Last updated: 21 พ.ค. 2569 | 49 จำนวนผู้เข้าชม |
ORIENT STAR (โอเรียนท์สตาร์) จารึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 75 ปีแห่งการก่อตั้ง ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านวิศวกรรมเรือนเวลาชั้นสูงสัญชาติญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1951 ประกาศเปิดตัว ‘The World's First Concept Boutique’ เอ็กซ์คลูซีฟคอนเซปต์บูติคแห่งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนความสำคัญสูงสุดของตลาดนักสะสมในประเทศไทย พร้อมร่วมดื่มด่ำสุนทรียภาพภายใต้การตกแต่งตามแนวคิด ‘Time & Space’ บนพื้นที่กว่า 78 ตารางเมตร ที่ผสานงานช่างฝีมือญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยอย่างไร้รอยต่อ ทั้งสวนหินเซน งานไม้ยาคิซูกิ (Yakisugi)หินบลูไดมอนด์ และระแนงไม้ลายคูมิโกะ (Kumiko) ที่แฝงความหมายของวงโคจรแห่งจักรวาล พร้อมการจัดแสดงนาฬิการุ่นพิเศษ ที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก M Collection ที่พัฒนาขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 75 ปีโดยเฉพาะ ได้แก่ M34 F8 Skeleton Hand Winding, M45 F7 Small Second, M42 F6 Diver Date 200m, 1964 1st Edition และ M34 F8 Date โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมนักแสดงชื่อดัง มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ที่มาร่วมเฉลิมฉลองและดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพแห่งกาลเวลาและห้วงจักรวาล ณ ORIENT STAR Boutique ชั้น 2 เกษรวิลเลจ

ความสำเร็จเบื้องหลังการเปิดตัวบูติคระดับโลกครั้งนี้ เกิดจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง EPSON Corporation ผู้บริหารงานแบรนด์นาฬิกา ORIENT STAR จากประเทศญี่ปุ่น และ UKT (UNITED KRUNGTHONG Trading) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งสั่งสมความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนาฬิกามาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ โดยวาระพิเศษนี้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหมุดหมายแรกในการเปิดตัว บูติคสแตนด์อโลนเต็มรูปแบบแห่งแรกของโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดนาฬิกาพรีเมียม ที่มีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพียบพร้อมด้วยฐานลูกค้า นักสะสม และผู้หลงใหลในศิลปะแห่งวิศวกรรมเรือนเวลา ผนวกกับศักยภาพทางภูมิศาสตร์ที่กรุงเทพมหานคร เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ และช้อปปิ้งระดับลักชัวรีที่มีความสามารถ ในการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกหลายสิบล้านคนต่อปี จึงถือเป็นเวทีสมบูรณ์แบบที่สุด ในการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของแบรนด์สู่ตลาดโลก ซึ่งการเปิดบูติคแห่งนี้ไม่เพียงตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองพันธมิตรในการผลักดัน ORIENT STAR ให้ก้าวสู่ตลาดนาฬิกาลักชัวรี่ในระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบของเอ็กซ์คลูซีฟบูติคของนาฬิกา ORIENT STAR ที่จะขยายรากฐานสู่ตลาดสำคัญแห่งอื่นๆ ทั่วโลกในอนาคตอันใกล้
มร. มาซาชิ ฮายาชิ (Mr. Masashi Hayashi) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPSON Corporation กล่าวว่า “จากความเชื่อมั่นในการทำตลาดแบรนด์นาฬิการะดับสูง ORIENT STAR จึงมีแนวคิดในการนำเสนอเรื่องราวของเรือนเวลาระดับสูงนี้ให้เกิดขึ้นในบูติคเฉพาะของแบรนด์ ที่จะทำให้สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ ของแบรนด์ได้อย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น โดยมีเรื่องราวของดวงดาวเป็นหลักการสำคัญ ในขณะเดียวกันการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทาง UKT ตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา ORIENT STAR อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อร่วมกันตีความ ออกแบบ และเล่าเรื่องราวของ ORIENT STAR มาเป็นภาพอันงดงามที่ผู้มาเยือนทุกคนจะได้สัมผัสและประทับใจ”

ยุทธพล ตันติวงษากิจ ประธานร่วม UKT (UNITED KRUNGTHONG Trading) กล่าวเสริมว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของ ORIENT STAR กับการทำตลาดนาฬิกาในประเทศไทย ซึ่งตรงกับแนวคิดของ UKT ที่ต้องการจะพัฒนาและต่อยอด ให้เกิดความแข็งแกร่งของแบรนด์นาฬิกา ORIENT STAR มากยิ่งขึ้น จึงเกิดเป็นร่วมมือกันกับทาง EPSON Corporation ประเทศญี่ปุ่น ในการร่วมกันพัฒนาบูติคนาฬิกา ORIENT STAR แห่งนี้ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาบูติคนาฬิกา ORIENT STAR ต่อไปทั่วโลก โดย UKT มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้”
ORIENT STAR Boutique ณ เกษรวิลเลจ ได้รับการออกแบบเพื่อให้เปิดประสบการณ์ ในการนำผู้มาเยือนทุกคนก้าวเข้าสู่จักรวาลแห่งเวลา ภายใต้การนำทีมโดย รังสรรค์ นราธัศจรรย์ สถาปนิกที่ทำงานร่วมกับทีมออกแบบอย่างใกล้ชิด เพื่อผสานสุนทรียะแห่งโลกตะวันออกเข้ากับความร่วมสมัย เริ่มต้นจากผนังด้านนอกที่โดดเด่นด้วยหินสังเคราะห์บลูไดมอนด์ ที่ทอประกายดุจหมู่ดาวเพื่อต้อนรับการเข้าสู่โลกแห่งเวลาภายใน โดยจัดบรรยากาศแสงตามปรัชญา Wabi-Sabi ที่ควบคุมระดับแสงอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความสงบ และเชื้อเชิญให้สายตาจดจ่อกับเรือนเวลาบนแท่นจัดแสดง


ผนังภายในกรุด้วยไม้ซีดาร์ที่ผ่านกระบวนการเผาไฟ ด้วยเทคนิค Yakisugi ตามธรรมเนียมช่างญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ไม่เพียงเพิ่มความทนทานให้กับไม้ แต่ยังก่อให้เกิดพื้นผิวสีดำลึกที่มีความงามเฉพาะตัว ส่วนบนเพดานคืองานระแนงไม้ลวดลาย Kumiko ที่ซ่อนงานระบบอย่างมีชั้นเชิง พร้อมสื่อสารถึงวงโคจรของดวงดาว ในห้วงอวกาศอันเป็นแรงบันดาลใจหลักของแบรนด์ ขณะที่ผนังฝั่งตรงข้ามบุด้วยไม้โอ๊คสีธรรมชาติ จัดเรียงริ้วไม้ในรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจีบผ้า Hakama ของนักรบซามูไรอันทรงคุณค่าในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ส่วนลึกเข้าไปคือประตูกระจกโค้งสูง 2.8 เมตรที่หล่อขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อคั่นพื้นที่ห้อง VIP สำหรับลูกค้าคนสำคัญในการมอบความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ยังมีส่วนพื้นที่รับรองทั่วไป พร้อมจัดวางโต๊ะไม้ยาวหันหน้าสู่ Zen Garden เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เดินออกไปสัมผัส กับสวนหินสไตล์ Zen ได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีการเติมเต็มมิติทางเสียงด้วยบทเพลง เพื่อสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านจากความมืดสู่ความสว่าง สอดคล้องกับแก่นแท้ของนาฬิกา ORIENT STAR ที่มองการเคลื่อนที่ของเวลาเป็นหัวใจสำคัญในทุกการออกแบบ

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระแห่งประวัติศาสตร์การครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ ORIENT STAR ทางแบรนด์จึงได้เผยโฉมเรือนเวลา ที่นำเสนอในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก M Collection ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสดุดีวาระครบรอบ 75 ปีโดยเฉพาะ ได้แก่ นาฬิการุ่น M34 F8 Skeleton Hand Winding, M45 F7 Small Second, M42 F6 Diver Date 200m, 1964 1st Edition และ M34 F8 Date เพื่อเชิดชูสุนทรียภาพแห่งดวงดาว และประกาศเกียรติภูมิของแบรนด์บนเวทีระดับสากลอย่างแท้จริง

ORIENT STAR M34 F8 Skeleton Hand Winding — 75th Anniversary Limited Edition
ก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งงานฝีมือสู่สุนทรียภาพแห่งจักรวาลด้วยนาฬิการุ่น M34 F8 Skeleton Hand Winding เรือนเวลาจาก Contemporary Collection ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจของกลุ่มดาวเพอร์ซีอุส และปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดอันตระการตา เพื่อถ่ายทอดความเร้นลับของห้วงอวกาศอย่างเปิดเผย ผ่านกลไกไขลานด้วยมือแบบสเกเลตัน ที่เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมการทำงานอันวิจิตรของทุกชิ้นส่วน ตั้งแต่จังหวะการทำงานอันสม่ำเสมอของจักรกลอก ไปจนถึงระบบเฟืองที่ส่งต่อพลังงานอย่างแม่นยำและต่อเนื่อง โดยมีความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ อยู่ที่การขัดแต่งพื้นผิวชิ้นส่วนกลไกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยเทคนิคพิเศษเป็นลวดลายของอุกกาบาต สะท้อนถึงร่องรอยเฉพาะตัวที่เกิดจากการปะทะกับความร้อน เมื่อวัตถุจากอวกาศพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลก ส่งผลให้นาฬิกาแต่ละเรือนครอบครองลวดลายที่งดงาม และไม่มีวันซ้ำกันได้อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือสุดยอดเรือนเวลาที่ตอบโจทย์นักสะสม ผู้แสวงหานาฬิการูปแบบสเกเลตันที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวเชิงจักรวาล ผสานความพิถีพิถันในงานฝีมือชั้นสูงระดับมาสเตอร์พีซ

ORIENT STAR M45 F7 Small Second — 75th Anniversary Limited Edition
สัมผัสความงดงามเหนือกาลเวลาที่เปล่งประกายอย่างสงบเงียบยามราตรีกับ ORIENT STAR M45 F7 Small Second เรือนเวลาจาก Classic Collection ที่ได้รับการตั้งชื่อตามกลุ่มดาวไพรยาดีส หรือที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยกันในนาม ‘ซูบารุ’ โดยเรือนเวลาแห่งนี้สะท้อนคุณค่าอันลึกซึ้ง ผ่านดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายทว่าซุกซ่อนความประณีตขั้นสูงในทุกอณู ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่ที่หน้าปัด ที่ได้รับการรังสรรค์ด้วยพื้นผิวอันละเอียดอ่อน จำลองความระยิบระยับของดวงดาว ผสานเข้ากับการตกแต่งแบบด้านที่ช่วยทอนแสง พร้อมมอบความรู้สึกอบอุ่นและคลาสสิคได้อย่างลงตัว ด้วยขนาดตัวเรือนที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อความสมดุล ในการมอบสัมผัสที่พอดีกับทุกข้อมือ และตอบโจทย์การสวมใส่ในทุกจังหวะของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นลุคทางการที่ต้องการความน่าเชื่อถือ หรือวันสบายๆ ที่ต้องการความเรียบหรู โดยนำเสนอในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อฉลองวาระครบรอบ 75 ปีที่ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือนทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของนักสะสม และผู้หลงใหลในศิลปะแห่งเรือนเวลา ที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ORIENT STAR M42 F6 Diver Date 200m, 1964 1st Edition — 75th Anniversary Limited Edition
หากเรือนเวลาตระกูล M34 และ M45 เปรียบดั่งบทกวีแห่งดวงดาว ORIENT STAR M42 F6 Diver Date 200m, 1964 1st Edition ย่อมเป็นตำนานของนักสำรวจผู้ยิ่งใหญ่ โดยเรือนเวลาจาก Sport Collection นี้สืบทอดชื่อมาจากกลุ่มดาวนายพรานโอไรออน บุตรแห่งเทพเจ้าโพไซดอนจ้าวแห่งท้องทะเลตามเทพปกรณัมกรีก เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาณอันหาญกล้าของผู้พิชิตห้วงมหาสมุทรลึก ซึ่งเรือนเวลาสปอร์ตลักชัวรีนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้น เพื่อสดุดีตำนานนาฬิกาดำน้ำรุ่นบุกเบิกเรือนแรกของแบรนด์อย่าง Olympia Calendar Diver ในปี 1964 โดยนำสุนทรียภาพดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัย ทว่ายังคงสืบทอดดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ ของเรือนต้นแบบไว้อย่างไร้ที่ติ พร้อมความโดดเด่นที่หน้าปัด ซึ่งใช้เทคนิคการไล่เฉดสีจากสีเทาน้ำเงินบริเวณกึ่งกลาง ก่อนจะค่อยๆ ดำดิ่งสู่ความมืดมิดของสีดำสนิทบริเวณขอบหน้าปัด ราวกับภาพสะท้อนของผืนฟ้ายามราตรี ที่ทอดเงาลงสู่ท้องทะเลอันลึกล้ำสุดหยั่งถึง และสิ่งที่เหนือกว่าสุนทรียภาพอันมีระดับนี้ คือประสิทธิภาพที่พิสูจน์ได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยขีดความสามารถในการกันน้ำลึกถึง 200 เมตร พร้อมการรับรองมาตรฐานสากล ISO6425 สำหรับนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพ ซึ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่า M42 F6 Diver Date ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องประดับอันหรูหราบนข้อมือ แต่คือเครื่องมือแห่งการสำรวจที่แข็งแกร่ง และเชื่อถือได้ในทุกสภาวะ โดยผลิตขึ้นอย่างทรงคุณค่าในจำนวนจำกัดเพียง 700 เรือนทั่วโลก

ORIENT STAR M34 F8 Date — 75th Anniversary Limited Edition
ปิดท้ายซีรีส์แห่งการเฉลิมฉลองด้วยสุดยอดมาสเตอร์พีซ ORIENT STAR M34 F8 Date อีกหนึ่งสมาชิกคนสำคัญจาก Contemporary Collection ที่ช่วยตอกย้ำเรื่องราวของฝนดาวตกเพอร์เซอิด ให้ลึกซึ้งไปอีกขั้นด้วยการนำส่วนหนึ่งของจักรวาลมาสู่ข้อมืออย่างแท้จริง โดยความวิจิตรบรรจงอันเหนือชั้นของเรือนเวลารุ่นนี้ อยู่ที่การเลือกใช้ ‘อุกกาบาตแท้’ ซึ่งเดินทางข้ามห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างยาวนานหลายล้านปีก่อนจะสัมผัสสู่พื้นโลก และถูกเจียระไนอย่างละเอียดอ่อนให้เป็นหน้าปัดนาฬิกาอันล้ำค่า โดยหน้าปัดแต่ละชิ้นเผยให้เห็นลวดลายเรขาคณิตอันวิจิตรตามธรรมชาติที่เรียกว่า Widmanstätten อันเกิดจากการตกผลึกของเหล็กนิกเกิล ซึ่งสามารถก่อตัวขึ้นได้เฉพาะในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำในห้วงอวกาศเท่านั้น ซึ่งลวดลายตามธรรมชาตินี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่ไม่สามารถจำลองหรือสร้างขึ้นใหม่ได้บนโลกมนุษย์ ส่งผลให้หน้าปัดของนาฬิกาแต่ละเรือนครอบครองลวดลาย ที่มีความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์และไม่มีวันซ้ำกับเรือนใดในโลกสู่เรือนเวลาที่ผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดเพียง 255 เรือนทั่วโลก รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนักสะสม ผู้ปรารถนาจะโอบกอดชิ้นส่วนแห่งความเร้นลับของห้วงจักรวาลไว้บนข้อมือ
ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งจักรวาล และเป็นเจ้าของเรือนเวลาประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกในโลก ณ ORIENT STAR เอ็กซ์คลูซีฟคอนเซปต์บูติคแห่งแรกของโลก ชั้น 2 เกษรวิลเลจ พร้อมพบกับสุดยอดเรือนเวลาในการฉลองครบรอบ 75 ปีจาก M Collection ที่ทรงคุณค่าแก่การสะสม เปิดต้อนรับทุกท่านอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Instagram : @orientstarwatch.thailand , Facebook : Orient Star หรือเว็บไซต์ Orientwatch-th.com
18 พ.ค. 2569
19 พ.ค. 2569
19 พ.ค. 2569