ROGER DUBUIS Excalibur The Kabuto Legacy

Last updated: 18 ก.ค. 2569  |  37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ROGER DUBUIS Excalibur The Kabuto Legacy

Roger Dubuis ถ่ายทอดช่วงเวลาอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 17 ผ่านองค์ความรู้ด้านการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงและศิลปหัตถกรรมชั้นครู (Métiers d’Art) โดยแบรนด์นำเสนอสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของยุคนั้น ทั้งปราสาทเอโดะและแม่ทัพซามูไรทั้ง 12 คน ซึ่งถ่ายทอดผ่าน คาบูโตะ (Kabuto) หรือหมวกเกราะ และ คามง (Kamon) หรือตราประจำตระกูล ขณะที่หัวใจของนาฬิกาคือกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ RD821 ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน Poinçon de Genève และเปิดโอกาสให้การแสดงออกทางศิลปะอันกล้าหาญนี้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Roger Dubuis นำศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงก้าวเข้าสู่โลกแห่งประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอันแท้จริง ผ่านการเปิดตัว Excalibur The Kabuto Legacy นาฬิกาที่เปี่ยมด้วยวัฒนธรรมซามูไรและศิลปหัตถกรรมชั้นสูงอันประณีต (Métiers d’Art)

ความเป็นหนึ่งเดียวรอบโต๊ะประชุม
นาฬิกาเรือนใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญช่วงเวลาอันเปราะบาง เมื่อแผ่นดินถูกแบ่งแยกด้วยสงครามที่ดำเนินมาอย่างไม่รู้จบ ท่ามกลางดินแดนที่แตกร้าว เหล่าไดเมียวผู้ทรงอำนาจต่างต่อสู้เพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่ด้วยความทะเยอทะยานอันไม่ลดละ อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนกำลังจะเกิดขึ้นภายใต้การนำของผู้นำผู้ยิ่งใหญ่สามคน ซึ่งสามารถรวบรวมเหล่า บุโช (Bushō) หรือแม่ทัพซามูไรจากทั่วแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมวางรากฐานของระเบียบการเมืองและเส้นทางสายใหม่ให้กับประเทศญี่ปุ่น ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของพวกเขา ความเป็นเอกภาพ สันติภาพ และความรุ่งเรืองจึงเบ่งบานอยู่บนผืนแผ่นดินญี่ปุ่นยาวนานกว่า 250 ปี โดยมี ปราสาทเอโดะ เป็นศูนย์กลางเชิงสัญลักษณ์ของสังคมที่ได้รับการปฏิรูป

ในการสร้างสรรค์นาฬิกาเรือนนี้ Roger Dubuis ถ่ายทอดแนวคิดแห่งความสามัคคีดังกล่าว เพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาสำคัญที่ความขัดแย้งของญี่ปุ่นได้แปรเปลี่ยนเป็นความกลมเกลียวอันยั่งยืน


คาบูโตะ สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ
ท่ามกลางยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านของญี่ปุ่น เหล่า บุโช (Bushō) หรือแม่ทัพซามูไรแต่ละคน ล้วนมี คาบูโตะ (Kabuto) หรือหมวกเกราะประจำตัว ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นเครื่องป้องกันในสนามรบหรือใช้ในพิธีการเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนสายตระกูล ปรัชญา และอุดมการณ์ของผู้สวมใส่อีกด้วย  ที่สำคัญ คาบูโตะยังเป็นบทพิสูจน์ของงานฝีมืออันประณีต ซึ่งเป็นสายใยสำคัญที่เชื่อมโยงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นี้เข้ากับศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงของ Roger Dubuis ด้วยเหตุนี้ แบรนด์จึงเริ่มต้นการคารวะมหากาพย์แห่งญี่ปุ่นครั้งนี้ ด้วยการตีความ คาบูโตะของบุโชผู้ทรงอิทธิพลทั้ง 12 คน ขึ้นใหม่บนหน้าปัดนาฬิกา ด้วยศิลปหัตถกรรมชั้นสูง Métiers d’Art หมวกเกราะขนาดจิ๋วแต่ละชิ้นได้รับการแกะสลักอย่างประณีตจาก พิงก์โกลด์ 18K ถ่ายทอดรายละเอียดได้อย่างซื่อตรง ทั้งสัญลักษณ์เฉพาะตัวและลวดลายแกะสลักด้วยมืออันวิจิตร การสร้างคาบูโตะแต่ละชิ้นต้องอาศัยการทำงานอย่างพิถีพิถันนาน 2–3 วัน โดยส่วนที่ท้าทายที่สุดคือเครื่องประดับบริเวณด้านหน้าของหมวกเกราะ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกตัวตนของบุโชแต่ละคนได้อย่างชัดเจน

ถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าซามูไร
เรื่องราวบนหน้าปัดเริ่มต้นขึ้นที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ด้วย โชกุน โทกูงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) หนึ่งในผู้นำคนสำคัญผู้วางรากฐานการรวมประเทศญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียว โดย คาบูโตะ (Kabuto) ของเขาประดับด้วยลวดลาย เฟิร์น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและอายุยืนยาว ที่รายล้อมอยู่รอบหน้าปัดคือเหล่าแม่ทัพซามูไรในตำนาน ผู้ต่อสู้เคียงข้างโทกูงาวะ อิเอยาสุ และเป็นที่รู้จักในนาม สี่ราชันแห่งสวรรค์ของตระกูลโทกูงาวะ (The Four Heavenly Kings of the Tokugawa) โดยแต่ละคนต่างได้รับตำแหน่งของตนเองรอบ "โต๊ะแห่งความเป็นหนึ่งเดียว" บนหน้าปัดเรือนนี้ ประกอบด้วย:

ตำแหน่ง 1 นาฬิกา คือ ฮอนดะ ทาดาคัตสึ (Honda Tadakatsu) แม่ทัพผู้เลื่องชื่อในด้านความจงรักภักดีต่อโทกูงาวะ อิเอยาสุ และคุณธรรมอันมั่นคงของเขายังกลายเป็นบรรทัดฐานทางศีลธรรมของญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่องสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน คาบูโตะอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาประดับด้วย เขากวาง ซึ่งสื่อถึงการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ตำแหน่ง 2 นาฬิกา คือ ซาไก ทาดาสึงุ (Sakai Tadatsugu) รัฐบุรุษอาวุโสผู้ได้รับการยกย่องในด้านสติปัญญาและความสามารถในสนามรบ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการปกครองของตระกูลโทกูงาวะ คาบูโตะของเขาแสดงให้เห็นถึงสุดยอดแห่งงานช่างฝีมือ โดยมีเครื่องประดับด้านหน้ารูป ดาบ เป็นสัญลักษณ์ของความเที่ยงธรรมและการขจัดความชั่วร้าย

ตำแหน่ง 4 นาฬิกา คือ ซากากิบาระ ยาสึมาสะ (Sakakibara Yasumasa) ผู้เป็นที่ยกย่องในด้านวิจารณญาณอันเฉียบแหลม คาบูโตะที่ประดับด้วยรูป ดาบ ของเขาเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมแห่งนักรบอันแข็งแกร่งและจิตวิญญาณของซามูไร พร้อมทั้งสื่อถึงการฟันฝ่าความลวงเพื่อเปิดเผยความจริง

ตำแหน่ง 9 นาฬิกา คือ อิอิ นาโอมาสะ (Ii Naomasa) แม่ทัพผู้โดดเด่นด้วยความสามารถด้านการทูต คาบูโตะของเขาเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ โดยมี เท็นโช (Tenshō) อันสูงสง่าทอดยื่นออกจากหมวกเกราะทั้งสองด้าน

นอกจากนี้ บนหน้าปัดยังมีซามูไรอีกเจ็ดคน ซึ่งแต่ละคนได้รับการถ่ายทอดผ่านคาบูโตะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของตนเอง

ปราสาทเอโดะ
ใจกลางหน้าปัด Roger Dubuis ถ่ายทอดภาพสถาปัตยกรรมของ ปราสาทเอโดะ ผ่านการตีความในรูปแบบร่วมสมัยและเชิงนามธรรม โดยป้อมปราการอันสง่างามถูกนำเสนอด้วยการเคลือบสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก สีคราม (Indigo) สีที่เดิมใช้ย้อมเครื่องแต่งกายของเหล่าซามูไร ก่อนจะกลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของศิลปะและงานสิ่งทอของญี่ปุ่นในเวลาต่อมา โครงสร้างที่ซ้อนเรียงเป็นชั้นได้รับการตกแต่งพื้นผิวอย่างประณีตในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขัดเงา การขัดเงาแบบกระจก (Bright Polishing) การขัดลายวงกลม (Circular Brushing) และการพ่นผิวทราย (Shot-blasting) เพื่อถ่ายทอดรายละเอียดของด้านหน้าปราสาทให้โดดเด่นอย่างงดงาม

ความอัจฉริยะของกลไก
Excalibur The Kabuto Legacy ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือน ตัวเรือนขนาด 45 มิลลิเมตร รังสรรค์จาก พิงก์โกลด์ 18K พร้อมเม็ดมะยมที่โอบล้อมด้วยวงแหวนเคลือบอีนาเมลสีน้ำเงิน นาฬิกาจับคู่กับสายหนังลูกวัวสีน้ำเงินที่ออกแบบลวดลายการเย็บให้คล้ายแผ่นเกราะของซามูไรอย่างโดดเด่น ด้านหลังตัวเรือนยังคงสานต่อเรื่องราวของเหล่า บุโช (Bushō) ทั้ง 12 คน ผ่านการสลักด้วยเลเซอร์ ตราประจำตระกูล (Kamon) ทั้งสิบสองลงบนวงแหวนพิงก์โกลด์ที่เคลือบสีน้ำเงิน และปิดทับด้วยกระจกแซฟไฟร์ เพื่อเผยให้เห็นโรเตอร์อันวิจิตรของกลไกภายใน

หัวใจสำคัญที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้สามารถถ่ายทอดงานศิลป์อันโดดเด่นได้ คือ คาลิเบอร์ RD821 กลไกอัตโนมัติที่ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่รองรับการจัดวางองค์ประกอบด้านสุนทรียศาสตร์ได้อย่างลงตัว มาพร้อมพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง และการตกแต่งพื้นผิวด้วยเทคนิคต่าง ๆ ถึง 14 รูปแบบ โดยกลไกอินเฮาส์นี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน Poinçon de Genève อีกด้วย

บทสรุป
เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและสมจริงที่สุดในการสร้างสรรค์นาฬิการุ่นนี้ Roger Dubuis ได้ร่วมงานกับ Frederik Cryns (เฟรเดอริก ครายน์ส) ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และที่ปรึกษาของซีรีส์เจ้าของรางวัล Emmy เรื่อง Shōgun ความเชี่ยวชาญของเขาช่วยให้แนวคิดและรายละเอียดในการออกแบบได้รับการถ่ายทอดออกมาอย่างสมจริงและเคารพต่อประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง

Frederik Cryns กล่าวว่า “วัฒนธรรมซามูไรได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้อันน่าทึ่งที่สุดบางชิ้นในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ การที่มรดกแห่งงานช่างฝีมือชั้นครูนี้ได้มาบรรจบกับศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะทั้งสองศาสตร์ต่างยึดมั่นในอุดมคติเดียวกัน นั่นคือการแสวงหาความเป็นเลิศอย่างไม่ประนีประนอม”



 Roger Dubuis รังสรรค์การตกแต่งกลไก RD821 ภายในโรงงานของตนเองด้วยเทคนิคที่แตกต่างกันถึง 14 รูปแบบ รวมถึงเทคนิคที่เป็นข้อกำหนดสำหรับการรับรองมาตรฐาน Poinçon de Genève การตกแต่งเหล่านี้ได้รับการลงรายละเอียดอย่างพิถีพิถันบนทุกพื้นผิวของทุกชิ้นส่วนในกลไกแต่ละชุด สร้างความตัดกันระหว่างพื้นผิวด้านและพื้นผิวขัดเงาอย่างงดงาม ช่วยขับเน้นการสะท้อนของแสง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแห่งนครเจนีวา

ตัวเรือนผลิตจากพิงก์โกลด์ 750/1000 (18K) เส้นผ่านศูนย์กลาง: 45 มิลลิเมตร ความหนา: 16.87 มิลลิเมตร กันน้ำ: 3 บาร์ พร้อมวงแหวนคริสตัลแซฟไฟร์ใต้ขอบตัวเรือน ด้านหลังเป็นฝาหลังแบบเปลือย พร้อมสลักตราสัญลักษณ์ด้วยเลเซอร์ และวงแหวนกระจกภายในเม็ดมะยม

หน้าปัดประกอบขึ้นจากองค์ประกอบทั้งหมด 17 ชิ้น เพื่อถ่ายทอดสถาปัตยกรรมของปราสาทเอโดะ โดยใช้เทคนิคการตกแต่ง 4 รูปแบบ

องค์ประกอบประกอบด้วย
- หลังคา 7 ชิ้น ผลิตจากพิงก์โกลด์ เคลือบ Blue CVD
- หลังคา 6 ชิ้น ผลิตจากพิงก์โกลด์ เคลือบ Black PVD
- องค์ประกอบอาคาร 3 ชิ้น ผลิตจากพิงก์โกลด์
- พื้นอาคาร 1 ชิ้น ผลิตจากพิงก์โกลด์ เคลือบ Black PVD พร้อมลวดลายสลักด้วยเลเซอร์

วงแหวนหน้าปัดผลิตจาก พิงก์โกลด์ 750/1000 (18K) ประดับ หมวกคาบูโตะพิงก์โกลด์ 12 ชิ้น ที่แกะสลักด้วยมืออย่างประณีต ขณะที่ฟลานจ์ (Flange) ผ่านการเคลือบ CVD และขัดเงาเพื่อเพิ่มมิติและความโดดเด่นให้กับหน้าปัด

ตำแหน่ง 12 นาฬิกา
โทกูงาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu, 1543–1616)
โทกูงาวะ อิเอยาสุ สถาปนิกผู้เปี่ยมด้วยความอดทน ผู้สร้างรากฐานแห่งสันติภาพอันยั่งยืน หลังใช้เวลาหลายทศวรรษในฐานะตัวประกัน พันธมิตร และข้ารับใช้ของผู้ปกครอง เขาสามารถรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวได้ภายหลังชัยชนะใน ยุทธการเซกิงาฮาระ

ในปี 1603 เขาได้สถาปนารัฐบาลโชกุนโทกูงาวะและวางโครงสร้างการปกครองที่นำพาญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคแห่งสันติภาพอันยาวนานถึง 265 ปี ความอัจฉริยะของอิเอยาสุไม่ได้อยู่ที่การพิชิตสงคราม หากแต่อยู่ที่การสร้างชาติขึ้นใหม่บนพื้นฐานของปรัชญาใหม่ โดยยึดหลัก ความจงรักภักดีตามแนวคิดขงจื๊อ และลำดับชั้นทางสังคม ซึ่งทำให้สันติภาพเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน และนำพาประเทศสู่ความรุ่งเรืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Kabuto
Daikoku Zukin-Nari Kabuto with Fern Frond Maedate
หมวกคาบูโตะทรงคลุมศีรษะอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากไดโคกุเท็น เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและโชคลาภของญี่ปุ่น ประดับด้านหน้าด้วยยอดตกแต่งรูปใบเฟิร์นเคลือบทอง ใบเฟิร์นเป็นสัญลักษณ์ของ ความเจริญรุ่งเรืองและอายุยืน เนื่องจากเป็นพืชที่เขียวชอุ่มตลอดปี ขณะที่รูปทรงไดโคกุสื่อถึงพรแห่งความอุดมสมบูรณ์ ทั้งสององค์ประกอบสะท้อนวิสัยทัศน์ของ โทกูงาวะ อิเอยาสุ ที่ต้องการสร้างอาณาจักรอันสงบสุขและเปี่ยมด้วยความรุ่งเรือง

Kamon
ใบอาโออิสามใบ (Mitsuba Aoi)
ตราประจำตระกูลที่ประกอบด้วย ใบอาโออิ (Hollyhock) รูปหัวใจสามใบ จัดวางเป็นวงกลม สื่อถึงความศรัทธาและความผูกพันของตระกูลโทกูงาวะที่มีต่อ ศาลเจ้าชินโตคาโมะ ตราโทกูงาวะอาโออิ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในตราประจำตระกูลที่ได้รับการคุ้มครองและสงวนสิทธิ์อย่างเข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น สะท้อนทั้งอำนาจ บารมี และสถานะอันสูงส่งของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ

ตำแหน่ง 1 นาฬิกา
ฮอนดะ ทาดาคัตสึ (Honda Tadakatsu, 1548–1610)
"นักรบผู้ก้าวข้ามความตาย" หนึ่งใน สี่ขุนพลสวรรค์ (Four Heavenly Kings) ของโทกูงาวะ อิเอยาสุ ฮอนดะ ทาดาคัตสึผ่านสมรภูมิมากกว่า 57 ครั้ง โดยไม่เคยได้รับบาดแผลแม้แต่ครั้งเดียว เขามีบทบาทสำคัญในยุทธการอาเนงาวะ (Anegawa), มิกาตางาฮาระ (Mikatagahara), โคมากิ (Komaki) และเซกิงาฮาระ (Sekigahara) ซึ่งล้วนเป็นชัยชนะที่ช่วยสถาปนาอำนาจของตระกูลโทกูงาวะ นอกเหนือจากความสามารถทางการทหาร ความจงรักภักดีและคุณธรรมอันเป็นที่เลื่องลือของเขายังกลายเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมให้แก่เหล่าซามูไรผู้รับใช้ตระกูลโทกูงาวะในยุคต่อมา พิสูจน์ให้เห็นว่า เกียรติยศและประสิทธิภาพสามารถดำรงอยู่ควบคู่กันได้

Kabuto
หมวกคาบูโตะประดับเขากวาง
หนึ่งในหมวกคาบูโตะที่เป็นสัญลักษณ์โดดเด่นที่สุดของซามูไร โดดเด่นด้วย เขากวางขนาดใหญ่ ที่ประดับอยู่ทั้งสองด้านของหมวก ตามตำนาน เล่าว่ากวางศักดิ์สิทธิ์ตัวหนึ่งได้นำทางกองทัพของโทกูงาวะ อิเอยาสุให้ข้ามแม่น้ำที่กำลังเชี่ยวกรากได้อย่างปลอดภัย ฮอนดะ ทาดาคัตสึจึงเลือกใช้เขากวางเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองจาก ฮาจิมัง (Hachiman) เทพเจ้าแห่งสงคราม เพราะเชื่อว่ากวางตัวนั้นคือเทพเจ้าที่มาปรากฏกาย หมวกนี้ผลิตจาก กระดาษวาชิเคลือบแล็กเกอร์ เพื่อให้มีน้ำหนักเบา สื่อถึงความคล่องแคล่วและการตัดสินใจที่เฉียบขาดในสนามรบ

Kamon
ฮอนดะ ทาจิ อาโออิ (Honda Tachi Aoi)
ตราประจำตระกูลรูป ใบอาโออิตั้งตรง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้แยกตระกูลฮอนดะออกจากเจ้านายแห่งตระกูลโทกูงาวะ รูปทรงที่ตั้งตรงสื่อถึง ความจงรักภักดีอันมั่นคง และการอุทิศตนรับใช้ด้วยความซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยนแปลง

ตำแหน่ง 2 นาฬิกา
ซาไก ทาดาสึงุ (Sakai Tadatsugu, 1527–1596)
รัฐบุรุษอาวุโสแห่ง สี่ขุนพลสวรรค์ (Four Heavenly Kings) ผู้ใช้สติปัญญานำทางโทกูงาวะ อิเอยาสุให้ผ่านช่วงเวลาอันตรายของการเป็นพันธมิตรกับโอดะ โนบูนางะ และรับมือกับความซับซ้อนทางการเมืองหลังการเสียชีวิตของโนบูนางะ ความสามารถด้านการบริหารของเขาเกื้อหนุนฝีมือในสนามรบอย่างสมบูรณ์แบบ จนมีส่วนสำคัญในการวางรากฐานการปกครองของรัฐบาลโชกุนโทกูงาวะ แม้เขาจะถึงแก่อสัญกรรมก่อนยุทธการเซกิงาฮาระ แต่ผลงานในการสร้างกองกำลังข้ารับใช้ผู้เปี่ยมด้วยความภักดี ได้กลายเป็นกำลังสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะในเวลาต่อมา

Kabuto
หมวกคาบูโตะสันนูนประดับยอดรูปดาบ (Ridged Kabuto with Sword Maedate)
หมวกคาบูโตะอันสง่างาม สร้างขึ้นจากแผ่นโลหะสันนูนแนวตั้ง 38 แผ่น ตกแต่งขอบด้วยทองคำ รูปแบบ ซูจิ-คาบูโตะ (Suji-Kabuto) ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดงานช่างทำหมวกเกราะของญี่ปุ่น

ยอดประดับด้านหน้ารูปดาบเป็นสัญลักษณ์ของ ความเที่ยงธรรม และการตัดขาดสิ่งชั่วร้ายอย่างเด็ดขาด องค์ประกอบทั้งสองสะท้อนบทบาทของซาไก ทาดาสึงุในฐานะทั้งนักรบผู้กล้าและที่ปรึกษาผู้ได้รับความไว้วางใจ


Kamon
มารุ นิ คาตาบามิ (Maru ni Katabami)
ตราประจำตระกูลรูป ใบคาตาบามิ (Wood Sorrel) ล้อมด้วยวงกลม ซึ่งนับเป็นหนึ่งใน สิบตราประจำตระกูลอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น (Japan's Ten Great Crests) ต้นคาตาบามิมีชื่อเสียงในด้านความแข็งแกร่งและการเจริญเติบโตอย่างไม่ย่อท้อ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและการสืบทอดวงศ์ตระกูลจากรุ่นสู่รุ่น

ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
มิซูโนะ คัตสึนาริ (Mizuno Katsunari, 1564–1651)
ลูกพี่ลูกน้องของโทกูงาวะ อิเอยาสุ ผู้รับใช้ตระกูลอย่างโดดเด่นตลอดสงครามรวมแผ่นดินญี่ปุ่น ในยุทธการเซกิงาฮาระ เขาเป็นผู้บัญชาการกองกำลังที่ป้องกันปราสาทโองากิ และรับการยอมจำนนของปราสาทหลังชัยชนะของฝ่ายตะวันออก ด้วยอายุยืนถึง 87 ปี ครอบคลุมช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคแห่งสงครามสู่ยุคแห่งสันติภาพ เขาจึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างอดีตอันปั่นป่วนกับยุคใหม่อันมั่นคง เป็นหลักฐานแห่งความอดทนของผู้ร่วมสร้างระเบียบใหม่ให้แก่ประเทศ

Kabuto
หมวกทรงหมวกขุนนางจีนเคลือบแล็กเกอร์ดำ ประดับชิกามิ มาเอดาเตะ (Black-Lacquered Chinese Cap with Shigami Maedate)
หมวกคาบูโตะทรงหมวกขุนนางจีนเคลือบแล็กเกอร์สีดำอันสง่างาม โดดเด่นด้วย ชิกามิ (Shigami) หรือยอดประดับไม้เคลือบแล็กเกอร์รูปสัตว์ร้ายกำลังกัด ซึ่งมีสีหน้าอันดุดัน ชิกามิเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องจากภูตผีและสิ่งชั่วร้าย รวมถึงความดุดันที่จำเป็นต่อชัยชนะในสนามรบ ขณะที่รูปทรง โทคัง (Tōkan) อันสงบนิ่ง เมื่อผสานกับยอดประดับอันทรงพลัง จึงสะท้อนแนวคิดของ พลังอำนาจที่อยู่ภายใต้การควบคุมด้วยวินัย

Kamon
มิซูโนะ โอมอดากะ (Mizuno Omodaka)
ตราประจำตระกูลรูป ต้นโอมอดากะ (Water Plantain) ถ่ายทอดลักษณะของใบและดอกไม้ที่เติบโตในนาข้าวและสระน้ำ ด้วยใบที่มีรูปทรงคล้ายหัวลูกศร โอมอดากะจึงได้รับสมญานามว่า "หญ้าแห่งชัยชนะ" (Kachiikusa) และเป็นพืชที่เหล่านักรบนิยมใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความเป็นสิริมงคล

ตำแหน่ง 4 นาฬิกา
ซากากิบาระ ยาสุมาสะ (Sakakibara Yasumasa, 1548–1606)
ผู้พิทักษ์ผู้มั่นคง หนึ่งใน สี่ขุนพลสวรรค์ ในยุทธการเซกิงาฮาระ ยาสุมาสะรับหน้าที่บัญชาการกองกำลังแนวหลัง เพื่อคุ้มกัน โทกูงาวะ ฮิเดทาดะ ระหว่างการล้อมปราสาทอุเอดะ และรับประกันความปลอดภัยของทายาทผู้สืบทอดอำนาจ ความจงรักภักดีอันแน่วแน่และวิจารณญาณอันสุขุม ทำให้เขาเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้อิเอยาสุสามารถผ่านพ้นความขัดแย้งตลอดหลายทศวรรษ เขาเป็นแบบอย่างของแนวคิดที่ว่า พลังอันแท้จริง คือการปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด

Kabuto
ยอดประดับรูปดาบ (Ornamental Sword-Shaped Maedate)
หมวกคาบูโตะที่ประดับด้วยยอดด้านหน้ารูปดาบอันวิจิตร ดาบเป็นสัญลักษณ์ของ คุณธรรมแห่งนักรบ และจิตวิญญาณของซามูไร ซากากิบาระ ยาสุมาสะเป็นที่รู้จักจากวิจารณญาณอันสุขุมและความจงรักภักดีที่ไม่เคยสั่นคลอน คุณลักษณะเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านรูปทรงของดาบที่ตรงและมั่นคง ซึ่งเปรียบเสมือนการตัดผ่านความหลอกลวงเพื่อเผยให้เห็นความจริง

Kamon
เก็นจิ กุรุมะ (Genji Guruma)
ตราประจำตระกูลรูป วงล้อเก็นจิ ที่มีซี่ล้อแผ่ออกโดยรอบ สื่อถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่สิ้นสุดและวัฏจักรแห่งการรับใช้ที่ดำเนินต่อไปไม่รู้จบ แม้วงล้อจะหมุนอยู่ตลอดเวลา แต่ ศูนย์กลางยังคงมั่นคงและซื่อสัตย์ เปรียบเสมือนความภักดีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ตำแหน่ง 5 นาฬิกา
ดาเตะ มาซามุเนะ (Date Masamune, 1567–1636)
"มังกรตาเดียว" แห่งดินแดนตอนเหนือ แม้จะยังอายุน้อยเกินกว่าจะมีบทบาทสำคัญในสงครามรวมแผ่นดินญี่ปุ่นช่วงแรก แต่มาซามุเนะเป็นผู้สร้างความมั่นคงให้แก่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐบาลโทกูงาวะ ในช่วงยุทธการเซกิงาฮาระ การรณรงค์ของเขาเพื่อสกัดกั้นกองกำลังฝ่ายตรงข้ามในแคว้นโทโฮคุ ทำให้กองทัพฝ่ายตะวันตกไม่สามารถรับกำลังเสริมได้ทันเวลา ในฐานะเจ้าแคว้นเซ็นได เขาพัฒนาดินแดนให้กลายเป็นหนึ่งในแคว้นที่รุ่งเรืองที่สุดของญี่ปุ่น พร้อมทั้งดำเนินนโยบายทางการทูตกับต่างประเทศ สะท้อนถึงความเจริญทางวัฒนธรรมที่เบ่งบานขึ้นภายใต้สันติภาพที่เขามีส่วนช่วยสร้าง

Kabuto
หมวกคาบูโตะประดับพระจันทร์เสี้ยว (Crescent Moon Maedate Kabuto)
หนึ่งในหมวกคาบูโตะที่มีภาพจำโดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ซามูไร โดดเด่นด้วยหมวกเคลือบแล็กเกอร์สีดำ ประดับ พระจันทร์เสี้ยวสีทองขนาดใหญ่ หมวกนี้ได้รับการออกแบบโดย ดาเตะ เทรุมุเนะ บิดาของมาซามุเนะ เพื่อใช้คู่กับธงรบลายดวงอาทิตย์ พระจันทร์เสี้ยวถูกออกแบบให้ ด้านที่อยู่ฝั่งแขนถือดาบสั้นกว่าอีกด้าน เพื่อประโยชน์ในการใช้งานจริงในสนามรบ ขณะเดียวกันยังเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองจากสวรรค์อีกด้วย

Kamon
ทาเกะ นิ ซูซุเมะ (Take ni Suzume)
ตราประจำตระกูลรูป ต้นไผ่และนกกระจอก สื่อถึง ความอดทน ความแข็งแกร่ง และความรุ่งเรือง


ตำแหน่ง 6 นาฬิกา
อิตากุระ คัตสึชิเงะ (Itakura Katsushige, 1545–1624)
ผู้วางรากฐานแห่งระเบียบการปกครองพลเรือน ในฐานะ เกียวโตโชชิได (Kyoto Shoshidai) คนแรก และผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษาเมืองเอโดะ (Edo Town Magistrate) คัตสึชิเงะเป็นผู้สร้างระบบบริหารที่ใช้ปกครองเมืองต่าง ๆ ของญี่ปุ่นในยุคแห่งสันติภาพ การบริหารนครเกียวโตของเขา ทั้งการประสานความสัมพันธ์กับราชสำนักจักรพรรดิและวัดพุทธสำคัญ แสดงให้เห็นว่าการปกครองของรัฐบาลโทกูงาวะจะนำมาซึ่งเสถียรภาพ แม้ผลงานของเขาจะอยู่ในด้านการบริหารมากกว่าการศึก แต่ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

Kabuto
หมวกคาบูโตะทรงศีรษะประดับขนนก (Head-Shaped Kabuto with Bird Feather Ornament)
หมวก ซูนาริ คาบูโตะ (Zunari Kabuto) รูปทรงเรียบง่ายที่เน้นการใช้งานจริง ประดับด้วยขนนกขนาดใหญ่ที่โดดเด่น ขนนกเป็นสัญลักษณ์ของ ความว่องไวและการมองการณ์ไกล เหมาะสมกับผู้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาแห่งเอโดะและเกียวโต ขณะที่รูปทรงเรียบง่ายของหมวกสะท้อนภูมิปัญญาและความรอบคอบที่จำเป็นต่อการบริหารบ้านเมือง มากกว่าการแสวงหาชื่อเสียงในสนามรบ

Kamon
อิตากุระ โทโมเอะ / โทโมเอะคุโย (Itakura Tomoe / Tomoekuyō)
ตราประจำตระกูลที่ประกอบด้วย โทโมเอะ (Tomoe) หรือรูปก้นหอยลักษณะคล้ายลูกน้ำ เก้ารูป หมุนไปทางซ้าย จัดวางในรูปแบบ คุโย (Kuyō) โดยมีโทโมเอะขนาดใหญ่หนึ่งรูปอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยอีกแปดรูป โทโมเอะเป็นสัญลักษณ์ของ สายน้ำที่ไหลเวียนไม่สิ้นสุด สื่อถึงพลัง การเคลื่อนไหว และความต่อเนื่อง

ตำแหน่ง 7 นาฬิกา
คุโรดะ นางามาสะ (Kuroda Nagamasa, 1568–1623)
บุตรชายของนักยุทธศาสตร์ผู้เลื่องชื่อ คุโรดะ คันเบ (Kuroda Kanbei) นางามาสะพิสูจน์ตนเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการศึกและการทูต ในยุทธการเซกิงาฮาระ นอกจากจะรบอย่างกล้าหาญแล้ว เขายังมีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้ โคบายากาวะ ฮิเดอากิ เปลี่ยนฝ่าย การทรยศครั้งนั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้กองทัพฝ่ายตะวันตกล่มสลาย หากบิดาของเขาเคยมีส่วนสร้างจักรวรรดิของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ นางามาสะก็เป็นผู้มีส่วนช่วยยุติยุคนั้น เพื่อเปิดทางสู่ระเบียบใหม่ที่ยั่งยืนกว่า ในฐานะเจ้าแคว้นฟุกุโอกะคนแรก เขายังสร้างดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องอีกหลายศตวรรษ

Kabuto
หมวกอิจิโนะทานิประดับแผ่นเงิน (Silver-Leafed Ichinotani Kabuto)
หมวกคาบูโตะอันโดดเด่นที่จำลองหน้าผาแห่ง อิจิโนะทานิ (Ichinotani) สถานที่ซึ่ง มินาโมโตะ โยชิสึเนะ สร้างตำนานจากการนำกองทหารม้าบุกลงจากหน้าผา แผ่นไม้ไซเปรสเคลือบแผ่นเงินถูกนำมาใช้สร้างรูปทรงของหน้าผา เดิมหมวกนี้เป็นของ ฟุกุชิมะ มาซาโนริ ก่อนจะถูกแลกเปลี่ยนกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการปรองดอง นางามาสะสวมหมวกใบนี้ในยุทธการเซกิงาฮาระ เพื่อสื่อถึงจิตวิญญาณแห่ง ความกล้าหาญและการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

Kamon
คุโรดะ ฟูจิ โดโมเอะ (Kuroda Fuji Domoe)
ตราประจำตระกูลรูป ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) จัดวางเป็นวงกลม มีต้นกำเนิดจากสายตระกูลขุนนาง ฟูจิวาระ (Fujiwara) ช่อดอกวิสทีเรียที่ทอดตัวลงอย่างสง่างาม เปรียบเสมือน สายเลือดแห่งชนชั้นสูงที่สืบทอดต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น

ตำแหน่ง 8 นาฬิกา
โฮโซกาวะ ทาดาโอกิ (Hosokawa Tadaoki, 1563–1646)
นักรบผู้เปี่ยมด้วยรสนิยมอันประณีต ทาดาโอกิได้รับการฝึกฝนทั้งวิชาดาบและพิธีชงชาจากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค ในยุทธการเซกิงาฮาระ เขาต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อฝ่ายตะวันออก ขณะที่ กราเซีย (Gracia) ภรรยาผู้เป็นที่รัก เลือกสละชีวิตแทนการตกเป็นตัวประกันของฝ่ายตะวันตก ต่อมาแคว้นคุมาโมโตะภายใต้การปกครองของเขาได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมและความมั่งคั่ง ทาดาโอกิจึงเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านจาก นักรบ สู่ เจ้าแคว้นผู้ทรงวัฒนธรรม ซึ่งเกิดขึ้นได้จากยุคแห่งสันติภาพ

Kabuto
หมวกซูนาริเคลือบแล็กเกอร์ดำประดับขนนก (Black-Lacquered Zunari with Bird Feather Crest)
หมวก ซูนาริ คาบูโตะ เคลือบแล็กเกอร์สีดำอันสง่างาม ประดับด้วยยอดขนนกที่พลิ้วไหวอย่างวิจิตร ความงดงามอันประณีตของหมวกสะท้อนตัวตนสองด้านของทาดาโอกิ ผู้เป็นทั้งนักรบผู้เกรียงไกรและผู้เชี่ยวชาญพิธีชงชา ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาจาก เซ็น โนะ ริคิว (Sen no Rikyū) ความงามและอานุภาพแห่งการต่อสู้จึงหลอมรวมอยู่ในหมวกใบเดียว

Kamon
คุโยมง (Ku-yō Mon)
ตราประจำตระกูลที่ประกอบด้วย วงกลมเก้าวง แทนดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ทั้งห้า และจุดตัดของวงโคจรที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา ตำนานเล่าว่า ทาดาโอกิชื่นชอบลวดลายนี้บนมีดของ โอดะ โนบูนางะ และได้รับอนุญาตให้นำมาใช้เป็นตราประจำตระกูล ลวดลายดังกล่าวจึงสื่อถึง การคุ้มครองจากจักรวาล และระเบียบอันเป็นนิรันดร์ของสวรรค์

ตำแหน่ง 9 นาฬิกา
อิอิ นาโอมาสะ (Ii Naomasa, 1561–1602)
ผู้บัญชาการกองทัพ "ปีศาจแดง" (Red Devils) ผู้ปลุกฟื้นตระกูลอิอิที่เกือบสูญสิ้นให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน สี่ขุนพลสวรรค์ (Four Heavenly Kings) ของโทกูงาวะ อิเอยาสุ ในยุทธการเซกิงาฮาระ กองทหารม้าชุดเกราะสีแดงของเขาเป็นผู้เปิดฉากการบุกโจมตีครั้งประวัติศาสตร์ นอกเหนือจากความกล้าหาญในสนามรบ นาโอมาสะยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการทูต ด้วยการเจรจาโน้มน้าวให้พันธมิตรสำคัญเปลี่ยนฝ่าย จนเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะของฝ่ายตะวันออก จากผลงานดังกล่าว เขาได้รับรางวัลตอบแทนสูงสุดในบรรดาข้ารับใช้ของอิเอยาสุ และเป็นผู้ก่อตั้งแคว้นฮิโกเนะอันทรงอิทธิพล

Kabuto
หมวกคาบูโตะเคลือบแล็กเกอร์สีแดงประดับเท็นโชสีทอง (Red-Lacquered Kabuto with Golden Tenshō Wakidate)
หมวกคาบูโตะสีแดงในตำนานของกองทัพ "ปีศาจแดง" โดดเด่นด้วยยอดประดับ เท็นโช (Tenshō) เคลือบทองขนาดใหญ่ที่ยื่นออกจากทั้งสองด้านของหมวก สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของ ความกล้าหาญ และการสืบทอดเกียรติภูมิของกองทหารม้าแห่งตระกูลทาเคดะ ขณะที่ยอดประดับสีทองขนาดมหึมานี้สงวนไว้สำหรับผู้นำตระกูลอิอิเท่านั้น เพื่อให้สามารถมองเห็นผู้บัญชาการได้อย่างชัดเจนท่ามกลางสมรภูมิ

Kamon
ฮิโกเนะ ทาจิบานะ (Hikone Tachibana)
ตราประจำตระกูลรูป ดอกและผลทาจิบานะ (Tachibana) ส้มพื้นเมืองของญี่ปุ่นที่มีใบเขียวตลอดปี จึงเป็นสัญลักษณ์ของ ความเป็นนิรันดร์ ตามตำนาน ต้นทาจิบานะต้นหนึ่งเคยยืนอยู่ข้างบ่อน้ำที่พบผู้ก่อตั้งตระกูลอิอิเมื่อครั้งยังเป็นทารก จึงทำให้ต้นไม้ชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งจุดกำเนิดและความเป็นสิริมงคลสูงสุดของตระกูล


ตำแหน่ง 10 นาฬิกา
อาซาโนะ นางามาสะ (Asano Nagamasa, 1547–1611)
นางามาสะมีสายสัมพันธ์กับ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผ่านการสมรส และเป็นหนึ่งใน ห้าผู้สำเร็จราชการ (Five Commissioners) ผู้ต้องเผชิญช่วงเปลี่ยนผ่านอันซับซ้อนจากการรับใช้ตระกูลโทโยโทมิไปสู่รัฐบาลโทกูงาวะ เขาตระหนักว่าการสนับสนุนโทกูงาวะ อิเอยาสุคือหนทางที่ดีที่สุดในการสร้างเสถียรภาพอันยั่งยืน ลูกหลานของเขาจึงได้ปกครองแคว้นฮิโรชิมะสืบต่อกันหลายชั่วอายุคน ภายใต้สันติภาพที่เขามีส่วนร่วมก่อร่างขึ้น

Kabuto
หมวกทรงลูกพีชเคลือบแล็กเกอร์ดำประดับเขาควายน้ำขนาดใหญ่ (Black-Lacquered Peach-Shaped Kabuto with Great Water Buffalo Wakidate)

หมวกคาบูโตะทรง โมโมนาริ (Momonari) หรือทรงลูกพีช เคลือบแล็กเกอร์สีดำ ประดับด้วยเขาควายน้ำขนาดใหญ่ทั้งสองด้าน เขาควายสื่อถึง พลังและความแข็งแกร่งที่ไม่อาจเอาชนะได้ ขณะที่รูปทรงลูกพีชเชื่อกันว่าสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ รูปลักษณ์อันทรงพลังนี้จึงประกาศการมาถึงของผู้บัญชาการผู้เกรียงไกรในสนามรบ

Kamon
อาซาโนะ ชิไก ทาคาโนะฮะ (Asano Chigai Takanoha)
ตราประจำตระกูลรูป ขนเหยี่ยวไขว้กัน สื่อถึงความสามารถทางการทหารและสายตาอันเฉียบคม เหยี่ยวโจมตีเป้าหมายด้วยความแม่นยำ เช่นเดียวกับตระกูลอาซาโนะที่ปฏิบัติภารกิจด้วยความเที่ยงตรงและเด็ดขาด

ตำแหน่ง 11 นาฬิกา
คาโต้ โยชิอากิ (Katō Yoshiaki, 1563–1631)
ยอดนักรบผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามทางทะเล โยชิอากิร่วมรบในแนวหน้าของกองทัพฝ่ายตะวันออก ณ ยุทธการเซกิงาฮาระ และมีส่วนสำคัญต่อชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ หลังสงคราม เขาได้รับการแต่งตั้งให้ปกครองแคว้นอิโยะ มัตสึยามะ ซึ่งความเชี่ยวชาญด้านการเดินเรือของเขาได้กลายเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อทะเลเซโตะใน (Seto Inland Sea) เปลี่ยนจากสมรภูมิแห่งสงครามมาเป็นเส้นทางการค้าภายใต้ยุคแห่งสันติภาพ ต่อมาเขายังได้รับตำแหน่งเจ้าแคว้นไอสึ หนึ่งในแคว้นที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

Kabuto
หมวกทรงคลุมศีรษะปลายแหลมประดับขนหางนก (Pointed Hood Kabuto with Bird Tail Ornament)
หมวกคาบูโตะทรงคลุมศีรษะปลายแหลมอันโดดเด่น ประดับด้วยขนหางนกที่พลิ้วไหวอย่างสง่างาม รูปทรงอันเป็นเหลี่ยมสื่อถึง สติปัญญาและวิจารณญาณของผู้บัญชาการ ขณะที่ขนหางนกเป็นสัญลักษณ์ของ ความว่องไวและความสง่างาม การผสานองค์ประกอบทั้งสองสะท้อนชื่อเสียงของคาโต้ โยชิอากิ ในฐานะผู้มีทั้งปัญญาและความเชี่ยวชาญด้านการศึกทางทะเล

Kamon
ซางาริ ฟูจิ (Sagari Fuji)
ตราประจำตระกูลรูป ช่อดอกวิสทีเรียห้อยลง ซึ่งเป็นหนึ่งในลวดลายคามงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น ดอกวิสทีเรียมีความเกี่ยวพันกับสายตระกูลขุนนาง ฟูจิวาระ (Fujiwara) จึงเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดอันสูงศักดิ์และเกียรติภูมิที่สืบทอดต่อกันมา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้