LOUIS VUITTON Color Blossom Fine Jewelry collection

Last updated: 15 พ.ค. 2569  |  32 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LOUIS VUITTON Color Blossom Fine Jewelry collection

เมื่อคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง Color Blossom ของ Louis Vuitton ขยายอาณาจักรแห่งการสร้างสรรค์ในปี 2026 เครื่องประดับที่สามารถบอกเวลาได้ก็เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกเช่นกัน กับ Color Blossom Watch ถ่ายทอดผ่านแคมเปญระดับโลกที่นำเสนอโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมซง Ana de Armas

ต่อยอดจากการเปิดตัวผลงานใหม่มากมายในคอลเลกชัน Color Blossom ของ Louis Vuitton ปีนี้ เมซงได้เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่เพื่อเติมเต็มไลน์เครื่องประดับชั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์นี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เครื่องบอกเวลารุ่นใหม่นำเอกลักษณ์การออกแบบของคอลเลกชันมาถ่ายทอดผ่าน Monogram Flower ในรูปแบบที่เต็มไปด้วยสีสัน สนุกสนาน และเปี่ยมชีวิตชีวา ด้วยการจับคู่เฉดสีอันโดดเด่น พร้อมอัญมณีหลากชนิดที่ถูกแกะสลักให้มีเส้นสายโค้งมนอย่างละเอียดอ่อนและมิติที่งดงาม การผสานศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาเข้ากับงานจิวเวลรีชั้นสูง ยิ่งช่วยยกระดับคอลเลกชันนี้ให้ก้าวไปอีกขั้น พร้อมนำเสนอวิธีใหม่ๆ ในการสวมใส่และมิกซ์แอนด์แมตช์ผลงานอันเป็นสัญลักษณ์ของเมซง คอลเลกชันล่าสุดยังได้รับการถ่ายทอดผ่านแคมเปญระดับโลกที่นำแสดงโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมซง Ana de Armas ซึ่งถูกบันทึกภาพโดยคู่ช่างภาพชื่อดัง Inez & Vinoodh คอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง Color Blossom เปิดตัวครั้งแรกเมื่อกว่าทศวรรษก่อน และปัจจุบันได้ขยายสู่ผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งแหวน จี้ สร้อยข้อมือ และต่างหู โดยมีตัวเลือกวัสดุและอัญมณีถึงเจ็ดรูปแบบ ได้แก่ มุกสีขาว มุกสีชมพู โอนิกซ์ มาลาไคต์ คาร์เนเลียน อเมซอนไนต์ และโซดาไลต์

แรงบันดาลใจของงานออกแบบทั้งหมดมาจากลวดลาย LV Monogram Flower ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Monogram Canvas อันเป็นสัญลักษณ์ระดับตำนานของ Louis Vuitton ที่ในปีนี้ครบรอบ 130 ปีพอดี ลวดลายดังกล่าวถูกสร้างสรรค์ขึ้นครั้งแรกในปี 1896 โดย Georges Vuitton เพื่อสดุดีบิดาของเขา Louis Vuitton โดยได้รับอิทธิพลจากแนวคิดทางศิลปะและขบวนการสร้างสรรค์ในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานตกแต่งแบบนีโอโกธิกหรือกระแส Japonisme ที่หลงใหลศิลปะญี่ปุ่น จนกลายเป็นลวดลายที่สะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมเหนือกาลเวลา

อีกหนึ่งการตีความใหม่ของลวดลาย Monogram ได้ถือกำเนิดขึ้นผ่านการเปิดตัวนาฬิกา Color Blossom รุ่นใหม่ ซึ่งมาพร้อมตัวเรือนขนาด 26 มิลลิเมตรในรูปทรง Monogram Flower คล้ายดวงอาทิตย์ โดยมีทั้งหมด 4 เวอร์ชันให้เลือก รุ่นแรกจับคู่หน้าปัดมุกสีขาวเข้ากับตัวเรือนสเตนเลสสตีล ซึ่งถือเป็นวัสดุใหม่สำหรับคอลเลกชันนี้ พร้อมสายสีเบจอ่อนที่ช่วยสร้างลุคโทนสีเรียบละมุนและสง่างาม อีกหนึ่งรุ่นสะท้อนจิตวิญญาณแห่งสีสันอันโดดเด่นของคอลเลกชัน ผ่านหน้าปัดมุกสีขาวที่แต่งแต้มเฉดชมพู จับคู่กับตัวเรือนพิงก์โกลด์และสายสีบลัชพิงก์อย่างลงตัว ขณะที่รุ่นที่โดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่ง มาพร้อมหน้าปัดอเมซอนไนต์สีเทอร์ควอยซ์ จับคู่กับตัวเรือนเยลโลว์โกลด์และสายหนังสีเดียวกัน สร้างบุคลิกที่สดใสและเปี่ยมสไตล์ ส่วนรุ่นไฮจิวเวลรีถูกประดับเพชรรวมเกือบ 1 กะรัต รายล้อมหน้าปัดมุกสีขาวและตัวเรือนพิงก์โกลด์ พร้อมสายสีน้ำตาลอ่อนที่ช่วยเติมความสง่างามและความประณีตให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดย Matthieu Hegi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ La Fabrique du Temps Louis Vuitton กล่าวว่า แนวคิดสำคัญคือการสร้าง “นาฬิกาจิวเวลรีที่สมบูรณ์แบบ” เพื่อเติมเต็มซิลูเอตของคอลเลกชันเดิมให้ครบถ้วน “เราต้องการตีความคอลเลกชันเครื่องประดับอันเป็นไอคอนขึ้นใหม่ ผ่านเครื่องบอกเวลาสำหรับสุภาพสตรีที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแบบจิวเวลรี” เขากล่าว “ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดมุก หน้าปัดฮาร์ดสโตน หรือตัวเรือนประดับเพชร ทุกองค์ประกอบล้วนมีความล้ำค่าโดยธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนตัวตนของคอลเลกชัน Color Blossom ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”


หยั่งรากอยู่ในดีเอ็นเอของ Louis Vuitton
สง่างามและเปี่ยมความเป็นเฟมินีน นาฬิกาจิวเวลรีรุ่นใหม่นี้สะท้อนจิตวิญญาณของคอลเลกชันเครื่องประดับ Color Blossom ได้อย่างชัดเจน พร้อมถ่ายทอดรหัสการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซงไว้อย่างครบถ้วน ตัวเรือนซึ่งรังสรรค์ขึ้นทั้งในเวอร์ชันทองคำและสเตนเลสสตีล ถูกออกแบบในรูปทรง Monogram Flower คล้ายดวงอาทิตย์ พร้อมพื้นผิวขัดเงาด้วยมือในลักษณะโค้งมนคล้ายก้อนกรวด ถ่ายทอดเส้นสายอันอ่อนช้อยที่เป็นเอกลักษณ์ของอัญมณีในคอลเลกชัน Color Blossom พร้อมกระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งที่ได้รับการเจียระไนขึ้นตามรูปทรง Monogram Flower อย่างประณีต ช่วยเติมเต็มซิลูเอตของตัวเรือนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขณะที่เม็ดมะยมทรงดอกไม้ทำหน้าที่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่แฝงความละเมียดละไม ส่วนหมุดขนาดจิ๋วบริเวณกึ่งกลางเข็มนาฬิกา ก็เป็นการอ้างอิงถึงมรดกด้านการทำหีบเดินทางอันเลื่องชื่อของ Louis Vuitton เช่นเดียวกับเครื่องประดับ Color Blossom หน้าปัดอัญมณีแต่ละแบบได้รับการสร้างสรรค์จากหินโค้งมน จนเกิดพื้นผิวที่นูนโค้งอย่างอ่อนโยนและมีมิติ กลีบดอกไม้แต่ละกลีบลาดเอียงเข้าสู่หมุดตรงกลางในสไตล์ตะปู สร้างความรู้สึกลุ่มลึก นูนต่ำ และมิติอันละเอียดอ่อน รายละเอียดเหล่านี้ยังช่วยก่อให้เกิดการเล่นแสงและเงาสะท้อนอย่างงดงาม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของคอลเลกชัน Color Blossom อีกด้วย

ความเชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์นาฬิกาของ La Fabrique du Temps Louis Vuitton ยังถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดบนหน้าปัด โดยเฉพาะลวดลาย minute track แบบรางรถไฟที่โดดเด่นด้วยงานกราฟิกโทนสีเดียวกันอย่างประณีต รายละเอียดนี้ถูกประทับลงบนพื้นผิวหน้าปัดโดยตรง ซึ่งนับเป็นความท้าทายทางเทคนิคอย่างมาก เนื่องจากหน้าปัดผลิตจากวัสดุที่บอบบาง ไม่ว่าจะเป็นมุกหรืออเมซอนไนต์ การปั๊มลวดลายลงบนอัญมณีเหล่านี้จึงต้องอาศัยการคำนวณแรงกดอย่างแม่นยำ เพื่อให้เหมาะสมกับความเปราะบางของวัสดุแต่ละชนิด ความซับซ้อนยิ่งเพิ่มขึ้นจากความบางเป็นพิเศษของหน้าปัด ซึ่งตลอดกระบวนการผลิตล้วนมีความเสี่ยงต่อการแตกร้าวอยู่เสมอ

Matthieu Hegi อธิบายว่า “เพื่อขับเน้นการแสดงเวลาและช่วยให้อ่านเวลาได้ง่ายขึ้น เราจึงเพิ่ม minute track แบบรางรถไฟที่แสนละเอียดอ่อนนี้ลงไป โดยแทบกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับหน้าปัด ลวดลายดังกล่าวยังต่อเนื่องมาจากรูปทรงดอกไม้ของตัวเรือน ก่อให้เกิดรูปทรงดอกไม้ซ้อนอีกชั้นสำหรับการอ่านเวลา และยิ่งช่วยขับเน้นจิตวิญญาณของ Blossom ให้เด่นชัดขึ้น” เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์แบบปารีเซียงของเมซง ควบคู่ไปกับศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาสวิส บนหน้าปัดยังประทับข้อความ “Louis Vuitton Paris” และ “Swiss Made” เอาไว้อย่างสง่างามอีกด้วย


งานฝีมือแห่ง Monogram Flower และศาสตร์ของอัญมณี
หน้าปัดรุ่นใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นจากมุกหรืออเมซอนไนต์ ยังคงสะท้อนงานจิวเวลรีชั้นสูงอันประณีตของคอลเลกชัน Color Blossom ได้อย่างชัดเจน การคัดเลือกอัญมณีสำหรับหน้าปัดดำเนินไปภายใต้มาตรฐานเดียวกับงานเครื่องประดับของ Louis Vuitton โดยเลือกใช้เฉพาะอัญมณีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้น มุกเป็นอัญมณีอินทรีย์ที่ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติภายในเปลือกหอย ถูกเลือกใช้จากคุณสมบัติด้านประกายเหลือบแสงอันงดงาม พร้อมสื่อถึงความอ่อนโยน ความเป็นเฟมินีน และการปกป้องคุ้มครอง โดยเมซงเลือกใช้เฉพาะมุกสีขาวจากออสเตรเลียระดับ 3A ซึ่งถือเป็นเกรดสูงสุดเท่านั้น ขณะเดียวกัน อเมซอนไนต์ก็ถูกเลือกด้วยเหตุผลเชิงสัญลักษณ์เช่นกัน อัญมณีสีฟ้าอมเขียวชนิดนี้มอบความรู้สึกสงบ แต่ในขณะเดียวกันก็เปล่งประกายอย่างมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องอิสรภาพและความกล้าหาญ ซึ่งสอดคล้องกับจิตวิญญาณของ Louis Vuitton อย่างลงตัว เช่นเดียวกับเครื่องประดับ Color Blossom อเมซอนไนต์ที่ใช้ในนาฬิกาทั้งหมดมาจากประเทศบราซิลเท่านั้น แหล่งอัญมณีที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพระดับสูงและเฉดสีอันบริสุทธิ์สม่ำเสมอ ในขณะที่มุกเป็นอัญมณีจากธรรมชาติอินทรีย์ อเมซอนไนต์กลับเป็นอัญมณีประเภทแร่ธาตุ การค้นหาอเมซอนไนต์จากบราซิลที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานของเมซงจึงกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ใช้เวลาหลายปีในการสรรหา หินล้ำค่าทุกก้อนต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกอันเข้มงวดของเมซง ซึ่งในอีกมุมหนึ่งก็เปรียบเสมือนการสะท้อนปรัชญา Art of Travel ของ Louis Vuitton ทั้งในด้านการเดินทาง การสำรวจ และความกล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างไร้ขอบเขต

อัญมณีทุกชิ้นในคอลเลกชันยังต้องผ่านมาตรฐานอันเข้มงวดในด้านความโปร่งใสและประกายแสง เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอหลังผ่านการเจียระไนและประกอบเข้ากับตัวเรือน อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกอัญมณียังคงเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยสายตาและความชำนาญของมนุษย์อย่างแท้จริง

ช่างผู้เชี่ยวชาญต้องพิจารณาความแตกต่างอันละเอียดอ่อนของเฉดสีในอัญมณีแต่ละก้อน เพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และความงดงามตามธรรมชาติของวัสดุ โดยเฉพาะลวดลายเส้นแร่ของอเมซอนไนต์ที่ได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ ทีมอัญมณีของ Louis Vuitton จะตรวจสอบหินดิบแต่ละก้อนอย่างละเอียด เพื่อค้นหาเฉดสีแร่ที่สะท้อนดีเอ็นเอของเมซงได้อย่างสมบูรณ์แบบ อเมซอนไนต์ถือเป็นอัญมณีที่พบได้ไม่บ่อยนักในงานจิวเวลรีร่วมสมัย แต่กลับเปล่งประกายด้วยความสดใหม่และพลังงานเฉพาะตัว ซึ่งเข้ากันได้อย่างงดงามเมื่อสวมคู่กับเครื่องประดับ Color Blossom จากนั้นจึงเข้าสู่ความท้าทายทางเทคนิคในการเจียระไนอัญมณีให้กลายเป็นหน้าปัดที่บางเป็นพิเศษ โดยมีความหนาเพียง 0.3 ถึง 0.6 มิลลิเมตร หรือประมาณหนึ่งในสามของความหนาอัญมณีที่ใช้ในเครื่องประดับ Color Blossom แต่ยังคงรักษาความสมบูรณ์ของเนื้อหินเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่ง หลังจากตัดแผ่นหินแล้ว เครื่องจักรความแม่นยำสูงจะถูกนำมาใช้เพื่อขึ้นรูปและดัดโค้งอัญมณีอย่างประณีต จนเกิดพื้นผิวโค้งมนและประกายแสงอันเป็นเอกลักษณ์เดียวกับที่พบในเครื่องประดับ Color Blossom ขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ได้พื้นผิวที่เรียบลื่นและเงางามสมบูรณ์แบบ พร้อมขับเน้นมิติอันละเอียดอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ หน้าปัดแต่ละชิ้นจะถูกขัดเงาด้วยมือภายใน La Fabrique des Arts


หน้าปัดรุ่นใหม่เหล่านี้ยังสะท้อนแนวทางการสร้างสรรค์จิวเวลรีของ Louis Vuitton ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และให้ความสำคัญกับความสวมใส่ง่ายรวมถึงความหลากหลายในการสไตลิ่ง ซึ่งถือเป็นหัวใจของคอลเลกชัน Color Blossom มุกสีขาวถูกจับคู่กับตัวเรือนสเตนเลสสตีลเป็นครั้งแรกในคอลเลกชัน พร้อมสายสีเบจอ่อนที่ช่วยสร้างโทนสีละมุนอ่อนโยน และเข้ากันได้อย่างงดงามกับเครื่องประดับโรสโกลด์ในคอลเลกชัน อีกหนึ่งรุ่นมาในลุคสีชมพูพาวเดอร์ ด้วยตัวเรือนพิงก์โกลด์และสายสีชมพูอ่อน โดยหน้าปัดมุกสีขาวซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามุกที่ใช้ในเครื่องประดับ Color Blossom อย่างมาก ถูกตกแต่งด้วยเทคนิคพิเศษ ผ่านการลงสีชมพูด้วยมือบริเวณด้านหลังหน้าปัด เพื่อสร้างเฉดสีชมพูอ่อนละมุนที่เมซงใช้เวลาวิจัยและพัฒนาภายในอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้โทนสีที่สมบูรณ์แบบที่สุด ผลลัพธ์คือหน้าปัดสีชมพูที่ยังคงเผยประกายเหลือบแสงและความสว่างเรืองรองตามธรรมชาติของมุกสีขาว ขณะเดียวกันก็สามารถจับคู่ได้อย่างลงตัวกับเครื่องประดับ Color Blossom รุ่นมุกสีชมพู อีกทั้งชั้นสีที่เพิ่มเข้ามายังช่วยปกปิดกลไกควอตซ์ภายในได้อย่างแนบเนียน และท้ายที่สุด เพื่อสะท้อนหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของคอลเลกชัน Color Blossom ปีนี้ เมซงยังเผยโฉมนาฬิการุ่นประดับเพชรแบบพาเว่ ซึ่งประดับเพชรเจียระไนทรงบริลเลียนต์จำนวน 103 เม็ด รวมน้ำหนัก 0.91 กะรัต ในรูปแบบ Snow Setting เปล่งประกายระยิบระยับเหนือหน้าปัดมุกสีขาวและตัวเรือนพิงก์โกลด์อย่างสง่างาม

โอบรับจิตวิญญาณอันสนุกสนานของคอลเลกชัน Color Blossom ผ่านเฉดสีสดใสแบบป๊อปคัลเลอร์ พร้อมถ่ายทอดซิลูเอต Monogram Flower อันอ่อนโยน เฟมินีน และมีมิติราวงานประติมากรรม นาฬิกา Color Blossom รุ่นใหม่นี้จึงเป็นผลงานที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างโลกของจิวเวลรีและศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในฐานะ “bijou” หรือเครื่องประดับ Color Blossom ที่สามารถบอกเวลาได้ ผลงานชิ้นนี้ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์และสร้างสไตล์ในแบบของตัวเองเช่นเคย พร้อมเปิดบทใหม่ล่าสุดของคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูงอันเป็นสัญลักษณ์ของ Louis Vuitton ที่ยังคงพัฒนาและตีความใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยแคมเปญ Color Blossom ซึ่งนำแสดงโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมซง Ana de Armas จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤษภาคม ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์และแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วโลก

เกี่ยวกับ Responsible Jewellery Council
Louis Vuitton ได้รับการรับรองจาก Responsible Jewellery Council หรือ RJC ซึ่งยืนยันถึงการดำเนินงานตามหลักจริยธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนที่องค์กรกำหนดไว้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน โลหะมีค่ารวมถึงเพชรทั้งหมดที่ใช้ในคอลเลกชันเครื่องประดับและนาฬิกาของเมซง ล้วนจัดหาจากพันธมิตรที่ผ่านการรับรองจาก RJC เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ เพชรของ Louis Vuitton ยังได้รับการจัดซื้อจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนความขัดแย้งทางอาวุธ โดยเป็นไปตามมติขององค์การสหประชาชาติและกฎหมายระดับประเทศที่เกี่ยวข้อง เมซงยังรับประกันว่าเพชรทั้งหมดเป็น “Conflict Free” พร้อมยืนยันการปฏิบัติตามแนวทาง WDC SoW (World Diamond Council System of Warranties Guidelines) อย่างเคร่งครัดอีกด้วย

เกี่ยวกับ Louis Vuitton
นับตั้งแต่ปี 1854 Louis Vuitton ได้สร้างสรรค์ผลงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สู่สายตาชาวโลก ผ่านการผสานนวัตกรรมเข้ากับสไตล์อย่างลงตัว โดยยึดมั่นในคุณภาพระดับสูงสุดควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ จนถึงปัจจุบัน เมซงยังคงซื่อสัตย์ต่อจิตวิญญาณของผู้ก่อตั้ง Louis Vuitton ผู้ให้กำเนิดแนวคิด “Art of Travel” ผ่านการสร้างสรรค์หีบเดินทาง กระเป๋า และแอ็กเซสซอรีที่ผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความสง่างาม และการใช้งานจริงเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ นับจากนั้น ความกล้าที่จะก้าวข้ามกรอบเดิมได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่หล่อหลอมเรื่องราวของ Louis Vuitton มาโดยตลอด ด้วยการยึดมั่นในมรดกของตนเอง เมซงได้เปิดประตูสู่ความร่วมมือกับสถาปนิก ศิลปิน และนักออกแบบจากหลากหลายแขนงตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมขยายจักรวาลแห่งการสร้างสรรค์สู่หลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า Ready-to-Wear รองเท้า แอ็กเซสซอรี นาฬิกา เครื่องประดับ ความงาม และน้ำหอม ผลงานทุกชิ้นที่ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Louis Vuitton ต่อศิลปะแห่งงานฝีมือชั้นสูงอย่างแท้จริง

For further information: www.louisvuitton.com

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้