Last updated: 24 มิ.ย. 2569 | 45 จำนวนผู้เข้าชม |
ไม่บ่อยนักที่อาคารประวัติศาสตร์ซึ่งเคยเป็นฉากหลังของพระราชพิธี งานรัฐพิธี และเหตุการณ์สำคัญของประเทศ จะได้รับการตีความใหม่ในรูปแบบที่ยังคงรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ Waldorf Astoria London – Admiralty Arch กำลังจะเป็นเช่นนั้น
โรงแรมและเรสซิเดนซ์ระดับลักชัวรีแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน Admiralty Arch หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์มากที่สุดของกรุงลอนดอน ได้เปิดรับการสำรองห้องพักอย่างเป็นทางการแล้ว ก่อนการเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการบูรณะครั้งใหญ่ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร และยังเป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ Waldorf Astoria ในตลาดอังกฤษอีกด้วย
ตั้งอยู่บนถนน The Mall ตรงข้ามพระราชวังบักกิงแฮม ใจกลางย่าน St James’s อาคารประวัติศาสตร์ระดับ Grade I Listed แห่งนี้จะเปิดต้อนรับแขกผู้เข้าพักค้างคืนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากยืนหยัดอยู่ใจกลางพิธีการสำคัญของชาติมาเป็นเวลากว่าศตวรรษ ด้วยพื้นที่กว่า 200,000 ตารางฟุต Admiralty Arch ถูกสร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย โดยได้รับการออกแบบจากเซอร์แอสตัน เว็บบ์ สถาปนิกผู้ออกแบบส่วนหน้าของพระราชวังบักกิงแฮม อาคารแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนประตูสู่มหานครลอนดอน และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศ
“ในฐานะผู้ดูแล Admiralty Arch เรามีเป้าหมายที่จะบูรณะอาคารอันทรงคุณค่าแห่งนี้ด้วยความเคารพต่อประวัติศาสตร์อย่างสูงสุด เพื่อรักษาสถาปัตยกรรม งานช่างฝีมือ และเอกลักษณ์ของอาคารให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป” เลโอนาร์ด เซบาสเตียน จาก Reuben Brothers กล่าว พร้อมเสริมว่าการทำงานร่วมกับนักประวัติศาสตร์ ช่างฝีมือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ ตลอดจน Hilton, เชฟ Clare Smyth และ Daniel Boulud คือส่วนสำคัญในการสร้างบทใหม่ให้กับอาคารแห่งนี้


ห้องพักที่ให้ความรู้สึกเสมือนบ้านใจกลางมหานคร
Waldorf Astoria London – Admiralty Arch จะประกอบด้วยห้องพัก สวีต และเรสซิเดนซ์รวม 114 ยูนิต โดยทุกพื้นที่ได้รับการออกแบบให้เคารพต่อสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาคาร ขณะเดียวกันก็มอบความสะดวกสบายร่วมสมัยและมาตรฐานการบริการอันเป็นเอกลักษณ์ของ Waldorf Astoria มากกว่าครึ่งของพื้นที่ทั้งหมดถูกจัดสรรให้กับห้องพักสไตล์เรสซิเดนซ์และซิกเนเจอร์สวีตขนาดใหญ่ สะท้อนแนวคิดการอยู่อาศัยแบบลักชัวรีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นส่วนตัวเสมือนบ้านหลังที่สองในกรุงลอนดอน ชื่อของห้องพักหลายประเภทยังได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และมรดกทางทะเลของอาคาร อาทิ Nelson Suite, St James’s Residence และ Victory Residence ซึ่งตั้งชื่อตามเรือรบ HMS Victory อันโด่งดังของราชนาวีอังกฤษ

สองประสบการณ์ด้านอาหารโดยเชฟระดับโลก
สืบสานธรรมเนียมของ Waldorf Astoria ที่มักจับคู่จุดหมายปลายทางระดับตำนานเข้ากับเชฟระดับแนวหน้าของโลก โรงแรมแห่งนี้จะเปิดตัวห้องอาหารสำคัญสองแห่งโดย Clare Smyth และ Daniel Boulud เชฟเจ้าของดาวมิชลินรวมกันถึงแปดดวง
Coreus ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งของ Clare Smyth ตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมของสำนักงาน First Sea Lord บุคคลสำคัญสูงสุดของราชนาวีอังกฤษ เมนูจะถ่ายทอดเรื่องราวของชายฝั่งสหราชอาณาจักรผ่านอาหารทะเลจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน วัตถุดิบท้องถิ่น และผลผลิตตามฤดูกาล ภายในยังมี Whiskey & Seaweed Bar บาร์ขนาดเล็กที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูระดับไอคอนของเธออย่าง Potato and Roe พร้อมคอลเลกชันวิสกี้จากทั่วสหราชอาณาจักร รวมถึงรายการค็อกเทลและไวน์ที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ส่วน Café Boulud ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้า จะเป็นการกลับมาสู่กรุงลอนดอนของ Daniel Boulud อีกครั้ง ผ่านแนวคิด All-Day Dining ที่ครอบคลุมตั้งแต่อาหารเช้า ขนมอบ อาฟเตอร์นูนที อาหารกลางวัน และอาหารค่ำ ห้องอาหารและระเบียงกลางแจ้งแห่งนี้จะมอบหนึ่งในประสบการณ์การรับประทานอาหารบนดาดฟ้าที่โดดเด่นที่สุดของเมือง พร้อมวิวพาโนรามาเหนือสวน St James’s Park และพระราชวังบักกิงแฮม

พื้นที่จัดงานที่เปี่ยมด้วยเรื่องราว
โรงแรมยังมีพื้นที่สำหรับงานเฉลิมฉลองและกิจกรรมทางวัฒนธรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่และพื้นที่ส่วนตัวสำหรับงานสำคัญต่างๆ ไฮไลต์คือห้องบอลรูมขนาด 3,540 ตารางฟุต ซึ่งโดดเด่นด้วยโคมไฟระย้าแก้วมูราโนโบราณสูงถึง 9 เมตร ที่ได้รับการบูรณะอย่างประณีตในกรุงโรม แขกผู้มาเยือนจะเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวผ่านทางเข้าเฉพาะ ก่อนเดินลงสู่ห้องบอลรูมผ่านบันไดวงรีดั้งเดิมของอาคาร สร้างประสบการณ์ที่ทั้งสง่างามและน่าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก


ความสงบส่วนตัวใจกลางลอนดอน
ตัดภาพจากความโอ่อ่าของพื้นที่สาธารณะ สปาของโรงแรมได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่แห่งความสงบและความเป็นส่วนตัว ภายใต้แนวคิดการดูแลแบบเฉพาะบุคคลตามปรัชญาของ Waldorf Astoria ภายในประกอบด้วยห้องทรีตเมนต์สำหรับบุคคลและคู่รัก ซาวน่า ห้องสตีม สระไฮโดรเธอราพี และพื้นที่พักผ่อนส่วนตัว โดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยออกแบบโปรแกรมการดูแลที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ
เมื่อเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปีนี้ Waldorf Astoria London – Admiralty Arch จะไม่ใช่เพียงโรงแรมหรูแห่งใหม่ของลอนดอน แต่คือการคืนชีวิตให้กับหนึ่งในอาคารที่มีความสำคัญที่สุดของประเทศ พร้อมเปิดประตูสู่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงอดีตอันทรงคุณค่าเข้ากับความหรูหราร่วมสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ
2 เม.ย 2569
14 มิ.ย. 2569
21 เม.ย 2569
19 มิ.ย. 2569