Last updated: 26 มิ.ย. 2569 | 32 จำนวนผู้เข้าชม |
TAG Heuer (แทค ฮอยเออร์) ผู้ผลิตนาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ และ TaylorMade Golf (เทย์เลอร์เมด กอล์ฟ) ผู้ผลิตอุปกรณ์กอล์ฟชั้นนำระดับโลก ร่วมเปิดตัวนาฬิกา TAG Heuer Connected Calibre E5 45 mm x TaylorMade Edition โดยในคอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วย นาฬิกา TAG Heuer Connected Calibre E5 ขนาด 45 มิลลิเมตร รุ่นพิเศษ TaylorMade, ไม้พัตเตอร์รุ่น Spider ZT x TAG Heuer และชุดอุปกรณ์เสริมกอล์ฟที่ออกแบบร่วมกันภายใต้ตราสัญลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์
TAG Heuer Connected Calibre E5 45 mm x TaylorMade Edition คือนาฬิกาที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากประสบการณ์จริงในสนามกอล์ฟ และตอบสนองความคาดหวังของนักกอล์ฟในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับกีฬากอล์ฟซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2005 เมื่อครั้งที่ TAG Heuer ได้พัฒนานาฬิกาข้อมือระบบควอตซ์ (Quartz) ขึ้นมา พร้อมนำความแม่นยำแห่งศาสตร์การผลิตนาฬิกาเข้าสู่กีฬาที่ต้องอาศัยการควบคุมและความสม่ำเสมอในระดับสูง ช่วงเวลาสำคัญนั้นเองที่ทำให้กีฬากอล์ฟกลายเป็นพื้นที่ซึ่งการจับเวลาและประสิทธิภาพมาบรรจบกัน ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญอันเป็นแกนหลักของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา TAG Heuer ยังคงเดินหน้าค้นหาแนวทางในการนำความแม่นยำอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์จริงในการแข่งขัน กีฬากอล์ฟดำเนินไปโดยไม่มีความกดดันจากเวลา ทว่ากลับต้องการความเที่ยงตรงและการโฟกัสอย่างต่อเนื่อง ทุกช็อตที่หวดออกไปจะแสดงผลลัพธ์ในทันที ในขณะที่เหตุผลเบื้องหลังผลลัพธ์นั้นมักเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งถูกหล่อหลอมขึ้นจากเทคนิคและสภาวะจิตใจ เมื่อเวลาผ่านไป ความแข็งแกร่งของจิตใจจะช่วยขัดเกลาการทำวงสวิงให้สมบูรณ์แบบ และช่วยให้สามารถควบคุมเกมได้ดียิ่งขึ้น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างความรู้สึกและการลงมือทำนี้เอง ที่เป็นตัวกำหนดแนวทางของแบรนด์ในการเข้าสู่โลกแห่งกีฬากอล์ฟ

การเปิดตัว TAG Heuer Connected Golf Edition ในปี 2019 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในเส้นทางการค้นคว้าดังกล่าว นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากความเที่ยงตรงตามศาสตร์การผลิตนาฬิกาดั้งเดิม ไปสู่โลกแห่งการวิเคราะห์ข้อมูลในระบบดิจิทัล ช่วยให้นักกอล์ฟสามารถบันทึกข้อมูลการเล่นในแต่ละรอบสนามได้อย่างแม่นยำ และกลับมาทบทวนฟอร์มการเล่นของตนเองได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และในวันนี้ นาฬิกา TAG Heuer Connected Calibre E5 45 mm x TaylorMade Edition ได้ยกระดับแนวคิดนี้ไปอีกขั้น ด้วยการผสานข้อมูลวิเคราะห์สมรรถนะที่เจาะลึกยิ่งกว่าเดิมให้เข้ากับจังหวะการแข่งขันในสนามได้อย่างไร้รอยต่อ
เมื่อสองตำนานร่วมมือกันฉีกทุกกฎเกณฑ์เดิม
ความร่วมมือกับ TaylorMade ในครั้งนี้ มีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์ร่วมกันในการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1979 ณ สหรัฐอเมริกา TaylorMade ได้สร้างบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางของอุปกรณ์กอล์ฟยุคใหม่มาโดยตลอด การเปิดตัวหัวไม้ที่ทำจากโลหะ (Metal Wood) เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ได้สร้างทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมกอล์ฟ พร้อมทั้งสร้างบรรทัดฐานให้กับการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านวัสดุ การดีไซน์ และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานในระดับสูงสุด ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์ได้พัฒนาอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ของกีฬากอล์ฟอย่างครบวงจร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ไม้กอล์ฟ ลูกกอล์ฟ เครื่องแต่งกาย ไปจนถึงดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล และได้รับความไว้วางใจจากนักกอล์ฟที่ทำอันดับคะแนนสูงสุดของโลกมากมาย
เส้นทางความสำเร็จนี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการของ TAG Heuer เองได้อย่างชัดเจน โดยทั้งสองแบรนด์ต่างผ่านช่วงเวลาสำคัญที่นวัตกรรมเข้ามาพลิกโฉมมุมมองของผู้คน พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง สำหรับ TAG Heuer ความก้าวหน้าในวิศวกรรมการผลิตนาฬิกาจับเวลา (Chronograph) คือสิ่งที่กำหนดชื่อเสียงของแบรนด์ในด้านความแม่นยำของการจับเวลา ส่วน TaylorMade คือการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่พลิกความคาดหมายในการออกแบบอุปกรณ์ ก็ได้เข้ามาปฏิวัติรูปแบบการเล่นกีฬานี้ไปโดยสิ้นเชิง ความสอดคล้องกันเหล่านี้ได้เชื่อมโยงศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาและเทคโนโลยีทางกีฬากอล์ฟเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่การวัดค่าความแม่นยำและสมรรถนะของประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้

สร้างสรรค์ขึ้นจากเกมส์กีฬา
TAG Heuer Connected Calibre E5 x TaylorMade Edition คือเครื่องบอกเวลาที่ผสานเข้ากับทุกรอบการแข่งขันกอล์ฟได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมตอบโจทย์การใช้งานนอกสนามได้อย่างง่ายดายและมีสไตล์ งานดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากอัตลักษณ์ของ TaylorMade ในโลกแห่งกีฬา โดยการถ่ายทอดรหัสดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นตา มาสู่นาฬิกาที่มีความผูกพันกับผืนหญ้าและสนามแข่งขันอย่างลึกซึ้ง
ตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 2 ที่ผ่านการขัดลายซาตินและพ่นทราย ถูกนำเสนอโดยปราศจากการเคลือบสาร DLC สีดำเป็นครั้งแรกในคอลเลกชัน Calibre E5 เผยให้เห็นเนื้อสีที่แท้จริงของวัสดุซึ่งมีความใกล้เคียงกับโทนสีธรรมชาติของไม้กอล์ฟ ช่วยตอกย้ำความผูกพันกับอุปกรณ์กีฬา พร้อมทั้งนำเสนอความงามที่เรียบหรูและสุขุมยิ่งขึ้น บริเวณขอบหน้าปัดสลักตัวเลขหลุมทั้ง 18 หลุม เพื่อยึดโยงนาฬิกาเข้ากับโครงสร้างของเกมการแข่งขันอย่างเหนียวแน่น ขณะที่โลโก้ TaylorMade บนเม็ดมะยม และลวดลายเส้นสายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าไม้กอล์ฟ ได้ช่วยเพิ่มดีเทลการตกแต่งที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็นที่จดจำได้อย่างลงตัว
การเลือกใช้โทนสีของตัวงานยังคงยึดมั่นในแนวทางเดียวกัน โดยหยิบยกเฉดสีต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในจักรวาลของ TaylorMade ไม่ว่าจะเป็นสีสันจากไม้พัตเตอร์ไปจนถึงแคปซูลคอลเลกชัน (Capsule Collection) ที่ถูกพัฒนาขึ้นควบคู่ไปกับโปรเจกต์ความร่วมมือในครั้งนี้ ในส่วนของสายนาฬิกาแบบทอคู่ผสมผสานวัสดุสองชนิด (Bi-material Strap) เป็นการจับคู่ระหว่างหนังสีน้ำเงินและฐานยางสีดำ โดดเด่นด้วยการตัดเส้นสีขาวตรงกลางพร้อมเย็บตะเข็บด้วยด้ายสีเงิน ซึ่งช่วยบาลานซ์ความสง่างามเข้ากับประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างลงตัว ทั้งยังช่วยขยายขอบเขตภาษาทางภาพดีไซน์ (Visual Language) ที่สองแบรนด์รังสรรค์ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ตกแต่งด้วยวัสดุไทเทเนียมเคลือบ DLC สีดำพ่นทราย พร้อมสลักโลโก้ TaylorMade โดยมีการผสานเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ซึ่งช่วยเชื่อมโยงระบบติดตามสมรรถนะเข้ากับงานดีไซน์ได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ภายในกล่องบรรจุภัณฑ์ดีไซน์พิเศษ TAG Heuer x TaylorMade ยังมาพร้อมกับสายผ้าทอแบบยืดหยุ่นเพิ่มเติมอีกหนึ่งเส้น เพื่อเติมเต็มชิ้นงานที่ออกแบบมาสำหรับการสวมใส่ที่ผสมผสานระหว่างสนามแข่งขันและชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
พัฒนาฟอร์มการเล่นให้เหนือชั้น ด้วยพลังแห่งข้อมูล
กีฬากอล์ฟตัดสินกันที่รายละเอียดเฉียบคมซึ่งยากจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นระยะที่เกินไปเพียงหนึ่งหลา การอ่านไลน์ที่คลาดเคลื่อนไปนิด หรือการตัดสินใจที่เร็วไปเพียงเศษเสี้ยววินาที ทว่า TAG Heuer Connected Calibre E5 x TaylorMade Edition สามารถบันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญ จดจำทุกช็อตการหวด และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นการวิเคราะห์แต้มต่อเฉลี่ย (Strokes Gained) เพื่อเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคุณได้แต้มจากจุดไหน เสียแต้มไปในส่วนใด และเกมการเล่นพาร์ทไหนที่ต้องกลับไปใส่ใจเป็นพิเศษ พร้อมเปลี่ยนการแข่งขันในแต่ละรอบให้เป็นข้อมูลที่สามารถวัดผลได้ อ่านค่าได้ง่าย และนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาฝีมือได้อย่างแท้จริงในระยะยาว
บนรากฐานของแนวคิดดังกล่าว ประสบการณ์ดิจิทัลบนนาฬิกา TAG Heuer Connected Calibre E5 x TaylorMade Edition จึงถูกขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ TAG Heuer OS ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนวิถีของนักกอล์ฟ ทั้งในด้านการเล่น การทบทวนฟอร์ม และการพัฒนาฝีมือ โดย TAG Heuer ได้นำความเชี่ยวชาญด้านระบบอัลกอริทึมขั้นสูงมาใช้ในการบันทึกทุกช็อตการหวดและตำแหน่งในสนามตลอดการแข่งขันโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบหรือกดสั่งการใดๆ จากผู้เล่น ช่วยให้นักกอล์ฟสามารถทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับเกมการแข่งขันได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีสิ่งรบกวนใจ
จากนั้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปประมวลผลผ่านระบบวิเคราะห์สมรรถนะของ TaylorMade โดยเฉพาะ เพื่อคำนวณออกมาเป็นเกณฑ์วัดแต้มต่อเฉลี่ย (Strokes Gained) ซึ่งเป็นระบบการวัดผลที่มีโครงสร้างชัดเจนในการเปรียบเทียบการเล่นในแต่ละรอบกับเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ระบบนี้จะช่วยให้อ่านค่าประสิทธิภาพการเล่นได้อย่างแม่นยำ โดยชี้ให้เห็นว่าช็อตใดที่ทำแต้ม ช็อตใดที่เสียแต้ม และพื้นที่ส่วนใดที่ต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าในระยะยาวผ่านความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบสนาม การผสานรวมเทคโนโลยีในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือโดยตรงระหว่างสองแบรนด์ ที่ผสานการบันทึกข้อมูลอันแม่นยำของ TAG Heuer เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ของ TaylorMade เพื่อส่งมอบดัชนีชี้วัดสมรรถนะที่เป็นหนึ่งเดียวและนำไปปรับใช้พัฒนาฝีมือได้จริง

ระบบวิเคราะห์นี้ครอบคลุมไปถึงทุกพื้นที่ของการเล่น ช่วยให้นักกอล์ฟสามารถติดตามพัฒนาการของตนเองได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผ่านความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบสนาม สิ่งที่เคยต้องพึ่งพาเพียงความรู้สึกในอดีต บัดนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่สามารถวัดผลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวทางการพัฒนาฝีมือที่ดำเนินไปอย่างมีเป้าหมายและเป็นระบบยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ TAG Heuer Connected Calibre E5 x TaylorMade Edition ยังได้เปิดตัวฟังก์ชันการแสดงผลบนหน้าปัดที่ออกแบบมาเพื่อกีฬากอล์ฟโดยเฉพาะ (Golf-focused Complications) ช่วยให้คุณเห็นข้อมูลสถิติที่จำเป็นได้ในพริบตาเพียงแค่ชำเลืองมอง ไม่ว่าจะเป็นระยะไดรฟ์ที่ไกลที่สุด (Longest Drive) ตารางการแข่งขันรอบถัดไป สกอร์ที่ดีที่สุด สกอร์ล่าสุด จำนวนรอบรวมที่ลงเล่นตลอดทั้งปี ไปจนถึงจำนวนเบอร์ดี้ทั้งหมดที่ทำได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนถึงทั้งช่วงเวลาท็อปฟอร์มและความคงเส้นคงวาในการเล่น ช่วยเติมเต็มภาพรวมความผูกพันและการพัฒนาของนักกอล์ฟที่มีต่อเกมกีฬาได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอดทั้งฤดูกาล
ความใส่ใจในรายละเอียดถูกส่งต่อมาถึงหน้าปัดดิจิทัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 2 สไตล์ใหม่ เริ่มด้วยหน้าปัด 'Momentum' ที่จับเอาความพริ้วไหวของวงสวิงมาดีไซน์ โดยไฮไลต์อยู่ที่เข็มนาฬิกาซึ่งจะเคลื่อนที่วาดเป็นโลโก้ TaylorMade แบบต่อเนื่อง เปลี่ยนทุกการขยับของเวลาให้ดูมีมิติและโฉบเฉี่ยว ส่วนหน้าปัด 'Topography' จะมาพร้อมลวดลายที่จำลองมาจากเส้นกราฟภูมิประเทศของสนามกอล์ฟ มิกซ์เข้ากับหมุดบอกเวลาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากพัตเตอร์รุ่นดังอย่าง Spider ของ TaylorMade ตัวเลขบอกเวลาแฝงกิมมิกพื้นผิวลายโมเดิร์นของไม้กอล์ฟ ยิ่งไปกว่านั้น หน้าปัดรุ่นคลาสสิกของ TAG Heuer ยังถูกจับมาแปลงโฉม (Reskin) ด้วยธีมสีพิเศษประจำคอลเลกชันนี้ ช่วยเติมเต็มลุคสปอร์ตดิจิทัลให้เท่และสมบูรณ์แบบที่สุด
โดดเด่นเหนือระดับ แม้อยู่นอกสนามแข่งขัน
เบื้องหลังความอัจฉริยะทั้งหมดนี้ คือขุมพลังจากแพลตฟอร์ม TAG Heuer Connected Calibre E5 ที่มาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน AMOLED สุดคมชัด ครอบทับด้วยกระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน พร้อมฟีเจอร์ Always-on Display ที่ช่วยให้คุณเช็กสถิติต่างๆ บนสนามได้ชัดเจนในทุกสภาพแสง สำหรับแบตเตอรี่ก็จัดสรรมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 2 วันในโหมดประสิทธิภาพ, สูงสุด 3 วันในโหมดประหยัดพลังงาน และลุยกิจกรรมเอาท์ดอร์ในโหมดกีฬาได้นานถึง 17 ชั่วโมง ซึ่งในจำนวนนี้ถูกดีไซน์มาเพื่อรองรับการออกรอบตีกอล์ฟได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมงเต็ม พร้อมระบบชาร์จไวระดับพรีเมียม ชาร์จเพียง 30 นาที ก็ได้แบตเตอรี่กลับมาสแตนด์บายใช้งานทั่วไปได้ยาวนานถึงหนึ่งวันเต็ม
ด้านการเชื่อมต่อทำงานบนระบบปฏิบัติการ TAG Heuer OS โดยรองรับสมาร์ทโฟนระบบ iOS 18 ขึ้นไป และ Android 13 ขึ้นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมการันตีด้วยลิขสิทธิ์ Made for iPhone มาพร้อมลำโพงตัวใหม่ในตัวที่ทำให้คุณรับสายโทรเข้า-ออก สั่งการด้วยเสียง และเพลิดเพลินกับเสียงแจ้งเตือนต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ ชุดเซนเซอร์อัจฉริยะยังพร้อมดูแลคุณต่อแม้นอกสนามกอล์ฟ ด้วยฟังก์ชันแทร็กการนอนหลับแบบละเอียด ไม่ว่าจะเป็นค่าออกซิเจนในเลือด (SpO2), ความแปรปรวนของชีพจร, อัตราการหายใจ, อัตราการเต้นของหัวใจช่วงพัก และการแยกช่วงหลับลึก-หลับตื้น ปิดท้ายด้วยระบบ Dual-band GPS (คลื่นความถี่คู่) ที่จับสัญญาณได้ไวและล็อกพิกัดได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้ระบบติดตามตำแหน่งบนสนามกอล์ฟของคุณเสถียรและแม่นยำที่สุดในทุกๆ หลุม

Spider ZT x Tag Heuer
ไม้พัตเตอร์ Spider ZT x TAG Heuer รังสรรค์ขึ้นจากการผสานรวมกันระหว่างสมรรถนะอันล้ำสมัยของตระกูลไม้พัตเตอร์ระดับไอคอนิกอย่าง Spider จาก TaylorMade เข้ากับงานดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวและโดดเด่นไม่ธรรมดาของ TAG Heuer โดยรายละเอียดของการร่วมมือกันในครั้งนี้ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด ตั้งแต่เส้นช่วยเล็ง (Sightline) ที่ดีไซน์เป็นโลโก้ TAG Heuer ไปจนถึงพื้นผิวลวดลายภูมิประเทศ (Topographic Textures) ที่ถอดแบบมาจากหน้าปัดโดยตรง ซึ่งช่วยบอกเล่าเรื่องราวความร่วมมือครั้งสำคัญนี้บนผืนกรีน ซึ่งเป็นจุดที่ช็อตทำแต้มที่มีความหมายที่สุดของคุณเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ตัวไม้ยังมาพร้อมกับปลอกหุ้มหัวไม้พัตเตอร์ (Headcover) สุดพรีเมียมที่ตกแต่งด้วยโลโก้ของทั้งสองแบรนด์ มาร์กเกอร์สลักสองโลโก้ (Ball Marker) และกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการคิดคำนวณอย่างพิถีพิถันไม่แพ้ตัวไม้พัตเตอร์เลยทีเดียว
นอกจากนี้ ภายในคอลเลกชันยังประกอบไปด้วย กระเป๋าดัฟเฟิล (Duffle Bag) รุ่นพิเศษ TaylorMade x TAG Heuer รวมถึงหมวกกอล์ฟและถุงมือกอล์ฟที่ตกแต่งด้วยโลโก้ของทั้งสองแบรนด์ร่วมกัน
องค์ประกอบทั้งหมดนี้ร่วมกันสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันมีร่วมกันในด้านสมรรถนะ ซึ่งเป็นจุดที่เทคโนโลยี งานฝีมือชั้นครู และความแม่นยำ ทำงานร่วมกันได้อย่างประสานเกลียวกลมกลืน นับตั้งแต่นาฬิกาบนข้อมือไปจนถึงไม้พัตเตอร์ในมือ ทุกรายละเอียดล้วนหล่อหลอมประสบการณ์และความเข้าใจที่มีต่อเกมกีฬา เพราะการแข่งขันในแต่ละรอบย่อมทิ้งร่องรอยเอาไว้ และเมื่อเวลาผ่านไป ร่องรอยเหล่านั้นจะเผยให้เห็นรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งช่วยเปลี่ยนสัญชาตญาณให้กลายเป็นการเรียนรู้อย่างถ่องแท้ และด้วย TAG Heuer Connected Calibre E5 x TaylorMade Edition ทุกช็อตการหวดจะสามารถวัดผลได้ และทุกสมรรถนะจะได้รับการขัดเกลาให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับ TAG Heuer
TAG Heuer ก่อตั้งขึ้นในปี 1860 โดยเอดูอาร์ด ฮอยเออร์ (Edouard Heuer) ณ เทือกเขาจูรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นแบรนด์นาฬิกาหรูที่เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton SE (“LVMH”) กลุ่มธุรกิจลักชัวรีชั้นนำของโลก โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลาโชว์-เดอ-ฟงด์ (La Chaux-de-Fonds) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีโรงงานผลิตทั้งหมด 4 แห่ง พร้อมทีมงานกว่า 1,900 คน และดำเนินธุรกิจใน 139 ประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของ TAG Heuer วางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.tagheuer.com ในบางประเทศ รวมถึงบูติกกว่า 260 แห่ง และจุดจำหน่ายกว่า 2,300 แห่งทั่วโลก ปัจจุบันบริษัทดำเนินงานภายใต้การนำของ อองตวน ปิน (Antoine Pin) CEO ของ TAG Heuer
ตลอดระยะเวลากว่า 165 ปี TAG Heuer ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เรือนเวลาในแบบอาวองการ์ดอย่างแท้จริง พร้อมยึดมั่นในนวัตกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกลไก Oscillating Pinion สำหรับนาฬิกาจับเวลาเชิงกลในปี 1887 การเปิดตัว Mikrograph ในปี 1916 การเปิดตัวกลไกโครโนกราฟแบบไขลานอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกอย่าง Calibre 11 ในปี 1969 และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์หรูรุ่นแรกในปี 2015 ปัจจุบัน คอลเลกชันหลักของแบรนด์ประกอบด้วยสองตระกูลไอคอนิกที่ออกแบบโดย แจ็ค ฮอยเออร์ (Jack Heuer) ได้แก่ TAG Heuer Carrera และ TAG Heuer Monaco เสริมด้วยคอลเลกชันร่วมสมัยอย่าง TAG Heuer Aquaracer, Formula 1, Link และ Connected
TAG Heuer ได้สะท้อนปรัชญาใหม่ “Designed to Win” (เกิดมาเพื่อเป็นผู้ชนะ) อย่างชัดเจน โดยสานต่อมรดกแห่งนวัตกรรมอันกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะระดับสูง ความร่วมมือและแบรนด์แอมบาสเดอร์ชื่อดังของแบรนด์ล้วนสะท้อนถึงแรงขับเคลื่อนในการฝ่าขีดจำกัด และพร้อมส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาสำคัญ
เกี่ยวกับ TaylorMade Golf
TaylorMade Golf มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองคาร์ลสแบด รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกด้านอุปกรณ์กอล์ฟ ลูกกอล์ฟ และแอคเซสเซอรีประสิทธิภาพสูง TaylorMade มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นหัวไม้ไดรเวอร์รุ่น Qi10, ลูกกอล์ฟตระกูล TP5/TP5x, ชุดเหล็ก P·Series และไม้พัตเตอร์ระดับตำนานอย่าง Spider Tour นวัตกรรมของ TaylorMade ครอบคลุมไปถึงทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมกอล์ฟ ทั้งบริการปรับแต่งอุปกรณ์ตามความต้องการเฉพาะบุคคล (Customization & Personalization) ไปจนถึงแบรนด์ไลฟ์สไตล์อิสระอย่าง 'Sun Day Red' ที่ร่วมมือกับ ไทเกอร์ วูดส์ นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นขุมพลังหลักในทัวร์การแข่งขันอาชีพทั่วโลก TaylorMade ยังมีพอร์ตโฟลิโอนักกีฬาระดับแถวหน้าของโลกที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ อาทิ ไทเกอร์ วูดส์, รอรี่ แม็คอิลรอย, สก็อตตี้ เชฟเฟลอร์, เนลลี่ คอร์ด้า, บรู๊ค เฮนเดอร์สัน, คอลลิน โมริกาวะ, ทอมมี่ ฟลีตวูด, ชาร์ลีย์ ฮัลล์ และโปรชั้นนำอีกมากมาย
26 มิ.ย. 2569
25 มิ.ย. 2569
26 มิ.ย. 2569
24 มิ.ย. 2569