Last updated: 13 พ.ค. 2569 | 50 จำนวนผู้เข้าชม |
Swatch เฉลิมฉลองตำนาน Royal Oak ของ Audemars Piguet ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันนาฬิกา Bioceramic สีสันสดใสจำนวนแปดรุ่น ในรูปแบบพ็อกเก็ตวอทช์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Swatch POP
Audemars Piguet และ Swatch เปิดตัว Royal Pop คอลเลกชันนาฬิกาพลิกกรอบความคิดของวงการ ด้วยการผสมผสานพลังแห่งความสนุก ความกล้าท้าทายอย่างสร้างสรรค์ (Positive Provocation) เข้ากับศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูง คอลเลกชันที่มีชื่อว่า Royal Pop นี้ ได้แรงบันดาลใจจาก Pop Art ขบวนการศิลปะที่ยกระดับภาพจำจากวัฒนธรรมป๊อปในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นงานศิลป์ที่สดจัดจ้าน เปี่ยมพลัง และมีชีวิตชีวา Audemars Piguet และ Swatch ตัดสินใจนำเอกลักษณ์สำคัญของทั้งสองมาหลอมรวมกัน กลายเป็นพ็อกเก็ตวอทช์ดีไซน์ล้ำแปดรุ่นที่ท้าทายกรอบเดิม พร้อมให้คุณสวมใส่ได้หลากหลายรูปแบบ

การร่วมมือกันในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การคารวะตำนาน แต่คือความร่วมมือเชิง Disruptive ระหว่างสองไอคอนแห่งโลกนาฬิกาสวิส Royal Pop รับแรงบันดาลใจโดยตรงจาก Royal Oak ในตำนานของ Audemars Piguet ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 1972 และ Swatch POP อันโด่งดังแห่งยุค 80s
คอลเลกชันนี้จะเปลี่ยนวิธีที่เราสวมใส่นาฬิกาอย่างสิ้นเชิง นาฬิกาในคอลแล็บ AP×Swatch ปลดปล่อยเรือนเวลาจากข้อมือ ด้วยสายคล้องหนังลูกวัวคุณภาพสูง ตัดเย็บด้วยด้ายสีตัดกัน ให้คุณเลือกสวมใส่นาฬิกาได้อย่างอิสระและสนุกกว่าที่เคย คล้องคอ บนข้อมือ ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง คล้องกับกระเป๋าถือ หรือในแบบที่คุณนิยามเองอย่างอิสระ ด้วยความยาวสายคล้องให้เลือกถึงสามระดับ และขาตั้งแบบถอดได้ ที่เปลี่ยนนาฬิกาของคุณให้กลายเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะได้อีกด้วย


คอลเลกชันนาฬิกา Swiss-made ที่ทำจากวัสดุ Bioceramic ทั้งแปดรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก SISTEM51 นวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Swatch ซึ่งครั้งนี้มาในเวอร์ชันไขลาน (Hand-wound) ใหม่ล่าสุด พร้อมสิทธิบัตรที่ยังมีผลบังคับใช้ถึง 15 รายการ SISTEM51 นับเป็นความสำเร็จทางด้านอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เพราะเป็นกลไกจักรกล Swiss-made เพียงกลไกเดียวในโลก ที่ประกอบด้วยระบบอัตโนมัติ 100%
คุณสมบัติที่โดดเด่น ได้แก่ ความสามารถในการสำรองพลังงานนานกว่า 90 ชั่วโมง บาลานซ์สปริง Nivachron™ ที่ป้องกันสนามแม่เหล็ก และการปรับความเที่ยงตรงด้วยเลเซอร์โดยตรงจากโรงงาน เป็นที่น่าสังเกตว่าบาลานซ์สปริง Nivachron™ พัฒนาขึ้นร่วมกับ Audemars Piguet ดังนั้น จึงพบเห็นได้ในนาฬิกาหลายรุ่นของแบรนด์
และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ บางส่วนของกลไกอันงดงามนี้สามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังโปร่งใสของ Royal Pop ทั้งแปดรุ่น โดยแต่ละรุ่นมาพร้อมโทนสีเฉพาะตัว นอกเหนือจากตัวเลือกด้านสีสัน คุณยังสามารถเลือกได้ระหว่างสองเวอร์ชัน
พ็อกเก็ตวอทช์สไตล์ Lépine ที่มีเม็ดมะยมตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา แสดงเวลาแบบสองเข็มอย่างเรียบง่าย (เข็มชั่วโมงและนาที) เวอร์ชันนี้มีหกรุ่นให้เลือกพ็อกเก็ตวอทช์สไตล์ "Savonnette" ที่มีเม็ดมะยมตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา เวอร์ชันนี้มีสองรุ่นให้เลือก พร้อมหน้าปัดย่อยที่มีเข็มวินาทีขนาดเล็กตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา แต่ทำไมคอลเลกชัน Audemars Piguet×Swatch จึงมีนาฬิกาทั้งหมดแปดรุ่น? นั่นคือการคารวะขอบทั้งแปดของตัวเรือน และสกรูแปดตัวบนขอบหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Oak และแน่นอนว่าทุกรายละเอียดล้วนถูกออกแบบไว้อย่างมีความหมาย คอลเลกชัน Royal Pop จึงมาพร้อมสิทธิบัตรเพิ่มเติมอีกแปดรายการสำหรับการผลิตตัวเรือน เนื่องจากตัวเรือนของนาฬิกา Royal Oak ดั้งเดิมมีความซับซ้อนของการผสมผสานทั้งทรงแปดเหลี่ยม ทรงกลม และทรงถังเบียร์เข้าด้วยกัน ซึ่งพบได้เช่นกันในคอลเลกชัน Royal Pop


หนึ่งในสิทธิบัตรเหล่านี้คือการออกแบบ Barrel Drum (กระปุกลาน) ซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ทำหน้าที่แสดงระดับพลังงานสำรองอย่างชาญฉลาด เมื่อช่องกระปุกลานเป็นสีเทา จะมองเห็นขดสปริงลานด้านใน หมายความว่านาฬิกาต้องการการไขลาน ในทางกลับกันหากเป็นสีทองแสดงถึงขดสปริงลานที่ขดแน่นจากการไขลานอย่างสมบูรณ์ และพร้อมทำงานด้วยพลังงานที่สำรองไว้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ลวดลาย "Petite Tapisserie" (เปอติต ทาพิสเซอรี) บนหน้าปัด คืออีกหนึ่งเอกลักษณ์อันงดงามของ Royal Oak ตั้งแต่ปี 1972 โดยนาฬิกา Royal Pop ทั้งแปดรุ่นมาพร้อมดีเทลอันเป็นเอกลักษณ์นี้ของ Royal Oak ขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมพร้อมสกรูหกเหลี่ยมแปดตัว ที่แม้ว่าจะเป็นทรงแปดเหลี่ยม แต่ไม่ใช่รูปทรงเหลี่ยมแปดด้านทั่วไปเท่านั้น ความโดดเด่นของ
ขอบหน้าปัดแปดเหลี่ยมนี้ส่งเสริมด้วย
ดีเทลสกรูทรงหกเปลี่ยมทั้งแปดตัว นับเป็นองค์ประกอบที่กล้าหาญและพลิกเกมที่สุดของ Royal Oak ในปี 1972 คอลเลกชัน Royal Pop รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวนี้สู่โมเดลสีขาว รุ่น HUIT BLANC ถ่ายทอดผ่านดีเทลสกรูทั้งแปดตัวในแปดสีสันแตกต่างกัน ทุกเรือนในคอลเลกชันนี้ สกรูทั้งแปดตัวบนแปดเหลี่ยมของขอบหน้าปัด รวมถึงบนด้านหลังของตัวเรือนยึดเข้ากับตัวเรือนอย่างถาวร

รายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ ของคอลเลกชัน Royal Pop ยังรวมถึง ลวดลายการขัดซาตินในแนวตั้งบนขอบหน้าปัดและด้านหลังของตัวเรือน ซึ่งสะท้อนถึงงานตกแต่งดั้งเดิมของ Royal Oak หน้าปัดได้รับการตกแต่งเป็นเอฟเฟกต์ "Tapisserie" อย่างประณีต ฝาหลังของกลไกพิมพ์ลวดลายด้วยระบบดิจิทัล ตัวเรือน เม็ดมะยม และจุดยึดสายคล้อง ผลิตจาก Bioceramic เข็มชั่วโมง เข็มนาที และหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เกรด A เพื่อการอ่านเวลาในที่มืดอย่างคมชัด
ทุกเรือนในคอลเลกชันนี้ยังมาพร้อม คริสตัลแซฟไฟร์ ทั้งด้านหน้าและหลังตัวเรือน โดยฝาหลังใช้การพิมพ์แพดที่มีโลโก้ Royal Pop คริสตัลแซฟไฟร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังตัวเรือนทนรอยขีดข่วนได้มากเป็นพิเศษ และยังเคลือบสารกันแสงสะท้อนอีกด้วย ความโดดเด่นของ Bioceramic วัสดุซึ่งประกอบด้วยผงเซรามิกสองในสามส่วน และวัสดุ Biosourced จากน้ำมันละหุ่งอีกหนึ่งในสามส่วน ให้ความแข็งแกร่งพร้อมผิวสัมผัสที่เนียนละเอียด ซึ่งคุณต้องสัมผัสด้วยตัวเองจึงจะเข้าใจ โลโก้ของคอลแล็บ Audemars Piguet×Swatch อยู่บริเวณหน้าปัดและเม็ดมะยม ตัวเรือนนาฬิกาประกอบยึดติดกับคลิปและถอดออกได้ตามต้องการ คุณจะได้ยินเสียงคลิ๊กในขั้นตอนนี้ซึ่งเป็นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชันนี้ด้วย
Audemars Piguet×Swatch วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไปที่ร้าน Swatch สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น ค้นหาสาขาที่ใกล้คุณในเมนู 'ค้นหาร้านค้า' บน swatch.com และเช่นเดียวกับผลงานคอลแล็บอื่นๆ ของ Swatch ขอสงวนสิทธิ์ในการซื้อ 1 เรือน/ 1 สาขาที่ร่วมรายการ/ 1 คน/ 1 วันเท่านั้น

เกี่ยวกับ SWATCH
การสร้างแรงบันดาลใจและความสุขในการใช้ชีวิตจากสวิสเซอร์แลนด์ Swatch เขย่าวงการนาฬิกาข้อมือมานับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1983 Swatch สะดุดตาด้วยการออกแบบที่โดดเด่นอันสะท้อนถึงความทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้น จึงครองฐานะผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำและเป็นแบรนด์ที่เป็นที่ต้องการที่สุดในโลก ทั้งนี้ยังคงรักษาตัวตนอันแท้จริงไว้อยู่เสมอ ช่างฝีมือผู้ประดิษฐ์นาฬิกายังคงสร้างความประหลาดใจอยู่เสมอ ไม่ว่าจะด้วยการเปิดตัวรุ่นนาฬิกาใหม่หรือคอลเลกชันพิเศษ วิวัฒนาการที่ Swatch คิดค้นและทำงานสามารถพิสูจน์ได้จากความร่วมมือกับการแข่งขันกีฬาแอ็คชั่นต่างๆ เช่น BMX สเกตบอร์ด และกระดานโต้คลื่น หรือ Swatch Art Peace Hotel ในเซี่ยงไฮ้ แหล่งรวมศิลปินผู้หลงใหลในงานศิลปะเช่นเดียวกันกับแบรนด์เราจากทั่วโลก
12 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
13 พ.ค. 2569
12 พ.ค. 2569