SINGAPORE INTERNATIONAL JEWELLERY EXPO (SIJE) 2026

Last updated: 11 ก.ค. 2569  |  41 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SINGAPORE INTERNATIONAL JEWELLERY EXPO (SIJE) 2026

สิงคโปร์ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการค้าอัญมณีและสินค้าหรูหราแห่งภูมิภาค ด้วยการเปิดฉากอย่างเป็นทางการของงาน Singapore International Jewellery Expo (SIJE) 2026 ซึ่งถือเป็นการจัดงานครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 21 ปีของนิทรรศการนี้ พร้อมกับการเปิดตัวสัปดาห์แห่งเครื่องประดับและเพชรระดับโลก Singapore Diamond & Jewellery Week (SDJW) เป็นครั้งแรก

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการในเช้าวันที่ 9 กรกฎาคม 2026 ได้รับเกียรติจาก Mr. Alvin Tan รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม และกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติสิงคโปร์ มาเป็นประธานในพิธี ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเพชรที่มีต่อการค้าระหว่างประเทศและระบบนิเวศการค้าปลีกสินค้าหรูหราของสิงคโปร์


งาน SIJE 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ถึง 12 กรกฎาคม 2026 ครอบคลุมฮอลล์จัดแสดงนิทรรศการถึง 3 ฮอลล์ ณ Sands Expo & Convention Centre มารีนา เบย์ แซนด์ส โดยรวบรวมผู้จัดแสดงสินค้าและแบรนด์ดังกว่า 460 รายจาก 26 ประเทศ บนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 10,000 ตารางเมตร ตลอดการจัดงานทั้ง 4 วัน คาดว่าจะสามารถดึงดูดผู้ซื้อในกลุ่มธุรกิจ (Trade Buyers) และผู้เข้าชมทั่วไปได้ราว 18,000 คน ยืนยันถึงเสน่ห์ของสิงคโปร์ในการเป็นประตูสู่ตลาดอัญมณี อัญมณีเลอค่า เพชร และนาฬิกาหรูที่ได้รับความไว้วางใจในระดับสากล

ความพิเศษในปีนี้คือ การที่ SIJE ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในสองเสาหลักของงาน Singapore Diamond & Jewellery Week (SDJW) เคียงคู่กับการประชุมเพชรโลกครั้งที่ 41 (41st World Diamond Congress) ซึ่งเวียนกลับมาจัดที่สิงคโปร์อีกครั้งในรอบ 38 ปี นับตั้งแต่ปี 1988 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ถึง 15 กรกฎาคม 2026 การผสานสองงานใหญ่เข้าด้วยกันทำให้สิงคโปร์กลายเป็นจุดนัดพบระดับโลกของช่างอัญมณี, ตัวแทนจำหน่าย, ผู้ผลิตเพชร, นักออกแบบ, ไปจนถึงนักสะสมและนักลงทุน เพื่อร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ท่ามกลางภาพลักษณ์และโลโก้ใหม่ของงาน SIJE ที่ดูร่วมสมัยและตอบโจทย์การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น

และแม้ว่าการค้าโลกจะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและมรสุมภูมิรัฐศาสตร์ แต่ SIJE 2026 ยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนานาชาติ โดยเฉพาะการรวมตัวของพาวิลเลียนขนาดใหญ่จากอิตาลี (สนับสนุนโดยสำนักงานพาณิชย์อิตาลี หรือ ITA และ Vicenzaoro) ฮ่องกง และอุซเบกิสถาน รวมถึงผู้ร่วมจัดแสดงจากยุโรปและเอเชีย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่า สิงคโปร์คือศูนย์กลางธุรกิจที่มั่นคงและปลอดภัยในการเชื่อมต่อแบรนด์ระดับโลกเข้าสู่ตลาดสินค้าหรูที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไฮไลท์เด่นภายในงานปีนี้ครอบคลุม 3 เสาหลักของอุตสาหกรรม ได้แก่:
- เครื่องประดับชั้นสูง (Jewelry): เพชรหายาก, พลอยสี, เครื่องประดับทองคำ และผลงานสั่งตัดพิเศษ (Bespoke) จากแบรนด์ระดับโลก
- นาฬิกาหรู (Luxury Watches): เรือนเวลาจักรกลและผลงานจากผู้สร้างนาฬิกาอิสระสำหรับนักสะสม
- เทคโนโลยีการผลิต (Jewelry Manufacturing & Machinery): นวัตกรรมเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงเพื่อยกระดับงานฝีมือยุคใหม่


ในพิธีเปิดงานยังได้มีการแถลงการณ์ร่วมและคำแนะนำผู้บริโภคครั้งสำคัญจาก สมาคมผู้บริโภคสิงคโปร์ (CASE), สมาคมช่างทองสิงคโปร์ (SJA) และ สมาคมโรงรับจำนำสิงคโปร์ (SPA) เกี่ยวกับการใช้คำที่กำกวมของเครื่องประดับประเภท "ทองหุ้ม" (Gold-wrapped) หรือที่ตลาดเรียกว่า "เงินหุ้มทอง" (Gold-Wrapped Silver - GWS)

มาตรการนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาทองคำโลกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้บริโภคหันมาหาทางเลือกที่ย่อมเยากว่า การสร้างความโปร่งใสและการระบุรายละเอียดสินค้าที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการปกป้องผู้บริโภค และรักษาภาพลักษณ์ของสิงคโปร์ในฐานะจุดหมายปลายทางที่น่าเชื่อถือที่สุดในการซื้อเครื่องประดับ


นอกจากนี้ ยังมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสมาคมช่างทองสิงคโปร์ (SJA) และบริษัท IEG Asia Pte Ltd โดยมีรัฐมนตรีอัลวิน ตัน ร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อร่วมกันขยายผลให้งาน SIJE ก้าวสู่ความเป็นสากลและสร้างโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศที่เปิดกว้างยิ่งขึ้น


อีกหนึ่งไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮาคือ การจัดแสดงมงกุฎจำลองของ พระเจ้าการ์โลที่ 3 แห่งบูร์บง (Crown of Carlo di Borbone) ณ พาวิลเลียนของสมาคมค้าเพชรแห่งสิงคโปร์ (DES) ซึ่งมงกุฎองค์จริงที่เคยรังสรรค์ขึ้นสำหรับกษัตริย์แห่งสเปน เนเปิลส์ และซิซิลี ได้สูญหายไปหลายศตวรรษแล้ว แต่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ด้วยความประณีตตามแบบร่างดั้งเดิมปี 1732 จากหอจดหมายเหตุแห่งรัฐเนเปิลส์ มงกุฎนี้มีความเชื่อมโยงกับเพชรสีม่วงในตำนานขนาด 41.5 กะรัต "Perfect Colour of Violet" การนำมาจัดแสดงในครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประวัติศาสตร์เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันล้ำค่าของยุโรป

เพื่อผลักดันให้เกิดเม็ดเงินและการจับคู่ธุรกิจที่มีมูลค่าสูง งานปีนี้ได้นำโปรแกรม BuyerX มาใช้ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลในการจับคู่ธุรกิจและจัดตารางนัดหมายล่วงหน้า ระหว่างผู้ซื้อรายใหญ่กับแบรนด์ผู้ผลิตโดยตรง ช่วยเปิดประตูสู่การขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


Dr. Ilaria Cicero ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ IEG Asia Pte Ltd กล่าวว่า "SIJE เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้นำอุตสาหกรรมมารวมตัวกันเพื่อกำหนดอนาคต ในฐานะที่เป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และเป็นเสาหลักของสัปดาห์ Diamond & Jewellery Week งาน SIJE 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องที่ชุมชนอัญมณีโลกมีต่อสิงคโปร์ในการเป็นประตูสู่ภูมิภาคนี้"


การเติบโตของงาน SIJE สอดคล้องกับตัวเลขเชิงบวกของตลาดในสิงคโปร์ โดยข้อมูลวิจัยจาก Statista ระบุว่า ตลาดเครื่องประดับหรูของสิงคโปร์ทำรายได้ราว 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2023 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 2.19% ต่อปีไปจนถึงปี 2028 ขณะที่เซกเมนต์นาฬิกาหรูมีมูลค่าสูงถึง 1.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยคาดการณ์ที่ 2.73% (ปี 2024–2029) ซึ่งการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้มีรายได้สูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่ขาดไม่ได้ของกลุ่มสินค้าลักชัวรีระดับโลกต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

CARTIER

6 ก.ค. 2569

CARTIER pp.kritt

30 มิ.ย. 2569

BVLGARI B.zero1

10 ก.ค. 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้