ORIS Star Edition

Last updated: 8 พ.ค. 2569  |  35 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ORIS Star Edition

ในปี 1965 ORIS ได้สร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส และในปีถัดมา นาฬิกา Oris รุ่นแรกที่ใช้กลไก lever escapement ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ผ่านกาลเวลาไป 60 ปี Oris Star Edition จึงถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อันสำคัญนี้

A HERO OF HIS TIME
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 Oris ได้ต่อสู้เพื่อยกเลิกกฎหมาย Swiss Watch Statute และด้วยความพยายามของ Dr Rolf Portmann การต่อสู้นั้นก็ประสบความสำเร็จในที่สุด

ในช่วงทศวรรษ 1960 ก่อนเกิดวิกฤต Quartz Crisis อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสได้เผชิญกับเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลาสามทศวรรษก่อนหน้านั้น อุตสาหกรรมอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส (Swiss Watch Statute) ซึ่งถูกประกาศใช้ในช่วงทศวรรษ 1930 เพื่อรับมือกับมาตรการกีดกันทางการแข่งขันของบริษัทต่างๆ ที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression)


หนึ่งในผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจของกฎหมายฉบับนี้ คือการห้ามไม่ให้บริษัทนาฬิกาสวิสพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และ Oris ก็เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรง กฎหมายนี้จำกัดให้ Oris ต้องใช้กลไกแบบ pin-lever ซึ่งมีความเที่ยงตรงน้อยกว่า และกฎหมายนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมในสวิตเซอร์แลนด์ที่พอใจที่จะเห็นการแข่งขันถูกควบคุมไว้

ในปี 1956 Oris ได้ว่าจ้างทนายหนุ่มคนหนึ่ง และมอบหมายภารกิจให้เขาผลักดันให้มีการยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ Dr Rolf Portmann ได้ต่อสู้กับ “กลุ่มผูกขาดในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส (Swiss Watch Cartel)” เป็นเวลากว่าทศวรรษ จนกระทั่งในปี 1965 เขาสามารถปลดพันธนาการที่เคยฉุดรั้ง Oris ไว้ได้ และกฎหมายดังกล่าวก็ถูกยกเลิก สำหรับ Oris นั่นคืออิสรภาพ และความเป็นอิสระอย่างแท้จริง


เมื่อได้รับอิสระในการพัฒนานวัตกรรม เพียงหนึ่งปีต่อมา Oris ก็ได้เปิดตัว Oris Star นาฬิการุ่นแรกของแบรนด์ที่ใช้กลไก lever escapement ซึ่งพัฒนาขึ้นภายในบริษัทเอง ในปี 1982 Dr Portmann และ Ulrich W. Herzog ได้ดำเนินการซื้อกิจการโดยทีมผู้บริหาร (management buyout) และในปัจจุบัน แม้จะมีอายุกว่าเก้าสิบปีแล้ว เขาก็ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของ Oris

Oris และอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสต่างเป็นหนี้บุญคุณต่อ Dr Portmann อย่างยิ่ง ดังที่นักประวัติศาสตร์นาฬิกา Gisbert L. Brunner ได้กล่าวว่า “หากปราศจากความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างไม่ย่อท้อของ Dr Portmann กฎหมาย Watch Statute ที่เป็นอุปสรรคนี้ก็คงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่”

ในปีนี้ เราร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ของช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์อันสำคัญนี้ ด้วย Oris Star Edition นาฬิกาที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นการยกย่อง Dr Portmann และผลงานอันโดดเด่นของเขาที่มีต่อ Oris และต่ออุตสาหกรรมนาฬิกากลไกของสวิตเซอร์แลนด์

LOOK TO THE STAR
Oris Star Edition รุ่นใหม่นี้ คือการนำหนึ่งในนาฬิการุ่นสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Oris กลับมารังสรรค์ใหม่อย่างซื่อสัตย์ และเช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม นาฬิการุ่นนี้ถ่ายทอดความสง่างามแบบร่วมสมัยได้อย่างโดดเด่น

Oris Star รุ่นดั้งเดิมในปี 1966 ถือเป็นนาฬิกาแห่งหมุดหมายสำคัญของ Oris ไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งนาฬิกากลไกสำหรับบริษัทเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงรสนิยมที่เปลี่ยนแปลงไป และการทำให้ความหรูหราสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น


ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคแห่งอิสรภาพทางแฟชั่น ความสง่างามไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงนาฬิกาทรงกลมในตัวเรือนทองคำอีกต่อไป มาตรฐานแบบเดิมที่เคร่งครัดเริ่มเลือนหายไป และถูกแทนที่ด้วย Oris Star ทรง tonneau ในสไตล์โมเดิร์นนิสต์ ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความสง่างามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ดีไซน์ของนาฬิกายังมีกลิ่นอายของยุคอวกาศ สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของช่วงเวลานั้น

นาฬิการุ่นนี้เป็นผลงานจากแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และในขณะเดียวกันก็เป็นเสมือนคำประกาศถึงเทคโนโลยีล้ำสมัย รสนิยมร่วมสมัย และการออกแบบแห่งยุคสมัย

เรื่องราวของนาฬิการุ่นนี้ถูกถ่ายทอดอีกครั้งผ่าน Oris Star Edition รุ่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวในงาน Watches and Wonders Geneva 2026 โดยในด้านดีไซน์ยังคงยึดถือเอกลักษณ์ของรุ่นดั้งเดิมอย่างซื่อสัตย์ ตัวเรือนขนาด 35.00 มม. มาในรูปทรงถัง (barrel-shaped) พร้อมขาตัวเรือนที่ผสานเข้ากับรูปทรงโดยรวมได้อย่างกลมกลืน หน้าปัดสีเงินถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ด้วยหลักชั่วโมงทรงแท่งคู่และเข็มนาฬิกาปลายทรงสี่เหลี่ยม บนหน้าปัดเพิ่มข้อความ “Star”, “Automatic” และ “26 Jewels” ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ชวนให้นึกถึงสไตล์ยุค 1960 อย่างชัดเจน มีช่องแสดงวันที่แบบไม่สมมาตรที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และกระจก plexi crystal สไตล์วินเทจ เป็นรายละเอียดที่เติมเต็มความสมบูรณ์ เช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมสายหนังสีดำ ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งชัยชนะครั้งสำคัญของ Oris อีกครั้งหนึ่ง   

ภายในตัวเรือนบรรจุกลไกออโตเมติก Oris Calibre 733 ที่มาพร้อมพลังงานสำรอง 41 ชั่วโมง ฝาหลังสลัก Oris Shield ในสไตล์ยุค 1960 อันเป็นเอกลักษณ์ นาฬิการุ่นนี้เป็นรุ่นผลิตปกติ (non-limited) และจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม

Oris Star Edition คือการผสานความเรียบง่ายเชิงการใช้งานเข้ากับความสง่างามอย่างมีสไตล์ และยังเป็นการยกย่องหนึ่งในเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งวงการนาฬิกาสวิส

บทสัมภาษณ์ : GISBERT L. BRUNNER
A STORY FOR ALL TIME
Gisbert L. Brunner นักประวัติศาสตร์นาฬิกาและผู้เขียนหนังสือ The Watch Book Oris ได้อธิบายถึงบทบาทสำคัญของ Oris ในการผลักดันให้มีการยกเลิกกฎหมาย Swiss Watch Statute

Gisbert ขอบคุณที่สละเวลาพูดคุยกับเรา เราอยากเริ่มต้นด้วยการย้อนเล่าประวัติเล็กน้อยเกี่ยวกับชีวิตของคุณในโลกนาฬิกา ช่วยเล่าเรื่องราวนาฬิกาของคุณให้เราฟังหน่อย


ความหลงใหลในนาฬิกาข้อมือกลไกของผมเริ่มต้นขึ้นในปี 1964 ตอนอายุ 17 ปี ตอนนั้นผมหลงใหลนาฬิกาโครโนกราฟมาก ผมนำเงินทิปที่ได้ในช่วงคริสต์มาสไปซื้อนาฬิกา Heuer Carrera เรือนใหม่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ในปีถัดมา ผมได้ซื้อนาฬิกาปลุก Jaeger-LeCoultre Memovox และจากนั้นเป็นต้นมา ความหลงใหลในโลกของเรือนเวลาก็ไม่เคยหยุดลงอีกเลย

คุณค้นพบ Oris ครั้งแรกเมื่อไร
นั่นน่าจะเป็นในปี 1977 หากผมจำไม่ผิด ระหว่างที่เดินอยู่ในตลาดนัดที่ Münchner Freiheit ผมได้พบนาฬิกา Oris โครโนมิเตอร์สองเรือนที่พิเศษและหายากมาก เป็นกลไกไขลาน ผมทั้งประหลาดใจและทึ่งที่ Oris สามารถผ่านการทดสอบโครโนมิเตอร์อันเข้มงวดได้ ทั้งที่ใช้กลไก pin-lever ซึ่งถือว่าค่อนข้างเรียบง่าย แม้ว่าผมจะไม่ได้ชื่นชอบกลไก pin-lever ที่ค่อนข้างเรียบง่ายนัก แต่ผมก็ตัดสินใจซื้อนาฬิกาทั้งสองเรือนนี้ และต้องบอกว่า หลังจากผ่านการเซอร์วิสอย่างละเอียด นาฬิกาทั้งสองเรือนก็เดินได้อย่างยอดเยี่ยม

เมื่อไม่นานมานี้คุณได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ Oris ระหว่างการค้นคว้า อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณประทับใจเกี่ยวกับแบรนด์นี้
ผมหลงใหลในประวัติศาสตร์นาฬิกาสวิสมานานหลายทศวรรษ การศึกษาทั้งช่วงเวลาที่รุ่งเรืองและช่วงเวลาที่ท้าทาย รวมถึงความสำเร็จของบุคคลและแบรนด์ที่มีความมุ่งมั่น ประกอบกับการสะสมนาฬิกากลไกของผม ได้นำไปสู่การเขียนหนังสือหลายเล่มตั้งแต่ปี 1983 Oris มีความสำคัญในใจของผมมาโดยตลอด เพราะแบรนด์สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นในด้านกลไก lever escapement และยังติดอันดับผู้ผลิตนาฬิการายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ในแง่ของจำนวนการผลิต ยิ่งไปกว่านั้น Oris ยังเปรียบเสมือนตุ๊กตาล้มลุก แม้จะเผชิญกับวิกฤตหลายครั้ง แต่ก็ยังคงลุกขึ้นและเดินหน้าต่อไปเสมอ อย่าให้ความยากลำบากทำให้คุณล้มเลิก โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อ Dr Rolf Portmann และ Ulrich W. Herzog เข้าซื้อกิจการ Oris ซึ่งกำลังตกต่ำหลังวิกฤต Quartz Crisis ผ่านการทำ management buyout และนำไปสู่การฟื้นคืนชีพของแบรนด์อย่างน่าทึ่ง สโลแกน “It’s High Mech” และ Red Rotor อันเป็นเอกลักษณ์ เป็นสิ่งที่ทำให้ผมตัดสินใจซื้อนาฬิกา Oris รุ่นสมัยใหม่เรือนแรก


หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Oris คือการยกเลิกกฎหมาย Swiss Watch Statute ในปี 1965 ก่อนอื่น กฎหมายนี้คืออะไร
ผมจะพยายามอธิบายให้สั้นที่สุด! เหตุการณ์ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่มและวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ตามมา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ผู้ผลิตต้องต่อสู้อย่างหนัก บางครั้งถึงขั้นใช้กลยุทธ์ที่รุนแรง เช่น การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการตัดราคาครั้งใหญ่ เพื่อควบคุมสถานการณ์ กฎหมายเพื่อคุ้มครองและควบคุมตลาดนาฬิกาจึงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1934 กฎหมายนี้กำหนดข้อบังคับด้านใบอนุญาตอย่างเข้มงวดสำหรับการส่งออกชิ้นส่วนนาฬิกา รวมถึงการก่อตั้งบริษัท การขยายกิจการ และการปรับโครงสร้างบริษัท อีกทั้งยังมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการส่งออกกลไกนาฬิกาสวิสในรูปแบบต้นแบบ แม้ว่า Oris จะไม่ได้ทำสิ่งใดผิด แต่กลับเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก เพื่อให้สามารถผลิตนาฬิกาที่ทั้งเชื่อถือได้และมีราคาที่เข้าถึงได้ Oris จึงเลือกเชี่ยวชาญด้านกลไก pin-lever escapement ตั้งแต่ระยะแรก แต่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในครั้งนั้นกลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เป็นเวลาหลายทศวรรษ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย และแรงสนับสนุนจากกลุ่มผู้ผลิตกลไกนาฬิกาที่ใช้ Swiss lever escapement แบบดั้งเดิม ส่งผลให้การแข่งขันที่ไม่เป็นที่ต้องการถูกกำจัดออกไป และเป็นเวลากว่า 30 ปีที่ Oris ถูกจำกัดให้ต้องผลิตนาฬิกาที่ใช้กลไก pin-lever escapement เท่านั้น

แล้วกฎหมายนี้ส่งผลต่อ Oris อย่างไร
เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1950 กลไก pin-lever ไม่ได้รับความนิยมจากนักสะสมนาฬิกาที่มีความพิถีพิถันอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อผู้ผลิตรายอื่นลงโฆษณาซ้ำๆ เพื่อสร้างภาพว่ากลไกนี้แม้จะเรียบง่ายและเชื่อถือได้สูง แต่ก็เป็นเทคโนโลยีที่ด้อยกว่า กฎหมายดังกล่าวทำให้ Oris ไม่สามารถก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงกว่าในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสได้

ใช้เวลานานแค่ไหนในการยกเลิกกฎหมายนี้ และระหว่างทาง Oris ต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง
มันให้ความรู้สึกเหมือนใช้เวลานานมาก เหตุผลที่ยังคงบังคับใช้กฎหมาย watch statute ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่ออุตสาหกรรม ถูกอธิบายว่าเป็นไปเพื่อการปกป้องการจ้างงาน โดยมีการเปรียบเทียบระหว่างเสรีภาพทางเศรษฐกิจแบบไม่จำกัด กับระบบที่มีการควบคุมซึ่งช่วยให้เกิดสภาพการทำงานที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม เป้าหมายทางสังคมและการเมืองมีบทบาทเพียงเล็กน้อย จุดประสงค์หลักคือการควบคุมการผลิตและการส่งออกในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส การส่งออกนาฬิกาสำเร็จรูป กลไกสำเร็จรูป และตัวเรือนไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต แต่กลไกดิบ แบบต้นแบบ ชิ้นส่วน รวมถึงเครื่องมือและเครื่องจักรเฉพาะทาง ยังคงต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะส่งออกได้ ส่งผลให้ Oris ยังคงได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดทางกฎหมายเหล่านี้ต่อไป ในปี 1956 Oscar Herzog CEO ของ Oris (ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องทางครอบครัวกับ Ulrich W. Herzog) ได้ว่าจ้าง Dr Rolf Portmann โดยหน้าที่หลักของเขาคือการผลักดันให้มีการยกเลิกกฎหมาย watch statute ที่เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรม และเขาก็ทำหน้าที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม การผ่อนคลายข้อจำกัดเริ่มเห็นได้ชัดในปี 1961 เมื่อ Oris ได้รับอนุญาตให้เปิดตัวกลไก stone anchor calibre รุ่นแรก ภายใต้ชื่อ 482 Super และในที่สุด เป้าหมายที่ต้องการก็สำเร็จ เมื่อกฎหมาย watch statute ถูกยกเลิกในปี 1966
 
Dr Portmann มีบทบาทสำคัญมากเพียงใดในการยกเลิกกฎหมายนี้
ผมกล้าพูดได้ว่า หากปราศจากความมุ่งมั่นและการต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อของ Dr Portmann กฎหมาย Watch Statute ที่เป็นอุปสรรคนี้คงยังคงมีผลบังคับใช้อีกยาวนาน เราต้องไม่ลืมว่า ในปี 1969 เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัตินาฬิกาควอตซ์ ซึ่งนำไปสู่วิกฤตครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอุตสาหกรรมนาฬิกา หากไม่ได้เกิดเหตุการณ์นี้ กฎหมาย Watch Statute ก็คงยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไป


สิ่งนี้ส่งผลต่อ Oris อย่างไร
ก่อนอื่น วิกฤต Quartz Crisis ส่งผลกระทบต่อ Oris อย่างรุนแรง ในปี 1971 ครอบครัวผู้ก่อตั้งได้ขายโรงงานให้กับ General Watch Company ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ASUAG ด้วยมูลค่า 30 ล้านฟรังก์สวิส ทำให้ Oris กลายเป็นบริษัทในเครือเดียวกับแบรนด์นาฬิกาชั้นนำ เช่น Certina, Eterna, Longines, Mido และ Rado ในบทบาทกรรมการผู้จัดการ Dr Portmann ได้พัฒนา Oris ให้กลายเป็นแบรนด์นาฬิกาควอตซ์ชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ในตลาดระดับล่างและระดับกลาง มีกำลังการผลิตต่อปีถึง 1.2 ล้านเรือน ทั้งนาฬิกาข้อมือและนาฬิกาปลุก อย่างไรก็ตาม กาลเวลาไม่ได้หยุดเดิน การแข่งขันที่รุนแรงทำให้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 1982 Oris Watch Co. AG ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของบริษัท แต่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 1982 Dr Rolf Portmann และ Ulrich W. Herzog ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ได้เข้าถือสิทธิ์เครื่องหมายการค้า Oris และองค์กรด้านการขายไว้แล้ว หลังจากแยกออกจาก ASUAG ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกับ SSIH จนกลายเป็น SMH แนวคิดทางธุรกิจใหม่ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง และนำพาบริษัทก้าวสู่อนาคต

การยกเลิกกฎหมายนี้มีความสำคัญมากเพียงใดต่อการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสในปัจจุบัน
ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่านี้แล้วสำหรับอุตสาหกรรมนาฬิกาทั้งของสวิตเซอร์แลนด์และระดับนานาชาติ ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในขณะนั้นกำลังรอคอย Oris ในรูปแบบใหม่ ที่มีแนวคิดในการนำเสนอนาฬิกาข้อมือคุณภาพสูง เที่ยงตรง และมีราคาที่เข้าถึงได้ อีกหนึ่งเสาหลักสำคัญคือความเป็นอิสระของบริษัท ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงเวลาที่บริษัทยักษ์ใหญ่มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ความกล้าหาญทางธุรกิจและความพร้อมที่จะรับความเสี่ยง ได้สร้างบริษัทหนึ่งขึ้นมา ซึ่งหากไม่มี Oris อยู่ อุตสาหกรรมนาฬิกาก็คงขาดสิ่งสำคัญไปอย่างแน่นอน

หนึ่งปีหลังจากกฎหมายถูกยกเลิก Oris ได้เปิดตัว Oris Star นาฬิการุ่นนี้มีความสำคัญอย่างไร และมรดกที่มันฝากไว้คืออะไร
ในความเห็นของผม นาฬิการุ่นนี้เปรียบเสมือนดาวดวงใหม่ที่โดดเด่นบนท้องฟ้าแห่งโลกนาฬิกา หลังจากกฎหมายที่ Dr Portmann ต่อสู้เพื่อยกเลิกได้สิ้นสุดลง ในปัจจุบัน นาฬิการุ่นนี้ได้กลายเป็นของสะสมที่ได้รับความสนใจจากนักสะสมและผู้ชื่นชอบ Oris มากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก

คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นนาฬิกา Oris Star Edition รุ่นใหม่
ความสมบูรณ์แบบในสไตล์เรโทร Star รุ่นใหม่นี้ทำให้เรานึกถึงบทแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของ Oris มันนำดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์กลับมาอีกครั้ง และปลุกชีวิตให้กับยุคสมัยอันน่าหลงใหลในแบบของตัวเอง ผู้ที่รักนาฬิกาและชื่นชมคุณค่าทางศาสตร์แห่งเรือนเวลาและประเพณีดั้งเดิมจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในชิ้นงานแห่งประวัติศาสตร์นาฬิกาที่โดดเด่น ในราคาที่น่าสนใจ แล้วจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีก

ORIS STAR EDITION
Star Edition ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ของนาฬิกา Oris รุ่นแรกที่ใช้กลไก lever escapement พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจที่อยู่เบื้องหลังนาฬิการุ่นนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้