึ้นก่อนนำมาจัดตำแหน่งเรียงซ้อนเพื่ออำนวยต่อการเคลื่อนตัวราบรื่น ต่อเนื่องโดยไม่เกิดการขัดสี หรือก่อแรงเสียดทานใดๆ ระหว่างกัน มอบความมั่นใจในการก่อภาพปรากฏบนผืนหน้าปัดได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ ตรงตามความเป็นจริง กว่าหลายเดือนหมดไปกับการทดสอบระบบซ้อนกลไก ช่างฝีมือของเราจึงสามารถสรรค์สร้างระบบขับเคลื่อนหุ่นกลตามสั่งที่ลื่นไหล เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถกดปุ่มสั่งงานเรียกดูดิถีจันทร์ได้บ่อยตามต้องการ งานออกแบบการยศาสตร์ทั้งหมด รวมถึงการประกอบระบบซ้อนกลไก ทั้งหน่วยตั้งเวลา และหน่วยปรับรูปทรงดิถีจันทร์ตามลำดับด้วยการควบคุมจากเม็ดมะยม
2 พ.ค. 2569
5 พ.ค. 2569
2 พ.ค. 2569
2 พ.ค. 2569