Last updated: 18 มิ.ย. 2569 | 35 จำนวนผู้เข้าชม |
นับตั้งแต่ปี 2017 Hublot (อูโบลท์) ได้ทำให้ซัมเมอร์ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างสรรค์และการเฉลิมฉลอง โดยเปลี่ยนการเปิดตัวนาฬิกาให้เป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยสีสันและไลฟ์สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ จน Hublot Summer กลายเป็นมากกว่างานเปิดตัวผลงานรุ่นใหม่ แต่เป็นธรรมเนียมประจำฤดูกาลที่สะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ สำหรับปี 2026 นี้ Hublot นำเสนอไฮไลท์เซรามิกสีพาสเทล ด้วยเฉดสีที่นุ่มนวล สดใส และให้ความรู้สึกผ่อนคลายราวกับแสงแดดในวันพักผ่อนริมทะเล ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการผลิตเซรามิกระดับสูง พร้อมตอกย้ำสถานะของ Hublot ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมเซรามิกสีสันสำหรับวงการนาฬิกามาโดยตลอด
ผลงานเด่นประจำฤดูกาลนี้ได้แก่ นาฬิกา Big Bang Summer (บิ๊ก แบง ซัมเมอร์) 2 รุ่นใหม่ มาพร้อมเอกลักษณ์ด้านสีสันและการออกแบบในโทนพาสเทลที่ผสานเฉดสีเขียวมิ้นต์ สีชมพู และสีฟ้าสกายบลู ไว้อย่างลงตัว แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สอดคล้องกัน แต่ทั้งสองรุ่นกลับโดดเด่นด้วยกลไกภายในที่แตกต่างกัน สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของ Hublot ผ่านสองแนวทาง คือ กลไกโครโนกราฟระบบฟลายแบ็ก Unico (ยูนิโค) ที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในแบรนด์ บรรจุอยู่ในตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร และกลไก Tourbillon (ทูร์บิญอง) อัตโนมัติ ที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในแบรนด์เช่นกัน ในตัวเรือนขนาด 44 มิลลิเมตร

ด้วยการผสานเซรามิกหลากสีสันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเฉดสีแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน Hublot ถ่ายทอดบรรยากาศและความเปลี่ยนแปลงของสีสันในช่วงฤดูร้อนได้อย่างมีชีวิตชีวา ตั้งแต่โทนพาสเทลอ่อนละมุนของแสงอรุณยามเช้า ไปจนถึงเฉดสีอบอุ่นของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า การจัดวางสีสันของเซรามิกสีชมพู สีเขียวมิ้นต์ และสีฟ้าที่ไล่เฉดจากท้องฟ้าสู่ผืนน้ำทะเล สะท้อนการผสมผสานอันซับซ้อนที่มีเพียง Hublot เท่านั้นที่สามารถทำได้ ตัวเรือนมีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งทนทาน ตอกย้ำความเชี่ยวชาญของแบรนด์ด้านนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ สำหรับ Hublot แล้ว เซรามิกไม่ได้หมายถึงเพียงสีสันเท่านั้น แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการผลิตอันซับซ้อน ความแม่นยำ และการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน
นาฬิกา Unico Flyback Chronograph (ยูนิโค ฟลายแบ็ค โครโนกราฟ) ขนาด 42 มม. ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือน โดดเด่นด้วยตัวเรือนเซรามิกสีชมพูและสีเขียวมิ้นต์ที่ผ่านการตกแต่งทั้งแบบไมโครบราสต์และขัดเงา ตัดกับขอบตัวเรือนเซรามิกและฝาหลังสีฟ้าอ่อน ส่วนหน้าปัดผสานโทนสีชมพูและสีเขียวมิ้นต์แบบด้านเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ถ่ายทอดเฉดสีและบรรยากาศอันอบอุ่นของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
สำหรับนาฬิกา Automatic Tourbillon (ทูร์บิญอง อัตโนมัติ) ขนาด 44 มม. ผลิตเพียง 10 เรือน โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นโครงสร้างอันร่วมสมัย หน้าปัดคริสตัลแซฟไฟร์สีชมพูแบบโปร่งใสเผยให้เห็นกลไกการทำงานภายในอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มมิติของตัวเรือน พร้อมขับเน้นการกระทบของแสงและเผยความงามของกลไก
นาฬิกาทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมสายยางสีฟ้าอ่อน สีเขียวมิ้นต์ และสีชมพู ที่บุด้านในสีขาว พร้อมด้วยตัวล็อคสายแบบบานพับผลิตจากไทเทเนียม และระบบ One-Click ที่ช่วยให้สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อปรับลุคและอารมณ์การสวมใส่ให้เหมาะกับทุกโอกาส

จากนวัตกรรมวัสดุสู่ความเหนือชั้นของกลไก – สมรรถนะอันโดดเด่นในทุกองค์ประกอบ
นับตั้งแต่ปี 2018 ทาง Hublot ได้พัฒนาไฮเทคเซรามิกสีสันหลากหลายครั้งแรกของโลก ตั้งแต่เฉดสีเข้มสดไปจนถึงโทนพาสเทล พร้อมขยายขอบเขตการใช้งานและการออกแบบของวัสดุชนิดนี้อย่างต่อเนื่อง จากการพัฒนาและจดสิทธิบัตรหลายรายการ ทำให้เซรามิกของ Hublot มีความแข็งแกร่งมากกว่าเซรามิกทั่วไปถึง 300 วิกเกอร์ส ทนทานต่อรอยขีดข่วนและคงความสวยงามของสีสันได้อย่างยาวนาน
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2010 กลไก Manufacture Unico Flyback Chronograph ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านชิ้นส่วน โครงสร้าง และสัดส่วนของกลไกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยนับเป็นหนึ่งในกลไกโครโนกราฟแบบอินทิเกรตที่ล้ำสมัยที่สุด พร้อมรวมสิทธิบัตร 5 รายการไว้ในกลไกเดียว อาทิ ระบบคลัตช์คู่ ระบบนับนาทีแบบแรงดันคงที่ กลไกล็อคเฟืองแบบไร้แรงเสียดทาน และระบบปรับตั้งบาลานซ์วีล ช่วยให้การทำงานของระบบโครโนกราฟราบรื่น แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูง
นาฬิกา Tourbillon ขับเคลื่อนด้วยกลไก HUB6035 ต่อยอดแนวคิดนี้ด้วยโครงสร้างแซฟไฟร์ที่เผยให้เห็นกลไกภายใน เสริมความโดดเด่นด้วยไมโครโรเตอร์ที่สามารถมองเห็นได้จากด้านหน้าปัด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังพร้อมพลังงานสำรองยาวนาน 72 ชั่วโมง โดยผสานความโปร่งใส มิติ พร้อมเอกลักษณ์ของความเที่ยงตรงของกลไกเข้าไว้ด้วยกัน

Big Bang เปิดตัวเฉดสีเซรามิกใหม่ที่สดใสกว่าเดิม ในขนาด 33 มม. และ 42 มม.
ในโอกาสพิเศษนี้ Hublot ยังเปิดตัวนาฬิกาเซรามิกสีโมโนโครม 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีพีช สีมิ้นต์ และสีเพโทรลบลู จากเดิมที่เป็นที่รู้จักจากการใช้สีสันที่โดดเด่นและสะดุดตา ครั้งนี้เซรามิกของ Hublot เผยอีกด้านหนึ่งที่นุ่มนวลและผ่อนคลายมากขึ้น แม้ยังคงใช้วัสดุไฮเทคและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตเช่นเดิม แต่เลือกนำเสนอผ่านโทนสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูร้อน โดย Big Bang ทั้งสามรุ่นมาพร้อมสีสันสดใสและสวมใส่ง่าย สื่อถึงบรรยากาศอันผ่อนคลายของฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดอุ่นบนผิว สายลมทะเล หรือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่อยากให้คงอยู่ยาวนาน
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Big Bang ที่นาฬิกาขนาด 33 มม. ถูกนำเสนอโดยไม่มีการประดับเพชร เพื่อขับเน้นความโดดเด่นของดีไซน์โมโนโครมและเปิดโอกาสให้สีสันได้แสดงตัวตนอย่างเต็มที่ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติแบบ 3 เข็ม พร้อมหน้าปัดที่มาในเฉดสีเดียวกับตัวเรือนทั้งสีพีช สีมิ้นต์ หรือสีเพโทรลบลู แนวคิดโมโนโครมนี้ยังถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หน้าปัด ตัวเรือน และขอบตัวเรือน ไปจนถึงสายยางลายเส้นที่มาในโทนสีเดียวกัน
Big Bang Titanium Peach Ceramic (บิ๊ก แบง ไทเทเนียม พีช เซรามิก) ขนาด 42 มม. ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกยู Unico Flyback Chronograph ขับเน้นความสปอร์ตและความล้ำสมัยของงานวิศวกรรมมากยิ่งขึ้น ตัวเรือนไทเทเนียมสามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร โดยสีพีชถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของนาฬิกา ตั้งแต่ขอบตัวเรือน หน้าปัดสเกเลตัน เข็มนาฬิกา ไปจนถึงสายยาง สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและกลมกลืนในโทนสีเดียวกัน
นุ่มนวลทั้งในด้านโทนสีและวัสดุ แต่ยังคงโดดเด่นและทนทาน สวมใส่สบายด้วยน้ำหนักที่เบา ขณะเดียวกันก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน นาฬิกาเหล่านี้ได้รับการออกแบบให้เหมาะกับทุกช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่การพักผ่อนริมชายหาดยามกลางวันไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกและกิจกรรมในยามค่ำคืน
Big Bang Summer Editions และ Big Bang Ceramic Editions วางจำหน่ายแล้วที่ตัวแทนจำหน่าย Hublot ที่ได้รับการคัดเลือก รวมถึงผ่านช่องทางออนไลน์ hublot.com พร้อมได้รับสิทธิ์การรับประกันแบบ 5+5 ของ Hublot ซึ่งขยายระยะเวลาการรับประกันทั่วโลกเป็น 10 ปี

เกี่ยวกับ HUBLOT
ในปี 1980 นับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบรนด์หนึ่งได้กล้าประกอบตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง ซึ่งได้มาพลิกโฉมวงการนาฬิกาชั้นสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของขอบตัวเรือนทรงช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูปรากฏให้เห็นเด่นชัด จึงเป็นที่มาของชื่อ Hublot (อูโบลท์) พร้อมกับแนวคิดของศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion)
ในปี 2005 ทางแบรนด์ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Big Bang (บิ๊ก แบง) มาพร้อมดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ ขนาดของตัวเรือนที่เหมาะสม และตัวเรือนในแบบหลายชั้น โดยในปีเดียวกัน Hublot ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มาปฏิวัติวงการ นาฬิกา Big Bang ไม่เคยหยุดการพัฒนาและต่อยอดผลงานอย่างต่อเนื่อง และนี่คือนาฬิกาไอคอนเรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21
แนวคิดของการผสมผสานแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ และเป็นแกนหลักที่แฝงไว้ในทุกคอลเลกชั่น นาฬิกา Big Bang ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ได้ผสานความโดดเด่นและเรียบง่ายได้อย่างสมดุล ส่วน Exceptional Timepieces (เอ็กเซ็ปชั่นนอล ไทม์พีซเซส) ได้เขียนนิยามแห่งความคาดหวังขึ้นใหม่กับผลงานสร้างสรรค์ที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร และด้วยแนวทางที่ท้าทายขนบธรรมเนียม Hublot ได้ถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ผ่านกลไก In-house อย่าง Unico (ยูนิโค่), Meca-10 (เมก้า-10) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) ที่มาเพิ่มอีกมิติให้กับศิลปะแห่งการผสมผสาน
ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Hublot ได้ยกระดับการรับประกันสำหรับนาฬิกาที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งครอบครองหลังวันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป โดยการรับประกันพื้นฐานนาน 5 ปี และสามารถขยายการรับประกันเพิ่มเติมได้อีก 5 ปี ผ่านโปรแกรม Hublotista ทั้งนี้การลงทะเบียนเพื่อขยายระยะเวลาการรับประกันจะต้องดำเนินการในช่วงที่การรับประกันพื้นฐานยังคงมีผลอยู่ เพื่อให้การคุ้มครองรวมยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี
ศาสตร์แห่งการผสมผสานเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของ Hublot และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายใน La Manufacture เท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในทุกมิติของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นบนสนามฟุตบอลผ่านความร่วมมือกับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง UEFA Champions League และ UEFA Euro™ หรือในคอนเสิร์ต การแข่งขันบาสเกตบอล การแสดงศิลปะ ตลอดจนประสบการณ์ด้านรสชาติร่วมกับเชฟมิชลิน สตาร์ของ Hublot และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Hublot Vibes ผ่านช่วงเวลาที่แบ่งปันกันในกลุ่ม Hublotistas (อูโบลท์ทิสต้า) คอมมูนิตี้ที่ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Hublot ซึ่งศิลปะแห่งการผสมผสานนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตไปอีกขั้น ความเป็นมาที่กลายเป็นวิถีชีวิต และนั่นคือ วิถีของ Hublot
UNICO กลไกอินเฮาส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT
Unico คือกลไกแรกที่ Hublot ผลิตขึ้นในปี 2010 โดยออกแบบ พัฒนา และผลิตภายในโรงงานอย่างครบวงจร นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่สะท้อนถึงความเป็นอิสระ นวัตกรรม และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลไกนี้ได้พัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของการทำนาฬิกา Hublot ด้วยดีไซน์โครโนกราฟที่ทันสมัยและเป็นที่จดจำได้
ด้วยคุณสมบัติเด่นอย่างคอลัมน์วีลที่มองเห็นได้จากด้านหน้า และชุดเอสเคปเมนต์ซิลิคอน กลไก Unico จึงเป็นพลังกลไกระดับสูงที่โดดเด่นทั้งในด้านความงามและเทคนิคอันล้ำสมัย ไม่ได้เป็นเพียงหัวใจที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่นิยามตัวตน
คุณสมบัติสำคัญประกอบด้วยกลไกโครโนกราฟแบบฟลายแบ็คที่ที่ผสานโครงสร้างแบบอินทิเกรต ให้ความแม่นยำระดับ 1/8 วินาที สามารถรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที พร้อมความเที่ยงตรงอยู่ที่ -2 / +4 วินาทีต่อวัน และพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง กลไกนี้ยังมาพร้อมนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรถึง 5 รายการ ได้แก่ ระบบคลัตช์แบบแกว่งที่ช่วยชดเชยระยะฟันเฟือง ระบบป้องกันการสั่นของเข็มโครโนกราฟ กลไกตัวบล็อคเฟืองจักรแบบ “ไร้แรงเสียดทาน” ระบบปรับอัตราเดินของนาฬิกาอย่างละเอียด และระบบตั้งเวลาที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกสูง โดยทั้งหมดผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน Chronofiable® ของ Hublot เพื่อรับประกันประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรงสูงสุด
17 มิ.ย. 2569
16 มิ.ย. 2569
18 มิ.ย. 2569