RICHARD MILLE RM HJ-01

Last updated: 15 พ.ค. 2569  |  38 จำนวนผู้เข้าชม  | 

RICHARD MILLE RM HJ-01

• วิจิตรศิลป์แขนงแรกที่ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) เลือกศึกษาอย่างลึกซึ้ง
• ความสมดุลแห่งสุนทรียภาพที่หลอมรวมอารมณ์ความรู้สึก, ทักษะงานช่างชั้นสูง (Savoir- faire) และนวัตกรรมล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
• เวิร์กชอปฝังอัญมณีภายในศูนย์ปฏิบัติการของแบรนด์ ที่จัดสรรเป็นพิเศษเพื่อขยายขอบเขตแห่งศาสตร์และศิลป์

ตลอดช่วงประวัติศาสตร์ เพชรและอัญมณีล้ำค่าหลากสีสัน ได้ถูกนํามาใช้ประดับตกแต่งทั้ง เครื่องประดับและนาฬิกาอย่างวิจิตร ที่ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) ศิลปะการฝังอัญมณีได้รับการ ขับเคลื่อนด้วยการแสวงหาความงดงาม ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค และการสะท้อนอารมณ์อย่างลึกซึ้ง อัญมณีจึงไม่ใช่เพียงของประดับตกแต่ง แต่เป็นองค์ประกอบสําคัญของเรือนเวลา เทียบเท่ากับการ ออกแบบตัวเรือน วัสดุ หรือสถาปัตยกรรมกลไกนาฬิกา

อัญมณีล้ำค่าและหินประดับถูกนํามาเรียงร้อยเพื่อปรับเปลี่ยนเส้นสายอันเรียบง่ายของตัวเรือน ให้กลายเป็นกลุ่มดาวในจินตนาการ หรือถักทอเป็นรูปลักษณ์ของเครื่องรางนําโชค สรรพสัตว์ หรือ สัญลักษณ์อันเปี่ยมความหมาย ในบางครั้งอัญมณีเหล่านี้ยังแทรกซึมเข้าไปถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายใน

กลไก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของสถาปัตยกรรมเรือนเวลา นาฬิกาจึงกลายเป็นผลงานศิลปะอันทรงพลัง ก่อกําเนิดขึ้นจากการหลอดรวมอย่างเหนือชั้นของความคิดสร้างสรรค์ อัญมณีเลอค่า และวัสดุล้ำสมัยที่ไม่เหมือนใคร


20 ปีแห่งการผจญภัยที่สร้างสรรค์และการสํารวจเชิงวิศวกรรมอันท้าทาย
ในฐานะงานวิจิตรศิลป์แขนงแรกที่ริชาร์ด มิลล์ เลือกศึกษาอย่างลึกซึ้ง ศิลปะการฝังอัญมณีได้สะท้อน ถึงแนวคิดการรังสรรค์ผลงานแบบองค์รวมของแบรนด์ที่มุ่งสะกดสายตาผู้หลงใหลเรือนเวลารวมถึงเหล่านักสะสมผู้แสวงหาผลงานที่มีเอกลักษณ์ไร้ข้อจํากัด นับตั้งแต่การเปิดตัวรุ่น RM 007 ในปี 2005 แบรนด์ได้สํารวจศักยภาพเชิงสร้างสรรค์ของศาสตร์การฝังอัญมณี โดยเฉพาะในด้านเทคนิคการฝัง แบบจิกไข่ปลา (Bead Setting) และการฝังแบบไร้หนาม (Invisible Setting) ที่เลื่องชื่อ

รูปทรงเรขาคณิตอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของริชาร์ด มิลล์ ถือเป็นปราการด่านแรกที่ท้าทายฝีมือ ของช่างฝังอัญมณีอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนทรงตอนโน (Tonneau), ทรงกลม หรือทรง สี่เหลี่ยมผืนผ้า เส้นสายที่มีความโค้งมนและโครงสร้างเสาค้ำ (Pillars) อันซับซ้อน ล้วนต้องอาศัยทักษะ ความรู้ความชํานาญขั้นสูง และงานฝีมือที่ประณีตบรรจงอย่างไร้ที่ติ ช่างผู้ชํานาญการต้องแกะสลักช่อง วางอัญมณีด้วยความแม่นยําสูงสุด เพื่อให้พอดีกับขนาดของอัญมณีแต่ละเม็ด จนเกิดเป็นผลงานการ ฝังอัญมณีที่ช่วยขับเน้นทุกส่วนโค้งเว้าของตัวเรือนให้ส่องประกายระยิบระยับล้อไปกับแสงไฟอย่างงดงาม

แม้ในช่วงเวลานั้น อัญมณีได้สถาปนาตนเองไว้ ณ พื้นที่ใจกลางกลไกของเรือนเวลาได้อย่างสง่างาม ด้วยการตอกย้ำบทบาทในฐานะองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ช่วยจุดประกายอารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อน ซึ่งเกิดจากการจับคู่วัสดุและสีสันที่เหนือความคาดหมาย อย่างเพชรกับหินประดับ ทองคํากับไทเทเนียม และอีกมากมาย ในปี 2008 เรือนเวลารุ่น RM 018 Tourbillon Boucheron ได้เผยให้เห็น ถึงจุดยืนอันกล้าหาญนี้ ด้วยการนําอัญมณีล้ำค่ามาสร้างสรรค์เป็นล้อเฟือง ซึ่งถือเป็นชัยชนะเหนือขีดจํากัดของทักษะช่างชั้นสูงที่ต้องใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนานานกว่า 4 ปี และในปีถัดมา รุ่น RM 019 Tourbillon ก็ได้ตอกย้ำถึงการประสานพลังครั้งใหม่ระหว่างเทคนิคการทํานาฬิกาและจิวเวลรี่ด้วยแผ่นฐานกลไกที่สลักขึ้นจากแบล็กโอนิกซ์ ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่ละเอียดอ่อนและท้าทายอย่างยิ่ง ทว่าแบรนด์ก็สามารถทําได้สําเร็จอย่างน่าอัศจรรย์

นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา แบรนด์ได้ปลดปล่อยศักยภาพแห่งความคิดสร้างสรรค์ให้โลดแล่นอย่างเป็นอิสระ ต่อยอดและประยุกต์ภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับวัสดุเชิงเทคนิคที่ขึ้นชื่อว่าท้าทายอย่างยิ่ง การเข้ารับตําแหน่งของ เซซีล เกอนาต์ (Cécile Guenat) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายออกแบบและพัฒนา (Head of Design and Development) ถือเป็นปฐมบทที่นําไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมด้วยพลังและ การแสดงออกที่ชัดเจนกว่าที่เคย ในฐานะบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบแห่งเจนีวา (HEAD) เซซีล เกอนาต์ ได้ก้าวข้ามพรมแดนระหว่างโลกแห่งศิลปะการทํานาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และเครื่องประดับชั้นสูง (Fine Jewellery) อย่างสมบูรณ์แบบ อัญมณีเลอค่าเหล่านั้น จึงเปรียบได้กับรูปทรงและวัสดุต่าง ๆ ในพจนานุกรมศิลปะของเธอ ที่ค่อยๆ เข้ามาแต่งแต้มความเปล่ง ประกายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนให้กับวัสดุอย่าง Carbon TPT®, เซรามิกล้ําสมัย หรือแม้แต่บนพื้นผิวของแซฟไฟร์เองก็ตาม

การหลอมรวมศิลปะหลากหลายแขนงเข้ากับความร่วมสมัยอย่างเหนียวแน่นนี้ ได้รับการพิสูจน์ผ่าน ผลงานรุ่น RM 71-01 Talisman Automatic Tourbillon (กลไกอินเฮาส์ตูร์บิยองอัตโนมัติรุ่นแรกของริชาร์ด มิลล์) และรุ่น RM 07-02 Sapphire Automatic ที่ตัวเรือนทั้งหมดรังสรรค์ขึ้นจากแซฟไฟร์สีชมพูอย่างวิจิตร ขณะที่รุ่น RM 71-02 Talisman Tourbillon นั้นเปรียบเสมือนแถลงการณ์แห่งความสร้างสรรค์ ถ่ายทอดพลังและเสน่ห์อันเย้ายวนของยุคดิสโก้แห่งทศวรรษ 1970 ผ่านความเจิดจรัสของอัญมณีล้ำค่านานาชนิดที่ร้อยเรียงกันอย่างตระการตา

นํามาซึ่งผลงานที่เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอันแน่วแน่ ความมีชีวิตชีวา และจิตวิญญาณแห่งการปฏิวัติ นําไปสู่รากฐานใหม่ พร้อมการเปิดตัวรุ่น RM HJ-01 ปฐมบทสําคัญของคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง (Haute Joaillerie) ของริชาร์ด มิลล์ เรือนเวลารุ่นนี้ได้ก้าวข้ามพรมแดนระหว่างโลกแห่งอัญมณีชั้นสูง แบบดั้งเดิม วิจิตรศิลป์ และศาสตร์แห่งเรือนเวลาชั้นสูงอย่างไร้ข้อกังขา เรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้ง 4 แบบ ในคอลเลกชันนี้ ได้นําแนวคิดตัวเรือนทรงตอนโนมาตีความใหม่ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวใน โทนสีที่โดดเด่นสะดุดตา ไม่ว่าจะเป็นทับทิม, ไพลิน, แซฟไฟร์สีม่วง และมรกต ต่างเข้ามาเติมเต็มซึ่งกัน และกัน ด้วยเทคนิคการฝังอัญมณีที่หลากหลาย ตั้งแต่การฝังที่ขอบตัวเรือน การฝังแบบจิกไข่ปลา (Bead setting) ไปจนถึงการฝังแบบโปรยหิมะ (Snow settings) อันตระการตา

ปลดปล่อยจินตนาการและทําในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริงด้วยอัจฉริยภาพทางวิศวกรรม 
ที่ริชาร์ด มิลล์ ความคิดสร้างสรรค์คือแรงขับเคลื่อนสําคัญของนวัตกรรม ในขณะที่เทคโนโลยีถูกนํามาใช้อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อแสวงหาความงามอันเป็นที่สุด กระบวนการฝังอัญมณีนั้นทวีความซับซ้อน ยิ่งขึ้นเมื่อต้องทํางานบนวัสดุทางเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Carbon TPT®, แซฟไฟร์ หรือเซรามิก

ประสบการณ์ทางเทคนิคในการแปรรูปวัสดุเหล่านี้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทําให้แบรนด์สามารถคิดค้น เทคนิคการฝังอัญมณีรูปแบบใหม่ขึ้นมาได้ โดยการใช้เครื่องจักร CNC (หรือเลเซอร์ สําหรับวัสดุ แซฟไฟร์) เพื่อเจาะช่องวางอัญมณีขนาดเล็กจิ๋วที่มีค่าความคลาดเคลื่อนเพียงแค่ไมครอนเดียวเท่านั้นจากนั้นช่างฝังอัญมณีจึงจะบรรจงติดตั้งขาตั้งทองคําขนาดเล็กพิเศษ เพื่อใช้สําหรับยึดอัญมณีแต่ละชิ้นเข้ากับตัวเรือนอย่างแน่นหนา

การเปิดตัวเวิร์กชอปฝังอัญมณีภายในศูนย์ปฏิบัติการของแบรนด์ ในเดือนมิถุนายน ปี 2019 สะท้อน ถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของแบรนด์อย่างชัดเจน ที่จะเดินหน้าทลายขีดจํากัดของงานช่างศิลป์ชั้นสูงที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งต่อยอดองค์ความรู้เพื่อก้าวข้ามขีดจํากัดทางเทคนิค และ ขยายขอบเขตสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้