Last updated: 16 ก.ค. 2569 | 36 จำนวนผู้เข้าชม |
ขณะที่การแข่งขัน America's Cup ครั้งที่ 38 กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ โดยเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งปีก่อนการชิงชัยจะเริ่มต้นขึ้น ณ เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี Panerai ยังคงเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของทีม Luna Rossa พร้อมยืนเคียงข้างทีมตลอดเส้นทางสู่การคว้าถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจครั้งนี้ แบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิกา Luminor Luna Rossa สองรุ่นใหม่ ต่อยอดความร่วมมือที่เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2019 และหล่อหลอมขึ้นจากความมุ่งมั่นร่วมกันในด้านนวัตกรรมทางเทคนิค สมรรถนะ และจิตวิญญาณแห่งท้องทะเล
ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนอยู่ในนาฬิการุ่นใหม่ทั้งสองเรือน ซึ่งแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรวัดความเร็วแบบทาคีมิเตอร์ของ Luminor Luna Rossa Chrono PAM01768 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน หรือฟังก์ชันแสดงเวลาสองเขตเวลาของ Luminor Luna Rossa GMT PAM01791 ที่มอบความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ทั้งสองรุ่นนำเสนอแนวคิดด้านสมรรถนะในมุมมองที่แตกต่างแต่เกื้อหนุนกัน ในช่วงเวลาที่อิตาลีกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเรือใบ America's Cup ซึ่งเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ท้าทายที่สุดของโลกเป็นครั้งแรก
Emmanuel Perrin (เอ็มมานูเอล แปร์แร็ง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Panerai กล่าวว่า “คอลเลกชัน Panerai Luna Rossa ใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกของ Panerai ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสานมรดกอันยาวนานด้านนาฬิกาสำหรับโลกแห่งท้องทะเลและความเที่ยงตรงอันเป็นเอกลักษณ์ของเรา เข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยและการแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของทีม Luna Rossa ความร่วมมือนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจับมือกันเท่านั้น แต่คือการเดินทางร่วมกันตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เพื่อก้าวไปสู่อนาคตของการประดิษฐ์นาฬิกาสมรรถนะสูง พร้อมเฉลิมฉลองความกล้าหาญ เทคโนโลยี และความตื่นเต้นของการออกสู่ทะเลเปิด อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงสำหรับนาฬิกาของเรา เราภูมิใจที่ได้ร่วมเคียงข้างทีมบนเส้นทางสู่การแข่งขัน America's Cup 2027”
สำหรับ Panerai รากฐานของความร่วมมือครั้งนี้หยั่งรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของแบรนด์เอง แนวคิดด้านนวัตกรรมของ Panerai ก่อร่างขึ้นจากการพัฒนาเครื่องมือสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ซึ่งการพัฒนาทางเทคนิคทุกด้านล้วนมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 ความร่วมมือกับทีม Luna Rossa ได้เปิดโอกาสให้แบรนด์นำแนวคิดดังกล่าวไปทดสอบในสภาพการใช้งานจริง จนกลายเป็นเวทีที่ Panerai ใช้ในการพัฒนาและสำรวจวัสดุใหม่ๆ กลไกซับซ้อน และการออกแบบที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่วัสดุนวัตกรรมอย่าง Ti-Ceramitech™ ไปจนถึงการพัฒนาฟังก์ชันที่มุ่งเน้นการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นโครโนกราฟแบบฟลายแบ็ก การนับถอยหลังสำหรับการแข่งขันรีกัตตา (Regatta Countdown) และการแสดงเวลาสองเขตเวลาในระบบ GMT ความร่วมมือครั้งนี้ได้ต่อยอดองค์ความรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาที่ได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องมือสำหรับการใช้งานอย่างแท้จริง ด้วยการทดสอบ การตรวจสอบประสิทธิภาพ และการทำความเข้าใจสมรรถนะภายใต้สภาพแวดล้อมจริง นาฬิกาแต่ละเรือนจึงสะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการผสานงานออกแบบและความเป็นเลิศทางวิศวกรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน พร้อมยึดมั่นว่าทุกกลไกซับซ้อนต้องได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับหน้าที่เฉพาะอย่างแท้จริง
Luminor Luna Rossa Chrono PAM01768
Luminor Luna Rossa Chrono PAM01768 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใหม่ มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 44 มิลลิเมตร ถ่ายทอดฟังก์ชันโครโนกราฟเข้าสู่คอลเลกชัน Luna Rossa ผ่านการออกแบบที่ผสานภาษาการออกแบบอันเน้นประโยชน์ใช้สอยของ Panerai เข้ากับรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของทีม Luna Rossa ได้อย่างโดดเด่น


หัวใจของนาฬิกาคือกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ P.9210 ซึ่งเป็นกลไกโครโนกราฟขนาด 13 ¼ lignes มีความหนา 6.9 มิลลิเมตร ประกอบด้วยอัญมณี 41 เม็ด ใช้จักรกลอก Glucydur® ทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และติดตั้งระบบกันกระแทก Incabloc® กลไกใช้ตลับลานเดี่ยว ให้พลังงานสำรองนาน 42 ชั่วโมง พร้อมขับเคลื่อนการแสดงชั่วโมง นาที วินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และฟังก์ชันโครโนกราฟ โดยได้รับการออกแบบเพื่อมอบความน่าเชื่อถือในการใช้งานเป็นสำคัญ
Panerai ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับประสิทธิภาพของระบบขึ้นลานอัตโนมัติ ซึ่งผ่านการทดสอบและรับรองภายในโรงงานผลิตของแบรนด์ที่เมืองนิวชาแตล (Neuchâtel) ส่งผลให้การตอบสนองของกลไกมีความรวดเร็วและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่ตัวกลไกยังได้รับการตกแต่งด้วยลายขัดแนวตั้ง และประดับด้วยการเคลือบเงาสีน้ำเงิน นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมฟังก์ชันทาคีมิเตอร์สำหรับวัดความเร็ว ผ่านสเกลที่อยู่บน Rehaut ซึ่งช่วยให้นักแล่นเรือสามารถคำนวณความเร็วเฉลี่ยของเรือในระยะทางที่กำหนดได้ ฟังก์ชันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีม Luna Rossa ซึ่งทุกวินาทีของการแข่งขันสามารถสร้างความแตกต่างได้ สำหรับสเกลทาคีมิเตอร์นั้นทำงานร่วมกับเข็มวินาทีจับเวลาโครโนกราฟสีแดงและสีขาวตรงกึ่งกลางหน้าปัด เพื่อคำนวณความเร็วเฉลี่ยในระยะทางคงที่ โดยแสดงผลเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือไมล์ต่อชั่วโมงบน Flange (ฟลานจ์) หรือวงแหวนด้านในของตัวเรือน วิธีใช้งานเริ่มจากหยุดและรีเซ็ตกลไกโครโนกราฟ จากนั้นกดปุ่มเพื่อเริ่มจับเวลาเมื่อเริ่มต้นระยะทางที่ต้องการวัด และกดหยุดเมื่อเดินทางครบ 1,000 เมตร เข็มวินาทีของโครโนกราฟจะแสดงค่าความเร็วเฉลี่ยต่อชั่วโมงบน flange โดยตรง ปุ่มกดโครโนกราฟที่เน้นสีแดงถูกจัดวางไว้ทางด้านซ้ายของตัวเรือน ณ ตำแหน่ง 8 และ 10 นาฬิกา เพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของสะพานป้องกันเม็ดมะยมอันเป็นสัญลักษณ์ของ Panerai พร้อมรักษาเส้นสายอันโดดเด่นของตัวเรือน Luminor ไว้อย่างครบถ้วน

ตัวเรือนของนาฬิการังสรรค์จากสเตนเลสสตีลขัดด้าน จับคู่กับขอบตัวเรือนขัดเงา ซึ่งเป็นการผสานรูปแบบการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ Panerai เข้ากับบุคลิกอันแข็งแกร่งของคอลเลกชัน Luminor ได้อย่างลงตัว หน้าปัดสีเงินปัดลายซันบรัชโทนโรเดียม เคลือบสารเรืองแสงสีขาว Super-LumiNova® X2 ช่วยขับเน้นรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทีม Luna Rossa ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เข็มวินาทีขนาดเล็กสีเทาและตัวนับนาทีของโครโนกราฟที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกาอ่านค่าได้อย่างชัดเจน ขณะที่หน้าปัดย่อยได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายวงกลมแบบ Azurage เพื่อเพิ่มมิติและพื้นผิวให้กับหน้าปัด สำหรับเทคนิค Azurage เป็นการสร้างลวดลายด้วยเครื่องมือเฉพาะที่สลักร่องวงกลมซ้อนกันบนพื้นผิวหน้าปัด ทำให้เกิดภาพลวงตาคล้ายระลอกคลื่นที่เคลื่อนไหว เพิ่มทั้งมิติและพื้นผิวให้กับหน้าปัด เมื่อทำงานร่วมกับสารเรืองแสง Super-LumiNova® X2 จึงช่วยเสริมความชัดเจนในการอ่านเวลาได้ดียิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดการออกแบบของ Panerai ที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยเป็นหัวใจหลัก
ฝาหลังตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบทึบได้รับการสลักหมายเลขประจำเรือน เพื่อระบุลำดับการผลิตภายในรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันจำนวน 500 เรือน
นาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 10 บาร์หรือ 100 เมตร เพื่อรองรับการใช้งานของฟังก์ชันโครโนกราฟในกิจกรรมกีฬาอย่างเต็มประสิทธิภาพ สมรรถนะดังกล่าวได้รับการทดสอบอย่างเข้มงวดที่ Laboratorio di Idee โดยนาฬิกาทุกเรือน ยกเว้นรุ่น Bronze และ Minute Repeater จะผ่านการทดสอบแรงดันน้ำที่สูงกว่าค่ามาตรฐานรับประกันถึง 25% ด้วยเครื่องทดสอบที่ผสานการทดสอบด้วยอากาศและน้ำเข้าด้วยกัน เพื่อวัดประสิทธิภาพการซีลและความสามารถในการทนต่อแรงดันได้อย่างแม่นยำ

Panerai ยังขยายขอบเขตของนวัตกรรมไปสู่ประสบการณ์การสวมใส่ ด้วยการเปิดตัวสายนาฬิกาแบบเวลโครเป็นครั้งแรกในคอลเลกชัน Luna Rossa สายได้รับการออกแบบในสัดส่วนไล่ขนาด 24/22 มิลลิเมตร โดยมีความกว้าง 24 มิลลิเมตรบริเวณตัวเรือน และ 22 มิลลิเมตรที่หัวเข็มขัด พร้อมโครงสร้างแบบยืดหยุ่นที่ช่วยให้ปรับกระชับได้อย่างรวดเร็วและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่ต้องเคลื่อนไหวและสัมผัสกับน้ำ จึงช่วยเสริมบุคลิกทางเทคนิคและความพร้อมสำหรับการใช้งานของนาฬิกาให้สอดคล้องกับจิตวิญญาณของทีม Luna Rossa ภายในชุดยังมาพร้อมสายนาฬิกายางสีดำอีกหนึ่งเส้น เพื่อเป็นทางเลือกในการสวมใส่ที่ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะของนาฬิกาได้อย่างครบถ้วน นาฬิกา Luminor รุ่นใหม่นี้บรรจุอยู่ในกล่องไม้เชอร์รีสีน้ำเงินระดับพรีเมียม พร้อมสายนาฬิกายางสีดำอีกหนึ่งเส้นภายในชุด
Luminor Luna Rossa GMT PAM01791
Luminor Luna Rossa GMT PAM01791 รุ่นใหม่ ขนาดตัวเรือน 40 มิลลิเมตร ได้รับการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด ใช้งานได้หลากหลาย และเหมาะกับผู้สวมใส่ในวงกว้างยิ่งขึ้น นับเป็นนาฬิการุ่นแรกของคอลเลกชัน Luna Rossa ที่มาพร้อมสายสเตนเลสสตีล ซึ่งช่วยขยายเอกลักษณ์ของความร่วมมือระหว่าง Panerai และทีม Luna Rossa ให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการผสานฟังก์ชันสำหรับการใช้งานเชิงกีฬาเข้ากับบุคลิกที่เหมาะกับการสวมใส่ในหลากหลายโอกาส ภายใต้จิตวิญญาณของ Luna Rossa

นาฬิการุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ P.900/GMT ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านความน่าเชื่อถือ พร้อมพลังงานสำรองนาน 3 วัน กลไกได้รับการออกแบบให้บรรจุฟังก์ชันต่าง ๆ ไว้ภายในสัดส่วนที่เพรียวบาง ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12½ ลีญ (28.2 มิลลิเมตร) และความหนาเพียง 5.20 มิลลิเมตร พลังงานสำหรับการสำรองกำลังเดิน 3 วันมาจากโรเตอร์ขึ้นลานแบบสองทิศทาง และเก็บไว้ในตลับลานเดี่ยว จักรกลอกทำงานที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง โดยยึดอยู่กับสะพานจักรกลอกเพื่อความมั่นคง พร้อมติดตั้งฟังก์ชันหยุดเข็มวินาที (Stop-Second) สำหรับการตั้งเวลาให้ตรงอย่างแม่นยำ
เมื่อมองผ่านฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล จะเห็นการทำงานของกลไกที่มาพร้อมฟังก์ชัน GMT Business แบบแสดงเวลา 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกลไกที่มีความเชื่อมโยงกับโลกแห่งการแข่งขันเรือใบและรายการแข่งขันรีกัตตาโดยตรง ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถติดตามเวลาของอีกเขตเวลาหนึ่งได้ ฟังก์ชัน GMT แบบ 12 ชั่วโมงนี้ยังเป็นการหวนคืนสู่มรดกของ Panerai โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่นแรก ๆ ของแบรนด์ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ที่ต้องติดตามเวลาหลายเขตเวลา ไม่ว่าจะเพื่อการติดต่อระหว่างประเทศ ตารางการแข่งขัน หรือการประสานงานของทีม
ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร จับคู่กับหน้าปัดสีเงินปัดลายซันบรัช เคลือบสารเรืองแสงสีขาว Super-LumiNova® X2 และยังคงถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Luna Rossa ผ่านการออกแบบหน้าปัดที่เรียบง่ายและทันสมัยยิ่งขึ้น หน้าปัดวินาทีขนาดเล็กโดดเด่นด้วยเข็มวินาทีสีแดง ขณะที่พื้นผิวหน้าปัดยังได้รับการตกแต่งด้วยลวดลาย Azurage หรือการสลักลายวงกลมซ้อนกัน ซึ่งช่วยเพิ่มมิติและรายละเอียดให้กับหน้าปัดโดยเข็ม GMT ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของใบเรือบนเรือแข่ง Luna Rossa ซึ่งชี้ไปในทิศทางการแล่นเรือข้างหน้า สะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างนาฬิกาและโลกแห่งการแข่งขันเรือใบได้อย่างชัดเจน


เช่นเดียวกับรุ่น PAM01768 นาฬิการุ่นใหม่นี้สามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 10 บาร์ โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการกันน้ำที่เข้มงวด ซึ่งมีมาตรฐานสูงกว่าค่าการรับประกันถึง 25% ประกอบกับสายนาฬิกาโลหะแบบไล่ระดับของ Panerai ที่ได้รับการนำมาใช้กับนาฬิกา Luna Rossa เป็นครั้งแรก มอบบุคลิกใหม่ให้กับคอลเลกชัน ด้วยการผสานความสปอร์ตเข้ากับความอเนกประสงค์ เหมาะทั้งสำหรับการใช้งานในกิจกรรมทางน้ำและการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน สายนาฬิกายังติดตั้งระบบ PAM Click™ ของ Panerai ซึ่งช่วยให้สามารถถอดเปลี่ยนสายได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ทำให้ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนจากสายโลหะไปเป็นสายนาฬิกาแบบอื่นจากคอลเลกชันอุปกรณ์เสริมของแบรนด์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
นาฬิกา Luminor รุ่นใหม่นี้บรรจุอยู่ในกล่องมาตรฐานของ Panerai ซึ่งผลิตจากกระดาษรีไซเคิล พร้อมกระเป๋าสำหรับพกพานาฬิกา เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บและการเดินทาง
เกี่ยวกับ Panerai
Panerai ก่อตั้งขึ้นที่เมืองฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 1860 โดยเริ่มต้นจากการเป็นทั้งเวิร์กช็อป ร้านจำหน่ายนาฬิกา และต่อมาได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนการประดิษฐ์นาฬิกา ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาตั้งแต่แรกเริ่มนำไปสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญกับกองทัพเรือหลวงอิตาลีในช่วงทศวรรษ 1910 โดยเริ่มจากการผลิตเครื่องมือวัดที่มีความเที่ยงตรง ก่อนจะพัฒนาต้นแบบนาฬิกาดำน้ำเรือนแรกของแบรนด์ในปี ค.ศ. 1935 ภายใต้รหัสอ้างอิง Ref. 2533 ซึ่งมาพร้อมหน้าปัด Radiomir ที่เคลือบสารเรืองแสง
ตลอดหลายทศวรรษต่อมา Panerai ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ลับให้กับหน่วยคอมมานโดของกองทัพเรืออิตาลี โดยสร้างสรรค์ทั้งนาฬิกาเครื่องมือและอุปกรณ์วัดความเที่ยงตรงสูงที่ได้รับการออกแบบให้พร้อมรับมือกับภารกิจอันหนักหน่วงในทุกสภาวะ คุณลักษณะทางเทคนิคที่ Panerai พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองข้อกำหนดของกองทัพเรืออิตาลี ไม่ว่าจะเป็นการเรืองแสงที่โดดเด่น ความสามารถในการกันน้ำระดับสูง พลังงานสำรองที่ยาวนาน และโครงสร้างอันแข็งแกร่ง ยังคงถูกเก็บเป็นความลับทางทหารจนถึงปี ค.ศ. 1993 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ เมื่อ Panerai เปิดตัวนาฬิกาสำหรับตลาดพลเรือนเป็นครั้งแรก รวมถึง Luminor ขนาด 44 มิลลิเมตร รุ่นแรก ที่มาพร้อมสะพานป้องกันเม็ดมะยมอันเป็นเอกลักษณ์และดีไซน์อันโดดเด่น ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก โดยในปี ค.ศ. 1997 Panerai ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Richemont และในปีถัดมาได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน SIHH (Salon International de la Haute Horlogerie) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ผลักดันให้ Panerai ก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์นาฬิการะดับนานาชาติอย่างเต็มตัว
ปัจจุบัน Panerai ยังคงสืบสานมรดกของแบรนด์ผ่านการผลิตกลไกและนาฬิกาภายในโรงงานที่เมือง Neuchâtel ซึ่งเปิดดำเนินงานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 โดยผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและความเที่ยงตรงแบบสวิสเข้ากับงานออกแบบสไตล์อิตาเลียนได้อย่างลงตัว นาฬิกา Panerai วางจำหน่ายทั่วโลกผ่านเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและบูติกที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน
16 ก.ค. 2569
15 ก.ค. 2569
15 ก.ค. 2569
16 ก.ค. 2569