Last updated: 6 พ.ค. 2569 | 146 จำนวนผู้เข้าชม |
แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) นำเสนอเรือนเวลา แวงการ์ด แอโร เรฟโวลูชัน 3 สเกเลตัน (Vanguard Aero Revolution 3 Skeleton) การแสดงออกอันกล้าหาญถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและงานออกแบบอันล้ำสมัย โดยการหลอมรวมเป็นหนึ่งของสถาปัตยกรรมแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์ก (openworked) เข้ากับกลไกผลิตภายในโรงงาน และทูร์บิญองสามแกนอันเป็นไอคอนิก ภายใต้การจัดวางองค์ประกอบแบบสามมิติอันแสนโดดเด่น
หยั่งรากลึกในคอลเลกชันเรือนเวลาเชิงเทคนิคสูงสุดของเมซง (Maison) ที่ แวงการ์ด แอโร เรฟโวลูชัน 3 สเกเลตัน นำเสนอการตีความใหม่แห่งความสลับซับซ้อนในการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ผ่านมุมมองอันเปิดกว้างของจักรกลทูร์บิญองสามแกน (tri-axial tourbillon) ที่นับเป็นความสลับซับซ้อนสูงซึ่งบุกเบิกคิดค้นขึ้นครั้งแรกโดย แฟรงค์ มุลเลอร์ โดยการพัฒนาขึ้นควบคู่กันระหว่างตัวเรือนและกลไกที่ผ่านการผลิตเชิงวิศวกรรมอันล้ำสมัย เพื่อขยายขีดความสามารถในการมองเห็นจักรกล กับผลลัพธ์ของตัวเรือนโรสโกลด์ 18 กะรัตแบบโอเพนเวิร์กทั้งหมด ด้วยขนาดตัวเรือน 43.90 มม. x 52.10 มม. ซึ่งเปิดโล่งบนสี่ด้านทั้งหมด โครงสร้างของตัวเรือนนี้ได้รับตกแต่งรายละเอียดอย่างประณีตพิถีพิถันสู่เค้าโครงโลหะที่เหลือน้อยที่สุด เพื่อช่วยให้สามารถมองเห็นได้อย่างไร้อุปสรรคของกลไกจากหลากหลายมุมมอง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาไว้ด้วยการผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวของโครงสร้างอันสมดุลกลมกลืน ชัยชนะนี้ยังได้รับการยกระดับเสริมด้วยตัวเรือนทรงตอนโนสัญลักษณ์ของ แวงการ์ด (Vanguard) ภายใต้โครงร่างแบบโค้งที่จำเป็นต้องอาศัยความแม่นยำพิเศษทั้งในการผลิตขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร ตลอดจนการประกอบ
ณ หัวใจของเรือนเวลานี้บรรจุไว้ด้วยกลไกใหม่ เอ็มวีที เอฟเอ็ม 2031-วีเอส (MVT FM 2031-VS) ซึ่งพัฒนาขึ้นกว่าสองปีและประกอบภายในโรงงานจากชิ้นส่วนกลไกถึง 280 ชิ้น ออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบเปิดโล่งนี้ด้วยพื้นที่อันเหลือเฟือ และ “อากาศ” (“air”) (อันเป็นที่มาของชื่อ “แอโร” (“Aero”)) โดยรอบ ที่กลไกแบบสเกเลตันได้เผยความโดดเด่นขององค์ประกอบทางจักรกลอันสำคัญภายใต้การจัดวางอันประณีตพิถีพิถันและร่วมสมัย ขณะที่ด้วยความหนาของกลไกซึ่งสูงกว่าความหนาของตัวเรือน แวงการ์ด ปกติ ดังนั้น บนฝาหลังแบบเปลือยโปร่งด้วยกระจกแซฟไฟร์จึงมาพร้อมกับกระจกโดมโค้งนูนซึ่งช่วยในการติดตั้งจักรกล ขณะเดียวกันก็เผยความโดดเด่นสง่างามด้วยการขยายให้เห็นภาพของกลไกที่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจน
ภายใต้โครงร่างที่ยังไม่เคยมีมาก่อนสำหรับเมซงนี้ กลไกถูกประกอบเข้าด้วยกันแบบกองโดยตรงลงบนฝาหลัง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการคิดคำนวณใหม่อย่างสิ้นเชิงในการประกอบทั้งสะพานจักร ตลับลาน และรางเกียร์เฟือง เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความมั่นคงและการเปิดให้มองเห็นได้ พร้อมทั้งตัวเรือนแบบเปิดด้านข้าง ที่โครงสร้างของกลไกนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นในหลายระดับต่างกัน เพื่อสร้างสรรค์เป็น “ชั้นต่าง ๆ” ของภาพที่มองเห็นจากโครงสร้างตัวเรือนแทบทุกด้านและช่วยเสริมความสามารถในการมองเห็นการทำงานภายในของกลไกผลิตในโรงงานได้อย่างชัดเจน สถาปัตยกรรมนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอกย้ำความโดดเด่นของ เรฟโวลูชัน 3 ทูร์บิญอง (Revolution 3 tourbillon) ซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งสัญลักษณ์โดยตรงสู่การเปิดตัวครั้งแรกในโลกของทูร์บิญองสามแกนดั้งเดิม
นวัตกรรมโครงสร้างอันน่าอัศจรรย์นี้ยังขยายต่อไปยังระบบเม็ดมะยม ซึ่งผ่านการออกแบบและผลิตเชิงวิศวกรรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อช่วยให้ผสานได้อย่างกลมกลืนภายในตัวเรือนแบบโอเพนเวิร์ก รวมทั้งยังมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการกันน้ำ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของงานออกแบบ โดยจักรกลเม็ดมะยมถูกยึดไว้ผ่านหลอดซึ่งติดตั้งอย่างมั่นคงเข้ากับกระจกแซฟไฟร์โดยการใช้ระบบล็อกแบบกันน้ำ ทำให้มั่นใจได้ทั้งความมั่นคงปลอดภัยและประสิทธิภาพการกันน้ำ ส่วนตัวปรับตั้งผสานอย่างกลมกลืนลงในกระจกฝาหลัง เพื่อช่วยให้สามารถปรับตั้งฟังก์ชันได้อย่างสะดวกและรักษาความโปร่งใสอย่างไร้อุปสรรคของตัวเรือนนาฬิกา
ความมีชีวิตชีวาโดยการเคลื่อนไหวของเรือนเวลา แวงการ์ด แอโร เรฟโวลูชัน 3 สเกเลตัน ยังมาจากทูร์บิญองสามแกนที่ตรงตามชื่อ ซึ่งประกอบขึ้นด้วยกรงศูนย์กลางร่วมเดียวกันสามกรงที่หมุนบนแต่ละแกนต่างกัน โดยกรงด้านในจะหมุนรอบทุก ๆ หกสิบวินาที กรงตัวกลางหมุนรอบทุก ๆ แปดนาที และกรงตัวนอกหมุนรอบทุก ๆ ชั่วโมง จากการจัดวางตำแหน่งที่แตกต่างกันหลายระดับของบาลานซ์วีลภายใน ที่ระบบอันซับซ้อนนี้จะช่วยชดเชยผลกระทบของแรงโน้มถ่วงในทุกตำแหน่งทั้งหมดและเสริมความเที่ยงตรงของเรือนเวลา โดยขับเคลื่อนพลังงานจากตลับลานสองตัว ที่กลไกนี้สำรองพลังงานได้ยาวนานพิเศษถึง 10 วัน ขณะที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของแกนทั้งสาม
อุทิศให้กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ แวงการ์ด กับตัวเรือนทรงตอนโนที่เป็นตัวแทนของความสมดุลอันกลมกลืนแห่งความหนักแน่นกล้าหาญและความประณีต ในเรือนเวลารุ่นนี้มีให้เลือกกับตัวเรือนโรสโกลด์ ไทเทเนียมสีดำ หรือสเตนเลสสตีล พร้อมด้วยสายแบบอินทิเกรเต็ด (integrated) ที่ประกอบอย่างมั่นคงและกลมกลืนด้วยสกรูแบบซ่อน ช่วยเสริมทั้งสุนทรียะความสวยงามและความสามารถในการสวมใส่ได้อย่างหลากหลาย พร้อมทั้งเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของเรือนเวลาด้วยการตกแต่งอันประณีตและร่วมสมัย
ด้วยเรือนเวลา แวงการ์ด แอโร เรฟโวลูชัน 3 สเกเลตัน แฟรงค์ มุลเลอร์ ได้นำสถาปัตยกรรมแบบเปิดโล่ง นวัตกรรมแห่งจักรกล และความซับซ้อนแบบสามมิติมาอยู่รวมกันภายใต้ผลงานสร้างสรรค์ที่ซึ่งรูปแบบและฟังก์ชันได้ผสานเชื่อมโยงกันอย่างเป็นธรรมชาติ และเหนือกว่าความก้าวหน้าทางเทคนิค ที่เรือนเวลานี้ได้มอบซึ่งประสบการณ์แห่งภาพเชิงจักรกลอันแสนดื่มด่ำ พร้อมทั้งสะท้อนถึงความพยายามเสาะหาอย่างไม่ลดละของเมซงในด้านนวัตกรรมและความเป็นเลิศแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง
เกี่ยวกับ เฮาส์ ออฟ แฟรงค์ มุลเลอร์
เฮาส์ ออฟ แฟรงค์ มุลเลอร์ (House of Franck Muller) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1991 โดยช่างนาฬิกาชั้นครู แฟรงค์ มุลเลอร์ (Franck Muller) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาและนักธุรกิจ วาร์ทัน เซอร์เมกส์ (Vartan Sirmakes) นับเป็นหนึ่งในบริษัทนาฬิกาอิสระที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในการประดิษฐ์เรือนเวลาร่วมสมัย โดยแฟรงค์ มุลเลอร์ เลื่องชื่อด้านความประณีตในการสร้างสรรค์กลไกจักรกลสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน และส่วนใหญ่ยังนับเป็นนวัตกรรมกลไกเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์ที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงาน ณ หมู่บ้าน เกนท์ออด (Genthod) ของเมืองเจนีวา หรือที่รู้จักกันในชื่อ วอทช์แลนด์ (Watchland) ด้วยความสำเร็จจากการเปิดตัวผลงานที่นับเป็นครั้งแรกของโลกและสิทธิบัตรมากกว่า 50 ฉบับ แฟรงค์ มุลเลอร์ได้สร้างสีสันด้วยประดิษฐกรรมเวลาชิ้นเอกของโลก ที่ได้รับความชื่นชมจากผู้คนที่สนใจและหลงใหลในเรือนเวลา รวมถึงคนดังจากทั่วโลก เช่นเดียวกับผลงานการออกแบบอันเป็นตัวแทนสะท้อนถึงความก้าวหน้า ล้ำสมัยทางเทคนิคซึ่งมอบไว้ให้กับประวัติศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูง
6 พ.ค. 2569
6 พ.ค. 2569
6 พ.ค. 2569