LONGINES Dolcevita

Last updated: 16 ก.ค. 2569  |  31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LONGINES Dolcevita

สามเฉดสีใหม่ที่ชวนให้หวนนึกถึงทิวทัศน์และแสงแดดอันงดงามของแถบเมดิเตอร์เรเนียน ได้เข้ามาเติมเต็มคอลเลกชั่น Longines DolceVita ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยหน้าปัดสลักลาย flinqué สะดุดตา ลวดลายเรขาคณิตสไตล์อาร์ตเดโค และสายหนังในโทนสีอบอุ่น ด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิการุ่นไอคอนิกของ ลองจินส์ในยุค 1920 ที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันประณีต คอลเลกชั่นนี้ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่ง พร้อมตอกย้ำถึงตัวตนอันเหนือกาลเวลาที่แบรนด์สั่งสมมาตั้งแต่ปี 1997

ตลอดระยะเวลาเกือบสามทศวรรษนับตั้งแต่เผยโฉมครั้งแรกคอลเลกชั่น Longines DolceVita เปรียบดั่งบทกวีที่สดุดีวิถีชีวิตอันแสนหวานสไตล์อิตาเลียนที่เรียกว่า ‘La Dolce Vita’ ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เปล่งประกาย เรียบหรู และผ่อนคลาย ไร้ซึ่งความเร่งรีบ ราวกับการพักผ่อนยามบ่ายบนระเบียงที่อาบไล้ด้วยแสงแดด หรือการเดินทอดน่องยามเย็นไปตามท้องถนนในกรุงโรม ด้วยเอกลักษณ์ของตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันสง่างาม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเรือนเวลาของลองจินส์ ในปี 1927  คอลเลกชั่นนี้ได้ผสานการออกแบบสุดคลาสสิกเข้ากับกลิ่นอายร่วมสมัยได้อย่างไร้รอยต่อ และสำหรับปี 2026 สามเรือนเวลาใหม่ล่าสุดได้เข้ามาเติมเต็มมิติความลึกและความมีชีวิตชีวาให้กับ คอลเลกชั่น ผ่านหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนมิติแสงเงา พร้อมพาเลตต์สีใหม่ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง


สีสันที่สื่อถึงอารมณ์และหน้าปัดอันมีชีวิตชีวา
สามเฉดสีใหม่ถูกนำเสนอผ่านสายหนังโทนสีเข้มข้น ได้แก่ สีน้ำเงินมิดไนท์บลู (Midnight blue) สีเขียวโอลีฟ (Olive green) และสีแดงเมเปิล (Maple red) ซึ่งเป็นกลุ่มสีโทนอบอุ่นที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก และสะท้อนถึงความงดงามของทิวทัศน์รวมถึงแสงแดดแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สายนาฬิกาแต่ละเส้นมาพร้อมระบบเปลี่ยนสาย (Interchangeable system) ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนลุคของเรือนเวลาได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่สี่ ซึ่งนำเสนอหน้าปัดสีเงินจับคู่กับสายสเตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกแบบพับสามทบเพื่อความปลอดภัย มอบความงดงามประณีตในระดับเดียวกัน ทว่าตอบโจทย์ความอเนกประสงค์สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

ผลงานรุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2026 ชูความโดดเด่นของหน้าปัดให้เป็นหัวใจสำคัญ เรือนเวลาแต่ละรุ่นมาพร้อมพื้นผิวหน้าปัดสีงาช้างที่สลักลาย flinqué ตกแต่งด้วยลวดลายเรขาคณิต ซึ่งช่วยสร้างมิติความพลิ้วไหวราวกับมีการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล มอบคาแรคเตอร์ที่มีชีวิตชีวาอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเรือนเวลา พร้อมเติมเต็มกลิ่นอายความคลาสสิกให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยหน้าปัดย่อยแสดงวินาทีตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์

หน้าปัดมีให้เลือกสรรถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ รุ่นหน้าปัดสีงาช้างประดับตัวเลขโรมันและเข็มนาฬิกาสีทอง (2N gilt) รุ่นหน้าปัดสีงาช้างประดับตัวเลขโรมันและเข็มนาฬิกาสีโรสโกลด์ (5N rose) และรุ่นหน้าปัดสีเงินประดับตัวเลขโรมันสีน้ำเงินเข้าคู่กับเข็มนาฬิกาบลูสตีล ทุกรุ่นมาในตัวเรือนสเตนเลสสตีลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันสง่างาม ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ พร้อมประสิทธิภาพการกันน้ำระดับ 3 บาร์ (30 เมตร) เรือนเวลาเหล่านี้มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 20.80 x 32.00 มม. และ 23.30 x 37.00 มม. โดยขับเคลื่อนด้วยกลไกควอตซ์ L178.2 และ L176.2 จากลองจินส์ตามลำดับ

มรดกแห่งสัดส่วนอันสมดุล
เรื่องราวของคอลเลกชั่น DolceVita เริ่มต้นขึ้นจากนาฬิกาตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ลองจินส์สร้างสรรค์ขึ้นในปี 1927 ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายและสมดุล ซึ่งสะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์สไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) อันรุ่งเรืองในยุคนั้น เมื่อคอลเลกชั่นนี้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1997 ก็ได้นำเอาจิตวิญญาณแห่งความกลมกลืนของรูปทรงเรขาคณิตดังกล่าวมาตีความใหม่ในบริบทร่วมสมัย และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นมา จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นระดับไอคอนิกของแบรนด์ โดยที่ไม่เคยละทิ้งตัวตนและเอกลักษณ์ดั้งเดิมเลยแม้แต่น้อย

ปี 2023 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อ Longines Mini DolceVita ได้ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของตระกูล โดยได้มอบภาพลักษณ์อันสดใหม่ให้กับคอลเลกชั่นผ่านตัวเรือนขนาดกะทัดรัดที่เรียบหรู รวมถึงผลงานที่เปี่ยมด้วยความสง่างามและความร่วมสมัย ทว่าในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาซิลลูเอทตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ


นิยามใหม่แห่งความเหนือกาลเวลา
ด้วยสัดส่วนอันสมดุล มรดกทางศิลปะแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) และพาเลตต์สีใหม่ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก คอลเลกชั่น Longines DolceVita ยังคงเดินหน้าเฉลิมฉลองความกลมกลืนระหว่างธรรมเนียมดั้งเดิมและความเรียบหรูร่วมสมัย เฉกเช่นศิลปะการใช้ชีวิตของชาวอิตาเลียนอันเป็นแรงบันดาลใจแห่งชื่อคอลเลกชั่น เรือนเวลานี้คือเครื่องเตือนใจว่าความสง่างามที่แท้จริงนั้นไร้ซึ่งข้อจำกัดของกาลเวลาหรือฤดูกาล เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งนั้นคือทัศนคติ “Elegance is an attitude”

About Longines
Longines has been based in Saint-Imier, Switzerland, since 1832. The watchmaking house boasts expertise forged in tradition, elegance, and high performance. With its long-standing experience as official timekeeper of world sports championships and partner of international sports federations, the Swiss watch brand has forged strong and lasting links with the sporting world over the years. Renowned for the elegance of its models, Longines is a member of Swatch Group Ltd, the world’s leading manufacturer of timepieces. The brand with the winged hourglass as its emblem has outlets in over 130 countries.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้